[Fic KnB][Akakuro]ดวงใจเจ้านาง(side storyนางไททัน)//บทก่อนกาล5

 

[Fic Kuroko no Basket ft. attack on titan] ดวงใจเจ้านาง

Paring  : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

เว็บดูภาษาเหนือค่ะ ไว้เปิดเทียบเอาน่อ : http://www.rakjung.com/thai-no78.html

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

บทก่อนกาล 5

 

 

เปรี๊ยง!!!!!!!

 

สั่นสะเทือนกึกก้องทั่วผืนฟ้าดังลงมาสู่ผืนดิน แสงสว่างวาบฉายลงลึกไปในแม่น้ำสายใหญ่เชี่ยวกราด คลื่นใต้น้ำปั่นป่วนรุนแรงจนร่างเล็กบอบบางจุกแน่นระบมไปทั้งตัว มิอาจขยับไหวกายได้ มิอาจขัดขืนกระแสน้ำใต้พายุฝน เรี่ยวแรงที่มีถดถอยลงไปทุกขณะ ดวงเนตรสีฟ้าแสบตาจนพร่ามัวมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกจากความมืดมิด

 

 

ไม่ไหว..หายใจไม่ออก…

 

 

เรียวแขนบอบบางพยายามยืดยื้อสุดแรง หวังเพียงไขว่คว้าหาหนทางว่ายกลับขึ้นไป ทว่า..มหัตภัยธรรมชาติยากเกินหญิงสาวจักเอาชนะได้ ละอองฟองน้ำลอยล่องจากปากอิ่ม..ลอยขึ้นสูงขึ้นไปในขณะที่เจ้าตัวจ่อมจมลงสู่เบื้องล่าง

 

..มืดลง..มืดลง…และมืดลง..

..ใครก็ได้…ช่วยข้าด้วย…

 

หมับ!!!!!

 

ฝ่ามือใครบางคนคว้าจับข้อมือแล้วกระชากดึงขึ้น ฝ่ากระแสน้ำรุนแรงจากพายุฝนแหวกว่ายต่อสู้ดิ้นรนไม่ย่อท้อสู่ผิวแม่น้ำเจ้าพระยา วงแขนแกร่งโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วเอาไว้แนบแน่น ดวงเนตรสีแดงคู่คมมองร่างบอบบางเปียกปอนในอ้อมแขนที่หมดสติไปเสียแล้ว อาคาชิสบถคำรามต่ำเมื่อฝนฟ้าซ้ำเติมอย่างโหดร้าย ด้วยการส่งเสียงคำรามหลังฟ้าผ่าดังสนั่นกึกก้องสะเทือนไปทั่วทุกหนแห่ง ฝนตกหนักเข้าไปกว่าเก่าก่อตัวให้คลื่นน้ำซัดกระแทกจนร่างสูงขืนแรงสู้ไม่ไหว ลอยไปตามกระแสพร้อมกับหญิงสาวชาวล้านนา

“อึก!!!” เขากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสัน ตาคู่คมสอดส่ายหาจุดยึดเหนียวและแล้วโชคยังเข้าข้างที่เถาวัลย์บนต้นไม้สักหักโค่นลงมา จึงรีบคว้าจับยืดเอาไว้ให้มั่น มืออีกข้างกระชับสาวผมสีฟ้าจืดจางไว้ให้มั่นแล้วแหวกว่ายขึ้นฝั่งไปได้สำเร็จ พระยาหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้นลากหญิงสาวหน้าจืดชืดคลานขึ้นฝั่ง เขาสำรอกไอโขลก อ้าปากหายใจหอบหนักสูดอากาศเข้าไปจนทั่วท้องก่อนจะฝืนกายเข้าไปหาสตรีจากแดนไกลในชุดผ้าไหม้สีดำเปียกแนบเนื้อ ผ้าโพกหัวหลุดลอยไปตามน้ำเผยเส้นผมสีฟ้ายาวสยายเปียกลู่ปรกใบหน้าขาวซีด ปลายนิ้วอังใต้จมูกโด่งรั้นเล็กน้อย

“ลมหายใจรัวรินนัก..”

มือใหญ่ตบแก้มขาวซีดเย็นเชียบเบาๆ อีกฝ่ายยังไม่มีท่าทีได้สติ เมื่อเขาเอามือไปอังใต้จมูกอีกรอบก็พบว่าลมหายใจแผ่วเบาเจียนขาดห้วงทุกขณะ คนหนุ่มผมแดงเม้มริมฝีปากเป็นแนวเส้นอย่างลำบากใจกับสิ่งที่เขาจะกระทำนับจากนี้

“อภัยให้ข้าด้วย” ปลายนิ้วยาวเลื่อนลงไปยังริมฝีปากเล็กอิ่มแล้วล้วงเข้าไปข้างในควานเอาเศษหินและเม็ดทรายในแม่น้ำออกและโน้มใบหน้าลงไป

 

 

พรูดดดดดดด!!!!

 

 

“แค่กๆ” ริมฝีปากอิ่มเกือบโดนอีกฝ่ายครอบครองด้วยการผายปอด กลับสำลักน้ำลายปนเปกับน้ำเข้าปากกับจมูก ไอโขลกแรงพุ่งเข้าใส่หน้าคมคายเต็มๆ เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยค่อยๆปรือลืมขึ้นช้าๆ ม่านตาสีฟ้าใสค่อยๆปรับสายตาเล็กน้อยจนมองเห็นดวงหน้านิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ของชายหนุ่มยศพระยาในระยะประชิด..

“เจ้าฟื้นก็ดี” พระยาอาคาชิเก็บอาการโมโหเอาไว้ในใจ ท่องไว้ว่าสิ่งที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุที่มิควรถือสา ร่างสูงขยับตัวถอยห่างออกพลางยกแขนเสื้อเช็ดหน้า เจ้าของเรือนผมสีฟ้ายาวคลอสะโพกหยัดกายช้าๆขึ้นนั่ง เนตรกลมโตสีอ่อนทอดมองสายแม่น้ำที่เคยเงียบสงบ บัดนี้บ้าคลั่งปั่นป่วนน่าพรึงพรัน ฝนยังคงตกหนักไม่มีท่าทีหยุดหย่อน กระทบร่างของคนทั้งคู่ที่เปียกโชนให้หนาวสั่นมากไปกว่าเก่า ลำพังบุรุษพอทนได้แต่อิสตรีหาได้เป็นเช่นนั้น อาคาชิลอบมองคนตัวเล็กนั่งชันเข่ากอดตัวเองแน่น ถึงจักทำหน้าตายไร้อารมณ์เพียงใด ทว่า..กายาที่สั่นเท้านั่นแสดงให้เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวกำลังหนาวและหวาดกลัวเป็นแน่

 

 

ฟุ่บ!!!!

 

เสื้อแขนยาวโยนวางลงบนศีรษะ เจ้านางน้อยจากแดนไกลจับชายเสื้อแขนยาวสีแดงเลือดหมูผ่านการบิดให้แห้งหมาดก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังบุรุษสมญานามไร้พ่ายยืนกำชับดาบคู่ใจเอาไว้ข้างเอวที่สวมเพียงโจมกระเบนสีเข้ม สละเสื้อให้หญิงสาวคลุมหัวจนตัวเอง ยอมเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นกล้ามมัดที่ได้รับการฝึกฝนทางการทหาร ไหนจะรอยแผลเป็นประปรายที่บนผิวกายบ่งบอกว่าชายผู้นี้ผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชน แม้นหยาดเม็ดฝนกระทบผิวกายคนหนุ่มก็หาได้ทำให้เขาหนาวสั่นสะท้านใดๆ

“ดูจากฝนฟ้าแล้วไซร้ คงอีกหลายเพลากว่าจะหยุดตก ไหนจะกระแสน้ำเชี่ยวกราด มิรู้ว่าคนอื่นจักเป็นตายร้ายดีเยี่ยงไร…”

“เจ้าทำใจไว้บ้างก็ดี” พระยาอาคาชิตัดบทรำพึงของอีกฝ่าย ไม่แยแสว่าวาจานั้นจะทิ่มแทงใจหญิงสาวให้หวั่นวิตกมากไปกว่าเก่า ดวงเนตรกลมโตสั่นไหวเล็กน้อยก็หาได้ทำให้พระยาหนุ่มจำต้องรู้สึกผิดที่ไม่คิดปลอบโยน แล้วเลือกพูดความจริงโหดร้ายออกไปแทน “ลุกแล้วตามข้ามา เราจำต้องหาที่หลบฝนเสียก่อน”

 

เจ้านางคุโรโกะในคราบบ่าวไพร่ล้านนาหลับตาแน่น..กล้ำกลืนความโศกเศร้าเอาไว้ใต้สีหน้าเรียบนิ่ง จำยอมทำตามข้อเสนอที่ฟังดูคล้ายเป็นคำสั่งมากกว่า เดินตามหลังอีกฝ่ายโดยไม่วายกำชับเสื้ออีกฝ่ายคลุมหัวตัวเองป้องกันเม็ดฝนที่ร่างหล่นจากผืนฟ้ามืดครึ้มปั่นป่วนด้วยพายุน่าสะพรึง

.

.

.

 

ในขณะเวลาเดียวกันทางด้านพระยาเรโอะนำพาขบวนทหารเรือยศจหมื่นทั้ง 4 นาย นางกำนัลอีก 5 คนและเจ้านางจอมปลอมกับบ่าวไพร่อีก 2 นับว่าโชคยังดีที่ได้พบขบวนทหารยศขุนเดินตรวจตราผ่านมา พวกเขาจึงได้ติดสอยห้อยตามขึ้นเกวียนกลับไปยังวังหลวงได้โดยปลอดภัย อิซึกิ คางามิ และโคงาเนะ หน้าซีดเซียว ใจว้าวุ่นเป็นห่วงเจ้านางตัวจริงที่พลัดหลงหายไปในกระแสน้ำหลังเรือพลิกคว่ำ ไม่รู้ว่าตอนนี้จักเป็นตายร้ายดียังไง

 

 

เป็นความผิดพลาดที่มิควรได้รับการให้อภัย เป็นบ่าวไพร่กลับดูแลนายไม่ได้

สมควรตายยิ่งนัก!!!

 

 

“เจ้านางคุโรโกะรีบกลับเข้าวังเถิด ยืนตากฝนเช่นนี้เดี๋ยวจับไข้ขึ้นมาจะลำบากนะจ้ะ” พระยาเรโอะเรียกสตรีชาวล้านนาเรือนผมสีดำสั้นเท่าติ่งหู นัยเนตรสีนิลเรียวเล็กทอดมองแม่น้ำเจ้าพระยาใต้ผืนฟ้าสีดำสนิท..จวบจนตอนนี้ฝนยังไม่คิดหยุดตกและไม่คิดผ่อนปรนความรุนแรงแม้แต่น้อย..อากาศก็หนาวเย็นจับจิต เพียงหยาดน้ำฝนหยดเดียวกระทบแขนก็หนาวสะท้านไปถึงกระดูก

 

 

 

…เจ้านางน้อยจักเป็นเช่นไร ต่อให้ปลอดภัยก็ต้องทนหนาวเหน็บเพียงลำพัง..

 

 

แค่คิด..น้ำตาก็ไหลรินออกมา เธอสะอึกสะอื้นเสียใจกับความผิดที่ตนมิอาจปกป้องอีกฝ่ายได้ “ข้า..ข้าจักทำเช่นไรดี”

 

 

หากเจ้านางน้อยมีอันเป็นไป จะมีหน้าไปพบท่านเจ้าหลวงได้เยี่ยงไร

 

 

“เจ้านางคุโรโกะ” มือแกร่งแตะลงบนไหล่เล็กสั่นเท้าเบาๆ อิซึกิเหลียวหน้ามาสบตาใต้ขนตาแพยาวเกินกว่าบุรุษทั่วไปพึ่งมี โดยเฉพาะใบหน้าค่อนหวานรูปงามล้อมด้วยเส้นผมสีดำยาวคลอเคลียลำคอหนา “กลับเข้าเรือนเถิดจ้ะ เรื่องของแม่อิซึกิปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง โปรดวางใจได้ และที่สำคัญไปกว่านั้น เซย์ก็หายไปด้วย ข้าคิดว่าแม่อิซึกิต้องปลอดภัยเป็นแน่”

“ท่านพระยาเรโอะจักบอกว่าพระยาอาคาชิ..อยู่กับอิซึกิเช่นนั้นหรือเจ้า?” คิ้วเรียวเลิกสูงฉงนสนเท่ห์

“ข้ามิแน่ใจนัก เป็นเพียงลางสังหรณ์ส่วนตัวจ้ะ” พระยาเรโอะเกาแก้มไปมา ดวงเนตรคมสวยช้อนมองผืนฟ้าวิปลาส มองหยาดน้ำฝนกระหนำตกกระทบใบหน้าหยดแล้วหยดเล่า “ข้าเชื่อในตัวเซย์ คนอย่างเซย์หากคิดทำการใดย่อมสำเร็จทุกครั้งและคว้าชัยกลับมาต่อให้อยู่ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เพราะว่าชายผู้นั้นคือ ‘บุรุษไร้พ่าย’ นี่จ้ะ“

 

 

แววตาของพระยาหนุ่มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น..ลางสังหรณ์จักเป็นเช่นนั้นจริงหรือ…

หากใช่อย่างที่พระยาเรโอะกล่าว ฝนฟ้าครานี้อาจเป็นการดลบันดาลจากฟ้า

 

 

 

อิซึกิเงยหน้ามองท้องฟ้าเช่นกัน ฟ้าแล่บฟ้าร้องยังคงแสดงอิทธิฤทธิ์น่าหวาดผวา กระหน่ำสายฝนลงมาทั่วทุกหนแห่ง ณ กรุงรัตนโกสินทร์ มือทั้งสองยกขึ้นมากุมแนบอกก่อนจะพนมมือแล้วหลับตาลง กระซิบภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่สถิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ทั้งเสียงแผ่วเบา

 

“ท่านเทพเทวาคุ้มครองเจ้านางน้อยกับท่านพระยาอาคาชิหื้อปลอดภัยเถิดเจ้า”

 

.

.

.

 

 

ขาเพรียวย่ำผ่านพงหญ้ารกชัดสูงถึงเอว ย่ำเหยียบดินโคลนเฉอะแฉะฝ่าลมฝนเดินตามหลังบุรุษร่างสูงโปร่งกำยำเบื้องหน้า คุโรโกะมองไปรอบกายที่หาได้เจอสิ่งใดนอกจากต้นไม้ในสูงใหญ่ไหวระลอกจากลมพายุแรง ม่านฝนพร่างพรายไปทั่วทุกหนทางจนมองอะไรไม่เห็น ไหนจักเสียงคำรามฟ้าร้องดังสนั่นเป็นระยะยิ่งทำให้ป่าแห่งนี้น่ากลัวมากขึ้น

 

 

โครม!!!!

 

 

อาการเหนื่อยล้าส่งผลให้เจ้าตัวเรี่ยวแรงอ่อนเปลี้ย ฝืนทนเดินต่อไม่ไหวลื่นล้มก้นจ้ำเบ้ากระแทกพื้นเต็มเปา ดินโคลนกระเด็นเลอะเปรอะเปื้อนชุดผ้าไหม้สีดำเปียกโชนดูสกปรกเนื้อตัวมอมแมมเข้าไปกว่าเก่า พระยาอาคาชิหันขวับมามองหญิงสาวผมฟ้านั่งจมกองโคลนกลางพงหญ้ากลางป่าด้วยสายตาเอือมระอา เขาพ่นลมหายใจแรงเดินย่ำโคลนกลับมาแล้วยื่นมือให้

“………” ดวงเนตรกลมโตสีฟ้าจ้องนิ่งนาน…นานจนอาคาชิขมวดคิ้วหงุดหงิด เกือบจะลดมือกลับมากอดอกแล้ว แต่แล้วฝ่ามือเล็กขาวซีดเปื้อนโคลนส่งมือวางตอบ

“ข้าพึ่งรู้ว่ามือของพวกบ่าวไพร่ นุ่มนิ่มเหมือนปุยฝ้ายเช่นนี้ด้วย” พระยาอาคาชิยังไม่วายหยุดจับผิดอีก คุโรโกะมุ่นคิ้วไม่พอใจครั้นจะชักมือกลับ มีฝ่ายดันจับมือไว้เสียแน่นไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ เธอออกแรงยื้อดึงแต่ก็มิอาจสู้แรงชาย ยิ่งเป็นทหารพละกำลังย่อมมากกว่าบุรุษทั่วไป เนตรสีแดงมองอากัปกริยาดื้อดึงเช่นนั้นก็นึกขันอยู่ในใจ ลำพองกับชัยชนะแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตามที ก่อนออกแรงฉุดดึงสาวผมฟ้ายาวถึงสะโพกขึ้นจากกองโคลนได้สำเร็จ

“วันนี้ข้าจักไม่เค้นถามเจ้าว่าเหตุใดมือไม้ถึงหาได้หยาบกร้านเหมือนบ่าวไพร่ผู้อื่น” มือใหญ่หยาบจากการจับดาบปล่อยมือหญิงสาวก้าวเดินนำทางต่อ นับว่าโชคดีที่อย่างน้อยชายผมแดงก็ยังเลือกมองสถานการณ์ว่าเพลานี้หาใช่ควรมาทะเลาะกันเสียเมื่อไหร่ พวกเขาต้องร่วมมือกันหาที่พักแรมจนกว่าจะฝนซาลง

 

 

เหมือนบ่าวไพร่ผู้อื่น?

 

 

คิ้วเรียวขมวดมุ่นโดยพลัน ตากลมโตสีอ่อนหรี่มองแผ่นหลังกว้างแกร่งเปลือยเปล่าเบื้องหน้า..ก่อนหลุบมองมือแกร่งทั้งสองมือของอีกฝ่าย ทั้งหยาบกระด้าง ทั้งใหญ่สมเป็นมือของบุรุษเพศ..จากคำพูดเมื่อครู่ มีความนัยว่าพระยาอาคาชิมิแคล้วเคยสัมผัสมือของสตรีมามากมาย

“ท่านพระยาดูเชี่ยวชาญสัมผัสบนมือของสตรีนะเจ้า” อดไม่ได้ที่จักถามไถ่ด้วยความใคร่รู้สงสัย

“พูดเช่นก็ย่อมได้ มีสตรีเลอค่างดงามทั้งรูปโฉม ทั้งกริยามารยาท ทั้งยศฐารวมไปถึงบ่าวไพร่ที่หน้าตาสะสวย เข้ามาให้ข้าได้เลือกสรรเป็นคู่ชีวิต” เสียงทุ้มเคร่งขรึมสูงขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกให้เห็นว่าเจ้าตัวมั่นใจในรูปร่างหน้าตาความสามารถของตนเป็นนักหนา ฟังแล้วช่างน่าหมั่นไส้นักจนเจ้านางน้อยมิอาจเก็บสีหน้าเอือมระอาเอาไว้ได้ ดีที่เจ้าตัวมัวแต่มองเส้นทางเบื้องหน้าจึงหาได้สังเกตเห็น

“ข้าเป็นถึงยอดบุรุษที่ใครต่อใครพากันสรรเสริญ มีโอกาสเลือกหญิงงามที่ดีพร้อมที่สุดในแดนสยามมาเป็นภรรยาเสียด้วยซ้ำ กลับต้องโดนจับคลุมถุงชนกันเจ้านางคุโรโกะแห่งนครเชียงตุง..ต่อให้เป็นพระธิดาก็เป็นเพียงหญิงสาวบ้านนอกคอกนา”

“ท่านพระยาหาได้พอใจเจ้านางน้อยเช่นนั้นรึเจ้า” หญิงสาวข่มอารมณ์ขุ่นเคืองเอาไว้ ข่มเสียงตนให้เรียบนิ่งที่สุด

“แล้วคิดว่าข้าพอใจหรืออย่างไร เจ้านางคุโรโกะ” พลัน!!ร่างสูงหันกลับมองเธอ เนตรสีแดงคมกริบวาวโรจน์เห็นได้ชัดสะท้อนในดวงเนตรสีฟ้าใสดั่งลูกแก้วไร้อารมณ์ ต่างฝ่ายต่างสบตากันเนิ่นนานจนลืมเลือนไปแล้วสิ้นว่ายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน

 

“……..”

“……..”

 

ความเงียบโรยตัวระหว่างคนทั้งสอง อากาศโรยตัวหนาวเย็น หยาดเม็ดฝนร่วงหล่นกระทบผิวกายทั้งสองมากมายนับไม่ถ้วน ราวกับพยายามดับเปลวเพลิงในใจของคนทั้งสองที่ลุกโชนเงียบๆ

 

 

นี่หรือคู่ชีวิตที่ต้องร่วมเรียงเคียงหมอน ข้าขอกัดลิ้นตายเสียตรงนี้ยังดีกว่า!!!

 

 

“นั่น…” ฟ้าแลบหลังเมฆาขมุกขมัวสีดำสว่างวาบเพียงช่วงสั้นๆ ฉายฉาบให้เห็นกระท่อมกลางป่าไม่ห่างไกลนัก อาคาชิลืมบทสนทนาก่อนหน้านั้นไปเสียสิ้น ชี้นิ้วไปยังกระท่อมหลังนั้น “ไปหลบที่กระท่อมนั่นก่อน ตามข้ามา”

ดวงหน้าหวานจืดชืดซีดขาวมองไล่ตามหลังเจ้าของเรือนผมสีแดงสั้นเดินนำทางไป มือเล็กกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อก่อนจะสบถคำหยาบออกมาเป็นภาษาล้านนาทั้งเสียงแผ่วเบาเกินกว่าอีกคนจักได้ยิน “หัวแดงปะหลิ้งหลงตัวเก่า”

 

.

.

 

ก๊อกๆ

 

เคาะประตู 3 ที ยังไม่มีใครมาเปิดต้อนรับ พระยาอาคาชิจึงวิสาสะผลักเปิดประตูไม้เก่าๆ เข้าไป ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆเท่ารูหนูเทียบแล้วยังเล็กกว่าเรือนทาสเสียด้วยซ้ำ หยากไย่จับเกาะระโยงรยางค์บนขื่อไปหมดแสดงว่ากระท่อมแห่งนี้ร้างผู้คนนานแล้ว เขาก้าวเท้าเข้าไปก่อนกวาดตาสำรวจตัวกระท่อมจนแน่ใจว่าไม่มีสัตว์ร้ายอะไร จึงกวักมือเรียกให้หญิงสาวอีกคนตามเข้ามา

“คืนนี้ค้างแรมที่นี่ก่อน พอรุ่งสางค่อยหาทางกลับตัวเมือง”

“ค้างแรม?” เจ้านางคุโรโกะทวนคำพูดอีกฝ่าย

“ใช่ ค้างแรม..กลางค่ำกลางคืน ฝนก็ไม่มีท่าทีจะหยุด เดินทางไปก็เสี่ยงสัตว์ร้ายเปล่าๆ” ตาสีฟ้าอ่อนมองร่างสูงทิ้งตัวนั่งพิงผนังห้องในมุมมืดๆ วางดาบไว้ข้างกายกอดอกหลับตานอนทั้งสภาพเปลือยท่อนบนเช่นนั้น

 

 

ต้องอยู่เพียงลำพัง 2 คนกับผู้ชายทั้งวันทั้งคืน หาใช่เรื่องที่ควรกระทำ

 

 

“เจ้าจักไปไหน?” เท้าเปลือยเปล่าเล็กๆเปื้อนโคลนกำลังจะก้าวพ้นขอบประตู เสียงทุ้มเข้มดังขึ้น หญิงสาวผมฟ้ายาวคลอสะโพกเปียกลู่แนบพวงแก้มใสสะดุ้งตกใจ คุโรโกะกลั้นลมหายใจกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากคุมตัวเองให้เยือกเย็นไว้ ยังไม่ทันคิดคำโป้ปด พระยาอาคาชิพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง…ในระยะประชิดหลังข้างใบหู!!!

“กลัวข้ารึ” เพียงเสี้ยววินาที ฝ่ายชายหนุ่มไหวตัวทันว่าหญิงสาวผมสีฟ้าจักวิ่งหนี ฝ่ามือหยาบคว้าจับต้นแขนพร้อมใช้มือกระชากปิดประตูกระท่อมทันที

 

 

ปัง!!!!

 

“ปล่อยบ่าวนะเจ้า!!”

“ปล่อย? แน่ใจรึว่าอยากให้ข้าปล่อย”   อาคาชิยกยิ้มมุมปาก เขากำลังสนุกที่เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีร้อนรนใจ..จึงเลือกที่จะสวมบทบาทตีเนียนหยอกต่อ วิสาสะสอดมือเข้าไปโอบกอดเอวดึงรั้งให้เจ้านางจอมโกหกหน้าตายเข้ามาประชิดในอ้อมแขนจนแผ่นหลังบอบบางปะทะแผงอกแกร่งเปลือยเปล่า มือดึงเสื้อแขนยาวของตนที่มอบให้อีกฝ่ายใช้คลุมหัวกันฝนออกโยนไปทิ้งตระกองที่ไหนซักแห่งบนพื้นไม้ฝุ่นจับ

 

“พวกทาสพวกบ่าวหรือสตรีทุกคนก็ทำเสียงเช่นนี้ใส่ข้า ทั้งที่ในใจใฝ่หาอยากให้ข้ากอด” ริมฝีปากหนากระซิบหยาบโลนข้างใบหูพร้อมลูบไล้ต้นแขนใต้เสื้อผ้าไหมสีดำเปียกปอนไปมา “เจ้าเองก็เช่นกัน เป็นเพียวบ่าวไพร่ชนชั้นต่ำ ช่างน่ายินดีที่ได้มีโอกาสเชยชิดบุรุษไร้พ่ายมิใช่หรือ”

“ปล่อยบ่าว!!!!”

“เงียบ!!!”

เสียงทุ้มคำรามดุดันในช่วงเวลาเดียวกับฟ้าร้องดังลั่น แสงสว่างฟ้าผ่าวาบทะลุผ่านช่องหน้าต่างบานเก่ากึก ฉายเงาร่างของหนุ่มสาวในกระท่อมร้าง คุโรโกะทนไม่ไหวที่ต้องทนถูกล่วงละเมิดเช่นนี้ ตะกอนความกลัวก่อกุมจิตใจสั่งให้ร่างกายขัดขืนต่อสู้ หากแต่..เรี่ยวแรงสตรีมีหรือจะสู้บุรุษเพศได้ พระยาอาคาชิใช้แรงเพียงเศษเสี้ยวก็ลากหญิงสาวถอยห่างจากประตู จับกดลงกับพื้นแล้วขึ้นคร่อม

 

“ทำสะดิ้งถือตนเป็นชนชั้นสูง ก็แค่ชนชั้นบ่าวไพร ริทำเล่นตัวทั้งที่ใจอยากเป็นของข้าเหมือนหญิงคนอื่นๆเช่นกัน หรือว่า…เจ้าหาใช่บ่าวไพร่กัน เจ้านางคุโรโกะ”

“บ่าวหาใช่เจ้านางน้อย!!!”

“โห…งั้นรึ ถ้าเช่นนั้นข้าเอาเจ้าทำเมียได้!!”

 

อาคาชิเอ่ยเอื้อนวาจาร้ายกาจ ระเบิดความเกรี้ยวกราดใส่คนด้านใต้ยังปากแข็งเอาไว้ คุโรโกะได้ยินคำกล่าวเช่นนั้นเธอโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ฝ่ามือเรียววาดหมายตบหน้าคมคายอีกฝ่าย ทว่าอาคาชิไหวตัวทันคว้าจับข้อมือเอาไว้ได้

 

“หลงตัวเก่า!!!ขี้จ๊ะ!!!ปล่อยเปิ้นบะเด๋วนี้!!!!”

“กลัวจนหลุดพูดล้านนาภาษาบ้านนอกคงมิแคล้วด่าข้า เอาเถิดข้าจักเมินไปเสีย อย่าได้กังวลไปถึงแม้นข้าต้องแต่งกับเจ้านางคุโรโกะ ข้าจักแต่งตั้งเจ้าเป็นน้อยมิให้เสียชาติเกิด”

“เจ้านางน้อยเองก่บ่ไค่แต่งกับตั๋ว!!”

“อยากพูดอะไรก็พูดให้พอ ผู้หญิงจืดชืดเช่นเจ้าจักมีชายใดสนใจกัน การได้ข้าเป็นสามีก็นับว่าบุญโขแล้ว ”

 

ข้อมือทั้งสองรวบตรึงไว้กับพื้น กดแน่นจนขยับไม่ได้ ดวงเนตรสีแดงถลึงตาดุดันจ้องเขม็งใส่สาวชาวล้านนาใต้ร่าง ผมสีฟ้ายาวสยายทั่วพื้น ดวงหน้านิ่งเรียบไร้อารมณ์ฉายแววตื่นตระหนกผิดจากสีหน้ายามปกติ

 

 

ราตรีนี้เจ้าจักต้องพ่ายแพ้แล้วคายความจริงออกมา!!!นี่คือชัยชนะของข้า!!!

 

 

“……….” น้ำตารื้นในดวงเนตรสีฟ้ากลมโต ก่อนจะไหลรินอาบแก้ม…พระยาอาคาชิชะงักนิ่ง มองคนด้านใต้ที่หลั่งน้ำตาออกมา ฝ่ามือสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายตัวสั่นเท้าเพียงใด ริมฝีปากที่ทอเสียงก่นด่าเป็นภาษาล้านนาเงียบหายแปรเปลี่ยนเป็นสั่นระริกจนได้ยินเสียงฟันขบกระทบดังกึกๆ

 

 

สตรีปากดี กล้าโต้เถียงให้ต้องหัวเสียร่ำไป

ใบหน้านิ่งเฉยจืดชืดไร้รสชาติ เต็มไปด้วยสีหน้าหวาดกลัว

นางกำลัง…ร่ำไห้…

 

 

“ข้า….” รู้สึกผิดจับใจที่แกล้งอีกฝ่ายแรงเกินไป จนเจ้าตัวกลัวเขาขนาดนี้…

 

ข้ามิได้ตั้งใจ..ข้าขอโทษ..

 

“ข้าจักนอนต่อ หวังว่าเจ้าคงไม่หนีออกไปข้างนอก หากมิอยากกลายเป็นอาหารเสือ” ทิฐิที่มีสั่งให้เขาเลือกเก็บคำขอโทษเอาไว้ เลือกถอยห่างออกมาจากหญิงสาว ลุกกลับไปยังที่นอนของตนนั่งกอดอกเงียบนอนหลับไปเช่นนั้น ทิ้งหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ที่ปลอมตัวเป็นชนชั้นล่างนอนกอดตัวเองด้วยความหนาวสั่นไว้ เธอเกลียดเขามากขึ้นทวีคูณ..เกลียดมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนมิอยากเห็นหน้าและนอนตะแคงหันหลังให้คนหนุ่มเรือนผมแดง

 

 

ใจอยากกล่าวคำขอบคุณที่ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจทิ้งคำนั้นออกไป

 

ยามรัตติกาลยาวนานใต้พายุฝน เหล่าพิรุณโปรยปรายกระทบหลังคากระท่อมส่งเสียงดังระงม หาได้ทำให้หนุ่มสาวที่เหนื่อยล้าฝ่าลมฝ่าฝนเดินทางเอาชีวิตรอดในป่ามาถึงสถานที่พักแรมแห่งนี้ตื่นจากห้วงนิทรา รอเพียงดวงตะวันเจิดจ้าที่จักมาเยือนในวันพรุ่งจากขอบฟ้า

 

 

TBC

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนนี้ลงลิงค์ภาษาเหนือไว้ให้แล้วน่อ ใครงงภาษาเหนือก็เปิดเทียบเอาน้า

ฝนตกทั้งตอนเลย ช่างเข้ากับสภาพอากาศช่วงนี้จริงๆ ถถถถ

ลงแฟนอาร์ตจากผู้อ่านจ้า

 

12031999_1500310276953275_7597118606516560889_n

 

 

12074521_306483396142164_4671975123819437288_n

 

 

@Lolipop8842

 

12108115_306659936124510_2245381470277264757_n

 

 

M’Minori NJ

12109288_821406621310658_5163391676255155533_n

 

 

@AemAns_aka

12115575_306482456142258_477956400268052103_n

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

5 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]ดวงใจเจ้านาง(side storyนางไททัน)//บทก่อนกาล5

  1. ท่านทำอะไรลงปายยกำลังได้บทสมพระเอกแล้วเชียวทั้งได้ผายปอดให้น้องทั้งช่วยน้องจากจมน้ำมาพังหมดในบรรทัดเดียวตอนก่อนๆเข้าใจว่าซึนแต่ตอนนี้มั้นต่างกันจะให้ยังไงก็รับไม่ได้ไอ้ที่แบบข่มขืนแล้วรักกันทีหลังเป็นพล็อตที่เกลียดมากกขอบคุณบลัดซังที่ถึงตอนลงBCสุดท้ายน้องก็ไม่ได้รักท่าน
    น้องก็เกลียดท่านแล้วแล้วคราวนี้ท่านจะคัมแบ็คได้มั้ยหรือเราจะโบกธงเขียวดำแบบตอนที่ท่านเป็นจูนิเบียวในKNLดีเนี่ย
    ป.ล.พี่ชุนแลดูรู้สึกผิดเตรียมเผยความลับเต็มที่

    • ท่านยังไม่ทันผายปอดเลย น้องสำลักได้สติก่อน พ่นน้ำใส่หน้า5555 ท่านไม่ได้จะข่มขืน ท่านจะบีบให้เข้าตาจนต้องยอมรับมาว่าเป็นเจ้านาง แต่น้องดันกลัวจนร้องไห้ เลยต้องปล่อย ปกติน้องก็ไม่ชอบท่านจะแย่แล้ว นี่เกลียดไปเลย

  2. เคยลองคิดๆก่อนบทนี้จะมาท่านพี่บลัดจะให้เป็นแบบละครไทยมั้ย?ที่มีฉากผายปอด ฉากกระท่อมแล้วบ่ะๆกัน 5555 //ในใจคิดมันจะง่ายขนาดนั้นเลยเร้อออ

    แต่พอมาอ่านแล้วถึงฉากจะผายปอดแล้วคิด//เฮ้ยย!!จะให้ได้จูบ่งายๆจริงดิ???
    สรุปน้องทำพิษใส่ท่านค่ะ 5555 (สะใจ) ขนาดไม่ได้สติยังไม่วายทำท่านเคือง

    ท่านนะท่าน!!!อุตสาห์จะทำคะแนนได้เรื่องถอดเสื้อให้คลุมเกือบหล่อแล้วนะน่ะดั้นนนนลงมาตอนหลงตัวเอง..แล้วยิ่งติดลบตอนฉากกระท่อมอีก
    ผู้หญิงโดนผู้ชายจับคร่อมใครๆเขาก็กลัวค่ะท่าน..ต่อให้คนจับหล่อขนาดไหนก้เหอะ //เอฟเฟ็กฟ้าร้องฟ่าผ่า + ท่านเปลือยท่อนบนอีก

    ฉากกระท่อมนี่…สาบานว่าพระเอกนางเอก..แอบคิดว่าเป็นนางเอกกับตัวร้าย กร้ากกก//โดนฆ่า((ท่านคุกคามมากค่ะ..ยิ่งกว่าตอนร้านขายหนังสืออีก))

    • เราล้อละครไทยหมดเลยตอนนี้ 555 มันไม่ง่ายแบบนั้นแน่นอน จะผายปอดต้องเจอน้ำพ่นใส่ 555 ท่านเกือบหล่อแล้วล่ะ ตอนนี้โชว์ความคิดท่านชัดเจนว่ารู้สึกยังไง แอบหลงตัวเองขั้นแรงจนน้องหมั่นไส้แรง
      ฉากกระท่อมท่านก็อยากแกล้งน้อง+เค้นน้อง ถึงไม่คิดทำจริง ท่านก็เล่นแรงไป สมัยนั้นยิ่งถือตัวมากด้วย เอฟเฟคก็เข้าทีอีก ฮาาาาาา

  3. ทำไมแกต้องทำอย่างน้านนน แกเกือบหล่อแล้วนะอาคาชิ สุดท้ายแล้วมันคืออัลลัยยย ดุ๋ยมากกก อีกนิดนี่คือเชียร์ให้น้องสมยอมละนะ แต่ดูแกทำตัวเซ่ โอ้ยยยยยย
    //รอตอนต่อไปอยู่นะครับผมม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s