[Fic Reborn](all69,10069) Lost you //Part7

[Fic Reborn] Lost you

Paring  :  All69

Rate    : Nc-21

Story   : blood_hana

เรื่องนี้เขียนนานแล้วตั้งแต่บลัดอยู่ ม.5 สมัยนั้นหื่นมาก ถถถถถถถถ

ภาคต่อของฟิค The Game (10069)

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 7

 

 

 

“ได้เรื่องไหม คุซะ” เสียงทุ้มเข้มมีอำนาจของชายผมดำเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าเรียบ ผิดกับหัวใจที่ร้อนรุ่มเดือดดาลกำลังได้ที่   “ขออภัยจริงๆครับ เราไม่พบตัวคุณโรคุโดเลยครับ”

 

ร่างสูงใหญ่รู้สึกเสียวสั่นหลังวาบจนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างช่วยไม่ได้ เมื่อดวงตาสีดำเล็กเห็นใบหน้าครึ่งเสี้ยวของผู้เป็นนายจ้องมองเขม็งมาที่เขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ไสหัวไปได้แล้ว ” ชายหนุ่มทรงผมรีเจนท์โค้งรับคำสั่งและรีบออกจากห้องโดยไม่รีรอให้ทอนฟาพุ่งเข้าฟาดกระบานตน

 

เสียงประตูบานเลื่อนปิดสนิท ฮิบาริกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ก่อนจะชกลงไปยังกำแพงห้อง “มุคุโร่…”

เรือนผมดำสบถออกมาอย่างไม่พอใจ การที่สายหมอกแห่งวองโกเล่หายตัวไป แถมยังไม่มีการติดต่อมายังโคลม หญิงสาวผู้เป็นเพียงคนๆเดียวที่ติดต่อจากจิตกับร่างบางผมสีน้ำเงินได้นั้น

 

 

แสดงว่า คงไปอ้าแขนให้ใครกกเป็นแน่

 

 

ดวงตาคมสีนิลวาวโรจน์ราวกับสัตว์กินเนื้อจะขย้ำเหยื่อให้ตาย ในเมื่อไอ้ลูกน้องสัตว์กินพืชไม่ได้ความพวกนั้นทำอะไรไม่ได้ เห็นทีว่าเขาคงต้องออกโรงลากเจ้าสับปะรดนั้นกลับมาให้ได้ ว่าแล้วร่างสูงก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อ

ยูกาตะสีดำเป็นเสื้อสูทสีที่ไม่แตกต่างกันพร้อมกระบองเหล็กคู่ใจ และก้าวเดินออกไปจากห้องรับรองแขกของตน

แต่ทว่า..เมื่อประตูบานเลื่อนเปิดออก ก็พบกับคนๆหนึ่งที่ทำให้เขาถึงกับต้องมุ่นคิ้ว

 

 

“มาทำอะไรที่นี้ซาวาดะ” ผู้ถูกเรียกสะดุ้งโหยง ใบหน้าหวานราวกับเด็กสาวเงยหน้ามองหนุ่มรุ่นพี่ด้วยใบหน้า

สีแดงเรื่อกว่าที่เคยเป็นจนฮิบาริเองก็อดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีแบบนั้น แต่เขาเองก็ไม่ได้อยากจะสนใจซักถามเพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องไปทำ

 

“อะ…เออ..” เรือนผมสีน้ำตาลไหม้ยาวสลวยถึงกลางหลังก้มหน้างุดๆ ดวงตากลมโตจ้องมองไปทางนู้นทีทางนี้ที

จนฮิบาริหงุดหงิดขึ้นมา

 

“อยากตายนักรึไง รู้ไหมว่าฉันอารมณ์ไม่ดีอยู่” ชายผมดำขึ้นเสียงใส่ร่างบางตรงหน้า จนสึนะตัวสั่นขึ้นมาพร้อมกับรีบพูดอย่างลุกลีลุกลน “คะ…คือคือ…ไม่ใช่นะครับ..ผมแค่…”

“แค่อะไร?” ใบหน้าคมจ้องมองเรือนผมน้ำตาลผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าวองโกเล่แฟมิลี่อย่างหงุดหงิด

 

สึนะเงยหน้าขึ้นช้า พร้อมกับสบตาสีดำอย่างกล้าๆกลัวๆ “อยากจะ…ขอบคุณที่คุณพาผมออกจากที่นั้น”

 

.

 

.

 

.

“มีแค่นี้ใช่ไหม?” เรือนผมสีน้ำตาลเงยหน้ามองใบหน้าเย็นชาของหนุ่มรุ่นพี่เต็มตา นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาล

สั่นคลออย่างปวดร้าว

 

 

ไม่มีคำพูดที่อ่อนโยน หรือ สายตาที่อบอุ่นส่งผ่านมาถึงเขา…..

 

 

 

“ครับ…”ใบหน้าหวานยิ้มแห้งๆตอบกลับพลางเอามือเกาแก้มแก้เขิน ฮิบาริถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับท่าทางของน่ารำคาญของอีกฝ่าย แม้ใจจริงอย่างจะฟาดเอาให้ตายจนเข็ดไม่มายุ่งย่ามกับเขา แต่ตอนนี้เขาไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

 

 

สิ่งที่อยากทำตอนนี้คือ…..จับมุคุโร่กลับมาให้ได้!!

 

 

ร่างสูงเดินสวนทางกับร่างบาง สึนะลอบมองแผ่นหลังกว้างของหนุ่มรุ่นพี่ด้วยสีหน้าปวดร้าว –คุณฮิบาริ..-

ร่างบางทรุดลงกองนั่งอยู่กับพื้น แผ่นหลังเล็กไถลกับผนังห้อง พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมา

“ฮึก…..” เสียงสะอื้นดังเป็นระยะ นัยน์ตาสีน้ำตาลแสดงออกถึงความน้อยใจ

-ทำไม คุถึงต้องเย็นชากับผมตลอดเลยครับ คุณฮิบาริ – ร่างเล็กนั่งกอดเข่าคิดถึงหน้าของชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เขาหลงรักจนหมดหัวใจ แต่ไฉน…ความรักของเขาถึงมิอาจส่งผ่านไปถึงใจของหนุ่มรุ่นพี่ได้ซักครั้ง

 

“คุณมีหัวใจรึเปล่า คุณฮิบาริ” น้ำเสียงสั่นเครือตัดเพ้อถึงหนุ่มผมสีรัตติกาลผู้จากไป และไม่เหลียวหลังกลับมามองเขาแม้นิดเดียว

 

 

.

 

.

 

“อึก….อ้า!!!!” เสียงครางหวานของร่างบางดังขึ้น เมื่อส่วนล่างของร่างกายได้รับการกระตุ้น ร่างเพรียวบิดเร้าอย่างทรมาน ลมหายใจถี่หอบแสดงถึงอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นเรื่อยๆ -ใคร?-

ตาสองสีที่หนักอึ้งพยายามลืมขึ้นมาเพ่งมองผู้ที่ปรนเปรอส่วนนั้นของเขาอย่างรู้ใจ ลิ้นอุ่นสากลากไล้ตั้งแต่โคนจนถึงยอด ทวีความเสียวซ่านทุกระยะที่ได้รับสัมผัส “อ๊า……” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นตามแรงปรารถนา ปากเรียวสีแดงเรื่อเปล่งเสียงครางหวานล้ำเสนาะหู

 

“อึก…” เรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวยเริ่มรู้สึกถึงน้ำหนักที่เข้าทาบทับบนร่าง สัมผัสหยาบกระด้างของมือหนาใหญ่กว่าเขากำลังทาบทับและกอบกุมมือเรียวบางของมุคุโร่ พร้อมการสอดใส่ที่รุนแรงหนักหน่วง แต่…กลับอบอุ่น

 

 

 

เหมือนกับความรัก….

 

รัก

 

รัก

 

และรัก

.

.

“ผมรักมุคุโร่คุงนะ”

 

 

“!!!!!!!!!!!!!!” มุคุโร่สะดุ้งสุดตัว ใบหน้าสวยซีดเผือกชุ่มเหงื่อไปทั้งหน้า ดวงตาสองสีเบิกกว้างตกใจ

พลางมองไปรอบๆ “ที่นี้?”

ห้องสีขาวบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นยาคลุ้งไปทั่ว ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบๆ และร่างกายของเขาที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลสีขาว มุคุโร่ค่อยๆยันตัวขึ้นมานั่งอย่างเชื่องช้าเพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่หลังฉีก รวมถึงสะโพกช่วงล่างที่ปวดระบมจนแทบขยับตัวไม่ได้

 

แกร๊ก!!!

 

ประตูเปิดขึ้นพร้อมกับชายแก่สวมแว่นผมหงอกประปรายในชุดกราวสีขาวพร้อมหญิงสาวในเครื่องแบบสีขาวเช่นกัน “หมอ..กับ..นางพยาบาล”

 

หมอแก่เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าทรุดนั่งลงข้างเตียงของมุคุโร่ ตามด้วยเสียงแหบพร่าตามวัย

“ขออนุญาตตรวจร่างกายนะครับ” ร่างบางมุ่นคิ้วตีสีหน้าเรียบก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแย้มตามปกติ “เชิญครับ”

.

.

.

 

 

 

ร่างบางเหม่อมองวิวนอกหน้าต่างจากศูนย์การแพทย์ของตึกวาเรีย จากการซักถามหมอจึงทำให้เขาเริ่มรื้อฟื้นความจำและปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้

 

 

 

“ร่างกายของคุณอ่อนแอมากนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ห้ามให้คุณงดกิจกรรมที่ต้องออกกำลังหนักๆทุก

ชนิดจนกว่าร่างกายคุณจะพร้อมและกลับมาแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…”

 

 

 

“คึหึหึหึ”มุคุโร่เค้นยิ้มอย่างขมขื่นออกมาเมื่อนึกถึงคำเตือนของหมอที่กล่าวไว้หลังตรวจร่างกายเขาเสร็จ

 

 

 

“เรื่องการมีเซ็กส์ทางทวารหนัก”

 

 

นัยน์ตาสีไม่เข้าคู่หันกลับมามองร่างกายใต้เสื้อผ้าผู้ป่วยที่เต็มไปด้วยรอยจุดสีแดงๆนับร้อย และ…..

 

 

น้ำรักสีขาวของเขาที่หลั่งออกมา….

 

จากความฝันที่เขาอยากจะลืมเลือนเหลือเกิน…..

 

 

“คุณไม่อยากให้ผมตายซินะครับ” มุคุโร่พูดพึมพำ ใบหน้าสวยติดหวานกลับไปมองท้องฟ้านอกหน้าต่างอีกครั้ง

ด้วยแววตาสับสน เศร้าสร้อย และเสียใจ….

 

-เบียคุรัน..- ร่างบางนึกถึงบุคคลเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้ใจเขาหวั่นไหวได้ตลอดเวลา

 

 

เพียงแค่เกมส์ที่เล่นสนุก

 

กลายเป็นกรงนกที่ปิดกั้นอิสรภาพ

ทั้งกายและใจ…

 

ทุกข์ทรมานเจียนคลั่ง ที่มิอาจออกจากกรงนั้นได้

แม้จะกระเสือกกระสนดิ้นรนเท่าไหร่

 

ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม

.

.

.

 

“ผม….” อยากพูดคำๆนั้นอีกสักครั้งได้ไหม

 

แม้ว่ามันจะผิดกับสัญญาที่เคยให้ไว้กับตัวเอง

 

“ผมรักคุณ” เสียงสั่นเครือดังขึ้นอย่างแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบในห้อง และสายลมที่พัดอ่อนๆจากหน้าต่างที่ถูกเปิดทั้งไว้

.

.

“ผมรักคุณ…เบียคุรัน…ผมรักคุณ” น้ำตาไหลรินออกมาโดยมิอาจหักห้ามได้ ทำได้เพียงแต่หลับตาลง

ปล่อยให้ความเศร้าทั้งหมดออกมาเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

แอ๊ดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!

 

 

เสียงประตูไม้สักหรูหราดังขึ้นเรียกสติของชายร่างสูงใหญ่ผมสีดำ ใบหน้าคมดุดันเต็มไปด้วยรอยแผลบากเงยหน้าจากกองเอกสารมายังผู้มาเยือน “มีธุระอะไรเจ้าสวะ” เสียงกรรโชกโผงผางดังขึ้น เรียกรอยยิ้มยียวนจากคนมาเยือนได้อย่างดี “น้ำเสียงคุณยังเหมือนเดิมตามเคยนะครับ คุณแซนซัส “ มุคุโร่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มที่อีกฝ่ายสั่งให้พวกแม่บ้านไปจัดหามาให้ อันเนื่องจากว่าเบลฟากอนผู้ครองตำแหน่งวายุแห่งวาเรีย

ได้ฉีกทำลายเสื้อเขาจนหมด

 

แซนซัสพ่นลมทางจมูกอย่างหงุดหงิดกับไอ้ท่าทางหยิ่งยโสกวนประสาทนั้น ดวงตาสีแดงเพลิงมองคนตรงหน้าที่ยังคงยืนอยู่ตรงจุดเดิมไม่เปลี่ยนแปลงอยู่นาน “ถ้าแกมาเพื่ออยากจะกวนประสาทฉันละก็ รับรองแกได้กลับไปนอนที่ห้องพยาบาลอีกแน่”

 

“คึหึหึหึ”มุคุโร่หัวเราะออกมา ริมฝีปากเรียวสีแดงเหยียดยิ้มยากแก่การคาดเดาอันชวนค้นหา

“ผมแค่อยากขอบคุณเรื่องที่อุตส่าห์ช่วยผมไว้”

 

“หึ…ฉันแค่ไม่ยากเก็บซากศพสับปะรดเน่าในอย่างแกหรอก” หนุ่มร่างสูงพูดดูถูกอีกฝ่ายพร้อมกับฉีกยิ้มเย้ยยัน

มุคุโร่หน้าร้อนผ่าวอย่างอับอาย ดวงตาสองสีที่ขบขันเริ่มฉายแววขุ่นเคืองไม่พอใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้มตามปกติอีกครั้ง “คึหึหึ งั้นหรือครับ”

 

ขาเพรียวก้าวเดินเข้าจนถึงโต๊ะไม้สักราคาแพง ร่างเพรียวยกสะโพกขึ้นไปนั่งไขว่ห้างบนโต๊ะ แขนเรียวทั้งสองเท้าลงพร้อมโน้มใบหน้าสวยเข้าใกล้หน้าคมคายดุดันของอีกฝ่าย “แล้วคุณไม่อยากลิ้มลองสับปะรดเน่าในนี้หน่อยหรือครับ” มือบางดึงหนังยางรัดผมออก ผมสีน้ำเงินเข้มที่ถูกรวบไว้ปล่อยสยายออกมา ริมฝีปากสีแดงคลี่ยิ้มยั่วยวน

 

ดวงตาสีทับทิมจับจ้องร่างตรงหน้าที่แสนเย้ายวนจนเขาเองก็อดห้ามใจไม่ไหว ปากหนาได้รูปยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ มือหนาวางปากกาลูกลื่นราคาแพงและหันมากระชากเส้นผมนุ่มดุจไหมให้เข้าหาตัวเอง

“จัดการซะสิ” มุคุโร่ถูกลากให้ลงมาอยู่ตรงใต้เข็มขัด หนุ่มผมน้ำเงินกระตุกยิ้ม มือบางขึ้นไปลูบไล้เป้ากางเกงจนส่วนนั้นของบอสแห่งวาเรียชูชันขึ้นมา นิ้วเรียวก็บรรจงค่อยปลดซิปอย่างใจ จนเผยให้เห็นส่วนตื่นตัวที่ชูชันออกมา

 

ลิ้นน้อยๆโลมเลียแท่งเนื้อแข็งขืนจากยอดลากไล้ถึงโคนซ้ำกลับไปกลับมาอย่างเชี่ยวชาญ แซนซัสเชิดหน้าขึ้นปรือมองบนฟ้ากับความรู้สึกซาบซ่านที่ปะทุอย่างรวดเร็ว “คึหึหึหึหึ คุณนี้ตอบสนองเร็วดีจังเลยนะครับ”

นิ้วเรียวแตะส่วนตื่นตัวอย่างแผ่วเบาราวกับจะหยอกล้ออีกฝ่าย และดูถ้าจะได้เจ้าของดวงตาสีแดงชักสีหน้าไม่พอใจออก ยิ่งทำให้มุคุโร่สนุกมากขึ้น “ท่าทางคุณคงจะ…มีเซ็กส์บ่อยพอสมควรเลยซินะครับ”

 

มือหนาออกแรงกดหัวของร่างบางอย่างรวดเร็ว ทำเอาเรือนผมน้ำเงินชักสีหน้าตกใจไปชั่วขณะ พอรู้สึกตัวอีกทีของแข็งชิ้นใหญ่ก็เข้าไปในโพรงปากตัวเองซะแล้ว “หุบปากแล้วก็จัดการให้เสร็จซะเจ้าสวะ”

 

ร่างสูงตะคอกใส่ แทนที่จะทำให้สายหมอกหวาดกลัวกลับกลายเป็นว่าสนุกสนานไปกว่าเก่า

มุคุโร่ครอบส่วนนั้นทั่งอันด้วยความสามารถเท่าที่เขาจะรองรับได้ ลิ้นเปียกชื้นโลมเลียเคล้าคลึงส่วนนั้นราวกับเป็นของหวานรสเสิศแสนเอร็ดอร่อย พร้อมๆกับรูดส่วนนั้นด้วยปากเข้าออกเป็นจังหวะ

 

“อา….แกนี้มันใช้ปากเก่งเป็นบ้าเลย เจ้าสวะ” หนุ่มผมดำกล่าวเชยชมพร้อมของเหลวสีขาวขุ่นปลดปล่อยออกมาเปรอะเปื้อนปากเรียวสีแดงสด มุคุโร่เชิดหน้าขึ้นกลืนมันลงไป พลางปรือมองชายผมสีรัตติกาลตามด้วยรอยยิ้มเหยียดเชื้อเชิญ “ของคุณนี้ใหญ่อย่างที่ผมคาดซะด้วย ผมชักอยากจะ….”

 

 

ร่างบางขึ้นไปนั่งบนตักอีกฝ่าย ให้สะโพกกลมมนเสียดสีกับส่วนนั้น ก่อนจะมอบจูบร้อนแรงดูดดื่มบนริมฝีปากหนาได้รูป

 

 

 

“!!!!!!!!!!!” มุคุโร่ชักสีหน้าตื่นตระหนกเมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบสนองความต้องการของตัวเองที่เห็นอย่างแจ่มแจ้ง

แถมยัง….ผลักเขาลงไปกองกับพื้นอีก “ จบเรื่องแล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มเข้มกล่าวขึ้น

ตาสีแดงสบตาสองสีอยู่เนิ่นนานไร้ซึ่งคำพูด จนในที่สุดคนที่เปิดการสนทนาก็กลายเป็นร่างเพรียว

“คึหึหึหึ นี้เป็นคำขอบคุณจากผม ถึงแม้คุณจะรับไม่หมดก็เถอะ” มือเรียวเช็ดคราบสีขาวที่ติดมุมปากออกจนหมด

ก่อนจะทั้งลุกขึ้นยืน “คุณนี้เป็นพวกรักเดียวใจเดียวผิดคาดเลยนะครับ ถ้าไม่ใช่สคอลโล่คุณคงไม่ทำซินะ”

 

 

 

“หึ” หนุ่มผมดำหัวเราะในลำคอ “เพราะเจ้านั้นมันมองฉัน ไม่เหมือนแก”

“ที่มองแต่กล้วยไม้ขาวคนเดียวเท่านั้น” ประโยคสุดท้าย ทำเอาหน้ากากหลอกลวงของร่างบางแตกหักลง สีหน้าเก็บซ่อนอารมณ์หายไปเหลือเพียงความตื่นตระหนกและความอับอายที่เกิดขึ้น “คุณ…รู้”

 

“ ถึงจะไม่รู้ว่าแกกับบอสมิลฟิโอเล่นั้นแอบไปนอนกกกันตอนไหน แต่ฉันก็ไม่งี่เง่าเหมือนพวกสวะชั้นต่ำหรอกนะ” มุคุโร่หน้าแดงก่ำเหมือนถูกครูจับผิดได้ แซนซัสมองใบหน้าครึ่งเสี้ยวของคนผู้มิอาจคาดเดาความคิดได้อย่างพึงพอใจ “จบธุระก็ไสหัวไปได้แล้ว” เรือนผมดำพูดจาไร้เยื่อใยกับอีกฝ่าย มุคุโร่ก็ได้แต่มองคนตรงหน้าอย่างโมโห แต่ก็มิอาจทำอะไรได้นอกจากเดินปึงปังออกไปแค่นั้น

 

 

ขาเพรียวก้าวยาวออกจากตึกสูงตระหง่าของวาเรียที่ไม่แพ้กองบัญชาการของวองโกเล่ ระหว่างนั้นเสียงทุ้มแต่ฟังดูดัดจริตดังขึ้นจากข้างหลังทำให้เขาต้องหันกลับมามอง “มุคุจัง!!!!!!!” มุคุโร่รู้สึกขนหัวลุกกับสรรพนามแทนตัวเขาในเวอร์ชั่นแปลกพอหันกลับมา ก็เจอกะเทยสาวลูลุซซียวิ่งกระแดะโบกมือหย่อยๆ “มีอะไรหรือครับ”

มุคุโร่เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มอีกครั้ง

 

“บอสฝากให้เค้าเอาของมาให้มุคุจังด้วยละ” มือหนาแต่ประดับด้วยเล็บสีแดงสดยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลให้ เรือนผมสีน้ำเงินชักสีหน้างุนงง แต่ก็เลือกที่จะรับมา “งั้นฝากขอบคุณแซนซัสด้วยนะครับ” ลูลุซเซียยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะเบาๆ “ไม่หรอกฮา พวกเค้าต่างหากต้องขอโทษมุคุจังแทนเจ้าบ้าสองตัวนั้น” มุคุโร่ยิ้มแห้งๆก่อนจะโค้งสุภาพให้เป็นการรำลาแล้วเดินจากไป

 

 

“อย่างคุณจะเอาอะไรมาฝากผมนะ แซนซัส” มุคุโร่แกะห่อสีน้ำตาลด้วยใจที่ลุ้นระทึก ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นเหมือนเด็กอยากได้ของขวัญ แต่แค่กำลังคิดว่าชายหน้าโหดนั้นแอบยัดระเบิดใส่ไว้รึเปล่า

แต่ดูเหมือนว่าที่เขาเดาจะผิดคาด แถมยังทำให้ใบหน้าสวยต้องมีอันตกตะลึง…

 

เข็มกลัดทำจากโลหะอย่างดีในสภาพบิดเบี้ยว เหมือนผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง เข็มกลัดที่ใครบางคนมักติดไว้ที่อกเสมอเพื่อแสดงถึงฉายาและอำนาจอันทรงพลังนั้น

 

“เข็มกลัด…ดอกกล้วยไม้…” มือเรียวสั่นระริกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ดวงตาสองสีจ้องมองเข็มกลัดอย่างไม่วางตา

มือบางกำเข็มกลัดนั้นแน่น ดวงตาสองสีมีแต่ความโกรธเกลียดและชิงชังปรากฏขึ้น เข็มกลัดถูกยกขึ้นสูงและเตรียมที่จะเขวี้ยงลงกับพื้นให้แตกสลายไป

 

 

.

.

-ทำไม่ได้- มุคุโร่ทรุดลงไปนั่งกับพื้น มือทั้งสองประคองเข็มกลัดรูปดอกกล้วยไม้มาแนบกับอกตัวเองทั้งน้ำตา

“คนใจร้าย….” ร่างบางกอดตัวเองท่ามกลางสายฝนที่ซัดตกลงมาอย่างหนักราวกับซ้ำเติมความอ่อนแอ

 

 

หายไปโดยไม่มีการบอกลา แล้วคำบอกรักที่คุณพูดกับผมวันนั้น

 

 

มันแค่คำลวงใช่ไหม?

 

แล้วยังจะแกล้งผม ซ้ำเติมผมด้วยวิธีนี้อีกหรอ…

 

 

“คุณมันคนขี้โกง..ที่สุด”

.

.

.

 

 

 

 

.

.

.

ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ และพายุกรรโชก เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น เมฆาอึกครึมสีดำ และแสงแดดที่ถูกบดบังอย่างเศร้าสร้อย

 

นภาสีเทาครึมกำลังร่ำไห้ ฝากข้อความผ่านฝน ผ่านเมฆา ผ่านวายุ ผ่านพิรุณ ผ่านอัสนี ผ่านอรุณยามเช้า

เพียงเพื่อจะบอกถึงสายหมอกที่ซ่อนเร้นอยู่ตลอดเวลา

 

 

“ผมขอโทษ..”

“ผมรักคุณ สายหมอกของผม”

 

 

ก็แค่นั้นจริงๆ…….

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s