[Fic KnB][Akakuro]ดวงใจเจ้านาง(side storyนางไททัน)//บทก่อนกาล6

[Fic Kuroko no Basket ft. attack on titan] ดวงใจเจ้านาง

Paring  : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

เว็บดูภาษาเหนือค่ะ ไว้เปิดเทียบเอาน่อ : http://www.rakjung.com/thai-no78.html

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

บทก่อนกาล 6

 

 

 

สายฝนโปรยปรายทั่วพื้นฟ้าไปจนถึงอาณาจักรล้านนา อาณาจักรยิ่งใหญ่ทางตอนเหนือของแดนสยาม..อดีตกาลความยิ่งใหญ่ของล้านนาอยู่ในกำมือเมืองทั้ง 8 ทว่า..เพลานี้อำนาจยิ่งใหญ่เจริญรุ่งเรืองด้านการค้าและกำลังทหารตกอยู่ในน้ำมือของกษัตริย์แห่งเชียงตุงนามว่าฮิวงะ หลังขึ้นครองราชย์เพียง 5 ปีเท่านั้น ทุกสิ่งในเชียงตุงเติบโตและยิ่งใหญ่จนกลายเป็นราชธานีแทนเชียงใหม่

“ฝนตก..” เจ้าหลวงฮิวงะเหม่อมองสายฝนนอกหน้าต่างห้องนอนพลางถอดถอนใจ แววตาสีเข้มฉายแววหม่นหมองยามหลุบมองแหวนทองคำนคราชประดับอัญมณีโกเมนบนนิ้วนางข้างซ้าย…แหวนแทนใจเพียงหนึ่งถึงสตรีคู่ชีวิตที่จากจรไปตั้งแต่พระธิดาลืมตาดูโลก

 

 

“อ้ายเจ้า….”

“ว่าจะใด ริโกะ”

“เปิ้น…ขอฝากลูกสาว…ห..หื้อท่านอ้าย..ด..ดูแล…คุ้มรักษาลูกของหมู่เฮาด้วย”

“ริโกะ..ริโกะ!!!!”

 

 

มือหนากำหมัดแน่น นึกถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้านางคู่ชีวิตที่ร่วมแรงร่วมใจกอบกู้เชียงตุงให้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจแห่งล้านนาด้วยกัน ยังไม่ทันได้ยืนอยู่ดูความสำเร็จกลับต้องมาจากจรด้วยโรคร้ายหลังคลอดเจ้านางคุโรโกะได้เพียง 3 วัน ในราตรีที่ฝนตกหนักเหมือนดั่งเช่นวันนี้

 

 

ยิ่งใหญ่เพียงใดก็มิอาจเทียบรัศมีกษัตริย์แห่งแดนสยาม ผู้ปกครองอยู่ ณ กรุงรัตนโกสินทร์

เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน จำต้องส่งบุตรสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจไปเป็นคู่หมั่นคู่หมายกับเชื้อพระวงศ์ห่างๆ

ผู้เลื่องชื่อว่าเป็นยอดบุรุษ ทั้งกำลังรบและเฉลียวฉลาด หาได้เคยพ่ายแพ้สิ่งใด ‘พระยาอาคาชิ บุรุษไร้พ่าย’

 

 

“สุมาเต๊อะริโกะ ป้อเป๋นป้อน้องแต้ๆแต่คุ้มรักษาลูกบ่ได้”

 

 

รู้ดีว่าในสายตาคนเมืองกรุงคิดเห็นเช่นไรกับชาวล้านนา ต่อให้เป็นถึงลูกจ้าวลูกแผ่นดิน

ก็เห็นเป็นเพียงคนบ้านนอกคอกนาก็เท่านั้น..เลี้ยงมาดั่งไข่ในหินกลับต้องไปตกระกำลำบากให้คนพวกนั้นดูถูก

 

 

 

ก๊อกๆ!!

 

“ไผ?”

“อ้ายเอง ฮานามิยะ”

“น้องก๋า เข้ามาแหละ” สิ้นคำขออนุญาต พระอนุชาเปิดประตูก้าวเท้าเข้ามาในห้องบรรทมของอีกฝ่าย ฮิวงะพนักหน้ารับการโค้งเคารพจากน้องชาย แล้วผายมือไปยังเก้าอี้ไม้สักลวดลายวิจิตรใจกลางห้องไว้รองรับแขกให้ผู้มาเยือนได้นั่งสนทนากับเขา

“มามื้อค่ำมื้อคืน มีอะหยัง”

“น้องหันอ้ายเศร้าใจ๋ตั้งแต่เจ้านางน้อยลงไป๋ตี้กรุงรัตนโกสินทร์แล้ว” ฮายามิยะเว้นเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตามองแหวนนคราชทองคำของพี่ชายร่วมสายเลือด “อ้ายผอมก้องด้องหยั่งเก่า แหวนปอจะหล่นหยั่งต๋อนตี้เจ้านางริโกะจากเฮาไป๋”

“แต้กา.. ขอบใจ๋ตี้เป๋นห่วงเป๋นใยอ้าย อ้ายเป๋นใจ๋ดีน้องอยู่ตวยตี้เชียงตุง” ฮิวงะเผลอจับแหวนแต่งงานขยับสวมให้แน่นพร้อมถอดถอนใจ นับตั้งแต่ส่งเจ้านางน้อยลงไปในช่วงกลางฤดูร้อน เพลานี้ก็เข้าสู่หน้าฝนเสียแล้ว เวลาที่ผ่านมาทำให้กษัตริย์เช่นเขานอนหลับไม่สนิท บางวันก็กินอะไรไม่ลง ใจพะวงคิดห่วงใยพระธิดาเพียงหนึ่ง  “จะว่าไป๋แล้วเฮายังบ่ได้อู้กั๋นเลย ลมอะหยังพาน้องมาเพ้”

“น้องไค่จวนอ้ายไป๋ตี้สวนดอกแก้ววันพูก น้องจัดช่างฟ้อนไว้หื้ออ้ายได้ผ่อนใจ๋” เจ้าฮานามิยะบอกประสงค์แท้จริงที่มาเยือนให้พี่ชายฟัง

“ฟ้อนกา.. ก่ดี อ้ายบ่ได้ผ่อมาเมินแล้ว” เจ้าหลวงฮิวงะยิ้มแย้มพอพระทัย สีหน้าหม่นแสงเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย ตอบรับคำเชิญชวนของพระอนุชาทันที อย่างไรเสียในฐานะเป็นกษัตริย์กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ หากมัวแต่โศกาจนป่วยไข้ได้จับ ประชาชนคงจะทุกข์ใจเสมือนขาดเสาหลักปกครองบ้านเมืองรวมถึงอาณาจักรล้านนาแห่งนี้

 

 

 

ทิ้งเรื่องว้าวุ่นใจไปสักชั่วยามก็ดี

 

 

 

รุ่งอรุณตามนัดหมาย ณ สวนดอกแก้วในวังหลวง เจ้าหลวงฮิวงะเดินออกจากเรือนประทับของตนโดยมีทหารคนสนิทคอยตามถือคันร่มบังพระเกศาจากลมแดดและหยาดน้ำค้างจากฝนตกเมื่อคืนวานกับทหารองค์รักษ์อีก 5 คนตามประกบไม่ห่างกาย ดวงตาสีดำหลังแว่นตาทรงกลมทอดมองต้นแก้วปลูกเรียงสวยงาม เติบโตแผ่กิ่งก้านชูช่อดอกไม้ช่อเล็กๆสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านผ่อนคลายใจ พระที่นั่งที่เหล่าบ่าวไพร่ชั้นในจัดเตรียมเอาไว้ 2 ที่นั่งใต้ศาลา พร้อมพระกระยาอาหารเลอรสในสำรับทำจากกระเบื้องเคลือบหรูหรา ขนาบที่นั่งทั้งสองมีนางในสวมชุดผ้าไหม้สีขาวนั่งพับเพียบถือพัดใบโพธิ์ด้ามทองคำ เตรียมโบกพัดคลายร้อนให้กษัตริย์กับพระอนุชาซึ่งนั่งรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

“อรุณสวัสดิ์อ้าย” เจ้าฮานามิยะลุกขึ้นโค้งเคารพอีกฝ่าย เหล่านางในก้มลงกราบกราบแทบเท้าอีกฝ่าย ฮิวงะพยักหน้าแล้วเดินไปยังที่นั่งของตน

“น้องอ้ายมาวยเหลือเวลา ฟ้อนวันนี้ท่าจะมีหยังพิเศษเป๋นแน่”

“อ้ายรอผ่อได้เลย น้องเป๋นมั่นใจ๋ว่าอ้ายต้องเป๋นปอใจ๋” เมื่อคนเป็นน้องกล่าวเช่นนี้ คนเป็นพี่ยิ่งใคร่สนใจเข้าไปใหญ่ ไม่นานนักวงดนตรีหลวงเริ่มบรรเลงระนาดเอกสลับระนาดทุ้ม ไล่ระดับเสียงสูงไปต่ำ คลอเคล้าเสียงเป่าปี่และฆ้องไพเราะเสนาะหูจากเหล่าบุรุษในชุดผ้าไหมสีขาวกับโจงกระเบนสีแดง หลังผืนผ้าดิบสีขาวที่ผูกกั้นแหวกเปิดออกพร้อมเหล่านางรำในชุดกระโจมอกสีชมพูอ่อนกับผ้าซิ่นสีน้ำตาลออกเลือดหมูทักทอลวดลายสีทองสวยงามประดับทองเหลืองวิจิตรทั้งสร้อย ต่างหู และรัดเกล้าทรงสูง ปลายนิ้วทั้งหมดเว้นนิ้วโป้งสวมเล็บยาวทำจากทองเหลืองเช่นเดียวกันทั้งหมด 4 คนออกมาร่ายรำด้วยท่วงท่าตามจังหวะเพลงอย่างอ่อนช้อย

 

 

..ฟ้อนรำที่แห่งใด ก็หาได้งดงามเท่าอาณาจักรล้านนา..

 

 

เหล่านางรำฟ้อนรำขยับท่วงทามือ โยกเอนตัวซ้ายที ขวาที อย่างพร้อมเพรียง ขยับก้าวย่อและก้าวบนพื้นหญ้าเขียวขจีในสวนดอกแก้ว สายลมเริ่มพัดผ่านพากลิ่นหอมดอกไม้เข้าแตะจมูก ในช่วงจังหวะนั้นเหล่านางรำเคลื่อนตัวหลีกไปทางซ้ายและขวา ผ้าขาวดิบที่ใช้เปิดตัวนางรำขยับเปิดอีกคราพร้อมกับนางรำอีกหนึ่งเยื้องย่างออกมา

“ผิวสี…ชาวใต้?” เจ้าหลวงฮิวงะอุทานประหลาดใจ นางรำอีกคนที่กษัตริย์วัยกลางคนไม่ทันคาดคิดว่ายังเหลืออยู่เข้ามาร่วมฟ้อนรำกับนางรำอีก 4 คน สตรีผิวสีแทนผู้นี้แต่งกายโดดเด่นผิดแผกคนอื่นด้วยกระโจมอกสีแดงเลือดหมูสีเข้มบังเนินอกนูนอิ่ม ทับสายสะพายสีทองเหลืองประดับอัญมณีทับทิม กับผ้าซิ่นสีน้ำตาลถักทอลวดลายสวย ดวงหน้าสวยคมผิดแปลกจากชาวล้านนาโดยทั่วไปแต่งแต้มสีสันริมฝีปากให้เป็นสีแดงพองาม เรือนผมสีไพลินยาวสลวยมัดรวบเกล้าสูงปักดอกไม้สีขาว 5 กลีบซ้อนแปลกตา

 

 

ดวงเนตรสีน้ำเงินใต้ขนตาแพยาวปรายมอง สบเข้ากับพระเนตรของกษัตริย์แห่งเชียงตุง

เพลานั้นอกซ้ายที่เคยนิ่งสงบ..เต้นส่ำดังกึกก้องหัว..

กลิ่นหอมประหลาดที่มิเคยสัมผัสมาก่อน…กลิ่นนี้หรือจักเรียก ‘ความหอมหวานแห่งท้องทะเล’

 

 

เจ้าหลวงฮิวงะจ้องมองนางรำผู้นั้นไม่วางตา มือทั้งสองที่วางไว้บนเข่า…วางนิ่งไม่ขยับไปหยิบผลหมากรากไม้ในสำรับ นิ่ง..จนไม่รู้ตัวว่าแหวนนคราชทองคำเลื่อนลงจากข้อนิ้วนางซ้าย..เลื่อนลง..เลื่อนลง..และ…

 

ตุบ!!

 

แหวนแต่งงานคู่กับวงกับองค์ราชินีที่สิ้นพระชนม์ไปนานร่วม 20 ปี ร่วงหล่นตกสู่พื้นอย่างไร้ค่า เจ้าฮายามิยะปรายตาสีอ่อนมองใบหน้าครึ่งซักของพี่ชาย ก็แสยะยิ้มพอใจครั้นได้เห็นสีหน้าตกในห้วงมนต์สะกดแห่งท้องทะเลที่หลงถิ่นมายังแดนเหนือสุดแห่งสยาม รอยยิ้ม…มากเล่ห์ชั่วร้ายที่ยากเกินจะนับคณา

 

ช่างโชคดีที่มองเห็นดอกไม้งามใต้โคลนตม จับมาขัดสีฉวีวรรณเสียหน่อยก็หาได้ทำให้ผิดหวัง

ดอกไม้งามเป็นที่เตะตาบุรุษทุกคน ยิ่งเป็นของงามต่างถิ่นยิ่งเย้ายวนใจ

ดอกกาหลง…เข้าครอบครองหัวใจขององค์ราชันย์เสียหมดสิ้น…

 

 

.

.

.

 

 

ติ๋ง….ติ๋ง….

 

หยาดหยดน้ำค้างไหลรวมจากยอดหญ้า ร่วงหยดลงสู่ดินชื้นแฉะจากฝนตกไม่จางหาย พากลิ่นชื้นดินลอยขึ้นมาแตะจมูกคนหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้นครั้นลืมตาตื่น พระยาอาคาชิยกมือกุมขมับปวดตุบๆจนหนักอึ้งชอบกล ก่อนจะส่ายศีรษะช้าๆสะบัดไล่ความง่วงให้ออกไป ยามทอดมองไปเบื้องหน้า..ก็พบว่าอีกฝั่งของกระท่อมที่มีร่างของสตรีผมฟ้าหลับใหล นางกลับหายตัวไปเสียแล้ว พระยาอาคาชิเด้งลุกไปหยิบเอาเสื้อแขนยาวสีเลือดหมูของตนที่ถูกวางทิ้งไว้กับพื้น เขาสบถคำรามหัวเสียรีบสวมเสื้อผ้าติดกระดุมลวกหยิบดาบวิ่งออกไปจากกระท่อมทันที

 

ผัวะ!!!!

 

“อรุณสวัสดิ์เจ้า”

“……”

 

ประตูกระท่อมเปิดตัวแรงเสียงดังแล้วพับปิดลงด้วยตัวมันเอง พระยาหนุ่มสมญานามบุรุษไร้พ่ายยืนหน้านิ่งมองสาวชาวล้านนาในชุดผ้าไหมสีดำกับผ้าถุงสีน้ำตาลแห้งสนิท นั่งยองๆอยู่หน้ากองฝืนกำลังต้มอะไรบางอย่างในหม้อดินเก่าครึกแต่พอใช้การได้ในกระท่อม

“เจ้าทำอะไร”

“บ่าวกำลังเตรียมอาหารเช้าน่ะเจ้า” พระยาหนุ่มมองต้มแกงอะไรซักอย่างในหม้อดิน ส่งกลิ่นหอมคลุ้งจนท้องไส้บิดเกลียวส่งเสียงร้องดังโครก หน้าคมคายขึ้นสีแดงจางบนแก้มสาก ยิ่งเห็นตาสีฟ้ากลมโตจ้องนิ่งไม่ฉายแววใดๆ เขายิ่งอับอายจนอย่างต่อยท้องตัวเองเสียตรงนี้และนั่งลงบนเชิงบันไดลอบมองหญิงสาวผมฟ้าแห้งสนิทชี้กระดกฟูยุ่งยาวคลอสะโพกกำลังนั่งคนแกงไปมา

 

..เค้างามหาได้มี ขนาดเส้นผมก็หาได้เงางามชวนลูบสัมผัส..

 

 

คิ้วเรียวมุ่นเป็นปม ขนาดพยายามมองหาข้อดีในตัวสตรีผู้นี้ที่เขาคิดสงสัยในตัวว่าเป็นเจ้านางคุโรโกะตัวจริง…ไม่สิ..เขาเชื่อในสัญชาติญาณที่ไม่เคยพลาดของตน หญิงผู้นี้ต้องเป็นเจ้านางตัวจริงแน่ แต่ไม่ว่าพยายามเปิดใจมองหาข้อดีเยี่ยงไรก็หาได้พบเจอสิ่งที่ควรค่ากับบุรุษไร้พ่ายเช่นเขาเว้นเสียจากยศฐาที่เป็นถึงพระธิดาของผู้ครองนครเชียงตุง

“ท่านพระยาอาคาชิ..” เสียงเรียบเย็น..ไม่ได้หวานไพเราะเสนาะหูแม้แต่นิดนี่ก็ด้วย พระยาหนุ่มคิดแล้วก็ถอนหายใจมองหญิงสาวถือกะลาใส่แกงให้อีกฝ่าย..เนตรสีแดงมองต้มแกงใส่ใบตำลึงที่เก็บเกี่ยวได้จากแถวนี้สลับดวงหน้าหวานจืดชืดก่อนจะยื่นมือไปรับมา ไอร้อนพวงพุ่งจากชามกะลาทำให้ไม่สามารถดื่มได้ในเพลานี้ จำต้องรอคอยให้เย็นกว่านี้เสียหน่อยเช่นเดียวกับหญิงสาวที่หันมาตักแกงใส่ชามกะลาของตน

 

 

 

เมื่อคืนวานนี้ยังหวาดกลัวสั่นเป็นลูกนก..มาวันนี้กลับสงบเยือกเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตายด้านหรืออย่างไรกัน?

 

“เจ้าตื่นมาตั้งแต่เมื่อไร”

“ตั้งแต่เช้ามืดเจ้า ท่านพระยาอาคาชิอย่าได้กังวลไป บ่าวไม่หนีไปกลางป่าเพียงลำพังดอกเจ้า..บ่าวเองก็มิอยากกลายเป็นอาหารเสือเช่นกัน” คำพูดของคุโรโกะทำให้อาคาชิตีความออกโดยนัยยะที่แฝงอยู่ ที่ยังอยู่ต่อด้วยเพียงเพราะรู้แก่ใจว่าต้องการเอาตัวเองให้รอดชีวิตออกไปจากป่าแห่งนี้ แม้ว่าต้องทนอยู่กับคนไม่ถูกชะตาด้วยก็ตามที

“เช่นนั้นก็ดี ข้าจักได้ไม่ต้องตามให้เหนื่อย” พระยาหนุ่มเองก็ใช่อยากจะทนอยู่ด้วยกับเจ้านางไร้วิญญาณผู้นี้นัก ที่ต้องถือดาบปกป้องสตรีผู้นี้ เป็นเพียงหน้าที่ของบุรุษชนที่ดีก็เท่านั้น ดูเหมือนแกงจืดตำลึงเริ่มอุ่นอยู่ในระดับดื่มกินได้แล้วเขาจึงยกกะลาขึ้นจรดริมฝีปากแล้วค่อยๆซดดื่ม

“ขนาดอาหารยังรสจืดเหมือนหน้าตาเจ้า” คำเหน็บแนมรสมือทำเอาสาวผมฟ้าตวัดตามองค้อน มือบอบบางเอื้อมหมายแย่งชามกะลาอีกฝ่ายคืน ทว่า..อาคาชิไวกว่า เขายกชามขึ้นเหนือสูงให้พ้นมืออีกฝ่ายแล้วยกยิ้มมุมปากเหนือชัย ยิ่งมองแล้วก็ยิ่งเหนื่อยหน่ายใจจนต้องเบือนหน้าหนีไปดื่มต้มจืดตำลึงในชามของตน เมินอีกฝ่ายที่ปากดีมากล่าววิจารณ์อาหาร

 

 

 

นี่หรือยอดบุรุษที่ดีเลิศไปเสียทุกอย่าง แท้จริงเป็นชายเอาแต่ใจ จ้องเอาชนะไม่เว้นกระทั่งสตรี

หน้าวอกนัก!!!

 

 

 

 

หลังรับประทานมื้อเช้าเสร็จพระยาอาคาชิแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีครามสดใส ดูจากเค้าเมฆตอนนี้คงจักไม่มีฝนตกในเพลาอันใกล้นี่แน่ ร่างสูงนั่งคุกเข่ากับพื้นมือแกร่งปัดกวาดเศษใบไม้แห้งและสดที่ร่วงหล่นจากพายุฝนเมื่อคืนนานสองนานเสียจนคุโรโกะเลิกคิ้วสงสัยชะโงกหน้ามาดูด้วย

“มีรอยเท้าคนอยู่ ดูแล้วน่าจักวันสองวันที่ผ่านมา” คนตัวสูงโปร่งลุกขึ้นยืน มองไปยังทิศทางเบื้องหน้ารกชัดไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่เชียวครึ้มบดบังแสงตะวันให้ทะลุช้องแมกไม้ได้เพียงลำแสงเล็กๆ “เดินไปตามเส้นนี้ หากโชคดีอาจเจอหมู่บ้าน”

“ตามข้ามา” พระยาอาคาชิขยับเท้าก้าวนำ แต่แล้วจู่ๆ เจ้าตัวเซล้มเสียอย่างนั้น โชคดีที่ข้างๆมีต้นสะเดาสูงอยู่จึงใช้มือยันไว้ทัน

“ท่านพระยาอาคาชิ!?” เจ้านางคุโรโกะร้องตกใจ เร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้พยายามมองหน้าคมคายหล่อเหลาครึ่งซีกที่ก้มลงต่ำคนเกิดเงาดำไม่เห็นเค้าสีหน้า ไหล่กว้างไหวขึ้นลงบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังหายใจหอบแรง

“ข้ามึนหัวเล็กน้อยเท่านั้น” มือหยาบกุมขมับที่ยังคงอาการปวดตุบๆตั้งแต่เช้าไม่จางหาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกช้าตั้งสติเข้าไว้พร้อมหยัดตัวยืนเต็มเท้าเดินนำทางหญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวยุ่งเพื่อหาหนทางเดินกลับเข้าสู่ตัวเมือง

 

.

.

.

 

ม้าเร็วควบวิ่งไปตามเส้นทางรกชัดในป่าเรื่อยๆ ภายใต้การควบขี่ของบุรุษทหารยศขุนสองนาย พวกเขากระตุกเชือกบังคับให้ม้าชะลอความเร็วเมื่อครั้นถึงจุดนัดหมายที่มีคนหนุ่มหน้าสวยเรือนผมสีดำยาวคลอลำคอหนาขี่บนหลังม้าสีดำขลับ ตาคู่คมใต้ขนตาแพยาวจ้องมองหาด้วยแววตาเค้นถาม แต่คำตอบที่ได้กลับกลายเป็นการส่ายหน้าช้าๆ ไม่นานนักทหารยศหมู่ที่เหลืออีก 10 กว่าควบม้ากลับมาด้วยคำตอบเช่นเดียวกับทหารยศขุนสองคน

“แน่ใจว่าดูทั่วแล้ว?”

“ข้าดูจนสุดทางใต้แล้วขอรับ มายุสุมิก็สุดทางเหนือของป่าแล้วเช่นกัน” ขุนฮายามะกล่าวรายงานทั้งหน้าสลด ส่วนขุนมายุสุมิทำเพียงหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เว้นเพียงมุ่นคิ้วเล็กน้อยเท่านั้น พระยาเรโอะเม้มปากแน่นเป็นแนวเส้นลำบากใจทั้งที่พยายามออกตามหาทั้งคืนก็ไม่พบแม้แต่เงาหรือสิ่งใดที่จักบ่งชี้ตัวตนของคนทั้งสอง

 

 

หรือบุญของเซย์จักมีเพียงเท่านี้..สยามจำต้องสูญเสียทหารมือดีจากมหัตภัยธรรมชาติเช่นนั้นรึ

 

 

“ลองหาใหม่ดู พวกเจ้าอาจจะพลาดรายละเอียดเพียงเล็กน้อยก็เป็นได้” พระยาเรโอะออกคำสั่งได้ไม่นาน ทหารยศหมู่นายหนึ่งวิ่งเข้ามาตะโกนเรียกทั้งเสียงทุ้มร้อนรน

 

“ท่านพระยาเรโอะขอรับ!!”

“มีอะไรหรือหมู่ทัพ”

“ข้าพบเจอผ้าผืนนี้ติดบนกิ่งไม้ริมแม่น้ำขอรับ”

 

ผ้าผืนยาวสีดำในมือแกร่งหยาบกร้านของหมู่ทัพนั่น..พระยาหนุ่มจำได้แม่นขึ้นใจว่าเป็นผ้าโพกหัวของสาวใช้เชียงตุงที่หายตัวไปในคืนพายุฝนวิปโยคเมื่อคืนวานด้วยเช่นกัน พระยาเรโอะรับผ้าผืนนั้นมาพิจารณาใกล้จนแน่ใจว่าไม่ผิดแน่นอนแล้วเก็บผ้าโพกหัวไว้ในสาปเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินเข้มพร้อมออกคำสั่งเสียงดัง

“หมู่ทัพเจ้าจงนำทางข้าไปยังจุดที่เจ้าพบผ้าโพกหัวผืนนี้ ทุกคน!!ตามข้ามา!!!” ม้าเร็วทั้งหมดใต้คำสั่งของพระยาหนุ่มหน้าสวยควบวิ่งตามม้าสีน้ำตาลของหมู่ทัพไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันตลบอบอวลในป่า

 

.

.

.

 

แกร่บ…แกร่บ…แกร่บ…

 

เท้าเหยียบเศษใบไม้ปนเปกิ่งไม้แห้งสนิทบนพื้นทุกย่างก้าว อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวทุกขณะจนบุรุษไร้พ่ายต้องขยับเสื้อคอปกปลดกระดุมเม็ดบนสองเม็ดออกระบายความร้อนระอุในกายให้ออกไป ตาสีแดงฉายแววฉงนงุนงงครั้นเหลือบมองหญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวยุ่งในชุดผ้าไหมสีดำแขนยาวยังเดินเฉยหน้านิ่งไม่รู้สึกอะไร ไม่มีแม้แต่เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าขาวซีด

“เจ้าไม่ร้อนหรืออย่างไร” คุโรโกะปริบตาเล็กน้อย แล้วส่ายหน้าตอบ

“แปลก…” พระยาอาคาชิพึมพำในลำคอ ยิ่งเดินไกลมากเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกหนักอึ้งศีรษะเรื่อยๆ มิอาจเข้าใจว่าเกิดสิ่งใดแถมยังหายใจไม่ทั่วท้องอีกตั้งหาก

 

 

หรือว่า..สตรีผู้นี้วางยาข้าเพื่อแก้แค้น!?

 

 

“เจ้า..คงมิได้ใส่อะไรลงในอาหารใช่หรือไม่”

“ท่านกล่าวหาบ่าวเกินไปแล้วนะเจ้า บ่าวจักทำเช่นนั้นเพื่อสิ่งใดกัน..บ่าวหาใช่คนเฉกเช่นท่านพระยานะเจ้า”   ดวงหน้าหวานชักสีหน้าไม่พอใจมากขึ้นไปกว่าเดิมเข้าไปหลายเท่า ทั้งที่พยายามทำใจพอเพลาผ่านไปกี่อึดใจชายผู้นี้ก็หาเรื่องโต้เถียงกันอีก ดวงหน้าคมขึ้นสีแดงเข้มโมโหหลังได้ยินคำตอบดังกล่าว

 

“พูดจาเช่นนี้หมายความเยี่ยงไร หาว่าข้าเป็นคนไม่ดีเช่นนั้นรึแม่บ่าวไพร่ดอกหญ้า”

“บ่าวมิกล้ากล่าวหาบุรุษไร้พ่ายเป็นคนไม่ดีดอกเจ้า ท่านพระยาอย่าได้โมโหนักเดี๋ยวใครมาได้ยิน จักคิดว่าท่านร้อนตัว”

“เจ้า!!!” ร่างสูงคำรามเสียงทุ้มเกรี้ยวกราด ขายาวขยับก้าวย่างสามขุมหมายคว้าจับสตรีร่างบางผมฟ้ามาสั่งสอน ยังไม่ทันเอื้อมมือไปแตะต้องตัวเธอผู้นั้น ภาพของสตรีร่างเพรียวในชุดบ่าวไพร่ชาวล้านนาพร่ามัว เค้ารางของนางเริ่มเลือนรางมากขึ้นอย่างน่าฉงน รอบกายหมุนเคว้งคว้างประหนึ่งโลกหมุนเร็วขึ้น

 

“อาคาชิ!!!!!”

 

 

โครม!!!!!!

 

 

สาวผมฟ้าร้องตกใจวิ่งถลาไปนั่งคุกเข่าข้างชายหนุ่มที่ล้มผับลงไปนอนสลบกับพื้น มือเขย่าร่างอีกฝ่ายแรงตะโกนร้องเรียกชื่อซ้ำๆ ก็หาได้มีท่าทีที่อีกคนจะลืมตาตื่น ดวงหน้าหวานเลิกคิ้วสูงประหลาดใจกับไอร้อนระอุจากตัวที่สัมผัสได้บนฝ่ามือจึงยกมือไปอังบนหน้าผากลาดมนโชกเหงื่อ

“ตัวร้อน!!!?”

“พระยาอาคาชิ!!ตื่นเจ้า!!ตื่น!!!!!” เสียงหวานเย็นชาสั่นเครือ เริ่มกลัวจับใจหากอีกฝ่ายมีอันเป็นไป คงมิแคล้วเหลือเธอเพียงคนเดียวกลางป่าเขาที่ไม่รู้แม้แต่เส้นทางเดิน พระยาหนุ่มสมญานามไร้พ่ายหายใจหอบแรงสีหน้าทุกข์ทรมานสุดแสนบ่งบอกให้ธิดาแห่งเชียงตุงรู้ว่าชายผู้นี้ฝืนร่างกายมาตลอดการเดินทาง บางทีอาจตั้งแต่เมื่อคืนก็เป็นได้

“ใครก็ได้!!ช่วยข้าด้วยเจ้า!!!!ช่วยด้วย!!!!” เจ้านางน้อยตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับมีเพียงเสียงร้องของนกกระจอกบินร้องเจื้อยแจ้วตอบกลับมา กระโดดจากกิ่งต้นสะเดากิ่งนั้นไปอีกกิ่ง ไม่นานนัก..นกกระจอกจำต้องกระพือปีกบินหนีเมื่ออีกาตัวสีดำเมี่ยมบินโฉบลงมาแย่งพื้นที่เกาะ ดวงตาสีแดงวาววับจ้องมองมาที่ชายหนุ่มหญิงสาวกลางป่าไม่วางตา

 

 

อีกาเป็นเค้าลางร้าย…หรือว่าพวกเราจักมิอาจรอดพ้นความตาย…

 

 

“พระยาอาคาชิฟื้นเสีย!!ข้าบอกให้ฟื้น!!!” อีกากินซากศพเป็นอาหาร หากปล่อยไว้เช่นนี้คงมิแคล้วเป็นอาหารของกาเป็นแน่ ไม่นานนักอีกาอีกตัวโผบินมาเกาะกิ่งต้นสะเดาอีกหนึ่ง มือเรียวเล็กขยำเสื้ออีกฝ่ายแน่นจนยับยู่ หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มหวาดกลัวจับใจ

“กา!!!กา!!!!!” อีกาสองตัวบินพุ่งตรงมาพร้อมกัน เนตรสีฟ้าเบิกโพล่งสุดขีดรีบยกมือป้องหน้าหลับตาปี๋แน่น!!

 

 

ฉัวะ!!!!!!

 

เพียงคมดาบตวัดวาดเดียว ตัดร่างอีกาทั้งสองตัวขาดเป็นสองท่อนร่วงหล่นเป็นศพกองกับพื้น เจ้านางคุโรโกะผู้จำแลงกายเป็นบ่าวอิซึกิค่อยๆลืมตาขึ้นมองศพอีกาจมกองเลือด ลมหายใจร้อนถี่แรงข้างกายทำให้ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าผินมามองก็พบว่าคนหนุ่มที่สลบไปฝืนลุกขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนทั้งเหงื่อโทรมกาย ตาสีแดงฉายแววอ่อนล้าเต็มทน กระนั้นมือหยาบยังคงกำด้ามจับดาบอาบเลือดอีกาสดๆเอาไว้

“ท่านพระยาอาคาชิ ท่านเป็นไข้..”

“ข้า..รู้….” เสียงทุ้มคำรามต่ำแหบแห้ง เอาดาบปักพื้นใช้เป็นแรงส่งหยัดกายขึ้น ซึ่งยังคงยากนักที่จะทรงตัว คุโรโกะเห็นใจจึงสอดแขนเข้าไปพยุงอีกฝ่ายพาเดินไปหลบแดดใต้ร่มเงาต้นสนที่แผ่กิ่งก้านร่มเย็นสุด จากร่างกายที่ร้อนรุ่มหากได้น้ำเช็ดตัวก็คงดี หากแต่คุโรโกะมิอาจจับเสียงน้ำไหลได้เลย นั่นแปลว่ารอบๆป่าบริเวณนี้หาได้มีต้นน้ำลำธาร

“เจ้า…จักไปที่แห่งใด?” เนตรสีแดงทับทิมคู่คมปรือมองสาวผมฟ้ายาวยุ่งถึงสะโพกอย่างงุนงง พวงแก้มสากสัมผัสได้ถึงฝ่ามือน้อยๆวางทาบประคองใบหน้าเขา ริมฝีปากอิ่มเล็กขยับเอ่ยเอื้อนอะไรบางอย่าง..คิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นปมงุนงง

“ประเดี๋ยว….เจ้าจัก..ทำสิ่ง..ใด?” ลำคอแห้งผากเป็นผงกระหายน้ำ เสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้งจนไม่น่าเชื่อเป็นเสียงทุ้มทรงอำนาจที่ใช้บัญชาการรบต่อหน้ากองทหารหลายร้อยหลายพันในทุกสงครามที่ผ่านมา ดวงตาฝ้าฝางลงทุกขณะ สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือร่างเล็กวิ่งออกไปไกลจนลับสายตา

 

 

และทุกอย่างก็มืดดับลง

 

 

.

.

 

 

ช่างน่าสมเพช ใครมาเห็นเข้าคงจักหัวร่อกันจนท้องแข็ง….

‘บุรุษไร้พ่าย’ ป่วยเป็นไข้นอนแห้งตายกลางป่า นี่หรือยอดบุรุษที่เอาชนะทุกสงครามนับไม่ถ้วน

 

 

“หึ…น่า..ส..สมเพชนัก..”

 

 

หวังว่าคุณงามความดีที่ทำเพื่อสยามประเทศจักดลบันดาลพาข้าขึ้นสวรรค์..หากได้พบเทพเทวาหรือนางฟ้าคงจักดี

บนสรวงสวรรค์ ณ สถานที่แห่งนั้นบนนภา คงมีกลิ่นหอมบุษบาชวนจรรโลงใจเป็นแน่

กลิ่น…ข้าได้กลิ่นหอม…กลิ่นหอมดอกไม้…..

 

 

“อาคา….ชิ…อาคา….”

 

สุรเสียงเรียกขานนามข้า นางฟ้าเสียงไร้อารมณ์ได้เพียงนี้เชียวรึ ผิดจากที่ข้าวาดฝันนัก

สัมผัสอบอุ่นบนหน้าผาก..ช่างคุ้นเคย..ท่านคือนางฟ้าใช่หรือไม่

 

“นางฟ้า….”

“บ่าวหาใช่นางฟ้าเจ้า ท่านพระยาอาคาชิ”

“!!!!!!!!!!!!!” ตาสีแดงเบิกโพล่งสุดขีด จ้องมองสตรีเรือนผมสีฟ้ายาวยุ่งนั่งอยู่ข้างกายพร้อมถังไม้ใส่น้ำ เขาอ้าปากค้างนิ่งก่อนจะร้อนผ่าวอับอายสุดชีวิต หลังจากตั้งสติแล้วไซร้ก็รู้ว่าตนต้องเพ้อพิษไข้ออกมาเยอะเป็นแน่ ยิ่งเป็นปากน้อยๆยกยิ้มมุมปากนิดๆ แล้วหันหลังทำทีเป็นเอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดแต่ตัวนี่สั่นเท้าจนได้ยินเสียงฟันขบกระทบดังกึกๆ

 

 

กลั้นขำเห็นได้ชัด!!!!

 

 

พระยาอาคาชิสะบัดหน้าพรืดหนีหญิงสาวผมฟ้าในชุดผ้าไหม สำรวจมองไปรอบๆก็พบว่าอยู่ในเรือนไม้ไผ่แปลกตาไม่คุ้นชิน เจ้านางคุโรโกะในชุดบ่าวไพร่หันกลับมาพร้อมจับแขนกำยำขึ้นแล้วเช็ดตัวเริ่มจากปลายนิ้วลากไล้ไปถึงลำตัว

“ที่นี้ที่ใดกัน?”

“หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่ท่านพระยาตามรอยเท้ามาน่ะเจ้า บ่าวเดินตามทางที่ท่านพูดไว้จนมาถึงแล้วเข้าไปขอความช่วยเหลือจากท่านหัวหน้าหมู่บ้านให้ตามคนมาช่วยแบกท่านพระยามาที่แห่งนี้เจ้า” คุโรโกะอธิบาย

“เช่นนั้นรึ..” มือแกร่งยกขึ้นก่ายหน้าผากจับไข้ตัวเอง ก็พบว่าตัวร้อนระอุหลายชั่วยามที่ผ่านมาลดลงแล้ว ก่อนปรายตาไปยังหญิงสาวผมฟ้าที่ช่วยเช็ดเนื้อตัว ก่อนจะเหลือบตามองท้องฟ้าที่กลายเป็นสีแดงส้มยามโพล้เพล้ผ่านทางหน้าต่าง

 

 

จากเที่ยงวันสู่ยามเย็น..นางเฝ้าดูแลข้ามาครึ่งค่อนวันเชียวรึ..

 

 

พระยาอาคาชินอนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายเช็ดตัวจนเสร็จตบท้ายด้วยผ้าสีขาวชุบน้ำบิดให้หมากพับวางไว้บนหน้าผากลาดมน ตาสีแดงคมกริบจ้องมองดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้ายาวยุ่งชี้กระดกนานสองนานจนอีกฝ่ายรู้ตัวหลุบตามาสบตอบ

 

“ข้า….”

“…….”

“ขอบใจ..”

“…….”

 

ไร้เสียงตอบกลับจากหญิงสาวร่างเล็กบอบบางชาวล้านนา นางทำเพียงนั่งประสานมือพับเพียบอยู่ข้างเสื่อที่ปูให้ชายหนุ่มหลับนอนพักฟื้นไข้..มองนานจนอาคาชิรู้สึกเก้อหนักที่จำต้องกล่าวคำขอบคุณให้แก่คู่กัดมากเกินกว่าจักเป็นคู่หมั้นคู่หมาย จึงแสดงออกด้วยการชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาแล้วเสตาไปทางอื่นทำทีจะแสร้งหลับไปเสีย

“บ่าวตั้งหากเจ้า ที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษท่านพระยา เพราะท่านสละเสื้อให้บ่าวคลุมหลบฝน จึงได้ต้องมาล้มป่วยเช่นนี้” เจ้านางคุโรโกะเว้นเงียบไปพักหนึ่งแล้วจึงพูดต่อ “เท่านี้ท่านพระยากับบ่าวก็หาได้ติดหนี้บุญคุณต่อกัน ท่านช่วยบ่าวจากการจมน้ำ บ่าวช่วยท่านให้รอดพ้นเป็นผีเฝ้าป่า คิดเช่นนี้ท่านพระยาอาคาชิจักได้สบายใจเจ้า”

“ถ้าเจ้าพูดเช่นนั้น ข้าก็สบายใจเช่นกัน” พระยาอาคาชิตอบกลับเสียงห้วน ไม่เข้าใจเหตุไฉนตนถึงได้ทำน้ำเสียงเช่นนั้น เขานอนหลับตาลงเงียบๆฟังเสียงขยับฝีเท้าเดินกุกกักออกไปจากตัวเรือนไม้ไผ่ขนาดเล็ก..เสียงห่างไกลออกไปเรื่อยจนเกินกว่าหูจะจับได้ยิน เปลือกตาบางจึงลืมเปิดขึ้นอีกครั้ง ยกมือขึ้นแตะผ้าสีขาวบนหน้าผาก

 

 

กลิ่นหอมชวนฝัน..กลิ่นหวานละมุนแต่ทรงคุณค่าน่าประหลาด

มาจากผู้หญิงจืดชืดหรือ?

 

 

ทั้งที่ได้แนบชิดสัมผัสกายมาถึง 2 ครั้ง คราแรกคือแหวกว่ายไปช่วยเหลือขึ้นฝั่งจากแม่น้ำเจ้าพระยา คราสองคือการกลั้นแกล้งทำทีจักปลุกปล้ำเพื่อบีบคั้นหาความจริง กระนั้นก็หาได้กลิ่นดอกไม้หอมนี้จากตัวนางแม้แต่น้อย

 

 

เคยเปรียบเปรยนางไว้เป็นเพียงดอกหญ้าไร้ค่าไม่น่าสน

 

 

“นั่นมัน….” ปรายหางตาเห็นสิ่งหนึ่งตกอยู่ข้างเสื่อ ดอกไม้ดอกเล็กสีขาวบริสุทธิ์..เล็กจนแทบไม่ทันสังเกตเห็นหากไม่มองให้ดีที่สำคัญความงามของดอกไม้ดอกนี้ก็หาได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับดอกไม้อื่นๆที่เหล่าสตรีชื่นชอบนัก มือเอื้อมไปหยิบดอกไม้ดอกนั้นมาคาดว่าคงปลิวติดตัวร่างเล็กมาระหว่างทางหรือจะอย่างไรก็แล้วแต่ คิ้วเรียวขมวดมุ่นมองดอกไม้นั้นที่เขารู้จักดี

 

 

ในชื่อของ ‘ดอกแก้ว’

 

 

TBC

 

++++++++++++++++++++++++++++

งวดนี้คิดว่าคำเหนือไม่น่าผิด ให้น้องฮูก (@Kurayami127) แปลให้ ขอบคุณมากค่ะะ

ดอกไม้เจ้านางน้อยเฉลยแล้วค่ะ เป็นดอกที่คิดว่าใครๆก็รู้จัก จากที่ทุกคนคาดเดาคือดอกไม้เจ้านางอลังมาก ฮาาา

คอนเซ็ปน้องคือ จืดชืด เพราะงั้นดอกไม้อาจจะไม่อลังนัก

แต่ว่า..มีของดีนะเออ ไม่บอกให้ลองไปหาเอาเอง หุหุ

 

ช่วงนี้มาไวเพราะหยุดยาว ฮาาาาาา

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

 

10 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]ดวงใจเจ้านาง(side storyนางไททัน)//บทก่อนกาล6

  1. ฮิวงะมิเนะ?นี่มันคู่แรร์ในตำนานของจริงไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร
    กาหลงนี่คือหมายถึงความลุ่มหลงมัวเมาหรือเปล่าคะไม่แน่ใจแต่ที่แน่ๆโกรธท่านแว่นมากกไม่รักริโกะแล้วรึ?พวกผู้ชายก็งี้แหละ
    น้องงใจดีอ่อนโยนนเกินไปแล้วแต่ก็อย่างที่ท่านบอกแม้แต่เรายังไม่รู้เลยน้องมีอะไรดีในฐานะผู้หญิงแต่รู้ตัวอีกทีก็รักน้องไปแล้วหมดใจเลยด้วย
    น้องเป็นดอกแก้วนี่คือใช่มากไม่สวยมากแต่บริสุทธิ์กลิ่นไม่แรงดีด้วยแต่มันไม่จืดจางนะเราชอบดอกแก้วมาก
    ตอนนี้สงสารนายน้อยนะเรื่องก่อนยังใช้อีกาได้อยู่เลยแท้ๆเรื่องนี้กลับโดนกาบุกเข้าใจความรู้สึกคนอื่นแล้วใช่มั้ยคะแถมบททำร้ายท่านมากเพ้อว่านางฟ้าทีนี่มาดเมิดไปหมดแต่น้องก็เป็นเทนชิของแม่ยกจริงๆแหละ
    แล้วจะมีดอกไม้ของท่านมั้ยคะเราเดาว่าเป็นไฮเดรนเยีย
    ป.ล.ขอตอนต่อไปหน่อยค่ะ

    • แรร์ของจริง ฮาาาาาาาา กาหลงความหมายตามโบราณไม่แน่ชัดนะ ที่ระบุไว้คือจำนวนกลีบของกาหลงมีซ้อนอยู่ทำให้คนหลงนับกลีบผิด เราเห็นมีคำว่าหลงเลยตีความจากชื่อเอาน่อ
      คนสมัยก่อนเห็นสวยก็หลงแล้ว ผู้ชายสมัยก่อนก็งี้มีเมียกี่คนก็ได้ตามค่านิยมสมัยก่อน แถมมิเนะก็สาวสวยของแปลกหน้าอกใหญ่ ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ

      ข้อดีของน้องเราต้องการให้คนอ่านเข้าอารมณ์ร่วมไปกับพระยาอาคาชิ ค่อยๆสังเกตไปพร้อมกับท่านว่ามีดีอะไรบ้าง ตัวดำเนินเรื่องหลักค่อนไปทางท่านซะมากกว่าด้วยซ้ำเพราะคนจดบันทึกคืออาคาชิ ถถถถ

      ตอนนี้เฉลยดอกไม้แล้ว ดอกแก้วอาจจะไม่จืดจางนักแต่ถ้าอยู่เดียวๆก็ดอกเล็กไม่โดดเด่น ดอกแก้วจะบานเป็นช่อหลายๆดอกมากกว่า ว่าแล้วว่าต้องมีคนแซะท่านเรื่องอีกา ฮาาาาาาาาาา

      ผู้ชายไม่เปรียบกับดอกไม้ค่ะ สมัยก่อนดอกไม้ไว้ใช้เทียบผู้หญิงและไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ฝรั่ง ไม่ใช่ของไทยน่อ ยุคสมัยนั้นไม่นำเข้ามาด้วย

      • เรื่องท่านกะอีกานี่มันอดแซะไม่ได้จริงๆค่ะเพราะเรื่องที่แล้วอ่านเสร็จนี่หลอนให้ท่านเข้าใจความรู้สึกนั้นบ้างก็ดีส่วนเรื่องดอกไม้นี่ดอกมะลิก็โอเคนะคะในความคิดเพียงแต่คนชอบเยอะอยู่แล้วใครๆก็รู้จักไม่เหมือนดอกแก้วรึเปล่า
        ส่วนไฮเดรนเยียนี่ดูแต่ภาษาดอกไม้อย่างเดียวเลยค่ะ
        ป.ล.เมื่อคืนฝันเห็นอีกาด้วยบลัดซังต้องรับผิดชอบด้วยการเอาตอนใหม่มาเร็วๆนะคะ

      • ดอกมะลิเราใช้ในนางไททันไปแล้วน่อ และก็เป็นดอกที่ใครๆก็รู้จักนิยมชอบเยอะ ดูจะไม่เหมาะกับเจ้านางเท่าไหร่

  2. กริ๊ดดดด!!!ฮิวงะ!!!แกลืมริโกะได้ไง!! โหยตอนฉากแหวนร่วงนี่กระทบใจมากอ่ะ…เห็นของอึ้มๆหน่อยไม่ได้เชียว//ริโกะนี่แบนรา—-

    ทำไมอ่านตอนนี้แล้วเขินมากมาย >/////////////< เช็คทวิตรอเรื่องนี้ทุกวันเลย

  3. ฮิวงะ!!!แกลืมริโกะได้ไง!! โหยตอนฉากแหวนร่วงนี่กระทบใจมากอ่ะ…เห็นของอึ้มๆหน่อยไม่ได้เชียว//ริโกะนี่แบนรา—-

    ทำไมอ่านตอนนี้แล้วเขินมากมาย >/////////////< เช็คทวิตรอเรื่องนี้ทุกวันเลย

  4. ทำไมอ่านตอนนี้แล้วเขินมากมาย >///////////< ฉากขอบใจนี่บ่าวให้คะแนนใจท่านเลยค่ะ//ลืมฉากกระท่อมไปโดยปริยาย//

    ตอนแรกนึกว่าน้องจะเป็นดอกปีป 5555 ความชอบส่วนตัวล้วนๆแต่พอค้นรูปเฮ้ยยยดอกแก้วเหมาะกว่า (เอาตรงๆคือไม่เคยเห็นดอกแก้ว//อายมาก)ลองหาเพิ่มเติมเห็นแต่สรรพคุณของดอกแก้ว……มีนัยยะยังไงรีบมาเฉลยนะคะ

    ป.ล.มิเนะนี่..คงไม่มาแนวเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกับน้องใช่มั้ยคะ?//สังหรณ์ใจแบบสุดๆว่าอีฮานามิยะนี่มันคงไม่จบที่ฮิวงะคนเดียวแต่ที่เดาๆได้..น่าจะมีฉากปะทะฝีปากของไฟกับฟ้าใช่มั้ยคะ 5555 (รึไม่?)

    *คือขอโทษนะคะที่คอมเม้นซ้ำพอดีมันแสดงคอมเม้นไม่หมดอ่ะค่ะ TTATT ไม่รู้เป็นที่คอมหรืออะไรขอโทษนะคะ*

    • แหวนแทนใจหรือจะสู้อกดูมๆช็อกโกแลต ฮาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
      ถึงท่านจะไม่ชอบน้อง ท่านก็แยกแยะได้อยู่ว่าอะไรดีไม่ดี อะไรควรขอบคุณอยู่ คนอ่านลืมฉากกระท่อมแต่น้องไม่ลืมนะ ถถถถถ

      ดอกบีปก็หอมนะ แต่ดอกแก้วนี่้มีนัยยะอยู่เลยเลือกดอกแก้วค่ะ ต้องรอลุ้นต่อไป

      มิเนะจะมาแนวไหนหรือยังไงนั้น ต้องรอดูจ้าา ฮานามิยะมีแผนอยู่ต้องรอดูต่อไปว่าพระอนุชาจะทำอะไรกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s