[AuFic KHR][10069]punish for you/Part1

 

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 1

 

 

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงง

 

เสียงออดโรงเรียนดังขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวันบอกเวลาให้เหล่านักเรียนรับรู้ว่า ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว

อาคารเรียนที่เคยเงียบเต็มไปด้วยเสียงคุยจ๊อกแจ๊ก และเสียงฝีเท้านับไม่ถ้วนพากันย้ำเหยียบเร่งขึ้นเข้าชั้นเรียนของตัวเอง

 

ทว่า…

 

ที่ทางเดินระเบียงชั้น 4 ริมสุดฝั่งปีกขวากลับเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าย่างกร่ายเข้าไปหรือแม้แต่เฉียดใกล้เป็นอันขาด

เว้นเสียแต่ว่า ไอ้บ้านั้นมันเกิดนึกอยากลองของขึ้นมาเท่านั้น

สถานที่สุดอันตรายนั้น  เหล่าครูอาจาย์และนักเรียนใน โรงเรียนวองโกเล่ต่างรู้จักชื่อในนามว่า…

 

 

‘โกคุโย’

 

 

ป้ายไม้ผุๆ ถูกเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงจากสีทาบ้านตอกเข้ากับเสาปูนที่ถูกเกี่ยวด้วยลวดหนามแหลมคม

แสดงอาณาเขตและความซ่าส์ไม่มีใครเกินของห้องเด็กเกเรนี้

 

“สายมา 15 นาที..” เสียงของเด็กสาวผมสีแดงรวมหางม้าดังขึ้น ก่อนละสายตาจากนาฬิกาข้อมือพร้อมรอยยิ้มเหยียดพึงพอใจ  “ดูถ้า..อาจารย์นั่นมันคงกลัวพวกเราจนไม่กล้ามาสอนแล้วล่ะ” เสียงหัวเราะพึงพอใจของเด็กในห้องแผดดังลั่นสนุกสนาน

 

 

“แหงล่ะ..พวกเรานะ ห้องโกคุโยนะเฟ้ย!!ไม่ต้องการอาจารย์ประจำชั้นไร้สาระนั่นหรอก” เด็กหนุ่มผมสีทองติดกิ๊ฟแดงมีแผลบากกลางจมูก ยกเท้าขึ้นเหยียบโต๊ะเรียนของตนที่สุดแสนโสโครกไปด้วยสเปรย์สี  พูดกรรโชกพร้อมชักหมัดแกว่งไปมา

“ฉันกับเจ้ากับปะเป็นคนอัดสอยมันเอง อยากฟังไหมล่ะเพื่อนว่าสีหน้าตอนมันทุรนทุรายเป็นยังไง!!”

เหล่านักเรียนในห้องผงกหัวอย่างตื่นเต้นและรีบวิ่งเข้ามาดอบล้อมฟังชายหนุ่มร่างสูงในชุดนักเรียนแบบหลุดลุ่ยไม่ติดกระดุม

 

 

 

“เคนโม้ใหญ่เลยนะครับ”  ชายผมดำสวมหมวกไหมพรมแต่งกายสุภาพสุดในห้องกล่าวเสียงเรียบ พลางดันแว่นให้เข้าที่

“คึหึหึหึ เอานา..จิคุซะ อย่างเครียดเลย เคนเขาก็เป็นแบบนี้แหละ” เสียงหวานของเด็กสาวผมสีน้ำเงินเข้มทรงผมทวิลเทลเอ่ยขึ้น มือเรียวบางเท้าคางมองเพื่อนร่วมห้องผมสีทองโม้แหลกอย่างขำขัน

 

 

 

“ห้องโกคุโยยิ่งใหญ่ ไม่ต้องการให้ใครมาเหยียบเหนืออยู่แล้ว ใครหนาไหนมาพ่อจะกัดให้!!!”เคนป่าวประกาศเสียงดัง

เหล่าเพื่อนร่วมห้องก็ต่างพอกันส่งเสียงลุกฮือกับการปลุกระดมสุดกู่ไปด้วย

“ใช่ๆ กับพวกเรายังพอว่า แต่มันบังอาจสร้างความหงุดหงิดให้ท่านมุคุโร่ “ เด็กหนุ่มผมบ็อบเอ่ยชื่อหญิงสาวที่นั่งบนเก้าอี้เรียนของเธอ มุคุโร่เหยียดยิ้มยั่วขึ้น มือปัดหางผมทวิลเทลไปด้านหลังก่อนจะเอนนัวผิงพนักเก้าอี้ พร้อมยกขาขึ้นไขว่ห้างจนกระโปรงที่สั้นอยู่แล้วทกขึ้นมาเผยขาอ่อนขาวเนียนและกางเกงในผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์รำไร  ทำเอาชายหนุ่มในห้องหลายนายถึงกับยินยอมพร้อมใจบริจาคเลือดเป็นแถบ

 

“อย่าเลยดีกว่าค่ะ ฉันรู้สึกผิดจังเลย…ความจริง..เพราะทุกคนต่างหากที่..ช่วยเหลือฉัน” นิ้วเรียวแตะริมฝีปากแดงเรื่อเป็นธรรมชาติออกมา นัยน์ตาอัญมณีต่างสีปรือหลุมต่ำลงฉายแววรู้สึกผิด  พร้อมแก้มใสที่ขึ้นสีอมชมพูแสดงความรู้สึกขัดเขิน

 

 

 

“อย่าให้ว่าแต่ช่วยเลยครับ!!!ให้ผมตายแทนผมก็ยอม!!”

“ใช่ๆ เพื่อท่านมุคุโร่ ไม่ว่าท่านสั่งอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น!!!”

“พวกผมยินดีเสมอเพื่อท่านมุคุโร่ครับ!!!!!!!”

 

 

 

เหล่าบุรุษเพศยอมสิโยราบก้มหัวคุกเข่าลมกับพื้นใต้แทบเท้าเรือนผมไพลิน  นัยน์ตาสองสีแพรวพรายฉายแววเจ้าเล่ห์

มองบรรดาผู้ชายทั้งหลาย ก่อนจะฉีกยิ้มนางฟ้าขึ้นมา “ขอบคุณมากนะค่ะ…”

 

 

 

พรูดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

มะโมเอะ!!!!!!!!!

 

 

 

 

นักเรียนสาวในห้องโกคุโยที่มีอยู่น้อยนิดมองพวกผู้ชายด้วยสายตาสมเพชพร้อมสายหน้าระอาใจเป็นแถบ

–ผู้ชายนี้โง่ชะมัด แค่ยิ้มหวานเข้าหน่อย ทำอ้อนนิดๆก็หลงซะแล้ว-

 

 

 

 

จิคุซะเป็นเพียงผู้ชายคนเดียวที่ไม่หลงคารมและลีลาเย้ายวนของปิศาจสาวแสนสวย นามว่าโรคุโด มุคุโร่

ดวงตาสีดำใต้แว่นกรอบเข้มเหลือบมองใบหน้าครึ่งซีกของมุคุโร่อย่างเบื่อหน่าย

 

 

 

 

 

 

ครืด!!!!!!!!

 

 

 

 

เสียงประตูเลื่อนเปิดออก พร้อมการปรากฏตัวของบุรุษอายุราวๆ 24-25 เรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะในฤดูเหมันต์ชี้ไม่เป็นทรง  เข้ากับใบหน้าคมคายหล่อเหลาเข้าขั้นถึงขนาดไปประกอบอาชีพดาราได้อย่างสบายๆ สวมสูทสีเดียวกับผมผูกเน็กไทสีดำสนิท

 

ดวงตาสีฟ้าใสผสมกับสีม่วงอ่อนๆใต้แว่นไร้กรอบ ชวนให้ดำดิ่งสู่ความลึกลับอย่างแปลกประหลาดมองห้องเรียนที่รกสกปรก

จากเศษกระดาษก้อนขยำๆและไม่ขยำก่ายกองบนพื้น  ผนังห้องที่ถูกเพ้นท์สีสเปรย์เป็นถ้อยคำหยาบคายและอื่นๆอีกมาก

เฉกเช่นตามท้องถนน

 

 

 

การมาของชายหนุ่มผมขาวทำให้บรรยากาศเฮฮาในห้องเงียบลง นัยน์ตาของทุกคนหันไปจับจ้องบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาใหม่ด้วยแววตาฉงน

 

“ใครนะ หล่อจังเลย..” หญิงสาวคนหนึ่งในห้องเอ่ยขึ้น ตาสีทองของละจากเรือนผมขาวที่ยังคงสำรวจไปรอบๆห้องมา

มองกลุมเพื่อนของเธอ “นั้นซะ หล่อจริงๆด้วย” เพื่อนสาวอีกสองคนทำหน้าเคลิ้มเยิ้มได้ที่ พอๆกับสาวๆในห้องเรียนอีกหลายคน ผิดกับเหล่านักเรียนชายที่มองด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ปนเหม็นขี้หน้า

 

ว่าแล้วหลังจากที่คุยกันมานาน สามสาวจึงตัดสินใจลุกจากที่เดินนวยนาดเข้าไปหาเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำแข็ง

“ขอโทษนะค่ะ ไม่ทราบว่า..กำลังหาใครอยู่รึเปล่า” 1ในกลุ่มสามสาวเอ่ยเรียกบุรุษผู้มาเยือน หนุ่มผมขาวหันมามองตอบเด็กสาวที่ใส่กระโปรงสั้นจนทุกครั้งที่เธอเดินจะโผล่กางเกงในวาบหวิว เสื้อนักเรียนรัดติ้วจนเห็นสายยกทรงและหนาอกหนาใจที่ใหญ่เกินวัย หรือยัดให้ใหญ่ก็ไม่ทราบ  และทุกคนก็ล้วนแต่งหน้าจัดจนดูแก่เกินวัยไปเลยทีเดียว

 

“ที่นี้ใช่ห้อง 3- C รึเปล่าครับ“

 

“ใช่ค่ะ มีธุระอะไรหรอค่ะ หรือมีธุระกับเรกะก็ไม่ว่านะค่ะ” หญิงสาวผิวคลำหนึ่งในกลุ่มสาวๆเดินเข้าไปเอาหน้าอกหน้าใจอันใหญ่โตเบียดกับอกแกร่งของชายหนุ่ม  “แหม..พูดแบบนี้ผมก็เขินแย่นะซิ”เรือนผมขาวชี้ไม่เป็นทรงฉีกยิ้มแห้งๆ  มือหนาจับไหล่หญิงสาวเบาๆและดันออกให้ไกลห่างพองาม

 

แต่ไม่ทันไรกลับมีสาวเจ้าคนใหม่เข้าประกบควงแขนแกร่งอีกฝ่ายไว้แน่น ก่อนจะช้อนนัยน์ตาสีชมพูมองยั่วยวน

“ถ้าไม่มีกับเรกะ งั้นกับมินะก็ได้ค่ะพ่อรูปหล่อ”

 

“อะ…เออ..”

 

 

“ถ้าไม่สนยัยดำกับยัยมินะ มิกิยังว่างนะค่ะ” สตรีผมสีฟ้าเดินนวยนาดเข้ามาลูบไล้แผ่นอก จนในที่สุดสามสาวเพื่อนรักเริ่มส่งสายตาอาฆาตกันพอกับที่หญิงสาวในห้อง

 

 

ตึง!!!

 

 

 

“เฮ้ยย เลิกทำตัวแรดกันซักทีได้ไหม ขยะแขยงลูกตาเฟ้ย!!!” เสียงกำปั้นทุบโต๊ะประกอบกับเสียงตะคอกของเคนตามด้วยเสียงโห่ร้องไม่พอใจของนักเรียนชาย  ทำให้เหล่าเด็กสาวสลายโต๋ออกจากชายวัย 25 กันไปแถบ แต่ก็ไม่วายชักสีหน้าไม่พอใจออกมา

 

-ที่พวกแกส่งฟีโรโมนอยากมีเซ็กส์กับยัยหัวสับปะรด พวกฉันยังไม่ว่าซักคำ!!!-

 

 

 

“แกน่ะ!!เป็นใคมาจากไหนฟร่ะ!!ไอ้หัวหงอก!!” เสียงกรรโชกของนักเรียนชายตัวล้ำใหญ่สุด ดวงตาสีดำหยี๋เล็กมองเจ้าของหน้าคมคายหล่อเหลาไม่วางตาเช่นเดียวกับหลายๆคนที่อยากรู้เหมือนกัน

 

 

 

 

 

ว่าเป็นใคร? และมาทำอะไรที่นี้?

 

 

“โทษทีๆฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลยซินะ” เจ้าตัวฉีกยิ้มอารมณ์ดีตอบกลับ สู้กับสีหน้าและบรรยากาศทมึนของเหล่านักเรียนหนุ่ม ม.ปลาย ในขณะเดียวกันก็กระชากใจสาวๆ  เว้นเพียงมุคุโร่ผู้หญิงเพียงคนเดียวในห้องที่หาได้สนใจไม่

 

ร่างสูงโปร่งหยิบช็อกล์ขึ้นมาขีดเขียนบนกระดาษดำใหญ่หน้าห้อง ก่อนหมุนตัวกลับมายืนเท้าโต๊ะอาจารย์สุดโทรม

“ฉันชื่อ เบียคุรัน จากนี้ไปจะมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาห้อง 3-C ฝากตัวด้วยนะ” รอยยิ้มละลายชวนประทับรอยจูบจากสาวๆส่งออกหลังจากพูดจบ สร้างความรู้สึกหงุดหงิดงุนงานให้เหล่านักเรียนชายกว่าเก่า

 

“อาจารย์ที่ปรึกษาหล่อๆแบบนี้ เจริญหูเจริญตามากเลยนะเธอ อรั๊ยยยยยยยย”

 

 

 

ตึง!!!!

 

 

กำปั้นลงกระแทกโต๊ะอีกครั้งพร้อมสีหน้าไม่สบอารมณ์ของบรรดาชายหนุ่มในห้อง

“มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะเฟ้ย!!ห้องโกคุโยไม่ต้องการอาจารย์ที่ปรึกษาหรือจะใครก็แล้วแต่!!” เรือนผมทองส่งเสียงโวยวายออกมา ปลุกระดมกลุ่มผู้ชายมากกว่าครึ่งส่งเสียงโห่ร้องสนับสนุน

 

จิคุซะดันแว่นขึ้นก่อนจะกระซิบพูดกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวเองเบาๆ “ท่านมุคุโร่ครับ..”

“คึหึหึ..อย่าใจร้อนจิคุซะ รอดูไปก่อน” เรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวยมัดแกละพลิ้วสะบดตามแรงลมอ่อนๆจากริมหน้าต่างที่เปิดไว้ ขาเรียวงามสับขาไขว่ห้างไปมา   หน้าสวยเฉียบเหยียดยิ้มลึกลับขึ้น ดวงตาอัญมณีสีทับทิมกับแซฟไฟน์ จับจ้องเจ้าของรอยยิ้มอารมณ์ดีหน้าห้องด้วยแววตาสนุกสนาน

 

-เบียคุรัน..งั้นหรอ..-

 

 

 

 

“บางทีเราอาจจะรู้จักกันไม่ดีพอนะ..ยังไง..มาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าเพื่อพวกเธอจะเปลี่ยนใจ” เบียคุรันกล่าวขึ้น

ด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน และอากิบกริยาไม่สะทกสะท้อนกับรังสีอำมหิตของกลุ่มคนเพศเดียวกับตัวเอง

 

ทันใดนั้นหญิงสาวเจ้าของชื่อมินะรีบยกมือขึ้นพร้อมเอ่ยถามเสียงดังลั่น “อาจารย์ยังโสดอยู่รึเปล่าค่ะ?แล้วมีแฟนรึยัง?”

 

 

นัยน์ตาสีน้ำแข็งเบิกกว้างหน่อยๆ พร้อมสีหน้าประหลาดใจกับคำถามแก่แดดเกินกาล ก่อนกลับมาตีสีหน้ายิ้มแย้มตามปกติ

”โสดครับ..ส่วนแฟนนี้ ยังไม่มี”

“อรั้ยยยยยยย โสดอยู่นะเธอ!!แถมยังไม่มีแฟนด้วย!!” ผู้หญิงในห้องที่มีกันเพียงแค่ 6 คน(ไม่รวมนู๋มุคุ)ส่งเสียงวี้ดว้ายจนน่าหมั่นไส้ในสายตาผู้ชาย

 

 

“โธ่เอ้ยยย  แค่โสดก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสนใจหน้าตารุ่นป้าอย่างพวกเธอซักหน่อย”

ชายผมเกรียนครึ่งหัวอีกครึ่งหัวเซ็ทเยลและแว็กจนชี้แข็งเอ่ยทั้งน้ำเสียงหงุดหงิด

 

“หุบปากไปเลยซาโตชิ!ไม่หล่ออย่าสะเออะ”สาวผิวคลำนามว่ามินะแว๊ดใส่ จนซาโตชิของขึ้น

ร่างสูงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ตามด้วยยืนจังก้าชี้หน้าจะเอาเรื่อง “ทำไมยัยปอดใหญ่!!จะเอาหรอ!!”

มินะตบโต๊ะเสียงดังไม่แพ้กัน พร้อมลุกยืนจ้องสู้ชายหนุ่มผมเกรียนครึ่งร่วมกับสาวๆในกลุ่มร่วมอุดมการณ์

“ทำไมย่ะ!!ฉันก็มีมือมีเท้าเหมือนพวกแก อย่าคิดว่าผู้ชายเยอะกว่าแล้วพวกฉันจะกลัวนะ!!!”

 

 

 

ท่ามกลางเสียงฮือฮาของกลุ่มชายผู้เห็นด้วยกับซาโตชิและเหล่าสาวๆ รวมถึงพวกยุแยงให้ตีกันดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องเรียน

“เออ…” เบียคุรันพยายามเอ่ยแทรก แต่ดูเหมือนอารมณ์เดือดของทั้งสองจะปะทุหนักขึ้นเรื่อยๆจนไม่ฟังอาจารย์อย่างเขาเสียแล้ว

 

 

“คึหึหึหึ…”

เสียงหัวเราะเย็นดังขึ้นจากโต๊ะริมหน้าต่างหลังสุด สมาชิกในห้องโกคุโยทุกคนหยุดการกระทำทุกอย่างลง บรรยากาศในห้องเข้าสู่สภาวะสงบเงียบจนน่าประหลาดใจ

“ไม่เอานา..อย่าตีกันเองซิ ไม่น่ารักเลย” ร่างเพรียวหรี่ตามองทุกคนในห้อง  เหล่านักเรียนทั้งหลายถึงกับสะอึก ขนทุกเส้นล้วนตั้งชันกับอากาศหนาวเย็นลงจนสันหลังวาบ  แล้วรีบแยกย้ายกลับไปที่นั่งของตัวเองตามเดิม

 

 

เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำแข็งถอนหายโล่งอก ก่อนหันมาสบตาสองสีคู่งามที่ส่งยิ้มหวานให้ “ขอบใจเธอมากนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ…อาจารย์เผือก”สรรพนามล้อเลียนอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกเสียงหัวเราะและความสะใจของเด็กนักเรียนชายในห้อง ส่วนสาวๆต่างพากันมุ่ยหน้าไม่พอใจ ในการกระทำของหัวโจกห้องตัวจริง

 

-ยัยหัวสับปะรด น่าหมั่นไส้ชะมัด!!-

 

 

 

“หึหึ  ไอ้กระจุกแปลกๆนั่น เหมือนสับปะรดเลยนะ” คำโต้กลับของร่างสูง เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดสะใจของเด็กสาวทั้งหมดในห้องโกคุโย   ใบหน้าสวยรู้สึกชาไปทั่วทั้งหน้าหลังได้ยินคำโต้เถียงของอีกฝ่าย ซึ่งไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าทำกับเธอมาก่อน

 

 

“ไอ้นี้!!แกกล้าดียังไงย้อนคำท่านมุคุโร่!!”เคนแหกปากโวยออกมา ร่างสูงผมทองผุดลุกขึ้นเดินดุ่ยๆหมายจะเอาเรื่องอีกฝ่าย

แต่ร่างเล็กบางของมุคุโร่กลับเข้ามาขวางทางไว้ “ไม่เป็นไรหรอกเคน..ฉันไม่ถือ”

“แต่!!!”

“นะค่ะ…” เรือนผมสีไพลินยาวสลวยทรงทวิลเทลเขยิบเข้ามาจนเบียดอกแกร่งของเคน มือบางลูบไล้แผงอกกว้างเบาๆ ตามด้วยการส่งสายตาเว้าวอนให้อีกฝ่าย จนความโกรธที่สุมอยู่ในอกหนุ่มหน้าบากลดลง “ก็ได้ครับ ถ้าท่านมุคุโร่ต้องการ” ชายผมสีทองสูดหายใจลึกเข้าเต็มปอดเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาล ขายาวจึงก้าวเดินฉับๆกลับไปนั่งที่

 

นัยน์ตาคู่งามปรายตามองเบียคุรันอยู่นาน  ก่อนจะกลับไปยังที่นั่งประจำของเธอ

เมื่อห้องอยู่ในภาวะสงบแล้ว ร่างสูงจึงหันกลับไปขีดเขียนกระดานดำอีกครั้ง

“เอาล่ะ..ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เริ่มเรียนเลยละกัน หยิบหนังสือฟิสิกส์ขึ้นมาแล้วเปิดไปที่หน้า 100 ”

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงออดดังข้นอีกครั้งเป็นสัญญาณสุดท้ายของวันนี้ พร้อมกับเหล่านักเรียนต่างพากันทยอยเดินทางกลับบ้านตัวเอง

 

“เบียคุรัน..”หญิงสาวผมสีทองม้วนเป็นลอนในเดรสสีแดงรัดรูปคอวีแหวกจนเห็นร่องอกชัดเจน

เอ่ยทักขึ้น ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเก็บเอกสารเข้าแฟ้มงานตัวเอง “ว่าไงครับ อาจารย์สุเมรากิ”เรือนผมขาวยิ้มหวานตอบอีกฝ่าย

 

 

 

“เหนื่อยหน่อยนะค่ะ มาถึงก็โดนให้ไปประจำห้องเด็กเกเรแบบนั้น”  ครูสาวสอนภาษาอังกฤษชักสีหน้าไม่พอใจปนขยะแขยงเมื่อต้องกล่าวถึงห้องเรียนสุดเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โรงเรียนวองโกเล่

ร่างสูงหัวเราะในลำคอพลางยักไหล่ไม่ใส่ใจ “หึหึ ไม่หรอกครับ ผมว่าพวกเขาก็น่ารักดีนะ โดยเฉพาะ..”

 

 

 

“โดยเฉพาะ?” สุเมรากิทวนคำอีกฝ่าย อาจารย์หนุ่มโบกมือพร้อมฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว

“ไม่มีอะไรหรอกครับ นี่ก็เย็นแล้ว ผมว่าอาจารย์สุเมรากิรีบกลับบ้านไม่ดีกว่าหรอครับ” ริมฝีปากเคลือบลิปก๊อดสีแดงฉ่ำเหยียดยิ้มยั่ว  ขาเพรียวเดินสลับไปมาหาเจ้าของห้อง ก่อนจะยกก้นขึ้นมานั่งขอบโต๊ะและพยายามเบียดตัวเข้าหาอีกฝ่าย

“ก็อยากอยู่หรอกค่ะ..แต่..ฉันอยากจะอยู่กับคุณนี้ค่ะ”

 

 

 

 

แอ๊ดดดด

 

ประตูห้องเปิดออกแบบไม่ทันตั้งตัว ครูสาวผมม้วนลอนรีบเด้งจากอาจารย์ใหม่แทบไม่ทัน หน้าสวยด้วยเครื่องสำอางรีบหันไปมองผู้มาเยือนซึ่งไม่ใช่ใครอื่น..

“โรคุโด มุคุโร่!!มาทำไมไม่ให้สุ่มให้เสียงห่ะ!!หรือว่า!!?เธอแอบมองดูอยู่แล้ว!!”

 

สาววัยทำงานตะโกนใส่เด็กสาวผมสีไพลิน ดวงตาสองสีมองอาจารย์ที่ปรึกษาของตนสลับกับครูสอนภาษาอังกฤษไปมา

ตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคอเชิงดูถูก “คึหึหึ ไม่อยากดูหรอกค่ะ สาววัยทำงานกำลังผสมพันธุ์แบบนี้”

 

 

 

“แก!!!ไอ้เด็กนี้!!คิดว่าเป็นหลานสาวผู้ถือหุ้นอันดับสองของโรงเรียนอย่าคิดว่าฉันกลัวนะ!!!” ครูสาวผมทองกำลังจะก้าวเดินไปตบสั่งสอน แต่กลับถูกมือหนารั้งข้อมือ และรวบเอวคอดของเธอไว้ “ไม่เอาครับอาจารย์สุเมรากิ เดี๋ยวผมคุยกับแกเอง”

สาวชุดแดงรัดรูปกัดฟันจนได้ยินเสียงกรอด ดวงตาสีฟ้ามองนักเรียนสาวหัวโจ๊กห้องโกคุโยอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ที่บังอาจมาขัดจังหวะเธอ

 

“ก็ได้ค่ะ” สุเมรากิพุดเสียงห้วนใส่ ขางามกระแทกสนเข็มสีแดงเดินออกไปจากห้องทำงานของเบียคุรันสวนทางกับมุคุโร่ เหลือเพียงชายหนุ่มผมสีพิสุทธิ์ กับเด็กนักเรียนสาวสวยวัย 18 ปี อยู่กันตามลำพัง

 

 

 

“มีอะไรงั้นหรอ ถึงมาหาฉันถึงนี่” หนุ่มผมขาวฉีกยิ้มอารมณ์ดีให้อีกฝ่าย หว่าร่างงามหาได้ใส่ใจไม่

มุคุโร่กลับเดินสำรวจมองรอบๆห้องทำงานของอีกฝ่าย ก่อนจะทรุดนั่งไขว่ห้างลงกับโซฟายาวสีขาว

”ได้ห้องทำงานส่วนตัวแบบนี้ ท่าทางไม่ใช่อาจารย์ธรรมดาซินะค่ะ”

ร่างสูงเลิกคิ้วสูง ดวงตาสีน้ำแข็งสบมองนัยน์ตาต่างสีคู่งามที่หรี่มองจับผิด ขณะเดียวกันมันก็เหมือนกับแววตาของแมวป่าดื้อรั้นกำลังยั่วยวนเขาไม่ปาน

 

 

“ฉันก็แค่อาจารย์ธรรมดาที่มาสมัครงานแค่นั้นเอง แต่อาจจะโชคดีหน่อยก็เลยได้อยู่ห้องดีๆแบบนี้” น้ำเสียงสบายๆดังขึ้น สร้างความรู้สึกไม่พอใจให้กับร่างบาง

 

“คุณรู้รึเปล่าเรื่องห้องโกคุโย ไม่ซิ..ห้อง 3-Cไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษาคนไหนอยู่นานเกินสามวัน” หนุ่มผมขาวยักไหล่ไม่ใส่ใจ ตามด้วยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวตอบเด็กนักเรียนหญิงหัวโจกของห้อง “รู้ซิ..แล้วก็ เธอคือโรคุโด มุคุโร่ใช่ไหม”

มุคุโร่เหยียดยิ้มตอบกลับพลางใช้มือปัดผมไปด้านหลัง “รู้เรื่องของฉันด้วย แสดงว่าก็คงรู้เรื่องที่ตระกูลโรคุโดเป็นอะไรกับที่นี่”

 

ร่างเพรียวยกก้นขึ้นจนกระโปรงนักเรียนสุดสั้นพลิ้วกระเพื่อมไปมาจนเห็นกางเกงในสีขาวลายลูกไม้  ขาเพรียวงามก้าวเดินไปยังประตูที่เปิดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ หน้าสวยโฉบเฉียวแบบธรรมชาติปรายตามองเจ้าของห้องด้วยแววตาหยั่งเชิง

“ถ้าคุณยังอยากออกไปแบบดีๆพรุ่งนี้ก็เตรียมไปยื่นใบลาออกซะ”

 

 

ปัง!!!

 

 

ประตูห้องปิดลงเหลือเพียงชายผมสีพิสุทธ์อยู่ในห้องเพียงคนเดียว มือหนาเสยผมขึ้นอย่างลวกๆ

ตามด้วยเสียงผิวปากอย่างสนุกสนาน

 

 

กริ๊งงงงง

 

โทรศัพท์ในห้องทำงานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ  ชายหนุ่มร่างสูงเดินไปยกหูโทรศัพท์ขึ้น แต่ยังไม่ทันพูดกล่าวทักทายปลายสายกลับชิงบทพูดก่อน

 

[รับสายแบบนี้แสดงว่าแกยังอยู่ดีซินะ]

 

 

 

“ก็นะ..ไม่เห็นจะเลวร้ายอย่างที่บอกเลยนี้นา ฮิบาริคุง” เบียคุรันตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสบายๆตามแบบฉบับของตน

ซึ่งตรงข้ามกับคู่สนทนาแทบทุกอย่าง

 

 

[หึ!!ที่จริงแค่ฉันมันก็ได้อยู่แล้ว แต่ ผอ.คอยกันท่าฉันตลอด เลยลงมือไม่สะดวก] เสียงหงุดหงิด ทำให้เบียคุรันพอจะจินตนาการสีหน้าและอารมณ์ของอีกฝ่ายออกว่าเป็นยังไง

 

 

“แล้วเรื่องการจัดการเด็กเนี่ย ตามใจฉันได้เลยใช่ไหม?” เบียคุรันเอ่ยถาม

 

 

 

[หึหึ ฉันเคยพูดแล้วไม่ใช่รึไง ว่าห้องนี้ฉันยกให้แก]  ฮิบาริพูดอย่างเย็นเชียบ สร้างเสียงหัวเราะพึงพอใจของเบียคุรันออกมา

หลังจากอีกฝ่ายวางหูลง หนุ่มผมขาวเดินทอดน่องไปยังหน้าต่างบานใหญ่หลังโต๊ะทำงาน นัยน์ตาสีฟ้าใสคู่คมจ้องมองร่างเพรียวบางของมุคุโร่เดินนวยนาดราวกับราชินีขึ้นรถเบนซ์สีดำที่จอดรออยู่หน้าโรงเรียน  โดยมีพ่อบ้านชราเปิดประตูหลังรถให้อีกฝ่าย หลังจากเรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวยมัดทรงทวิลเทลขึ้นรถเรียบร้อย พ่อบ้านชราจึงปิดประตูลงด้วยความนอบน้อม

ก่อนกลับไปนั่งยังที่นั่งคนขับรถ และสตารท์รถยนต์คันหรูขับออกไปจนลับสายตาผู้สังเกตการณ์เบื้องบน

 

 

 

“หึหึหึ..เป็นเด็กหัวดื้อจริงๆน้า..” เรือนผมขาวฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา นัยน์ตาสีฟ้าน้ำแข็งใต้แว่นไร้กรอบสะท้อนแสงพระอาทิตย์ยามเย็นจนฉายเป็นสีม่วงอ่อนๆ ปากหนาได้รูปขยับรอยยิ้มสนุกสนานตามลำพังในห้องเงียบเชียบ

 

 

 

“น่าสนุกดีนี้ โรคุโด มุคุโร่..”

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s