[Fic Reborn](all69,10069) Lost you //Part8

[Fic Reborn] Lost you

Paring  :  All69

Rate    : Nc-21

Story   : blood_hana

เรื่องนี้เขียนนานแล้วตั้งแต่บลัดอยู่ ม.5 สมัยนั้นหื่นมาก ถถถถถถถถ

ภาคต่อของฟิค The Game (10069)

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 8

 

 

 

เสียงน้ำฝนและพายุที่โหมกระหน่ำดังเป็นบทเพลงเศร้าสร้อย เม็ดฝนสาดกระทบเข้าที่กระจกใสของหน้าต่างห้องทำงานผู้นำกลุ่มสังหารวาเรีย

 

แซนซัสชายหนุ่มเจ้าของตำแหน่งบอสแห่งวาเรียยืนมองท้องฟ้าสีหม่นก่อนจะเหยียดยิ้มเย้ยยันเมื่อนึกถึงใบหน้าอับอายและดื้อรั้นของสายหมอกแห่งวองโกเล่ สายหมอกที่มักหยิ่งทระนง ลึกลับ

 

 

แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับนภาสีเลือด ผู้ไม่มีวันหวนกลับ…

 

 

“หึ…” เรือนผมดำหัวเราะในลำคอ “สุดท้ายแกก็แค่สวะดีๆแค่นั้นเอง…”

 

 

 

 

ปัง!!!!!!!!!!

 

 

ประตูไม้สักถูกเปิดออกตามแรงอารมณ์ของผู้มาเยือน ร่างบางผมยาวสลวยสีเงิน ดวงตาสีฟ้าสวยมองหัสหน้าของตนด้วยสายตาไม่พอใจ “ไอ้คุณบอส แกบ้าไปแล้วรึไง!!!” สคอลโล่โวยวายตามแบบฉบับของตน

 

นัยน์ตาสีแดงเหลือบมองร่างเพรียวด้วยสายตาดุดัน “พูดเรื่องอะไรเจ้าสวะ”

สคอลโล่กัดฟันกรอดๆ ที่อีกฝ่ายเกิดนึกสะเออะทำอินโนเซนส์ขึ้นมา

“ก็เรื่องที่แกเอาเข็มกลัดของเบียคุรันที่หน่วยเราเก็บได้ไปให้ไอ้หัวสับปะรดนั้น แกก็รู้นี้ว่าเข็มกลัดนั้นเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ต้องส่งให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานของวองโกเล่”

 

“แล้วทำไม แกจะทำอะไรฉันไอ้สวะฉลามหัวเน่า” หนุ่มร่างสูงหันมาสบตาสีฟ้าตรงๆ

ทำเอาสคอลโล่ที่แหกปากอยู่หยุดเงียบลงทันที พร้อมเฉตาไปทางอื่นหลบสายตาดุดันนั้น

เรือนผมดำก้าวเดินเข้ามาใกล้เรือนผมสีเงิน จนห่างกันเพียงไม่กี่เซน

 

มือหนาออกแรงกระชากผมนุ่มสลวย ดึงเข้ามาใกล้ตน ก่อนจะโน้มเข้าประกบจูบร้อนแรง

“อื้อ!!!” ร่างบางออกแรงดิ้นต่อต้าน แต่ยิ่งทำเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มความอยากของหนุ่มผมดำเท่านั้น วงแขนแกร่งเกี่ยวรัดเอาเอวบางแน่น แล้วค่อยๆลูบไล้ไปยังสะโพกกลมมนของอีกฝ่าย “อา….ฮ้า” เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมากจากปากที่ถูกตักตวงความหอมหวานอย่างไม่รู้จบ ปากหนาถอนริมฝีปากออก ก่อนจะพินิจมองใบหน้าแดงเรื่อของอีกฝ่าย “แกไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าสวะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นฉัน..จะรับผิดชอบเอง”

 

เสียงกระซิบทุ้มนุ่มเข้าที่ข้างหูของเรือนผมสีเงิน ร่างบางซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้างที่แสนอบอุ่น

 

 

นภาสีดำที่พิรุณอย่างเขาหลงใหล…

 

 

“เฮ้ย!!!!!!!!” สคอลโล่ร้องตกใจสุดเสียง เมื่อร่างสูงผมดำฉวยโอกาสช้อนตัวเขามาอุ้ม ใบหน้าสวยหันไปมองใบหน้าคมคายขออีกฝ่าย ที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไหนๆก็แล้วออกกำลังกายซักยกสองยกจะเป็นไรไป”

 

 

.

.

.

 

 

ท้องฟ้าดำมืดสนิทตรงตามเวลายามค่ำคืน และฝนที่ยังคงตกติดต่อกันไม่ขาดสาย

มุคุโร่เดินโซซัดโซเซเหมือนคนไร้สติจนถึงตึกสายหมอกของมาเฟียวองโกเล่

 

สถานที่อยู่ของเขา….

 

 

ใบหน้าสวยเงยหน้ามองตึกสายหมอกอย่างอ่อนล้า ขาเพรียวขยับก้าวเตรียมที่จะเข้าไปข้างใน

-เหนื่อย….เหลือเกิน-

 

 

หมับ!!!!!!!!!

 

 

“!!!!!!!!!!!!!!!!!”

มือหนานิรนามพุ่งจากด้านหลังเข้าปิดปากและจมูกของหนุ่มผมสีน้ำเงิน

“อื้อ!!!!”ร่างบางสะดุ้งตกใจพร้อมออกแรงดิ้นขัดขืน แต่ก็มิอาจสู้แรงมหาศาลนั้นได้

จึงถูกชายในเงามืดชุดกระชากลากออกไป

 

 

ตูม!!!!!!

 

 

หนุ่มผมสีน้ำเงินยาวสลวยถูกเหวี่ยงลงไปกระแทกในอ่างอาบน้ำที่น้ำเย็นเชียบ ที่หนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

ใบหน้างามเงยหน้ามองคู่กรณี พอรู้ว่าเป็นใคร รอยยิ้มเหยียดลึกลับก็ปรากฏขึ้นในทันที

“แบบนี้มันไม่ป่าเถื่อนไปหน่อยหรือครับ ฮิบาริ”

 

นัยน์ตาสีดำหรี่มองคนที่เปียกปอนเป็นลูกหมาตกน้ำอย่างโมโห ยิ่งเห็นร่างกายของมุคุโร่เต็มไปด้วยรอยจูบใหม่และเก่า รวมถึงผ้าพันแผลที่ยังคงกลิ่นยาสดๆลอยอบอวนนั้นอีก ผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกน้ำจนแนบเนื้อ

มือแกร่งกระชากผมยาวนุ่มดุจไหมให้ใบหน้างามของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ตนเอง “อึก!!”

 

“โสโครก” เสียงทุ้มเย็นเชียบกล่าวขึ้น ก่อนจะออกแรงกดหัวของร่างบางลงไปในน้ำเย็นในอ่าง

มุคุโร่ออกแรงดิ้นขัดขืน เรียวแขนอรชรออกแรงปัดป้องอีกฝ่าย แต่ยิ่งต่อต้านมันกลับเพิ่มความเดือดดาลให้ร่างสูงผมดำเท่านั้น

 

แคว๊กกกกกก

 

 

เสื้อเชิ้ตสีขาวบางที่ได้รับมาใหม่ถูกฮิบาริฉีกจนขาดหวิ่น ตามด้วยร่างสูงเข้ามาขึ้นคร่อมชายผมสีน้ำเงิน

มือหนากระชากหัวมุคุโร่ขึ้นจากน้ำ ตามด้วยริมฝีปากหนาได้รูปอย่างรุนแรง

“อื้อ!!!!!” มุคุโร่ร้องอย่างดื้อดึง นัยน์ตาสองสีที่อ่อนล้าแดงก่ำอันเนื่องจากน้ำเย็นเข้าตาจนปวดแสบไปหมด

และยังหายใจไม่คล่องปอด ก็ถูกจูบปิดบังอากาศหายใจอีกครั้ง

 

-หายใจ..ไม่ออก-

 

 

ร่างสูงถอนปากออกจากปากสีแดงสดได้รูป ก่อนจะจัดร่างบางในอ่างอาบให้คว่ำหน้าลง

สติของมุคุโร่แม้ไม่เต็มร้อย แต่ด้วยสัญชาติญาณเอาตัวรอด มือบางจึงรีบเกะขอบอ่างไว้แน่นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวไม่ให้ตัวเองต้องจมลงไปในน้ำอีกครั้ง

 

“!!!!!!!!!!”

กางเกงยีนส์เข้ารูปถูกถอดออก เผยขาเรียวยาวขาวเนียนชวนลูบไล้ และสะโพกกลมงอนโค้งเว้าได้รูป

“คุณ!!!!” ยังมิทันได้เอ่ยค้าน ส่วนแข็งขืนที่ร้อนระอุก็เข้าแทรกมายังช่องทางคับแคบที่ระบบไม่หายอย่างถี่รั่ว รุนแรง   ซ้ำเติมความเจ็บปวดระบบที่ช่วงล่างให้มากขึ้นกว่าเก่า

 

“อ๊า!!!!อึก!!” เสียงครางสุขสม ปนเปกับความเจ็บปวดดังขึ้นในห้องน้ำสีขาวบริสุทธิ์ของผู้พิทักษ์แห่งเมฆา

มือแกร่งหยาบกระด้างลูบไล้ผิวกายขาวซีดที่แต้มจุดสีแดงอมชมพูไปทั่ว ก่อนจะเข้ามาบีบสะโพกกลมมนแน่นจนมุคุโร่ต้องร้องเสียงหลง

 

ฮิบาริยิ้มเย็น ตามด้วยกระซิบคำพูดแทงใจอีกฝ่าย “ร้องทำไม แกชอบแบบซาดิมส์ไม่ใช่หรอ เจ้าสัตว์กินพืช”

ดวงตาสองสีที่ปิดแน่นอดกลั้นกับความเจ็บปวด ปรือตาที่หนักอึ้งเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยแววตาหยิ่งทระนง

-เข้าเกลียดการพ่ายแพ้ และก็ยังคงเป็นอยู่-

 

 

“มีปัญญาทำได้แค่นี้หรอครับ….ฮิบาริ” เสียงหวานลากยาวที่ชื่อของเรือนผมดำ ด้วยน้ำเสียงดูถูดเหยียดหยาม

 

 

แม้ใจจริงทรมานเจ็บปวด จนแทบแตกสลายแล้ว

 

 

 

“อ๊ะ!!!!!!!!” เรือนผมน้ำเงินสะดุ้งโหยง ทันทีที่ร่างกายของตนถูกพลิกกลับให้หงายขึ้น ขาเรียวถูกร่างสูงจับแยกออกกว้างจนเกือบเส้นยึด ตามด้วยการเบียดเสียดที่เข้ามาแนบชิดร่างกายตัวเองแน่นจนอึกอัด

“อ้าอ้าอ้า!!!!!!!” มุคุโร่ส่งเสียงร้องครางสุขสมดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนเสียงกรีดร้องเจ็บระบบจนหนักอึ้ง

 

 

แต่ก็ไม่อยากถูกเยาะเย้ย …ไม่อยากแพ้…

 

 

ฮิบาริโน้มเข้ากัดที่ลำคอขาวแน่น จนฟันเข้าไปในเนื้อหอมหวาน ของเหลวสีแดงรสชาติหวานปนเค็มกลมกล่อมไหลออกมาตารอยแผลเป็นรูปฟันยาว “อึก!!!อ้า!!!” ตาสองสีปิดแน่นข่มความรู้สึกเจ็บ ตามด้วยการเสแสร้งทำเป็นเรื่องธรรมดา “อ้า!!!!!!!!!!!”

 

 

แค่คนๆนั้นคนเดียว….ก็เพียงพอแล้ว…

 

 

 

.

.

.

 

 

ฮิบาริสวมเสื้อสูทสีดำเรียบร้อยทุกระเบียดนิ้วเช่นเดิม ออกจากห้องน้ำในตัวห้องนอนของเขา

มือแกร่งกำหมัดแน่นจนเลือดสีแดงฉานไหลย้อยออกมาหยดลงตรงเสื่อสีเขียวเข้ม นัยน์ตาสีดำวาวโรจน์มองท้องฟ้าสีดำอย่างคับแค้นใจ เมื่อนึกถึงใบหน้าของสายหมอกที่เขาต้องการจะจับต้องเหนี่ยวรั้งไว้

 

แต่สุดท้ายก็มิอาจหยุดหมอกมายาไว้ได้เช่นเดิม…

“ชิ!!”

 

 

สายตาของแกจวบจนสุดท้ายก็ไม่ได้มองมาที่ฉัน…

 

 

“ไอ้สัตว์กินพืชโสมน!!!”

 

 

.

.

.

 

ภายในห้องน้ำสีขาวเงียบสงัดยามค่ำคืน มีเพียงแสงไฟนีออนที่เปิดให้ความสว่างนวล ฉายไปยังร่างบางที่นอนเหมือนตายทั้งเป็นในอ่างอาบน้ำ บัดนี้กลับเป็นสีแดงสดแลจากแผลที่กลางหลังฉีกเปิดออก ช่องทางสีหวานปริแตกจนเลือดสีแดงหลั่งไหลออกมา ผสมกับของเหลวสีขาวขุ่นของผู้ที่จากไปเมื่อครู่

 

ร่างกายที่ฟกช้ำเขียวตามตัว ข้อมือ ใบหน้าจนระบบไปหมดทั้งทั้งร่างกาย พยายามฝืนสังขารลุกแต่ก็ทรุดกลับไปนอนลอยในอ่างน้ำ ดวงตาสองสีหนักอึ้งปรือตามองเพดานอย่างอ่อนล้า พลางคิดถึงเรื่องคำพูดของเรือนผมดำ

 

 

 

แก…เป็นของฉันคนเดียว จำใส่หัวไว้ซะ!!!”

 

 

“คึ…หึหึ…” มุคุโร่หัวเราะออกมาอย่างขมขื่น มือบางพยายาม เอื้อมไปหยิบเข็มกลัดดอกกล้วยไม้ในกระเป๋ากางเกง

ของตนขึ้นมาดู “ขอโทษนะครับ…ฮิบาริ” เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างอ่อนแรง ดวงตาสองสีใกล้ปิดสนิททุกที แต่ก็ยังอยากจะมองสิ่งแทนคนๆนั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

-ชีวิตผม…เป็นของคุณ…ไม่ได้หรอกครับ..-

 

เปลือกตาบางปิดสนิทลง ตามด้วยน้ำตาที่ไหลออกมา มือบางจมลงสู่ใต้น้ำสีแดงเลือดทั้งๆที่ยังคงกำเข็มกลัดดอกกล้วยไม้บิ่นๆนั้นไว้ไม่ยอมปล่อย

 

 

-เพราะชีวิตผม…เป็นของคนๆนั้นไปแล้ว…ตลอดกาล-

 

 

.

.

.

 

ณ เวลาเดียวกัน ในเมืองนามิโมริห่างไกลออกไปจากตึกบัญชาการใหญ่ของวองโกเล่   แสงไปจากเปลวเทียนยังคงพลิ้วตามแรงลมจวนเจียนจะดับมืด ในสถานที่ๆใหญ่โตโอ่อ่า ตามผนังเขียนรูปเกี่ยวกับศาสนาและไม้กางเขนที่ตั้งสูงตระหง่าด้านในสุด   ชายแก่วัยชราในชุดบาทหลวงสีดำเดินเข้ามาหาบุรุษสวมผ้าคลุมสีดำผู้หนึ่งที่ยังคงนั่งคุกเข่านิ่งไม่ไปไหนหน้ารูปพระเยซูที่ถูกตอกบนไม้กางเขน

 

 

“ลูกมีเรื่องทุกข์ใจหรือ” เสียงแหบพร่าของหลวงพ่อทักทาย ชายหนุ่มตรงหน้าสะดุ้งไหวนิดนึง ใบหน้าคมคายหันมามองผู้มาเยือน ก่อนจะส่งยิ้มให้ไม่ตอบอะไร   หลวงพ่อชราเดินมาอยู่ข้างบุรุษที่นั่งอยู่ ก่อนจะยกมือขึ้นเคารพพระเยซูตามแบบศาสนาคริสต์ “นี้ก็ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ แผลที่หัวยังระบบอยู่ไม่ใช่หรอ”

น้ำเสียงอบอุ่นกล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง ร่างสูงยกมือขึ้นจับผ้าพันแผลรอบหัวของตนที่ยังคงกลิ่นเลือดจางๆไว้ก่อนจะลุกขึ้นยืนสวนทางกับหลวงพ่อ แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องชะงักเมื่อเจอใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าประตูโบสถ์

 

“จำอะไรได้รึยังครับ” หนุ่มเรือนผมส้ม นัยน์ตาสีเขียวใต้กรอบแว่นสบตาใต้ผ้าคลุม ชายหนุ่มนิรนามไม่เอ่ยตอบได้แต่เพียงส่งยิ้ม รอยยิ้มแทนคำตอบที่บุรุษตรงหน้ารับรู้ได้ “เชิญครับ” ชายสวมแว่นโค้งอย่างนอบน้อม ให้อีกฝ่ายเดินออกไป ตามด้วยประตูโบสถ์ที่ค่อยๆปิดตัวลง

 

 

 

 

ทั้งคู่เดินมาจนถึงแหล่งรวมสุสานคนในสวนหลังโบสถ์   ทั้งคู่ยังคงยืนเงียบกันอยู่นาน ท้ายที่สุดคนที่เปิดปากก็เป็นร่างสูงผมสีส้ม “จะทำยังไงต่อไปดีครับ” ชายชุดดำตรงหน้าไม่ตอบอะไร ยิ่งสร้างบรรยากาศหนัก

ชวนอึดอัดให้มากขึ้นเท่านั้น “ท่านเบียคุรัน”

 

สายลมพัดมาอย่างโหมกระหน่ำ จนผ้าคลุมสีดำพลิ้วไสว ส่วนหัวที่เป็นหมวกหลุดออกมาเผยเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์กับผ้าพันแผลสีขาวที่ยังคงมีเลือดสีแดงขยายเป็นวงกว้าง แสดงให้เห็นว่าแผลยังคงปิดไม่สนิทเต็มที่

“ฉันจะอยู่ที่นี้” เสียงทุ้มเย็นเชียบตอบขึ้น

 

“อะ…อะไรนะครับ..ตะ..แต่ว่า..” ยังไม่ทันได้แย้งต่อก็ต้องหยุดลง เมื่อเจอดวงตาสีน้ำแข็งที่เหลือบมามองนิ่งอย่างน่ากลัว

 

 

ยามสิ้นอำนาจ ท่าทีไม่หยี่ระ…สบายอารมณ์มลายหายไป เหมือนหน้ากากที่ถูกทำลาย

 

หรือจะพูดให้ถูก …นี้อาจเป็นตัวตนที่แท้จริงของเสือขาว

 

 

ร่างสูงถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาผิดกับอาการยามถูกขัดใจเมื่อครู่ “ไม่ต้องห่วงหรอกนา..โชจัง…ฉันไม่เป็นอะไรหรอก”

 

 

หนุ่มสวมแว่นพยักหน้าตอบกลับอีกฝ่าย “งั้นรักษาตัวด้วยนะครับ” ชายผมส้มเดินจากไปจนลับตาเหลือเพียงเรือนผมขาวที่ยังยืนมองฝากฟ้ามืดสนิทไร้แสงดาวอันเนื่องจากหมอกลงหลังฝนตก

“ผิดไหม ถ้าฉันจะเหนี่ยวรั้งเธออีกครั้ง” เรือนผมขาวพูดกับสายหมอกเบื้องบน ท่ามกลางเวลาแห่งนิทราอันน่าเศร้าของคนเพียงแค่สองคนเท่านั้น

 

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s