[AuFic KHR][10069]punish for you/Part10

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 10

 

 

 

ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก…

 

 

เข็มวินาทีบนนาฬิกาโบราณสูงเดินเป็นจังหวะ ตอกย้ำเวลาที่ไหลไปอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมเสียงสะอึกสะอื้นดังเป็นระยะชวนปวดเศียรเวียนเกล้าให้เจ้าของห้องผู้มีนิสัยขี้รำคาญแลหงุดหงิดง่ายเป็นที่สุด…

 

ปัง!!!!!!!!

 

 

ฝ่ามือหนากระแทกลงกับโต๊ะไม้สักราคางาม โดยไม่กลัวโต๊ะผู้น่าสงสารจะพังแม้นิดเดียว  ชายร่างใหญ่บึกบึนวัยกลางคนเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แผดเสียงโวยวาย “ผมรอมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ!!!ไอ้อาจารย์ที่ทำเรื่องบัดสีกับลูกสาวผมมันอยู่ไหน!!!”

 

 

“อะ..เออ..ผม..ผมว่าใจเย็นๆก่อนนะครับ เบียคุรันต้องมาแน่นอน พะ..เพราะงั้น…” ผู้ดำรงตำแหน่งใหญ่สุดของโรงเรียนวองโกเล่เอ่ยด้วยน้ำเสียงประนีประนอมกับพ่อของเรกะ  ไม่ใช่ว่ากลัวอีกฝ่ายของขึ้นหรอกนะ

 

แต่ที่กลัวนะ….

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตเหลือบไปมองเจ้าของตำแหนงหัวหน้าฝ่ายปกครองนั่งกอดอกสงบนิ่งเยือกเย็น ผิดกับแววตาคู่คมวาวโรจน์แสดงอารมณ์ขุ่นมัว และไม่พอใจกับการกระทำไม่ให้เกียรติของนายมิยาซากิ

 

 

เกรงว่าอาจเกิดอาจารย์ฝ่ายปกครองกระทืบผู้ปกครองก็เป็นได้ T[]T

 

 

 

 

“ฮึกๆๆ” สาวผิวคล้ำไม่ต่างอะไรจากพ่อของเธอ ส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญเป็นวรรคเป็นเวร เสแสร้งเล่นละครเก่งจนน่าจะไปเอาดีด้านการแสดงด้วยซ้ำ

“ถ้าไอ้อาจารย์นั่นคิดฟันแล้วทิ้งละก็ ผมจะลากคอมันเข้าคุกแน่!!” นายมิยาซากิแยกเขี้ยวคำรามใส่สมผู้ดำรงตำแหน่งนายตำรวจยศใหญ่

 

สึนะถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างเสียไม่ได้ เม็ดเหงื่อไหลย้อยผิดอุณหภูมิในห้องแสนเย็นช่ำ   ก่อนจะได้ผ้าเช็ดหน้ามาซับหน้าผากที่ชุ่มน้ำจากโกคุเทระ  ผิดกับฮิบาริที่ยิ้มเย็นปนเย้ยหยั่นนายตำรวจยศพลเอกเบื้องหน้า

 

 

ครืดดดดด

 

 

ประตูห้องฝ่ายปกครองถูกเลื่อนเปิดออก โดนชายร่างสูงผมสีพิสุทธิ์เข้ากับใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มร่าเริงไม่เคยเปลี่ยน

“โทษทีๆมาช้าไป…”

 

 

ผัวะ!!!!!!!!!!!

 

 

กำปั้นหนักและหน่วงพุ่งเข้าปะทะหน้าด้านข้างของเบียคุรันจนร่างสีขาวกระเด็นล้มลงไปนอนกับพื้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของคนในห้องปกครอง  รวมถึงเหล่านักเรียนคุณครูหลายต่อหลายคนที่มายืนออด้วยความรู้สึกสอดรู้สอดเห็นตามประสาคนทั่วไป

 

“ไอ้สารเลว!!!ที่แท้ก็คือแกนี่เอง!!!” ชายวัยกลางคนผิวสีคล้ำบึกบึนชี้นิ้วตะคอกด่าอาจารย์หนุ่มที่กำลังยันตัวลุกจากพื้น

“พ่อค่ะ!!!อย่าค่ะ เรกะขอร้อง!!!” เด็กสาวผมหยักศกรีบวิ่งเข้ามารั้งแขนเป็นกล้ามมัดๆของบิดาตัวเอง  และบีบน้ำตาไม่ให้นายมิยาซากิเข้าไปกระทืบคนเจ็บเบื้องล่าง

 

-เดี๋ยวเกิดตายขึ้นมา ก็ไม่มีคนรับผิดชอบลูกในท้องกันพอดี!!!! –  ควมคิดของหญิงสาวดังขึ้นในหัว ผิดกับคำพูดและท่าทางเหมือนใสซื่อไร้เดียงสา

 

 

ฮิบาริที่สงบนิ่งอยู่นาน กลับลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้นวมสีดำ ขายาวใต้กางเกงแสลตสีดำรีบเดินเข้าไปขวางระหว่างพ่อของเรกะเจ้าของตำแหน่งหุ้นส่วนอันดับสาม กับอาจารย์ที่ปรึกษาห้องโกคุโย

เรือนผมดำปราดมองมายังร่างสูงที่ยันตัวขึ้นมาเก็บแว่นไร้กรอบที่ตกพื้นมาใส่   นัยน์ตาสีรัตติกาลสบตาใต้แว่นไร้กรอบ

สีอเมทริซ์อย่างดุดันเป็นเชิงปราม  “ฉันรู้นา ไม่ต้องห่วงหรอก” เบียคุรันพูดกระซิบเสียงเย็น  ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนปัดเสื้อสูทสะอาดเอี่ยมที่เปรอะฝุ่นออก    ก่อนจะเดินสวนทางผ่านอาจารย์หัวหน้าฝ่ายปกครองไปประจันกับคู่กรณีของตัวเอง

“คุณคงจะเป็นพ่อของเรกะจัง  ยินดีที่ได้รู้จักครับ”  มือหนายื่นออกมา แต่นายมิยาซากิกลับพ่นลมหายใจแรงและไม่ยอมรับการทำความรู้จักกับไอ้อาจารย์หน้าหล่อเบื้องหน้า   “ฉันไม่อยากทำความรู้จักกับแก!!! ฉันต้องการให้แกรับผิดชอบในสิ่งที่แกทำ!!”

 

 

สึนะสะดุ้งโหยงหลับตาปี๋กับเสียงตะคอกดังลั่นเป็นสิบเท่าเสียยิ่งกว่า  หัวหน้าแม่ครัวของโรงเรียนอย่างสควอลโล่

ส่วนหนุ่มผมดำเจ้าของห้องก็ได้แต่ยืนกอดอกมองคู่กรณีทั้งสองฝ่ายด้วยสายตาไร้ความรู้สึกใดๆ

“ผมรับผิดชอบแน่นอนครับ แต่….” นัยน์ตาสีอมเทริซ์แวววาวอย่างเจ้าเล่ห์  ทิ้งถ้อยคำและประโยคเป็นปริศนาให้ผู้คนในห้องและคนอื่นๆที่ออกันข้างนอกนับร้อย   ก่อนจะคลายปมนั่นออกเมื่อเห็นสีหน้าเกรี้ยวกราดของชายวัยกลางคนที่พร้อมจะเข้ามากระทืบเขาทุกเมื่อ “ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่ใช่พ่อของเด็กในท้อง…”

 

เสียงฮือฮาดังแซ่แซ่ดไปทั่วในหมู่คน  ผู้คนต่างๆพากันตกอกตกใจกับคำพูดที่ออกจะดูไร้การรับผิดชอบของบุรุษผมสีพิสุทธิ์

“หมายความว่าไง!!!ที่แกพูด!!!เรกะท้อง!!?” นัยน์ตาดุดันกลับไปมองลูกสาวข้างกายตนทั้งแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ส่วนเรกะก็ได้แต่แผดเสียงร้องดังลั่น  “กะ..ก็ท้องกับอาจารย์นั่นแหละค่ะ ฮึก…” หญิงสาวยังคงเล่นละครไม่เลิกรา ผิดกับใบหน้าที่ซีดเผือกกับคำพูดที่ดังออกจากปากหนาได้รูป  -รู้ได้ไง??-

 

 

“ก่อนคุณมิยาซากิจะโวยวายหรือต่อยผมอีกรอบ   เอาเอกสารนี่ไปอ่านก่อนดีกว่าครับ..เผื่อเปลี่ยนใจ…” เบียคุรันโยนซองสีน้ำตาลให้นายมิยาซากิ   มือหนาของชายวัยกลางคนออกรับเอกสารได้อย่างแม่นยำ และรีบลงมือแกะออกมาดูทันที

“นะ..นี่มัน…”

 

“ผมพึ่งย้ายมาโรงเรียนวองโกเล่ได้เพียงแค่สัปดาห์เดียวเองและก็รู้จักกับเรกะจังแค่ช่วงเวลานั้น แต่กลับมีเอกสารทางการแพทย์ในโรงพยาบาลนามิโมริว่าเรกะจังตั้งครรภ์ก่อนหน้าผมจะมาเมื่อเดือนที่แล้ว…”

นายตำรวจยศใหญ่หันหน้ามาหาลูกสาวของตัวเองที่ตอนนี้ นิ่งเงียบเป็นเป่าสากใบหน้าของเธอซีดเซียวเม็ดเหงื่อผุดพรายออกมาทันที  ตาสีดำก็ล่อกแล่กอย่างเห็นได้ชัด  “อธิบายมาซิเรกะ..นี่มันหมายความว่าไง…”

“แกท้องกับใคร!!!!!” ชายวัยกลางคนปล่อยมือจากเอกสารสีน้ำตาลและเขย่าตัวลูกสาวตัวเองแรง จนเด็กสาวผมหยักศกถึงกับร้องด้วยความเจ็บปวดทั้งน้ำตา   ภาพแสนสะเทือนใจแต่น่าสมเพชในสายตาของคนหลายๆคน  เรียกเอาเสียงซุบซิบนินทาดังไปทั่ว  ส่วนอาจารย์ที่ปรึกษาห้องโกคุโยก็ได้แต่ก้มลงเก็บเอกสารสีขาวกลับเข้าใส่ในซองสีน้ำตาลทั้งรอยยิ้มเหนือชัย   “ไม่ต้องไปถามให้เสียเวลาหรอกครับ เพราะผมพาพ่อของเด็กในท้องเรกะจังมาแล้ว”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยแทรกทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างพากันเงียบกริบ  ชายหนุ่มผมขาวเหยียดยิ้มพอใจ แล้วดีดนิ้วเสียงดัง

 

 

 

“แก…ไอ้คนสวนในบ้านฉันนี่” นายมิยาซากิเบิกตากว้างตกตะลึง กับการปรากฏตัวของคู่กรณีลูกสาวเขา แท้จริงแล้วกลับเป็นเด็กหนุ่มวัยเดียวกันกับเรกะ ในชุดมอซ่อสีเทาคล้ำๆ  ใบหน้าตกกระและจืดชืดซีดเซียวจนปากสั่นระริกด้วยความกลัวนายของตน “ผะ..ผมขอโทษครับ…ผม..ผม……”

 

 

“แก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

 

.

.

.

 

 

เวลาผ่านไปอีกหลายต่อหลายชั่วโมงกว่าจะแยกตัวนายมิยาซากิออกจากหนุ่มคนสวนในบ้านออกมาได้

รถพยาบาลสีขาวส่งเสียงไซเร็นดังลั่นขึ้นมารับร่างไร้สติที่บอกช้ำจากการถูกซ้อมอย่างหนักหน่วงของชายหนุ่มหน้าจืด  รวมถึงเสียงกรีดร้องไห้ดังลั่นของเรกะ  ความอับอายทำให้สองพ่อลูกต้องหนีหน้ากลับไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“เฮ้อ…ทำเอาเหนื่อยเลย…” สึนะถอนหายใจอย่างโล่งอก ตากลมโตเหลือบไปสังเกตเห็นนักเรียนและครูคนอื่นๆหลายร้อยคนยืนโค้งตัวกล่าวขอโทษหนุ่มร่างสูงผมสีพิสุทธิ์กันยกใหญ่  “ขอโทษค่ะ/ครับ  อาจารย์เบียคุรันที่พวกเราเข้าใจผิด”

หน้าคมคายเลิกคิ้วสูงหน่อยๆ ก่อนจะฉีกยิ้มหวานตอบชวนละลายเช่นเคย เรียกเอาคะแนนหัวใจของสาวๆกลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง    “ดูเหมือนว่าเจ้านั่นจะพ้นขอกล่าวหาแล้ว” หนุ่มผมดำพุดกับคนรักของเขาทียิ้มน้อยตอบกลับมา

“ดีแล้วละครับ ผมละเสียวแทบแย่….กลัวพวกคุณมิยาซากิจะตายเอา…” พูดจบผ้าเช็ดหน้าได้ถูกยกมาซับเหงื่อบนหน้าผากอีกรอบ

 

 

 

 

 

“แกนี่มัน ตัวซวย ทำให้ฉันต้องอับอายแค่ไหน ไอ้ลูกเวรร่านไม่เลือกที่!!!กลับไปถึงบ้านก่อนเถอะ!!!”นายตำรวจใหญ่แผดเสียงดังลั่นด่าลูกสาวผิวคล้ำที่นั่งอยู่ข้างๆตัวเองในที่นั่งเบาะหลังของรถส่วนตัว  เมื่อเห็นเรกะไร้ปฏิกริยาตอบกลับมีแต่แววตาเหม่อลอยจึงได้แต่หันหน้าออกไปมองกระจกรถ ยับยั้งห้ามใจไม่ให้เผลอตัวเข้าตบหน้าลูกในไส้ของตัวเอง

 

 

ทำไมอาจารย์เบียคุรันถึงรู้เรื่องพวกนี้ได้…

คนที่รู้ก็มีแค่….

 

 

ตาสีดำที่บัดนี้เลอะมาสคาร่าอันเนื่องจากการร้องไห้ฟูมฟายหนักหน่วง เบิกกว้างตกตะลึงก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น  -นังงูพิษ!!!!-

 

 

 

อาคารเรียนกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง  แม้จะเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจของคนหลายๆคน แต่นั่นไม่ใช่สำหรับสาวงามคนนี้

กระเป๋านักเรียนเหวี่ยงกระแทกโต๊ะเรียนของเธออย่างแรงตมอารมณ์ขุ่นมัว  นัยน์ตาคู่งามแต่ต่างสีฉายแววหงุดหงิดไม่พอใจออกมา  “หนอย..ดวงแข็งนักนะ…เบียคุรัน..”  มุคุโร่พึมพำเบาๆ ก่อนจะกระแทกก้นโค้งงอนได้รูปสวยงามลงกับเก้าอี้  ขาเพรียวยกขึ้นมาไขว่ห้างสับไปมา พลางกอดอกแน่น

 

 

ทั้งที่วันนี้ อุตส่าห์มาแต่เช้า เพื่อมาดูความวินาศบัดซบของไอ้เทวดาซาตานนั่น!!!!

 

 

 

ครืดดดดดดดดดดด

 

 

ห้องเรียนเปิดออกพร้อมกับหญิงสาวราวๆ 5 คนในชุดนักเรียนนุ่งสั้นรัดเปรี๊ยะ  นัยน์ตาอัญมณีต่างสีเหลือบไปมองผู้มาเยือนใหม่   เมื่อเห็นว่าแท้จริงคือนักเรียนห้องโกคุโย กลุ่มเพื่อนสาวของเรกะเจ้าตัวจึงหาได้ใส่ใจไม่ และยังคงหันหน้าไปมองวิวท้องฟ้าริมหน้าต่างตามปกติเช่นเคย

 

 

“มินะ…พวกผู้ชายยังไม่มีใครกลับมาห้องเลย …” สาวผมชมพูกระซิบบอกหญิงผมสีฟ้ารวบเป็นหางม้ายาว

มินะพยักหน้าตอบ ทั้งที่ตายังคงจับจ้องไอด้อลโรงเรียนวองโกเล่ไม่วางตา   ว่าแล้วเรือนผมฟ้าก็เดินนำกลุ่มตรงไปยังเจ้าของผมสีไพลินมัดทวินเทล  จนเจ้าตัวต้องละสายตาจากท้องฟ้ามายังห้าสาว  “มีอะไรเหรอค่ะ?”

“พวกฉันมีเรื่องอยากคุยกับแก…”

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

เผี้ยะ!!!!!!!!!!!

 

 

 

ฝ่ามือเรียวตบเข้ากับแก้มใสเต็มแรง จนหญิงสาวล้มลงไปนอนกับพื้นห้องน้ำหญิงสีแดง  มุคุโร่ค่อยๆยันกายขึ้นมามองเด็กสาวห้องโกคุโยทั้ง 5 ที่ยืนล้อมเธอทั้งหน้าหลัง ด้วยแววตางุนงง “ตบฉันทำไม?”

“ฉันจะเอาให้มากกว่านี้อีก โทษฐานที่แกคิดลอบกัดเรกะ!!!!” มินะแผดเสียงใส่ และจิกผมสีไพลินขึ้นมาแล้วออกแรงตบไปอีกสองที โดยเพื่อนคนอื่นจับล้อกมือและขาของมุคุโร่ไว้ “ปล่อยนะ!!!เธอเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้!!!!”

“ตอแหล!!!ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร!!!แม้แต่ฉันเป็นเพื่อนสนิทเรกะยังไม่รู้เลยว่าเรกะท้อง แต่แกคือคนเดียวที่รู้!!!”

มือบางจับคางมนสวยให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาดุดันของเธอ  นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองดวงหน้าสวยที่เต็มไปด้วยรอยแดงฝ่ามือของเธอและรอยฝกช้ำตามเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยออกมา กระโปรงสั้นสุดๆที่ถลกเปิดจนเห็นกางเกงในผ้าลูกไม้สีครีม

“ฉันเองก็หมั่นไส้หน้าสวยๆของแกมานานแล้ว…ไอ้ท่าทียั่วผู้ชายให้มาคุกเข่าแทบเท้าของแก…ทำตัวเฉิดฉายสร้างภาพเป็นผู้ดี  วันนี้ขอเอาคืนให้หมดเลยละกัน!!!”

 

 

“ปล่อยฉันนะ!!!เธอเข้าใจผิดแล้วฉันไม่ได้!!!!”

 

เผี้ยะ!!!!!!!!!

 

 

“ยังจะตอแหลอีกเหรอ  ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใครที่คาบข่าวไปบอกอาจารย์เบียคุรัน!!! อีนังแพศยา แกคงคิดกะเอาอาจาย์เบียคุรันมาทำผัวสินะ อีนังสารเลว!!!!”  สาวผมชมพูเข้ามาตบหน้าเรือนผมสีน้ำทะเลลึกที่มัดทวินเทล บัดนี้กลับยุ่งเหยิงปล่อยสยายแนบเนื้อตัวมอมแมม พร้อมทั้งชีหน้าด่า

 

 

“หุบปากซะที!!!!!!!!!” มุคุโร่แผดเสียงดังลั่นห้องน้ำ จนสาวๆทั้ง5 สะดุ้งโหยง  นัยน์ตาต่างสีวาวโรจน์เดือดดาลแล้วออกแรงดิ้นจนหลุดจากพันธนาการของคนทั้ง 5 สำเร็จ  “คึหึหึหึ  ใช่!!!เขาเป็นสามีของฉันแล้ว  แต่ผิดหน่อยนะ ที่เขาเข้ามาหาฉันเองไม่เหมือนพวกเธอ”

“แก!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

 

.

.

.

.

 

 

 

 

บรรยากาศภายในห้องเรียนของเด็ก ม.ปลายปีสองช่างมืดหม่นเสียจน  เด็กอยากจะโดดหนีออกไป หาไม่ติดที่ว่า…นี่คอวิชาภาษาญี่ปุ่น และคนสอนคือ ฮิบาริ เคียวยะ  แม้หน้าตาเขาจะหล่อเหลาไม่แพ้เบียคุรันจนสาวๆหลายคนตกหลุมรักได้ไม่ยาก   หากแต่ถ้าลดความโหดลงเสียหน่อย มันจะดีกว่านี้มากกกกกกกกกกกกกก

 

 

“คุโรซาว่า!!!สุมหัวทำอะไรกับสึบากิ!!!” ฮิบาริตวัดนัยน์ตาจากหนังสือตำราภาษาญี่ปุ่นเล่มหนามายังเด็กผู้สองคนหลังห้อง ที่รีบผละออกจากกันทันที  “ผมขอโทษครับ!!!จะไม่คุยกันอีกแล้ว!!!”  เด็กชายทังสองรีบลุกขึ้นยืนก้มหัวขอโทษเป็นการยกใหญ่ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าโดนอีกฝ่ายลงโทษ…

 

 

ว่ากันว่า…คนที่ถูกฮิบาริ เคียวยะลงโทษกับมือ  จะต้องไปนอนโรงพยาบาลถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน

แล้วจากนั่นก็จะลาออกไปโดยไม่ทราบสาเหตุ….

 

 

 

แม้นไม่รู้ว่าหนุ่มผมดำทำอะไร … แต่จากนิสัยแล้ว

ทางที่ดี อย่าทำให้อาจารย์คนนี้ โกรธเป็นการดีที่สุด…

 

 

“วันนี้ฉันจะให้อภัย แต่อย่าให้เห็นอีก…เพราะฉันเกลียดการสุมหัว”พูดจบก็กวาดสายตาดุร้ายราวกับพญาเหยี่ยวไปที่เด็กในห้องทุกคน  จนนักเรียนพากันขาสั่นเป็นแถวโดยเฉพาะสองหน่อที่โดนดุ  สั่นจนพาลเอาโต๊ะของทั้งสองสั่นไปด้วย

“เคียวยะ!!!!!!!!” เสียงทุ้มแหกปากดังลั่น และเปิดประตูห้องอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันได้วิ่งเข้าไปในห้องเรียนก็สะดุดกับพื้นที่ไม่น่ามีอะไรให้สะดุดล้มลงหน้ากระแทกกับพื้นเสียงดังลั่น

 

 

โครม!!!!!!!!!!

 

 

 

หากเป็นคนอื่นๆคงจะตกอกตกใจ หรือไม่ก็สมเพชขำขันไปแล้ว  แต่นั่นไม่ใช่กับอาจารย์สอนภาษาอังกฤษจอมซุ่มซ่ามอย่างดีโน่ คาบัคเรโน่

“ใครก็ตามที่ขัดการสอนของฉัน มันต้องถูกขย้ำ!!!!” ฮิบาริพูดดุดัน  มือหนาควักเอาพลองเหล็กปริศนาที่ไม่ทราบว่าเก็บซ่อนไว้ที่ไหนออกหมายหมายละเลงเลือดอาจารย์หนุ่มชาวต่างชาติหน้ามน     “ดะ..เดี๋ยวๆใจเย็นก่อนเคียวยะ!!!เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!!”  ดีโน่รีบเอ่ยด้วยสีหน้าร้อนรน  ทำเอาคนที่หน้าเลือดจนอย่างละเลงเลือดต้องชะงักตัวลง

“มีเด็กผู้หญิงตีกันตรงระเบียงชั้นสาม!!!ดูท่าจะไม่หยุดง่ายๆด้วย!!!”  ฮิบาริเหยียดยิ้มเย็นเลียปากอยางนึกสนุก ดูท่าไอ้พวกสัตว์กินพืชนี่ถ้าจะไม่เจียมตัว ทั่งๆที่นับตั้งแต่เขาถูกสึนะขอร้องให้มาช่วยเป็นฝ่ายปกครอง  เรื่องตีกันเองในโรงเรียนก็เงียบหายไปนานแล้วแท้ๆ  “ไอ้พวกลองดี  จะต้องถูกฉันขย้ำ!!!”

 

 

บุรุษผมสีรัตติกาลเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับสิงโตกระหายเหยื่อ  ส่วนดีโน่เองก็ได้แต่เหงื่อตกเพราะคิดต่อว่าตัวเองอยู่ว่า คิดผิดรึเปล่าที่มาบอกให้อีกฝ่ายรู้  “ตายล่ะว้า..เด็กๆครูขอโทษ~”

 

 

 

 

 

เผี้ยะ!!!!!!

 

 

ร่างของมินะกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงระเบียง ในสภาพร่างกายฝกช้ำไปทั้งตัว  ถึงอย่างงั้นมันก็ยังดีกว่าสภาพของคู่กรณีของพวกเธอ  “แฮ่กๆ นังหัวสับปะรดมีดีแค่นี้สินะ” หญิงผมฟ้าเดินเข้าไปกระชากผมสีน้ำเงินยาวสลวยแล้วลากลงไปกดนอนกับพื้น ตามด้วยลูกล้อในกลุ่มอีก 4 คนที่เข้ามารุมยำเจ้าของนัยน์ตาสองสีที่ปรือมองอย่างเคียดแค้น

เหล่านักเรียนหลายคนต่างพากันแห่ออกมาดูการตบตีของสาวๆราวกับเป็นเรื่องสนุกสนาน บ้างก็มาเพระสอดรู้สอดเห็นแต่แสร้งทำเป็นตีสีหน้าสงสาร   หาได้มีใครกล้ายื่นมือเข้าไปช่วยแม้แต่นิด  รวมถึงพวกผู้ชายที่หลงเสน่ห์มุคุโร่ทำเพียงแค่มองอยู่ห่างๆ

 

 

 

 

กลัว…โดนลูกหลง….

 

 

 

 

 

“เฮ้ยๆๆ อาจารย์ฮิบาริมา!!!” เด็กนักเรียนชายหวีดร้องเสียงดัง  ทำให้พวกไทยมุ่งแตกกระเจิงเข้าห้องเป็นแถบ เหลือแต่เพียงตัวต้นปัญหาที่วิ่งหนีไปไม่ทัน   หนุ่มผมดำกวาดตามองไอ้พวกที่จรลีเข้าห้องอย่างหงุดหงิดทีริอาจมาสุมหัวเกะกะสายตา

ก่อนจะกลับมามองจุดเกิดเหตุ   “ 5 รุม 1 งั้นเหรอ…”

 

 

หน้าคมคายสะดุดที่สุดเมื่อหนึ่งคนที่ว่าไม่ใช่ใคร  แต่เป็นโรคุโด  มุคุโร่  หญิงสาวผู้เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง เจ้าของหน้ากากผู้ดีตีนแดงมาตลอด…

“หึหึหึ  เจ้าสัตว์กินพืชหัวสับปะรด ในที่สุดแกก็เผยเนื้อเน่าๆออกมาต่อหน้าคนอื่นได้”  ฮิบาริยิ้มเหี้ยมเกรียม  แววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานเย้ยหยั่นถึงที่สุด  “พวกเธอทุกคนต้องถูกทำโทษ  โดยการ….”

 

 

“หือม์….เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ อาจารย์ฮิบาริ?”

 

 

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s