[AuFic KHR][10069]punish for you/Part4

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 4

 

 

 

ห้องอาหารหรูสไตล์ยุโรปแสดงถึงฐานะสุดร่ำรวยของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี บานหน้าต่างกว้างใหญ่เปิดม่านสีแดงออกทกให้แสงอาทิตย์อ่อนๆยามเช้าส่องกราดเข้ามากระทบร่างของหญิงสาวผมสีไพลินบนเก้าอี้นั่งทานข้าว ทำให้ร่างเพรียวบางในชุดนอนเสื้อเชิ้ตสีขาวใหญ่โคร่งยาวถึงขาอ่อนดูงดงามราวกับรูปแกะสลักราชินีผู้เลอโฉม

 

นัยน์ตาอัญมณีต่างสีมองสวนกว้างตกแต่งหรูหราด้วยดอกไม้และต้นไม้นานาชนิดอย่างมีรูปแบบในคฤหาสน์โรคุโด

“ท่าทางสบายใจจังเลยนะขอรับ..” เสียงแหบพร่าร้องทักขึ้นจากประตูห้องทางเข้า ใบหน้าสวยเบือนหน้ากลับมามองผู้มาเยือนพร้อมทั้งรอยยิ้มหวาน “ก็..วันนี้เป็นวันดีนี้ค่ะ วาตาริ” วาตาริฉีกยิ้มน้อยๆตอบอย่างอ่อนโยนจนหนวดหยิ๋มๆสีขาวโพลนพอๆกับเส้นผมที่ประปรายบนหัว  ดวงตาหยี๋สีเทาขุ่นตามอายุชราของตัวเอง มองคุณหนูที่เขารับใช้มาตั้งแต่ยังบอแบะด้วยความเอ็นดู

 

ชายชราในชุดพ่อบ้านสีดำกางเกงสีเทาสายทางเดินเข็นโต๊ะอาหารมาข้างๆเจ้าของผมสีไพลินที่ยังปล่อยยาวสลวยไปคลอเคลียกับสะโพกกลมกลึงได้รูป  มือเหี่ยวย่นใต้ถุงมือสีขาวหยิบจานอาหารบนโต๊ะเข็นวางลงบนโต๊ะทานอาหารทำจากไม้สักราคาแพงที่ยาวมากขนาดรองรับคนร่วมโต๊ะได้  20 คนเลยทีเดียว

 

“เอ๋!?วันนี้ของหวานแปลกจังนะคะ” ดวงหน้าสวยหรี่มองขนมหวานหลังอาหารคาวยามเช้า  ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองพ่อบ้านของเธอ “นี้เป็นเค้กช็อกโกแลตกับมาชเมลโล่ขอรับ กระผมพึ่งไปหัดเรียนมาจากรายการอาหารในทีวี”

มุคุโร่ฉีกยิ้มขำๆกับการสรรหาไอเดียอาหารแปลกตามา และรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งเมื่อได้พูดคุยกับวาตาริ พ่อบ้านที่อยู่ดูแลเธอมานับเกือบๆ ตลอดชีวิตของเธอ จนเกือบเป็นครอบครัวเดียวกัน

 

ยิ่งเสียกว่า พ่อ แม่..หรือจะเป็นคุณปู่..

 

 

“ถึงจะแปลกๆ แต่ก็..ขอบใจนะ..” มือเรียวจับช้อนเงินแท้ตักก้อนมาชเมลโล่เคลือบช็อกโกแลตสีเข้มเข้าปาก นัยน์ตาสองสีหลับพริ้มลงกับความหวานละมุนจัดของมาชเมลโล่ผสมกับรสขมๆปนหวานหอมอ่อนๆของช็อกโกแลตที่ลงตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ  วาตาริลอบมองคุณหนูของตัวเองพลางยิ้มมีความสุขที่ได้ทำให้ร่างบางอิ่มอร่อยด้วยเมนูใหม่

 

“วันนี้คุณท่านส่งเงินมาขอรับ” ชายชรายื่นซองสีน้ำตาลใส่เงินหน้าปึกมาให้อีกฝ่าย  มือเรียวชะงักช้อนที่ตักของหวานเตรียมเข้าปากก่อนจะวางลงอย่างเบามือ ตาคู่งามที่สดใสแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาทันทีพร้อมปรายมองซองสีน้ำตาลในมือพ่อบ้านชราข้างกาย  “คุณปู่..ส่งเงินมา..”

 

อาการเย็นชาของมุคุโร่สร้างความรู้สึกลำบากใจให้แก่เซบาสเตียนแห่งตระกูลโรคุโด ใบหน้าเหี่ยวย่นเหงื่อแตกทันที “คุณหนูขอรับ..รับไว้เถอะ..คุณท่านรักและก็ห่วงคุณหนูมากนะขอรับ..”

 

 

“ตั้งแต่งานศพพ่อกับแม่ ก็ไม่โผล่หน้ามาเลยนี้นะหรอ..คึหึหึหึ..” ปากอิ่มได้รูปกระตุกยิ้มมุมปาก พลางหัวเราะในลำคอเสียงเย็น  มือนุ่มสวยปัดผมไปด้านหลังก่อนจะรับซองเงินมาเปิดดู พบแบงค์เงินปึกหนาจำนวนมากหลายหมื่นเยน

ซึ่งค่าของมันก็เท่ากับจำนวนเงินที่ฝ่ายนั้นส่งมาให้หล่อนทุกเดือน

“ถ้าวาตาริไม่ขอ ฉันก็ไม่รับเงินของผู้ชายคนนั้นหรอกนะ”

 

 

มุคุโร่เก็บเงินเข้าซองเหมือนเดิม ก่อนจะยื่นคืนให้อีกฝ่าย “ฝากเข้าบัญชีให้ด้วยนะคะ  แล้วเดี๋ยวไปเตรียมรถด้วย..”

ร่างบางยกก้นจากเก้าอี้เดินขึ้นบันไดหินอ่อนกว้างใหญ่ในคฤหาสน์ของเธอไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวไปโรงเรียน

 

นัยน์ตาสีเทาขุ่นทอดมองอาหารเช้าที่ลดปริมาณไปน้อยนิด พร้อมถอนหายใจเฮือก

-ใครกัน..จะสามารถดึงคุณหนูออกจากความโดดเดี่ยวได้-

 

มือเหี่ยวกุมซองเงินแน่น ก่อนจะมองไปยังรูปวาดพระเยซูประดับบนผนัง “หรือมีเพียงพระเจ้าเท่านั้น..”

 

.

.

.

รถฟอร์มูล่าสีดำสนิทจอดลงหน้าโรงเรียนมัธยมปลายวองโกเล่  เหล่านักเรียนก่อนหน้านั้นต่างพากันมองมายังรถคันหรูราคาแพงเป็นสิบๆล้านอย่างตื่นตาตื่นใจ  ประตูรถหลังเปิดอกโดยชายชราในชุดพ่อบ้านสีดำสนิท  และโค้งสุภาพให้นักเรียนสาวแสนสวยมัดผมทวินเทลที่ก้าวลงจากรถ “ดูแลตัวเองดีๆนะขอรับ” เสียงแหบพร่าเอ่ยพูดขึ้น

เรือนผมสีน้ำเงินมองหน้าชายชราที่เป็นดั่งพ่อแม่และเพื่อนของเธอทั้งแววตาขำขัน ในความขี้เป็นห่วงจนออกจะเกินหน้าที่ของพ่อบ้านทั่วไปควรทำ “ขอบคุณค่ะ วาตาริ”

 

 

ทันทีที่รถสีดำคันหรูขับออกไป เหล่านักเนียนชายนับ 10 ต่างแห่วิ่งเข้ามาหาหญิงสาว

 

“คุณโรคุโดครับ!!ให้ผมช่วยถือกระเป๋าไหมครับ!”

“ท่าทางหนักนะครับ ให้ผมช่วยดีกว่า..”

“ผมถือเองๆ”

 

 

มุคุโร่มองฝูงนักเรียนชายที่ล้อมหน้าหลังหล่อนหยาดเยิ้ม  พลางยิ้มหวานให้

แม้ในใจจะด่าไอ้พวกหน้าหม้อแถมยังโง่ดักดานหลงในมนต์เสน่ห์ของเธอ “คึหึหึหึ..”

 

 

“ท่านมุคุโร่…” เสียงเย็นเรียบดังขึ้นทำให้กลุ่มชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์สงบปากส่งเสียงร้องขอความรักจากหญิงสาว

และแหวกทางให้ต้นเสียงเดินเข้ามาหาสาวตาต่างสี “อรุณสวัสดิ์ค่ะ จิคุซะ..”

มุคุโร่ทักทายเสียงหวานให้หนุ่มแว่น  จิคุซะมุ่นคิ้วตีหน้าเครียดลงผิดวิสัยจนร่างบางรู้สึกแปลกใจ

 

 

เกิดอะไรขึ้น!!?

 

 

หนุ่มแว่นไม่ตอบอะไร  ทำเพียงแค่สบตาคู่งามของเธอซึ่งเจ้าของผมสีไพลินเข้าใจทันทีถึงการสื่อสารบางอย่าง

 

 

…คุยที่นี่ไม่ได้…

 

หนุ่มสวมหมวกไหมพรมหมุนตัวเดินออกไป โดยมีร่างเพรียวเดินเคียงข้างตามไปด้วยท่ามกลางสายตาเสียดายของ

กลุ่มชายผู้ตกในมนต์สะกดแห่งความงามของไอด้อลสาวแห่งโรงเรียนวองโกเล่

 

.

.

.

 

 

“อะไรนะ!!พวกเคนนะหรอ!!?” เสียงหวานร้องดังลั่นในห้องเรียนโกคุโยสุดโทรมและเถื่อนอย่างหาที่ติไม่ได้

จิคุซะพยักหน้าตอบอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวยกขึ้นมาดันแว่นกรอบสีน้ำตาลให้เข้าที่ “ตอนนี้อาการปลอดภัย พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลและคาดว่าน่าจะมาเรียนไม่ได้อีกเป็นเดือน ”

มุคุโร่เม้มปากแน่นจนเป็นสีแดงก่ำชัด มือเรียวยกขึ้นมาจับคางครุ่นคิดถึงข่าวสารความเป็นไปของเพื่อนชายในห้องชวนใจหายควับ “แจ้งความไปยังคะ?”

 

 

“ แจ้งแล้วครับ..แต่ดูเหมือนทางตำรวจเขาดูแปลกๆชอบกลเหมือนกับว่า ไม่อยากยุ่งกับคนร้าย..”จิคุซะกล่าวเสียงเครียด

ไม่ต่างอะไรกับมุคุโร่  -มันเกิดอะไรขึ้น พวกเคนไปมีเรื่องกับใคร..ทั้งที่เมื่อวาน….-

 

พลั่น!!นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างกับความคิดที่แล่นเข้ามาในหัว มือบางกำแน่นจนเล็บยาวจิกเข้าเนื้อทันที

 

 

เมื่อวาน!!!

 

“ท่านมุคุโร่เป็นอะไรหรอครับ?” หนุ่มแว่นถามหน้าตาย

“เดี๋ยวฉันกลับมา..” มุคุโร่ตอบเสียงเย็นจนชายสวมหมวกไหมพรมอึ้ง ร่างบางก้าวยาวๆจนกระโปรงนักเรียนพลิ้วเปิดเห็นกางเกงในลูกไม้สีดำตัวจิ๋วกว่าทุกวันเดินเปิดประตูออกไปจากห้องทันที

 

 

 

.

.

.

.

“รู้ไหม?ทำไมถึงเรียกกฎของนิวตันในข้อแรกว่ากฎแห่งความเฉื่อย..”หนุ่มผมขาวยื่นเท้าโต๊ะอาจารย์ในห้องเรียนของเด็ก ม.ปลายปีหนึ่งสายวิทย์ เอ่ยถามเสียงนุ่ม  จนนักเรียนสาวๆในห้องมองตาเคลิ้มเป็นแถว

ส่วนนักเรียนชายทำหน้าเซ็งอารมณ์และระอาใจกับเหล่าเพื่อนสาวทั้งหลายที่อยู่ในสภาวะบ้าผู้ชายขั้นหนัก

 

“ไม่มีใครตอบเลยหรอครับ?” เบียคุรันมองไปรอบๆห้อง สาวๆเริ่มได้สติเมื่อพบว่าอาจารย์หนุ่มรูปงามดั่งเทพบุตร กำลังถามคำถามทางฟิสิกส์ซึ่งเป็นวิชาที่เรือนผมขาวชี้ไม่เป็นทรงสอนอยู่

“ตอบผิดไม่เป็นไร..ตอบมาเถอะ..ครูน่ะ..ชอบนักเรียนใจกล้านะ”  เสียงทุ้มนุ่มจงใจเน้นประโยคหลังพร้อมฉีกยิ้มหวานใส่ ทำเอานักเรียนสาวแย่งยกมือตอบกัน

พอนักเรียนชายจะตอบ ก็โดนสายตาจิตสังหารของสาวๆจนบรรดาหนุ่มๆนั่งตัวลีบเจี๋ยมเจี้ยมทันที

 

 

“เพราะว่าวัตถุไม่เคลื่อนที่หรืออยู่ในสภาวะกำลังจะเคลื่อนที่ แรงกระทำเลยเป็น 0” เสียงหวานล้ำตอบ ทว่า..คนตอบกลับไม่ใช่นักเรียนสาวที่อยู่ในห้อง

แต่เป็นหญิงสาวผมสีน้ำเงินเข้มดั่งทะเลลึกมัดผมทวินเทลที่เปิดประตูห้องเรียนเข้ามาผิดเวล่ำเวลา

“เฮ้ยย  รุ่นพี่มุคุโร่!!รุ่นพี่มุคุโร่นี้นา!!” นักเรียนชายกระซิบพูดกับเพื่อนในกลุ่มทั้งท่าทางตื่นเต้น  แน่นอนว่าการปรากฏตัวของนักเรียนสาวเจ้าเสน่ห์ทำให้บรรดาหนุ่มๆกระปรี้กระเป่าขึ้นมา

 

 

นัยน์ตาคู่คมสีม่วงอ่อนจนเกือบเป็นสีฟ้าใสใต้แว่นไร้กรอบ เหลือบมองผู้มาเยือนโดยไม่ดูกาลเทศะ “ตอบถูก แต่ว่า..นี้มันชั่วโมงเรียนของห้อง 1-A นะ มุคุโร่คุง”  มุคุโร่กอดอกยืนมองอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องไม่วางตา

 

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

น้ำเสียงที่หวานสุภาพเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว จนนักเรียนในห้องมองหญิงสาวด้วยความตกตะลึง

เบียคุรันสบตาสองสีที่จ้องมองเขาอย่างไม่วางตาอยู่นานจนพวกนักเรียนมองสาวรุ่นพี่คนสวยกับอาจารย์หนุ่มสุดหล่อไปมาท่ามกลางบรรยากาศมาคุระหว่างคนสองคน

หน้าคมคายเหยียดยิ้มขึ้นก่อนจะยักไหล่ไม่ใส่ใจ แล้วหันไปยิ้มชวนละลายให้นักเรียนทั้งหลายที่นั่งอยู่ “เดี๋ยวครูมา”

 

ครืด!!!!

 

ปัง!!!!

 

 

ระเบียงทางเดินยังคงแลดูเงียบในยามช่วงเวลาเรียน แม้ว่าจะไม่เท่ากับตอนเลิกเรียนก็ตามที เพราะมีเพียงเสียงพูดอธิบายของเหล่าคุณครู และเสียงชอกล์ขีดลากไปมาบนกระดาน

 

หนุ่มผมขาวเดินตามนักเรียนสาวผู้เพียบพร้อมอย่างเงียบๆ ดวงตาคู่คมมองแผ่นหลังเล็กบางไล่ลงมายังเอวคอดและสะโพกได้รูป กับกระโปรงสุดสั้นที่พลิ้วไปมาพยายามจะเปิดบั้นท้ายกลมกลึงน่าสัมผัส

“มุคุโร่คุง..มีอะไรก็พูดมาซิ ฉันต้องไปสอนต่อนะ” สิ้นเสียงปรามทักของเบียคุรัน ฝ่ายหญิงสาวจึงหยุดขาเรียวงามเช่นนางแบบก่อนจะหมุนตัวกลับมาสบตาอีกฝ่ายทั้งแววตาจะเอาเรื่อง “เมื่อวาน..คุณทำอะไรพวกเคน”

หนุ่มผมขาวมองตาสองสีดื้อรั้นปริบๆใสซื่อจนมุคุโร่หมั่นไส้  “คุณซ้อมพวกเขาใช่ไหม!!”

 

เรือนผมขาวชี้ไม่เป็นทรงยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนปกติ ดวงตาสีอเมทริซ์มองใบหน้าหวานสวยเกรี้ยวกราดนั้นอยู่นานก่อนจะหัวเราะในลำคอออกมา “หึหึหึ ..พูดอะไรกันเนี้ย ไม่เห็นเข้าใจเลยมุคุโร่คุง”

“ยังจะทำหน้าตอแหล!! เฉไฉอีกหรอ!!” มุคุโร่กัดฟันแน่น พยายามข่มเสียงพูดตัวเองให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้คนอื่นๆได้ยิน

“ตอแหล!?เฉไฉ!?แปลกจังนะ..พูดถึงตัวเองอยู่รึไงกัน หืมม์..” คำตอกกลับของเบียคุรัน ทำให้ร่างบางโกรธจนเลือดขึ้นหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  แต่แล้วร่างสูงกลับก้าวยาวๆเข้ามาร่างบางและใช้มือหนากระชากแขนอรชร ให้ร่างของมุคุโร่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเซล้มลงมาปะทะกับแผ่นอกกว้างอีกฝ่าย

 

“!!!!!!!” มุคุโร่สะดุ้งวาบไปทั้งตัว ร่างเพรียวพยายามออกแรงดิ้นแต่ก็ไม่อาจหลดจากวงแขนแกร่งได้

“คนที่แสร้งทำตัวเป็นเด็กดี ใช้มารยาหลอกผู้ชายไปวันๆแบบเธอ เขาเรียกว่าตอแหลได้ไหมนะ?” ชายหนุ่มโน้มกระซิบข้างหูจนขนหลังคอมุคุโร่ตั้งชันทันที “ปล่อยนะ!!ไม่งั้นฉันจะ..”

 

“ร้อง” เบียคุรันตอบแทนคนในอ้อนแขน และปล่อยร่างบางจากพันธนาการทันที  เรือนผมสีไพลินรีบถอยห่างจากอาจารย์

หนุ่มผมสีงาช้าง  “คุณกล้ามากนะทำกับฉันแบบนี้!!” ปากหนาได้รูปฉีกยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเสียงเกรี้ยวกราดของอีกฝ่าย พลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “มันก็แค่การป้องกันตัว..ฉันก็ยังอยากมีชีวิตต่อยาวๆนี้นา”

 

คำตอบของอีกฝ่ายทำเอามุคุโร่มุ่นคิ้วไม่พอใจ   ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆในขณะที่มองนาฬิกาข้อมือ

“อืมม์..นี้ก็สิบนาทีแล้ว ฉันคงต้องกลับไปสอนต่อแล้วล่ะ..” ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับไป

แต่ทว่าเสียงหวานของมุคุโร่ทำให้ขายาวชะงักก้าวเดิน

 

 

“คุณเป็นใครกันแน่?”

 

 

ไม่มีเสียงตอบใดๆเหลือเพียงแค่ความเงียบระหว่างคนทั้งสอง เบียคุรันเบือนหน้ามามองนักเรียนสาวผมสีไพลินทรงทวินเทล

 

“ถ้าอยากรู้ หลังเลิกเรียนก็มาพบฉันที่ห้องซิ..” หน้าคมคายหล่อเหลาฉีกยิ้มหยั่งเชิงเด็กสาว ก่อนจะเดินจากไปจนลับตา

 

.

.

.

 

 

“กลับก่อนนะมิกะ พรุ่งนี้เจอกัน!!” นักเรียนสาวคู่สุดท้ายโบกมือล่ำลากัน ตรงหน้าโรงเรียนก่อนแยกย้ายไปตามทางกลับบ้านของตัวเอง  มุคุโร่นั่งมองกลุ่มนักเรียนสาวสองคู่นั้นจากม้านั่งใต้ต้นไม้จนลับตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์สิแดงที่ตกลงขอบพื้นในเวลายามเย็น

 

 

“ถ้าอยากรู้ หลังเลิกเรียนก็มาพบฉันที่ห้องซิ..”

 

คำพูดของชายหนุ่มเทวดายังคงก้องอยู่ในหัวซ้ำไปมาราวกับเทปเสียง นัยน์ตาสองสีฉายแววสั่นระริกแสดงความหวาดหวั่นในใจลึกๆของเธอเอง

 

เอี๊ยดดดด..

 

 

เสียงรถยนต์จอดลงสนิทนุ่มนวลหน้ารั้วโรงเรียน เรียกสติร่างเพรียวให้กลับมา “วาตาริ..”

“เชิญขอรับ คุณหนู” พ่อบ้านชราลงจากรถมาเปิดประตูหลังให้ร่างบาง มุคุโร่ลุกขึ้นยืนและก้าวเดินไปหมายจะขึ้นรถกลับบ้าน แต่แล้วความรู้สึกหนาวเย็นบางอย่างพุ่งเข้ากระแทกจนมุคุโร่ขนลุกชันไปทั้งตัว ก่อนจะหมุนตัวกลับไปมอง

“มีอะไรหรอครับคุณหนู?” วาตาริมองสีหน้าลกลนของสาวผมทวินเทล  นัยน์ตาสีเทาขุ่นพยายามมองดูด้านหลังของหญิงสาวอย่างสงสัย

 

มุคุโร่เงยหน้าขึ้นไปมองหน้าต่างบนตึกโรงเรียนวองโกเล่ตามสัญชาติญาณ พบชายหนุ่มร่างสูงผมสีพิสุทธิ์กำลังทอดมองมายังตัวเธอ พร้อมยิ้มเหยียดดูถูกพร้อมส่ายหน้าขำขัน

 

“วาตาริ..กลับไปก่อน ฉันพึ่งนึกได้ว่าทำงานกลุ่มค้างไว้..” เสียงหวานเอ่ยพูดกับชายชราวัย 60  พ่อบ้านแก่เลิกคิ้วสูงประหลาดใจหน่อย แต่ก็โค้งรับคำสั่งโดยดี “ถ้าอย่างงั้น..เสร็จงานเมื่อไหร่คุณหนูโทรมาบอกผมนะขอรับ กระผมจะมารับ”

มุคุโร่ยิ้มขอบคุณอีกฝ่าย แม้ว่าใจจริงจะรู้สึกผิดที่โกหกคนตรงหน้า –ขอโทษนะ วาตาริ-

 

 

 

แอ๊ดดดด

 

ประตูห้องทำงานเปิดออก ทำให้ชายหนุ่มผมขาวละจากการชงกาแฟหันไปมอง “หืมม์.. ยังอยู่อีกหรอเนี้ย?”

มุคุโร่หรี่ตามองอาจารย์หนุ่มรูปหล่อถือถ้วยกาแฟร้อนพึ่งชงเสร็จหมาด ปากเรียวสีชมพูนุ่มเหยียดยิ้มตอบ

“คึหึหึหึ ทำไมคะ?ผิดหวังหรอที่ฉันไม่ได้ป๊อดอย่างที่คุณคิด” ร่างสูงหัวเราะในลำคอเช่นเดียวกับเด็กสาว

“งั้นนั่งก่อนซิ..จะดื่มอะไรรึเปล่า” นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังเก้าอี้นวมหน้าโต๊ะทำงาน

 

มุคุโร่เดินนวยนาดไปนั่งไขว่ห้างลงบนเก้าอี้ที่อีกฝ่ายแนะให้ พลางใช้มือบางปัดผมยาวนุ่มสลวยมัดเป็นทรงทวินเทลไปไว้ด้านหลัง “ก็ดีค่ะ..ขอเป็นกาแฟแล้วกัน”

เบียคุรันเลิกคิ้วสูงเล็กน้อยกับรสนิยมการดื่มของขม ไม่สมควรแก่วัย ก่อนฉีกยิ้มกว้างไม่ใส่ใจ

มือหนาวางแก้วกาแฟของตัวเองข้างๆกระติกน้ำร้อน และหันมาหยิบแก้วอีกใบที่สะอาดสะอ้านมาเตรียมฃงกาแฟ

 

 

“แต่ว่า..ขอเป็นแก้วที่คุณชงก่อนหน้านั้น” เสียงหวานพูดขึ้น ทำเอามือหนาชะงักที่จะหยิบถ้วยใหม่ นัยน์ตาสีอเมทริซ์ใต้กรอบแว่นลอบมองกาแฟสำหรับตัวเองสลับไปมากับนักเรียนสาวผมสีน้ำเงินเข้ม  “หึหึ..ได้ซิแล้วแต่เธอละกัน..”

มือหนายกกาแฟของตัวเองวางลงบนโต๊ะใกล้มือเด็กสาว  และกลับไปชงกาแฟถ้วยใหม่ของตัวเอง

 

นัยน์ตาสองสีมองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายที่ฮัมเพลงชงกาแฟสบายอารมณ์อยู่ ปากเรียวสีแดงดั่งธรรมชาติแย้มรอยยิ้มเหนือชัยพลางหยิบกาแฟร้อนชึ้นมาจิบ –ฉันไม่โง่เอาตัวเองไปเสี่ยงถูกวางยาหรอกนะ..คึหึหึหึ-

 

 

.

.

ท้องฟ้าบัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนจากสีแดงส้มเป็นสีเทาครามเข้มลงเรื่อยๆ จนเสาไฟริมถนนเริ่มไล่เปิดทีละดวงให้แสงสว่างตามท้องถนนเช่นเดียวกับเสาไฟในรั้วโรงเรียนวองโกเล่  ตึกในตัวอาคารไล่ปิดลงเรื่อยๆโดยภารโรงลุงแก่ๆคนสุดท้ายที่อยู่กับโรงเรียนมานานนับ 10 ปี  และกำลังจะเลื่อนประตูรั้วปิดเป็นอย่างสุดท้าย

 

ทว่า..ดวงตาที่เริ่มพร่ามัวตามวัยสังเกตเห็นไฟนีออนสีขาวเปิดสว่างอยู่ที่ห้องๆหนึ่งของอาคาร เจ้าตัวจึงได้แต่เกาหัวเซ็งอารมณ์ที่ต้องกลับไปในอาคารเรียนอีก

 

 

“เดี๋ยว..ชิกิ” เสียงทุ้มเย็นเอ่ยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ภารโรงชราหันไปมอง “อ้าว..อาจารย์ฮิบาริ มาทำอะไรที่นี้ครับ”

อาจารย์ฝ่ายปกครองตีสีหน้าหงุดหงิดในความช่างซักของภารโรงที่อยู่กับที่นี้มาตั้งแต่เปิดโรงเรียนสองโกเล่

“ฉันลืมของนะ..” ขายาวกำลังจะก้าวเข้าไปในรั้ว แต่กลับถูกอีกฝ่ายเข้ามาขวาง “ลืมอะไรครับ..ให้ผมเข้าไปหยิบให้ไหม ยังไงผมก็จะขึ้นไปปิดไฟห้องนั้นอยู่แล้ว” นิ้วผอมๆเกือบติดกระดูกชี้ไปยังห้องบนตัวอาคารที่สว่างจนเด่นชัดในเพลายามจวนเจียนวิกาล  ใบหน้าคมคายหันไปมองห้องนั้นอยู่นานสองนาน ก่อนจะกลับมายืนยันคำเดิม

“ฉันไปหยิบเอง..ส่วนห้องนั้นเดี๋ยวฉันปิดไฟให้” ภารโรงชราทำท่าทีอึกอักเหมือนจะต่อต้านคำสั่ง แต่พอเจอสายตาดุๆคมปลาบมองมา จึงได้แต่ผงกหัวขอบคุณแล้วยื่นกุญแจห้องให้อีกฝ่ายไป

 

ฮิบาริกลับมามองห้องนั้นอีกครั้ง ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มเย็นจนใครเห็นเป็นได้ใจหายทุกราย

 

 

 

.

.

 

กาแฟร้อนจนควันลอยคลุ้งเริ่มเย็นลงจนอุ่นได้ที่  มือหนาจึงหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบพลางตรวจการบ้านที่กองเป็นพะเนินบนโต๊ะทำงาน  แต่กลับชะงักลงเมื่อเจอกับสายตาคาดโทษของนักเรียนสาวเบื้องหน้า “ทำหน้าเป็นยักษ์เชียว..มุคุโร่คุง”

“เมื่อไหร่จะเข้าเรื่องซะทีคะ!!” เรือนผมสีไพลินนั่งกอดอกไขว่ห้างจนกระโปรงถลกขึ้นเห็นขาอ่อนขาวเนียนและกางเกงในลูกไม้สีดำแพล่มๆ ดวงหน้าสวยมุ่ยหน้าไม่พอใจดวงตาอัญมณีต่างสีฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“ก็..ตรวจการบ้านของห้อง 2-C เสร็จไง เดี๋ยวเข้าเรื่องแล้ว” คนโดนต่อว่า ยังคงตีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเคยจนความอดทนของร่างบางขาดผึ่ง

 

พรวด!!!

 

“ฉันไม่ว่างมานับเวลารอคุณทำงานเสร็จนะ!!รีบเข้าเรื่องซักที” ร่างบางลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้นวม มือเรียวแย่งกองการบ้านจากมือหนาและโยนลงพื้นไม่ใยดี  นัยน์ตาสีม่วงอ่อนใต้แว่นไร้กรอบเหลือบมองเศษกระดาษที่กระจายพื้น พลางถอนหายใจเบื่อหน่าย “เธอเป็นคนใจร้อนกว่าที่คิดซะอีก”

 

 

ดวงตาคู่คมกลับมาจ้องหน้าคนที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ทั้งแววตาขำๆมือหนาวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงและหันมานั่งเท้าคางอย่างสบายๆ “อยากถามอะไรว่ามาซิ”

ปากแดงอิ่มยิ้มพึงพอใจที่อีกฝ่ายเข้าเรื่องได้ซะที จึงเริ่มตั้งคำถามแรกที่เธอสงสัยมานาน

 

“คุณเป็นใคร?”

 

เบียคุรันเลิกคิ้วสูงพร้อมเหยียดยิ้มชวนละลายตามแบบฉบับ   “แค่อาจารย์ธรรมดาๆคนนึง ฉันเคยบอกเธอไปแล้วนี้นา”

สาวผมแกละมุ่นคิ้วลงทันทีกับคำตอบที่ดูแล้ว ไม่ใช่คำตอบที่เธอต้องการซักนิด “ฉันไม่เชื่อ..คุณไม่ใช่อาจารย์ธรรมดาไม่งั้นคุณจะซัดพวกเคนซึ่งเป็นถึงนักเลงเจ้าถิ่นแถวนี้  โดยที่ตัวเองไม่บาดเจ็บอะไรเลยได้ยังไง”

 

“ก็บอกแล้วไง..ว่ามันเป็นการป้องกันตัว เคยได้ยินรึเปล่า เวลาไฟไหม้ คนสามารถแบกตู้เย็นโดยลำพังออกมาได้เลย”

มุคุโร่สบถออกมา  นักเรียนสาวมองหน้าระรื่นของหนุ่มผมขาวอย่างไม่พอใจ “ถ้างั้น..คุณจบมาจากไหน..”

หนุ่มร่างสูงเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารบางอย่างที่เก็บไว้ในตู้หนังสือข้างๆโต๊ะ ยื่นให้นักเรียนสาว

 

มุคุโร่รับมันมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว  ตาสองสีเบิกกว้างตกตะลึงกับใบประกาศในนั้นสลับกับชายหนุ่มที่ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว  “คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด..” ปากแดงพึมพำเสียงสั่น กับความสามารถของเรือนผมขาวตรงหน้า ก่อนจะพยายามตีสีหน้าให้นิ่งเหมือนไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับใบประกาศที่ว่า และส่งคืนเจ้าของ

 

“มีอะไรอีกไหม?” อาจารย์หนุ่มถามเสียงทุ้มนุ่ม มุคุโร่สะบัดหน้าออกพลางปรายตามองเหยียดหยาม

“คึหึหึ บางทีฉันอาจคิดมากไปเอง แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่ยอมรับคุณหรอกนะ” เสียงหวานล้ำเอ่ยท้าทาย และลุกจากเก้าอี้หมายจะเดินออกไปจากห้อง

 

 

“อึก!!!!!!!!!!” ความรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัวปะทุขึ้นขาแขนที่เคยมีแรงกลับอ่อนเปลี้ยลงจนร่างเพรียวทรุดลงไปกองกับพื้น

“มุคุโร่!!” เบียคุรันลุกจากที่นั่ง วิ่งเข้ามาประคองอีกฝ่ายได้ทัน  ทันทีที่มือหนาสัมผัสตัว ความรู้สึกเสียวกลับแผ่ซ่านไปทุกอณูรูขุมขนจนเรือนผมสีไพลินรีบใช้กำลังที่มีผละตัวออกจากอาจารย์ที่ปรึกษา

 

“อะไร?”

มุคุโร่เขยิบตัวถอยออกห่างพลางกอดตัวเองแน่น แก้มใสขึ้นสีแดงชมพูชัดเจน   นัยน์ตาสองสีหนักอึ้งเหมือนจะง่วงนอน แต่ไม่ใช่   มันกลับเป็นความรู้สึกแปลกๆบางอย่างที่ตัวเธอเองไม่เข้าใจ “เป็นอะไรไปมุคุโร่คุง”

เสียงทุ้มกระซิบถามข้างหูระยะใกล้จนลมหายใจอุ่นรดหู  มุคุโร่สะดุ้งสุดตัวกับการที่หนุ่มผมขาวเข้ามาใกล้ขนาดนี้ ร่างบางพยายามเดินหนีแต่วงแขนแกร่งรวบเอวบางและดึงเข้ามากอด

 

“อ้า!!!” ไหล่กลมมนยกสูงกับความรู้สึกเสียวไปทั่วร่าง มือบางยกขึ้นมาปิดปากแน่นกับเสียงประหลาดหลังจากที่ได้สัมผัสร่างของชายหนุ่ม  “อึก..คุณ..” นัยน์ตาสองสีเบือนมองอีกฝ่ายอย่างตื่นตระหนก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าหล่อเหลา

“หึหึหึ เธอนะเป็นคนฉลาดนะมุคุโร่คุง” นิ้วเรียวยาวเริ่มเล่นซนด้วยกางละลาบละล้วงเข้าไปเกี่ยวสายยกทรงใต้เสื้อนักเรียน

มุคุโร่รู้ตัวถึงภัยอันตรายบางอย่างจากคนๆนี้จึงออกแรงดิ้น แต่อาการร้อนรุ่มไปทั้งตัวราวกับเป็นพิษไข้มันกลับเป็นอุปสรรคในการต่อต้านของเธอ

 

“แต่ว่า..ฉันฉลาดกว่าเธอ..”

 

สิ้นเสียงทุ้มร่างบางถูกช้อนอุ้มในท่าเจ้าสาวไปวางลงบนโต๊ะทำงาน “ไม่นะ!!ปล่อย!!!”แขนอรชรพยายามทุบจิกแผงอกแกร่งให้ออกห่างตัวเอง แต่นั่นกลับสร้างรอยยิ้มสนุกสนานของเบียคุรันมากขึ้น

เรือนผมขาวรวบข้อมือทั้งสองไว้ด้วยกันและตรึงไว้กับพื้นโต๊ะ พลางใช้มือที่ว่างถอดแว่นไร้กรอบของตัวเองออก

“คุณ..เอา..อะไร..ใส่ในกาแฟ..”ปากแดงอิ่มระเรื่อพยายามเปล่งคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก  ร่างสูงเบื้องบนหรี่ตามองพร้อมฉีกยิ้มหวานให้ “อะไรน้า..ก็แค่ยาที่ทำให้เด็กดื้ออย่างเธอ น่ารักขึ้นมาหน่อยนึง”

ตาสีม่วงอเมทริซ์สะท้อนไฟห้องจนวาววับเป็นสีม่วงเด่นชัด กำลังมองเรือนกายโค้งเว้าเบื้องใต้ที่บิดตัวกระเสือกกระสนหนีให้หลุดจากเขา  ท่อนขาขาวเพรียวทั้งคู่ยกขึ้นมาปิดกั้นส่วนต้องห้ามแก่การล่วงล้ำไว้ตามสัญชาติญาณ  หารู้ไม่ว่ามันกลับกระตุ้นความอยากแสนดิบเถื่อนของชายผมขาวมากขึ้น

 

“อืมม์..กางเกงในลูกไม้สีดำงั้นหรอ เซ็กซี่กว่าทุกวันเลยนะเนี้ย”

นิ้วยาวเกี่ยวเอากางเกงในตัวจิ๋วสีดำออกลงไปกองตรงข้อเข่า หน้าสวยแดงก่ำทันทีกับการกระทำของอาจารย์หนุ่ม

 

“ไอ้โรคจิต!!ไอ้เผือกทุเรศ!!” มุคุโร่กรีดร้องด่าทอใส่ ชายเบื้องบนกลับไม่สะทกสะท้ายแถมยังใช้มือสอดเข้าไปใต้เสื้อนักเรียน ละลาบละล้วงปลดสายบราออกจนสัมผัสถึงอกนุ่มนิ่ม “อ๊ะ!!!!!!!”

 

ใบหน้าสวยสะท้านไปทั้งตัวกับการไล้วนยอดอกสีชมพูไปมา ใบหน้าสวยแหงนเชิดมองเพดานห้อง

“ชอบหรอ..หืมม์?” หน้าคมคายโน้มลงมาโลมเลียลำคอระหงส์ขึ้นไปถึงหู “อา..อ้า”  ใบหน้าหวานสะบัดหนีให้พ้นจากอีกฝ่ายจนผมสีไพลินนุ่มดุจไหมพลิ้วสัมผัสใบหน้าเบียคุรัน  ประกอบเสียงกระซิบทุ้มเข้มแต่แผ่วเบาฟังแล้วรู้สึกถึงความเซ็กซี่ในแบบชายทำเอาหน้าสวยร้อนผ่าว  “ฉัน..อยากอ่อนโยนอยู่กับเธอเหมือนกันแต่..”

 

“!!!!!!!!!!!!!”

ขางามถูกจับแยกให้เปิดกว้างตามด้วยนิ้วที่แทรกเข้ามาในช่องคับแคบ “อ๊า!!!!ยะ..อย่านะ!!ไม่!!” มุคุโร่ออกแรง

ดิ้นจนข้าวของบนโต๊ะตกกระจาย  นัยน์ตาสองสีปรือมองสีหน้ายิ้มระรื่นไม่รู้สึกรู้สาของอีกฝ่ายอย่างเว้าวอน

ก่อนจะหลับปี๋ลงทันทีเมื่อจำนวนนิ้วที่สอดเข้ามากลับมากขึ้นเรื่อยๆ “จะ…เจ็บ!!ฉันเจ็บ!!!”

มือบางพยายามทุบอกขัดชืนอีกฝ่าย ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาจนน้ำตาคลอเบ้า  เบียคุรันเลิกคิ้วฉงนก่อนจะก้มมองหน้าคนด้านใต้  และหยุดการกระทำลง

 

.

.

 

 

“หึหึหึ..”

 

“หึหึหึหึหึ”

 

“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะเย็นเชียบดังขึ้นจนน่าขนหัวลุก ปากหนาฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์จนเห็นฟันขาว

“อะไรกัน..ฉันนึกว่าเธอเคยทำเรื่องแบบนี้มาแล้วซะอีก..ยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่หรอเนี้ย” คำพูดดูถูกว่าเป็นผู้หญิงอย่างว่า

ทำเอาสาวผมสีน้ำเงินมัดทวินเทลหน้าร้อนผ่าว ทั้งอับอาย  ทั้งโกรธ

 

 

เผี๊ยะ!!!!!!!

 

 

ฝ่ามือเรียวตบฉาดเข้าที่แก้มสากของชายหนุ่มเต็มแรงจนหน้าของเบียคุรันหันตามทิศแรงตบ

“คุณมันสารเลว!!อาจารย์อะไร!!ทุเรศสิ้นดี!!!!” ร่างบางอาศัยจังหวะที่คนสูงกว่าเผลอรีบหอบแรงลุกหนีไปยังประตู

มือบางพยายามบิดกลอนเปิด

 

 

ตึงๆ

 

 

“อะไร?ทำไม!!”  ประตูไม่สามารถเปิดออกได้ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ผลที่ได้มันก็เหมือนเดิม

“สงสัยคงมีคนใจดีล็อกจากด้านนอกให้มั้ง” เสียงทุ้มเอ่ยจากด้านหลัง  มุคุโร่กำลังจะสะบัดหน้าไปมอง

แต่กลับถูกเรือนผมขาวผลักให้ไปกระแทกกับประตู พร้อมเข้าเบียดจนร่างกายแนบชิดกันจนเกือบเป็นเนื้อเดียว

“ปล่อย!!” มุคุโร่พยายามดีดดิ้นจากการพรมจูบที่ลำคอ มือหนาที่ลูบไล้ตามผิวกายขาวเนียนจากแผ่นท้องแบนราบไล่ไปเอวคอดลาดไปยังสะโพกกลมกลึงและขาขาวเนียนอย่างหื่นกระหาย

 

“ฉันจะลงโทษเธอ..สองข้อหา..” เบียคุรันกระซิบเสียงเย็นเชียบจนขนคอหลังของเรือนผมสีน้ำเงินตั้งชัน

“ข้อแรก ที่เธอสั่งให้พวกเคนคุงจัดการฉัน และข้อสองที่เธอตบหน้าฉันซึ่งเป็นครู” ดวงตาคู่งามเหลือบมองคนที่เข้าด้านหลังตกตะลึง เมื่อดวงตาสีม่วงวาววับจนน่ากลัวนั่น จ้องมองเธอราวกับสัตว์นักล่า..

 

 

เสือ…

 

 

“!!!!!!!!!!” มุคุโร่สะดุ้งโหยงกับของบางอย่างที่ใหญ่และร้อน แทรกเข้ามาในตัวร่างบาง ก่อนจะขยับเข้าออกตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเบียคุรัน

“ไม่!!!เอาออกไป!!อย่านะ!!!” เสียงหวานกรีดร้องเจ็บปวดกับการกระแทกไม่ยั้ง  “อะ..อ๊าอ๊าอ๊า!!ไม่!!!เจ็บ!!”

มุคุโร่ร้องครวญครางเสียงดังลั่น นัยน์ตาสองสีคลอเบ้ากับความเจ็บปวดที่ส่วนนั้นของเธอที่ถูกย้ำยีไร้ซึ่งความเห็นใจ

 

 

“โอ๊ะโอ..คับแคบจังแหะ..แต่ก็นะ..สาวบริสุทธิ์นี้นา” เบียคุรันพุดตอกย้ำในสิ่งที่มุคุโร่กำลังจะเสียไปไม่ช้า จนร่างบางร้องไห้ออกมา วอนขอความเห็นใจอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต  “ได้โปรด..พอที…หยุด..”

 

เรือนผมขาวหรี่ตาลงมองแผ่นหลังเล็กที่สั่นเทิ้มราวกับกระต่ายน้อยในกรงเล็บเสือ  การกระทำหยุดลงจนนิ่งสนิท

มุคุโร่หายใจหอบเหนื่อยทั้งน้ำตา ตัวสั่นด้วยความกลัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

“!!!!!!!!!!!!!” ร่างงามถูกจับให้หงายหน้าขึ้นมาประชันสายตาสีอเมทริซ์วาวโรจน์ เต็มไปด้วยความโกรธและความเหี้ยมเกรียมจนร่างทั้งร่างสั่นไปทั้งตัว

 

ซาตานในคราบเทวดา

 

 

“รู้อะไรไหม..ฉัน..เคยคิดจะยกโทษให้เธออยู่เหมือนกัน..แต่…”ขางามข้างหนึ่งถูกจับยกขึ้นมาพาดบ่าหนุ่มผมขาว

มุคุโร่สะดุ้งวาบทันทีเมื่ออยู่ในท่าเสี่ยงต่อการนำไปซึ่งความเจ็บปวดเมื่อครู่

“เพราะเธอมันรั้นเกินไป  ฉันโกรธจนหยุดไม่อยู่แล้วซิ”

 

 

ปึกๆๆๆ

 

 

“อ้า!!!!!อ๊า!!!!!!” มุคุโร่กรีดร้องทรมานกับแรงกระแทกที่สอดเข้ามาถี่รั่วมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงเบียดตัวเข้าหาร่างบางจน

สาวผมสีไพลินแทบจะแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกับประตูห้อง  มือบางทั้งจิกเกร็งทั้งข่วนแผ่นหลังกว้าง แต่ก็ไม่สามารถไล่หนุ่มรุกล้ำสิ่งมีค่าที่สุดของหญิงสาว  ความเจ็บปวดและความรู้สึกสุขสมจากฤทธิ์ยาช่วยให้สติของมุคุโร่เริ่มพร่ามัว

และเริ่มคล้อยตามหนุ่มผมขาวอย่างไม่รังเกียจขยะแขยง

 

“อะ..อ้า..อา..” เสียงหวานล้ำเริ่มแทนที่เสียงกรีดร้อง  สะโพกกลมมนเริ่มขยับเข้าหาส่วนนั้นของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว

ฝ่ายชายหนุ่มเองก็หาได้ผ่อนแรงลง กลับออกแรงกระแทกมากเรื่อยๆตามความปรารถนาที่ลุกโชนจนร่างทั้งร่างของสตรีผมทวินเทลไหวตามแรง  “อ้าอ้าอ้า!!อ้า!!!!!!!”

 

 

 

ของเหลวสีขาวขุ่นปลดปล่อยเข้าในร่างของนักเรียนสาว ก่อนจะล้นไหลย้อยออกมาตามโคนขางามปะปนกับเลือดพรหมจรรย์   นัยน์ตาคู่คมสีอเมทริซ์วาววับเป็นสีม่วงจ้องมองสาวผมสีน้ำเงินมัดทรงทวินเทลหายใจถี่หอบแรง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงได้ชัดจนอกนุ่มนิ่มสั่นไหวตาม  ตาสองสีคู่งามปรือลงเรื่อยๆก่อนจะปิดลงด้วยเปลือกตาบางที่มีขนตาแพยาวเปียกหยาดน้ำตา

 

ร่างสูงค่อยๆถอนตัวออกจากอีกฝ่าย และประคองร่างที่สลบเกือบไถลไปนอนกับพื้นอย่างทะนุถนอม  มือหนาปาดน้ำตาที่อาบแก้มนิ่มเบาๆ พร้อมรอยยิ้มเหยียดเอ็นดูให้คนที่สลบในอ้อมอกตน

“เด็กน้อย..เวลาแบบนี้ก็น่ารักดีนี่นา”

 

 

 

คำพูดหวานละมุนเป็นนิจของเรือนผมขาวดั่งขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ในค่ำคืนที่มืดมิดลงไปโดยไม่รู้ตัว

 

มีเพียงรัตติกาลและคนๆหนึ่งยืนกอดอกพิงผนังข้างประตูไม้สักราคาดี  ที่รับรู้ถึงบทเพลงรักอันแสนน่าอิจฉาเมื่อครู่

“หึหึหึ..” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ

มือหนาหยิบกุญแจดอกหนึ่งไขกลอนด้านนอกออก ก่อนเดินหายไปในความมืดมิดเหลือเพียงเสียงฝีเท้ายาเก้าเดินยังคงก้องกังวาลตลอดทาง

 

“ขอให้แกสนุกกับองค์ราชินีนะ เบียคุรัน..”

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s