[AuFic KHR][10069]punish for you/Part5

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 5

 

 

 

“อะ..อ้าอ้า!!” เสียงหวานล้ำดังกระเซ้าใต้ผืนนภายามรัตติกาล และเหล่าดวงดาวนับล้านที่ส่องระยิบระยับจากสถานที่ไกลโพ้น  เงาของคนสองคนขยับเคลื่อนกายไหวไปมาจากอ้อยอิ่งเป็นรวดเร็วก่อนจะรุนแรงหนักหน่วง จนขาโต๊ะทำงานสีขาวลากครูดกับพื้นห้องเป็นจังหวะ “อ้า..อ้า..เจ็บ…” ร่างด้านใต้ร้องสุขสมปนวอนขอความเห็นใจให้คนเบื้องบนทะนุถนอมผ่อนแรงลงบ้าง  ดวงตาสองสีปรือมองผู้ที่ร่วมรักกับตนฉ่ำเยิ้มก่อนจะเบิกกว้างสุดขีด เมื่อพบว่าร่างด้านบนที่สอดประสานรวมเป็นหนึ่งกับเธอ

 

คืออาจารย์ที่ปรึกษาหนุ่ม เจ้าของเรือนผมสีงาช้าง ดวงตาสีอเมทริซ์สะท้อนสีม่วงวาววับชัดเจน

ตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เย้ยหยั่น ดูถูกเหยียดหยาม และหิวกระหายราวกับสัตว์ป่านักล่า..

 

 

“ฉันชนะเธอแล้ว มุคุโร่คุง”

.

.

 

 

“ห่ะ!!!!!!!!!!!!!” ร่างบางสะดุ้งโหยงลืมตาโพล่งทันที นัยน์ตาสองสีเต็มไปด้วยแววตาหวาดกลัว อับอายและสับสนปนเปจนไม่อาจบอกได้ว่าอยู่ในภาวะอะไร  มุคุโร่กระพริบตาอยู่นานสองนานก่อนจะมองไปยังสถานที่รอบๆ

 

เตียงกว้างขนาดใหญ่ผูกม่านหรูหราสีครีมเช่นเดียวกับผ้าปูเตียง

โต๊ะเครื่องแป้งทำจากไม้เฟอร์นิเจอร์หรู  โต๊ะทำงาน  โคมไฟคริสตันระยิบระยับบนเพดาน…

 

 

…บ้านของเธอ…

 

เรือนผมสีไพลินปล่อยยาวสลวยกระจายไปทั่วเกือบทั้งเตียงถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะยกมือบางขึ้นปาดเหงื่อที่ไหล่ชุ่มบนหน้าผาก  “ฝันไปหรอกหรอ…”

 

 

..ฝันที่เหมือนความจริงจนน่ากลัว..

 

 

 

แอ๊ดดดดดดด

 

ประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมการปรากฏตัวของชายชราวัย 60 ในชุดพ่อบ้านสีดำ กางเกงลายทางสีเทาสลับดำส่งยิ้มละมุนละไมเข็นโต๊ะอาหารเข้ามา “อรุณสวัสดิ์ขอรับ คุณหนู”

มุคุโร่ฉีกยิ้มหน่อยๆตอบ และเริ่มใช้แขนยันกายขึ้นมานั่ง แต่ว่า..

 

 

“โอ๊ย!!!”

 

“คุณหนู!!!” วาตาริรีบวิ่งเข้ามาพยุงร่างบอบบางของเด็กสาวที่เกือบทรุดไปนอนบนเตียงอีกรอบอย่างรวดเร็ว พ่อบ้านค่อยๆออกแรงพยุงให้เจ้าของผมสีไพลินขึ้นมานั่งพิงหมอนใบโตที่ชายชรารีบจัดให้วางตั้งรองรับหลังของอีกฝ่าย

“คุณหนูไม่สบายรึเปล่าครับ เหงื่อออกเต็มตัวเลยขอรับ” มือเหี่ยวย่นใต้ถุงมือสีขาวยกมาทาบหน้าผากลาดมนของอีกฝ่ายทั้งสีหน้าด้วยความเป็นห่วง  มุคุโร่ส่ายหน้าตอบและเบือนหน้าหนีจากมืออบอุ่นของพ่อบ้านคนสนิท “ไม่หรอกค่ะ คงจะฝันร้าย แล้วก็..รู้สึกเจ็บสะโพก..”

“หาหมอไหมขอรับ กระผมจะโทรติดต่อแพทย์ประจำตระกูลโรคุโดให้” วาตาริรีบก้าวเดินไปยังโทรศัพท์บ้านในห้องนอนของหญิงผมสีน้ำเงิน  แต่แล้วแรงดึงที่เข้ารั้งแขนใต้สูทสีดำทำให้ชายชราผมสีเทาแซมหยุดลง ก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่รั้งตัวเขาไว้  “อย่าเลยค่ะ..ฉันคงฝันร้าย เดี๋ยวอาบน้ำก็คงหายดี”  ดวงตาสีเทาขุ่นมองสีหน้าวอนขอของคุณหนูที่รักยิ่งของเขาด้วยความชั่งใจ ก่อนจะโค้งรับคำสั่งโดยดี  “ถ้างั้นกระผมจะเตรียมอาหารเช้าไว้ที่ห้องอาหารนะขอรับ”

 

 

มุคุโร่ฉีกยิ้มหวานตอบจากใจจริงให้พ่อบ้านชรา ตาต่างสีมองแผ่นหลังโค้งค่อมหน่อยๆของวาตาริที่หายออกไปจากหลังจากประตูห้องนอนของเธอปิดตัวลง  และเสียงฝีเท้าที่ย้ำลงอย่างสม่ำเสมอของวาตาริที่ค่อยๆไกลออกไปจนไม่ได้ยินในที่สุด   “เรานี้..ฝันอะไร..ทุเรศชะมัด..” ภาพที่เธอถูกอาจารย์หนุ่มเจ้าของรอยยิ้มละลายเจ้าเสน่ห์ขมขื่นไร้ซึ่งความปราณีทำให้แก้มใสขึ้นสีแดงก่ำอย่างช่วยไม่ได้

 

สาวผมสีไพลินค่อยขยับตัวเองลงจากเตียง ฝืนความเจ็บปวดระบบที่สะโพกและช่องทางของหญิงสาวทำเอามุคุโร่นิ่วหน้าลง และน้ำตาเล็ดตลอดทางเดินเข้าสู่ห้องน้ำในตัวห้องนอน

 

ขาเพรียวก้าวเดินเข้ามาในห้องน้ำสำเร็จ แม้ว่าจะเพิ่มความเจ็บปวดให้ส่วนล่างมากขึ้นทวีคูณ

มือเรียวเริ่มต้นแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวยาวโคร่งถึงขาอ่อนขาวเนียนออกทีละเม็ดจนหมด และค่อยปล่อยให้ชุดนอนไหล่ตามแผ่นหลังลาดเนียนสะโพกกลมกลึง และตกไปกองอยู่กับข้อเท้า  หญิงสาวผมยาวสีไพลินเดินตรงไปยังกระจกห้องน้ำบานใหญ่ครึ่งตัว   และเปิดน้ำจากก๊อกมากวักล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่นตื่นได้เต็มตา

 

“เอ๋?” เสียงหวานอุทานประหลาดใจ ดวงตาสองสีหรี่มองกระจกที่สะท้อนเรือนร่างท่อนบนที่โค้งเว้าได้สัดส่วน และหน้าอกนุ่มนิ่มเต่งตึงตามวัย  “นี้มัน..อะไร?” ใบหน้างามโน้มเข้าไปใกล้กระจกเพ่งมองสิ่งที่ปรากฏตามเรือนกายของตน

ก่อนจะชักสีหน้าตกตะลึงกับภาพที่เจ้าตัวเห็นชัดเจนแจ่มแจ้งว่ามันคืออะไร!!

“ไม่จริง!!!” มือเรียวยกปิดปากตัวเองแน่น สะกดเสียงกรีดร้องของตัวเองไว้  นัยน์ตาอัญมณีสองสีปล่อยน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มจนหยุดไม่อยู่

 

..รอยจูบ…

 

“อึก…..” ร่างเพรียวทรุดลงไปนั่งกับพื้นห้องน้ำ พลางกอดตัวเองแน่นระงับร่างกายที่สั่นเทิ้มไปทั้งตัว

“ไม่ใช่..ความฝัน…” ปากแดงอิ่มพึมพำเสียงสั่น ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นแตะก้อนเนื้อนุ่มเล็กที่รู้สึกได้ทันทีถึงความเปียกชื้นจางๆและการบวมเป่งชัดเจน

 

 

ทั้งริมฝีปาก

 

ทั้งเรือนกาย

 

ทั้ง…..

 

 

“ทุเรศ..ฮึก…ทุ..เรศ..ไอ้ทุเรศ!!” คำสบถด่าทอดังออกมาพร้อมเสียงสะอื้นที่ดังก้องในห้องน้ำ

 

 

เพียงลำพัง…อย่างเดียวดาย…

 

 

 

“คุณหนู..อาหารจัดเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ..” วาตาริฉีกยิ้มพลางผายมือให้เด็กสาวที่ในชุดนักเรียนที่เดินลงจากบันได

แต่แล้วชายชรากลับต้องหุบยิ้มลง เมื่อดวงหน้าหวานไร้ซึ่งรอยยิ้มตอบกลับ แถมยังพยายามเกาะราวบันไดและเดินขัดแปลกราวกับฝืนชอบกล  “วาตาริ..เมื่อวาน..” เสียงหวานล้ำเอ่ยพูดเสียงเบาๆ นัยน์ตาสองสีกลอกไปมาด้วยความไม่แน่ใจจนพ่อบ้านวัย 60 ฉงน “เมื่อวาน..ทำไมหรือขอรับ?”

 

ปากแดงเม้มแน่นจนก้อนเนื้อนุ่มที่ดูบวมเป่งมากกว่าทุกวันเน้นเป็นสีแดงดั่งกลับกุหลาบมากกว่าเก่า จนคนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์กลัวว่าเด็กสาวจะปากแตกเอา  “ชังเถอะค่ะ..วันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยหิว วาตาริช่วยเตรียมรถให้เลยนะ” ร่างเพรียวกอดกระเป๋านักเรียนสีดำไว้กับอกแน่นและเดินออกไปในท่าทางเก้งๆก้างๆ โดยไม่รอฟังเสียงแหบพร่าที่เอ่ยถามหรือรั้งเตือนให้รับประทานอาหารเช้าแม้แต่น้อย

 

.

.

.

.

 

“ท่านมุคุโร่ครับ” เสียงทุ้มเรียบไร้อารมณ์ของจิคุซะพูดเรียกชื่อเด็กสาวที่นั่งเงียบบนที่นั่งของเธอ

ทว่า…กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากอีกฝ่าย หนุ่มแว่นจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้และพูดเสียงดังชัดเจน

“ท่านมุคุโร่ครับ!”

 

“อะ!!จิคุซะ..มีอะไรหรอ?” สาวผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยมัดทรงทวินเทลสะดุ้งหน่อยๆ ใบหน้างามหันกลับออกจากหน้าต่างในห้องเรียนมายังร่างสูงผมสีดำสวมหมวกไหมพรมอยู่เป็นนิจ “วันนี้ท่านดูแปลกๆไปนะครับ มีอะไรรึเปล่า”

นัยน์ตาสองสีสบตาสีดำที่หรี่ลงด้วยความสงสัยด้วยใจตกวูบไปเกือบถึงท้องน้อย แต่ด้วยความเสแสร้งที่กระทำอยู่จนเปนนิสัย ดวงหน้างามจึงทำเพียงฉีกยิ้มหวานๆตอบกลับเท่านั้น “คึหึหึหึ ก็ไม่มีอะไรนี้คะ จิคุซะเป็นห่วงฉันหรอ”

มือเรียวยกขึ้นมาเท้าคางมองเพื่อนชายด้วยแววตายั่วยวนปนเจ้าเล่ห์

 

“………..” จิคุซะไม่ตอบอะไรทำเพียงกลับไปนั่งที่ของตนและนิ่งเงียบหน้าตาย ผิดกับผิวหน้าสากตามบุรุษเพศกลับขึ้นสีแดงเรื่อออกมาไปถึงใบหู

 

 

ครืดดดด!!!

 

 

ประตูเลื่อนเปิดออก พร้อมการปรากฏกายของอาจารย์ที่เข้ามาสอนคาบแรกในเช้าวันนี้  บุรุษเจ้าของรอยยิ้มละลายใจสาวๆฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว เรียกเอาคะแนนหัวใจเต็ม 10 จากนักเรียนหญิงในห้องเกือบทั้งหมดเว้นเพียง..

 

“!!!!!!!!!!!!”

นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างตกตะลึง  ใบหน้าสวนซีดเผือกลงทันทีที่เห็นร่างสูงผมสีพิสุทธิ์ชี้ไม่เป็นทรงเดินฮัมเพลงเข้ามายืนอยู่หน้ากระดานดำ  นัยน์ตาสีอเมทริซ์ใต่แว่นไร้กรอบมองนักเรียนไปรอบๆห้องก่อนจะหยุดลงที่สาวเจ้าเสน่ห์

นัยน์ตาสองสีเฉหลบสายตาไปทางอื่นทันที ความรู้สึกร้อนไปทั่วทั้งตัวปะทุขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ปะปนกับความเย็นที่หวั่นอยู่ในใจลึกตีกันไปมาในเรือนร่างจนรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้…จนหน้าแดงเรื่อ…

 

“อรุณสวัสดิ์นักเรียน เพื่อไม่ให้เสียเวลา หยิบหนังสือฟิสิกส์ขึ้นมาเริ่มเรียนต่อจากเมื่อวานเลยละกัน”

เบียคุรันเอ่ยทักทายเสียงทุ้มสุภาพตามแบบฉบับจนสาวๆเคลิ้มและเอ่ยทักทายเสียงหวานตอบกลับไป

 

 

 

เสียงขีดเขียนในห้องยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆตามด้วยเสียงทุ้มนุ่มที่อธิบายสอนไปเรื่อยๆ  แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่หนุ่มผมขาวสอนกลับไม่ผ่านเข้าโสตประสาทการรับรู้ของเด็กสาวผมทวินเทลแม้นิดเดียว

เพราะทุกครั้งที่เห็นหน้า ได้ยินเสียง หัวใจก็แทบตกวูบไปถึงท้องน้อย แถมภาพเหตุการณ์เมื่อวานที่แสนเลือนรางกลับเด่นชัดจนมุคุโร่กลัวจับใจ

 

“มุคุโร่คุง..”

 

เสียงนั้นอีกแล้ว

 

มุคุโร่หลับตาลงแน่นก่อนจะหลับตาปี๋แน่นพลางยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างปิดโสตประสาทให้หมด

 

ออกไปนะ

 

“มุคุโร่คุง..” เสียงทุ้มนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

เรื่อยๆ…และเรื่อยๆ

 

 

 

“!!!!!!!!!” ลมหายใจอุ่นที่รดลงหัวหญิงสาว ทำให้ร่างเพรียวสะดุ้งลืมตาโพล่งและเงยหน้าขึ้น  หัวใจที่อกซ้ายเต้นแรงสั่นทันทีพร้อมกับอาการร้อนเหมือนเป็นพิษไข้ออกฤทธิ์ไปทั่วทั้งตัว  เมื่อพบว่าอาจารย์หนุ่มที่ปรึกษาของห้องโกคุโยคนปัจจุบันเดินมาหาเข้าถึงที่  ดวงตาคู่คมสีฟ้าใสแกมม่วงกำลังจ้องมองเธอไม่วางตา

“เป็นอะไรรึเปล่า?ท่าทางเหมือนไม่สบายเลยนะ” มือหนาแตะหน้าผากลาดมนอย่างเบามือ พร้อมรอยยิ้มเทพบุตร

หากแต่นัยน์ตากลับฉายแววเจ้าเล่ห์จนมุคุโร่ขนคอตั้งชัน

 

 

 

พรืด!!!!!

ร่างบางลุกจากเก้าอี้อาย่างรวดเร็วและใช้แรงอันน้อยนิดพลักให้คนตัวสูงถอยออกห่างจากตัว แม้ว่าจะทำให้หนุ่มผมขาวเซถอยหลังไปเล็กน้อย  “ออกไป!!” เสียงหวานร้องดังลั่น จนนักเรียนในห้องหันมามองเด็กสาวเป็นตาเดียว เสียงที่พูดคุยเจี้ยวจ้าวบ้างกลับหยุดชะงักลงจนทุกอย่างในห้องเงียบสงัด

ความรู้สึกอับอายก่อเกิดขึ้นจนมุคุโร่หน้าขึ้นสีแดงเข้มชัด ก่อนจะพลุนพลันวิ่งไปจากห้องท่ามกลางสายตามึนงงหลายๆคู่

 

.

.

.

 

เสียงฝีเท้าดังรั่วตลอดระเบียงทางเดินที่เงียบไร้ผู้คน เนื่องจากเป็นชั่วโมงการเรียนการสอนอยู่  เด็กสาววิ่งหนีมาไกลจนในที่สุดความเหนื่อยก็ทำให้ร่างกายหยุดชะงักและพิงกำแพงพักหายใจ –นี้เรา..กำลังถูกรุกงั้นหรอ-

มือบางยกขึ้นมากุมหน้าอกแน่นสะกดใจที่เต้นสั่นรั่วซึ่งน่าจะมาจากสาเหตุการวิ่ง หรือไม่ก็..

 

 

..หวาดกลัว..

 

ปากแดงเม้มแน่นจนห่อเลือด มือบางขยุมเสื้อนักเรียนของตนจนยับยู่ยี่  “โรคุโด มุคุโร่เธอไม่เคยเป็นแบบนี้นี่” เสียงหวานพูดปลอบใจตัวเอง เปลือกตาบางปิดแน่นพยายามควบคุมสติและอารมณ์ที่แสดงออกมา

“มาทำแถวนี้สัตว์กินพืชหัวไร่” เสียงทุ้มเข้มดุดันดังขึ้น ดวงหน้าสวยหมุนตัวกลับไปมองต้นเสียง ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอาจารย์ฝ่ายปกครองผู้แสนเข้มงวดดุดันและน่าเกรงขาม  “คึหึหึ เป็นห่วงดิฉันหรอคะ อาจารย์ฮิบาริ” มุคุโร่พูดเสียงหวานพลางใช้มือปัดผมหางทวินเทลไปด้านหลัง

 

นัยน์ตาสีรัตติกาลหรี่มองร่างเพรียวที่ทำตัวเฉิดฉายทั้งแววตานิ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มเย้ยหยั่นออกมา

“หึ..อย่าไร้สาระให้มาก…แกตอบคำถามฉันมาซะ” อาจารย์หนุ่มผมสีดำเอ่ยเสียงเข้มในประโยคสุดท้ายแสดงภาวะอารามณ์หงุดหงิด  แต่นั้นกลับทำให้สาวเรือนผมสีไพลินสนุกสนานมากกว่าเก่า “แล้วทำไมฉันจะต้องตอบคุณด้วยละคะ”

มุคุโร่เชิดหน้าสบตาอีกฝ่าย ปากแดงอิ่มเหยียดยิ้มหยั่งเชิงยั่วยวนใส่

หน้าคมคายเริ่มชักสีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจออกมา แต่แล้วจู่ๆกลับเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มเหยียดหยามขึ้นเหมือนคนมีชัยกว่า

“ปากดีแบบนี้ ท่าทางเบียคุรันจะลงโทษไม่พอซินะ..” สิ้นเสียงพูดของฮิบาริ เด้กสาวถึงกับสะดุ้งโหยงไปทั้งตัว นัยน์ตาสองสีแสนลึกลับฉายแววตื่นตระหนกเห็นได้ชัด “คุณเอาอะไรมาพูด!!!” มุคุโร่โพล่งเสียงดังออกมา น้ำเสียงที่เปล่งสั่นเรียกรอยยิ้มพึงพอใจของอาจารย์มาดขรึม

 

“หึหึ คิดว่ายังไงล่ะ กับเรื่องเมื่อคืน” ฮิบาริเดินสวนทางเด็กสาวที่ยืนแข็งเป็นหิน ทิ้งไว้เพียงประโยคเป็นนัยๆให้ใบหน้าสวยแดงซ่าน   ร่างบางสั่นเทิ้มดวงตาสองสีตวัดมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆห่างออกไปทั้งแววตาและสีหน้าตื่นตระหนก

 

อับอาย..

 

ดวงตาคู่งามคลอเบ้าด้วยความรู้สึกแค้นปนอาย มือเรียวกำแน่นจนเล็บที่ไว้ยาวจิกกับเนื้อจนรู้สึกเจ็บ

 

 

โกรธ..ที่โต้ตอบอะไรไม่ได้..

 

 

มือเรียวยกขึ้นมากุมขมับที่ปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาอัญมณีต่างสีเริ่มพร่ามัวจนมองไม่เห็นภาพเบื้องหน้า

ก่อนจะดับวูบลงไปพร้อมเสียงฝีเท้าที่วิ่งใกล้เข้ามาหาตัวเธอ

 

 

.

.

.

“แค่อาการหิวข้าวน่ะ..นอกนั้นก็ปกติดี..”

“อย่างงั้นหรอ…ตกใจแทบแย่..”

 

ใครน่ะ

 

เปลือกตาบางเริ่มขยับเปิดออกอย่างช้าๆ เผยนัยน์ตาสีไม่เข้าคู่ที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าพยายามปรือมองร่างสีขาวจากเสื้อกราวทั้งสองร่างที่พูดคุยกันอยู่ข้างๆเธอ “อ้าว..ได้สติแล้วหรอ แม่ราชินี” บุรุษผมสีดำวัยกลางคนทักทายด้วยสรรพนามหยอกล้อใส่อีกฝ่าย ก่อนจะถูกหญิงสาวข้างๆใช้มือเรียวที่ประดับเล็บสีแดงตีฉาดเข้าที่ต้นแขนจนชายหนุ่มวันกลายคนร้องจ๊าก

“จามาล เลิกทำมือตึงตังจ้าบจ้วงเด็กนักเรียนได้แล้ว” หญิงผมสีม่วงเข้มเกือบน้ำตาลดุใส่และใช้ดวงตาสีเขียวทรกตของเธอถลึงมองจนจามาลหน้าเสีย  และรีบชักมือละจากมือนุ่มนิ่มที่อ่อนแรงของหญิงสาวผมสีไพลินทันที

“เป็นไงบ้างมุคุโร่จัง “ เสียงหวานเอ่ยทักอีกฝ่ายและทรุดลงนั่งริมเตียงพลางใช้มือทาบหน้าผากลาดมนของอีกฝ่ายเบาๆ

 

“อาจารย์เบี้ยงกี้..อาจารย์จามาล..ที่นี้” หญิงสาวแย้มยิ้มอ่อนโยนพลางลูบหัวของอีกฝ่าย “ห้องพยาบาลน่ะ เธอเป็นลมสลบไป ” มุคุโร่สบตาสีเขียวของอีกฝ่ายกระพริบปริบๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปมองเจ้าของห้องพยาบาลที่ยิ้มหวานใส่ แต่พอเจอสายตาดุของอาจารย์สอนวิชาเคมีก็รีบเปลี่ยนสีหน้าขี้หลีเป็นจริงจังทันที

“อะ..อืมม์..ก็เบี้ยงกี้จังเจอเธอน็อกอยู่บนพื้นเลยพามาส่งน่ะ”

 

 

มุคุโร่เริ่มกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆห้องสีขาว และกลิ่นยาฆ่าเชื้อและยาอื่นๆที่ส่งออกมาจากตู้เหล็กบรรจุยาต่างๆสูงที่ฝาผนังข้างๆโต๊ะทำงานของอาจารย์ประจำห้องพยาบาล  จนแน่ใจว่าเธอนั้นเป็นลมสลบมาอยู่ที่นี้จริงๆ

“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วย..” ดวงหน้าหวานแดงเรื่ออับอายที่ต้องทำตัวให้คนอื่นมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้ แถมยังติดบุญคุณอาจารย์ทั้งสองนี้อีก..

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเธอก็เป็นนักเรียนทีนี้..” เบี้ยงกี้ฉีกยิ้มกว้างให้ แต่แล้วเสียงออดของโรงเรียนที่ดังก้องทำให้หญิงสาวลุกจากที่นั่งของเธอและหยิบเอกสารหนังสือคู่มือสอนวิชาเคมีที่วางบนโต๊ะข้างหัวเตียงมุคุโร่ “ฉันคงต้องไปสอนต่อแล้ว เธอพักอยู่ที่นี้นะ ฉันจะแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอให้ แล้วก็…”

 

 

ตาคู่งามสีมรกตตวัดมองหมอมาดเซอร์ที่ทำท่าจะจับมือมุคุโร่ทั้งสายตาดุดัน

“อย่าคิดแต๊ะอั๋งเด็ก หวังว่าคงเข้าใจนะ จามาล”

 

 

แผ่นหลังของเบี้ยงกี้ในชุดเสื้อกราวเดินออกไปจากห้อง พร้อมประตูเลื่อนที่ปิดตัวลง

“เฮ้อ..เบี้ยงกี้จังนี้ชอบคิดฉันในแง่ร้ายอยู่เรื่อยเลย” จามาลบ่นพลางเกาหัวจนผมสีดำยุ่งไปกว่าเก่า  ร่างบางฉีกยิ้มขำขันกับท่าทางของอาจารย์ประจำห้องพยาบาลของโรงเรียนวองโกเล่ แต่ก็ไม่วายแอบเหน็บใส่ตามนิสัยของเธอ

“ช่วยไม่ได้นี้ค่ะ ก็อาจารย์อยากทำตัวให้อาจารย์เบี้ยงกี้คิดแบบนั้นเอง” หมอมาดเซอร์หันกลับมามองคนปากดีที่อาการดีขึ้นแล้ว  ใบหน้ากร้านตีสีหน้าขรึมจนมุคุโร่ประหลาดใจกับท่าทีผิดแผกของอีกฝ่าย “ทำอะไรอย่าลืมป้องกันด้วย วัยรุ่นสมัยนี้น่ะ เอาแต่สนุก เดี๋ยวป่องมาช่วยไม่ได้นะ”   คำพูดทิ้งตักเตือนของหมอหนุ่ม ทำให้ร่างบางหน้าขึ้นสีเรื่อทันที

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นนะ!!” หญิงสาวตะโกนเถียงใส่ แต่ดูเหมือนว่าหมอหนุ่มจะไม่สนใจกับคำแย้งของร่างบาง และเดินอ้าปากหาววอดๆไปนั่งทำงานบนโต๊ะที่ค้างอยู่

 

มุคุโร่โมโหจนเลือดขึ้นหน้า  เรือนผมสีน้ำเงินทรงทวินเทลยันตัวลุกขึ้นหมายลงจากเตียง

แต่ทว่า..ความรู้สึกหน้ามืดก็ปะทะจู่โจมเข้าทันทีจนมือบางยกมากุมขมับ

“เฮ้!!ไม่ได้นะ เธอนะช้ำในพอสมควรเลย..นอนๆไปเลย” จามาลลุกจากเก้าอี้มากดไหล่บางทั้งสองของเด็กสาวให้ไปล้มนอนกับเตียง  ก่อนจะยืดตัวขึ้นมองคนที่ทำเก่งด้วยความระอาใจและกลับไปนั่งทำงานต่อ

 

 

มุคุโร่ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวนอนกอดตัวเองแน่น มือบางขยำผ้าห่มสีขาวแน่นจนยับยู่ยี่  ปากเรียวอิ่มเม้มแน่นสะกดเสียงสะอื้นและน้ำตาที่เอ่อล้น

 

ร่ำไห้…ด้วยความเจ็บปวด

 

แค้น..

 

“สกปรก..” มุคุโร่พึมพำเสียงสั่น ความรู้สึกขยะแขยงร่างกายของตัวเองจนอยากตายทำให้น้ำตาไหลออกไม่หยุดสาย เมื่อนึกถึงสัมผัสที่ลาบล้วงไปตามร่างกายของเธอทุกซอกทุกมุม  แขนอรชรกระชับกอดตัวเองแน่นจนร่างโก่งงอก่อนจะซุกไปร้องไห้ใต้ผ้าห่มสีขาว

 

…อย่างเงียบๆ…

 

 

 

ครืด!!!!!!

ประตูห้องพยาบาลเลื่อนเปิดออก ทำให้อาจารย์ประจำห้องพยาบาลเงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะขึ้นมามอง

“สวัสดีครับอาจารย์จามาล” ผู้มาเยือนทักเจ้าของห้องทั้งรอยยิ้มระรื่นตาปกติ

“หวัดดี อาจารย์เบียคุรัน นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” หมอมาดเซอร์มุ่นคิ้วไม่พอใจให้อาจารย์หนุ่มผมขาว ก่อนจะเหลือบตามองไปยังนาฬิกาบนฝาผนังตีบอกเวลาว่าบ่ายสามโมง ซึ่งเป็นเวลาใกล้เลิกเรียนแล้ว

 

หน้าคมคายประดับรอยยิ้มไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับท่าทางตำหนิติเตียนของคนตรงหน้า ร่างสูงเดินตรงมายังเตียงสีขาวในห้องพยาบาลเตียงหนึ่งที่ร่างของเด็กสาวผมสีน้ำทะเลลึกนอนหลับพริ้มอยู่  ดวงตาคู่งามดูบวมเบ่งจนแดงประกอบกับขนตาแพยาวที่เปียกชื้นอยู่แสดงให้เห็นว่าผู้หลับใหลร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง

”โทษทีๆพอดีวันนี้ตารางสอนมันแน่น หาเวลาผละมาไม่ได้เลย” ดวงตาสีดำหรี่มองคนยิ้มรู้ร้อนรู้หนาวด้วยความไม่พอใจ

“ถึงยังไงคุณเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา คุณควรดูแลเด็กให้ดีกว่านี้ รู้รึเปล่าว่ามุคุโร่จังไปทำอะไรมา”

 

เบียคุรันเลิกคิ้วสูงหันมาสบตาชายวัยกลางคนในชุดกราวเบื้องหน้า “อะไรหรอครับ?”

“รู้รึเปล่าว่ามุคุโร่จังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายไปแล้ว และดูจากสภาพแล้ว ยังไงก็โดนข่มขืนชัดๆ”

จามาลเอ่ยเสียงเครียดใส่ พร้อมเก็บข้างของต่างๆของตัวเองลงกระเป๋าหนังสะพายสีดำ “ผมต้องบอกให้คุณรู้เพราะคุณเป็นที่ปรึกษาของเด็ก และแน่นอนเรื่องนี้ผมยังไม่แจ้งใครรวมถึง ผอ.ด้วย” จามาลสะพายกระเป๋าขึ้นบ่าและเดินออกไปจากห้อง

เบียคุรันเหยียดยิ้มขึ้นและหันมามองแผ่นหลังของบุรุษอายุมากกว่าตัวเอง

 

ภายในห้องพยาบาลเงียบลงเหลือเพียงบุรุษร่างสูงสีขาวกับหญิงสาวที่นิทราไม่ได้สติ  เสียงฝีเท้าที่ห่างออกไปไกลจนโสตประสาทการฟังไม่อาจรับรู้ได้เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะพึงพอใจของชายหนุ่ม  “หึหึหึ “

หนุ่มผมขาวหันกลับมามองสาวผมสีไพลินที่นอนตะแคงคุดคู้กับหมอนนุ่มและผ้าห่มที่ไหลหล่นไปกองอยู่ช่วงเอวคอด

ขายาวก้าวเดินมาใกล้เตียงของอีกฝ่าย ก่อนจะทรุดนั่งที่ขอบเตียงพลางดึงผ้าห่มนั้นขึ้นมาคลุมร่างบอบบาง

เด็กสาวขยับตัวยุกยิกอยู่หน่อยๆ และซุกเข้ากับแขนแกร่งอาจารย์หนุ่มแถมยังคว้ากอดไว้แน่นอีก “หนาว”

 

 

ตาคมคายเบิกกว้างตะลึงหน่อยๆกับท่าทางที่เปลี่ยนจากแมวยั่วสวาทมาเป็นเหมียวน้อยขี้อ้อน  ปากหนาได้รูปยิ้มขำขันกับบุคลิกเบื้องหลังความแสบที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ถ้าเธอหนาวฉันจะกอดเธอไว้ ดีไหมนะ”

มือหนาถอดแว่นไร้กรอบวางไว้บนโต๊ะหัวเตียง และเขยิบตัวเข้าไปนอนข้างๆมุคุโร่    เรือนผมสีไพลินมัดทวินเทลสยายปลายผมไปกับเตียงเมื่อรับรู้ถึงความอบอุ่นที่เข้ามาใกล้ เจ้าตัวก็รีบซุกเข้ากอดทันที

วงแขนแกร่งรวบร่างบางเข้ามากอดแน่นกับแผงอกแกร่ง พร้อมโน้มลงจุมพิตที่หน้าผากลาดมนเบาๆ

 

“อืมม์…” มุคุโร่ร้องครางเบาๆ พึงพอใจกับความอบอุ่นที่แทรกซึมไปเกือบทุกอณูร่างกาย ดวงตาคู่งามปรือมองขึ้นอย่างช้าๆ พลางกระพริบให้ดวงตามองภาพชัดเหมือนปกติ  “ตื่นแล้วหรอ มุคุโร่คุง?”

 

 

“!!!!!!!!!!” เรือนผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยมัดทวินเทลรีบเด้งตัวจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม  และถอยให้ห่างจากคนที่กอดเธอไว้ “คุณมาทำอะไรที่นี้!!” เบียคุรันยันตัวขึ้นมาพิงหมอนนุ่มของห้องพยาบาล  นัยน์ตาสีอเมทริซ์มองใบหน้างามที่แดงก่ำไปทั้งหน้าด้วยรอยยิ้มไม่รู้อนรู้หนาว แต่ในใจกับอยากหัวเราะจนขำกลิ้งไปกับพื้นด้วยซ้ำ

“อาจารย์เบียงกี้มาแจ้งว่าเธอเป็นลมหิวข้าว ฉันเลยมาดู” มุคุโร่หรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจ และพูดเสียงเขียวใส่

“ไม่จำเป็น เห็นคุณแล้วฉันขยะแขยง” ร่างสูงเลิกคิ้วสูงตีสีหน้าแสร้งประหลาดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มเทพบุตรแต่แววตากับเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก “หึหึ เอาอีกแล้วนะ พูดจาไม่น่ารักเลย หรือว่า…”

 

หมับ!!!

 

ตึง!!!!

ร่างเพรียวถูกมือหนาจับกดลงไปนอนกระแทกกับเตียงนุ่มอย่างรวดเร็ว ข้อมือบางทั้งสองถูกอีกฝ่ายจับล็อกแน่นไว้กับเตียง

“ฤทธิ์ยาเมื่อวานทำให้เธอจำอะไรไม่ได้  งั้นมาเตือนความจำกันซักหน่อยดีกว่านะ” สิ้นเสียงทุ้ม ปากหนาได้รูปเข้าประกบจูบร้อนแรง มุคุโร่ออกแรงดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของคนที่คร่อมตัวเองอยู่  แต่ยิ่งออกแรงก็รั้งจะทำให้เหนื่อยและเจ็บข้อมือมากขึ้น “อื้อ!!!!” ปากเรียวอิ่มพยายามเม้มแน่นปิดกั้นอีกฝ่าย  นัยน์ตาสีอเมทริซ์ฉายแววไม่พอใจที่อีกฝ่ายต่อต้าน จึงออกแรงบีบข้อมือเล็กบาง จนเรือนผมสีไพลินกรีดร้องเจ็บปวด “อั่ก!!!!อือ!!!”

ลิ้นอุ่นผ่านเข้าช่องปากสำเร็จและเข้าพัวพันลิ้นน้อยที่สั่นระริก หยอกเย้าพลางชิมความหอมหวานในโพรงปากของอีกฝ่ายจนพึงพอใจ

 

เบียคุรันถอนจูบคนที่ตัวสั่นเป็นลูกนกด้านใต้ ดวงตาสีอเมทริซ์ฉายแววเจ้าเล่ห์เจ้าทนแล้วโน้มกระซิบข้างหูมุคุโร่

“จะว่าไปเมื่อวันนั้นฉันไม่ได้จูบเธอเลยซินะ เอาแต่กระแทกเข้าตัวเธอนี้นา” ใบหน้าสวยสะบัดหน้าหนีอีกฝ่าย หารู้ไม่ว่าตนได้เผยลำคอขาวเนียนยั่วยวนอาจารย์หนุ่มผมขาวเสียแล้ว

 

“ยะ..อย่า!!!” มุคุโร่สะท้านไปทั้งตัว ทันทีที่ลิ้มอีกฝ่ายเข้ามาไซร้ลำคอเธออย่างหื่นกระหาย ปากหนาได้รูปพรมจูบและขบกัดจนเป็นรอยแดงไว้ ลากไล้ตั้งแต่ใบหูลงมาจนถึงเนินอกนุ่ม “ไม่นะ!!ปล่อย!!!”

“อะไรกัน ทั้งที่เมื่อคืน สะโพกเธอขยับเข้าหาฉันแท้ๆ”  มุคุโร่หน้าร้อนผ่าวอับอายและโกรธแค้น ร่างเพรียวบางที่อ่อนระทวยไปชั่วขณะกลับออกฤทธิ์ต่อต้านอีกครั้ง “ฉันเกลียดคุณ !!ไอ้คนน่ารังเกียจ!!”

“นั้นซินะ..ฉันมันน่ารังเกียจนี้นา…”

 

 ปึก!!!!!

 

“อ๊า!!!!!!!!!!!!” มุคุโร่กรีดร้องเสียงดังลั่นกับของแข็งขืนที่กระแทกเข้ามาในช่องคับแคบที่ระบบไม่หาย

ร่างเล็กพออกแรงดิ้นสุดฤทธิ์ พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากมือหนา แต่อีกฝ่ายกลับรู้ทันจึงกดล็อกแน่นกว่าเก่าจนข้อมือเล็กช้ำแดง  หนุ่มผมขาวออกแรงขยับไม่ยั้งพร้อมใช้ลิ้นกระตุ้นจุดเร้าของอีกฝ่ายทุกจุด  “อ้า!!!อย่า…ฉันเจ็บ…”

น้ำเสียงต่อต้านเริ่มอ่อนแรงลมเป็นครวญครางหวานล้ำ  ดวงตาสองปรือมองเพดานด้วยความอ่อนล้า ตามด้วยร่างกายที่โอนอ่อนไหวตามแรงคนเบื้องบน  ไหล่กลมมนไหวสะท้านตามคมเสียวซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

 

“อะ..อา..” ขาเพรียวยกขึ้น ลายเท้าจิกเกร็งกับพื้นเตียงลากครูดไปมากับความสุขสมแห่งอารมณ์ปรารถนา ก่อนจะยกมารัดเอวของร่างสูงแน่น “โอ๊ะโอ ทำแบบนี้ แสดงว่าฉันลีลาเด็ดซินะ” เบียคุรันหยอกล้ออีกฝ่าย  หน้าคมคายเข้าโลมเลียหูนักเรียนสาวเบาๆ ก่อนจะขบกัดสร้างความเสียว พร้อมออกแรงกระแทกส่วนนั้นของตัวเองเข้าไปทีเดียวจนสุดอัน

 

“อ้า!!!!!” ใบหน้าสวยสะบัดเชิดขึ้นผมทวินเทลพลิ้วขึ้นก่อนจะตกลงไปสยายกับเตียงนุ่ม  มือหนาปล่อยข้อมือเล็กออกและหันมาปลดอาภรณ์เครื่องแบบนักเรียนหญิงพลางลูบไล้สัมผัสเรือนกายนุ่มนิ่ม และหอมหวนรัญจวนใจ แขนอรชรหลุดจากการจับยึด แทนที่จะเข้าต่อต้านกลับโอบกอดรอบคออีกฝ่ายให้เข้าหาลำคอตัวเองมากขึ้น  ชายหนุ่มไม่รีรอรีบเข้าทาบทับร่างอีกฝ่าย

 

 

เอี๊ยดๆๆ

 

บทรักแสนเร้าร้อนดำเนินแงขึ้นเรื่อยๆจนขาเตียงครูดลากกับพื้นห้องดังเสียง พอๆกับเสียงครางหวานสุขสมในตัณหาราคะที่เติมเต็มเข้ามา ก่อนจะกรีดร้องเมื่อจุดสุดยอดมาถึงและปิดฉากลงด้วยการกระแทกต่ออีก สองถึงสามครั้งสุดท้าย

 

.

.

.

มือหนาผูกเน็กไทอย่างช่ำชอง และสวมเสื้อสูทนอกสีขาวทับเป็นครั้งสุดท้าย นัยน์ตาสีม่วงวาววับจากแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องจากหน้าต่างห้องพยาบาลทอดมองร่างบางที่เปลือยเปล่าที่นอนคุดคู้ตัวสั่นเทิ้มเปรอะเปื้อนคราบน้ำรักสีขาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมสีไพลินมัดทวินเทลยุ่งเหยิงสยายกับกับเตียง แต่นั้นกลับสร้างความเซ็กซี่ไปโดยไม่รู้ตัว จนอาจารย์หนุ่มเลียปากนึกสนุกอยากจับกดอีกรอบ ถ้าไม่ติดที่เวลากับสถานที่ละก็…

 

“รีบๆลุกมาแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวพ่อบ้านของเธอก็มาจะมารับแล้วนี้” ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบกลับจากเรือนผมสีไพลิน เบียคุรันถอนหายใจยาว และเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่ายพร้อมจับไหล่กลมมน  ทันทีที่มือหนาสัมผัสร่างบางสะดุ้งโหยงและรีบขยับถอยหนีโดยคว้าผ้าห่มมาปกปิดร่างกายให้มิดชิดที่สุด “สารเลว..”

 

คำสบถนั้นหาได้สร้างความกระทบกระเทือนให้แก่ร่างสูง หน้าคมคายฉีกยิ้มยียวนไม่รู้สึกรู้สากับคำด่าของสาวผมสีน้ำเงิน

“ฉันจะถือว่านั้นเป็นคำชมละกัน” เบียคุรันพูดทิ้งท้ายก่อนจะกระชากผมสีไพลินให้เข้ามาใกล้ตน พร้อมเข้าประกบจูบดูดดื่ม

มุคุโร่ออกแรงทุบอกแกร่งประท้วงให้ออกห่าง และพยายามเบือนหน้าหนี แต่กลับถูกมือหนารั้งต้นคอไว้

“จูบลาล่ะนะ เด็กน้อย..” ชายหนุ่มถอนปากและส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ ก่อนจะเดิมฮัมเพลงออกไปจากห้อง ทิ้งไวเพียงสาวน้อยที่ถูกกระทำชำเราไว้บนเตียงตามลำพัง

 

 

“ฮึก…คนเลว..” มุคุโร่กอดเข่าร้องไห้  มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบชุดนักเรียนของตัวเองที่กองบนพื้นขึ้นมากอดแน่นใบหน้างามซุกลงกับเสื้อผ้าจนเปียกชื้น

 

 

 

RRRRRRRRRR

 

เสียงริงโทนมือถือดังขึ้นทำให้สาวน้อยผมสีไพลินสะดุ้งโหยง มือเรียวหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดูพอเห็นรายชื่อ เจ้าตัวก็รีบสูดหายใจลึกๆตั้งสมาธิก่อนกดรับสาย

 

ปิ๊ป!!!

[คุณหนูกระผมมาจอดรอแล้วขอรับ] เสียงแหบพร่าปลายสายเอ่ยพูด

“ค่ะ ..ฉันจะรีบลงไปนะคะ วาตาริ” มุคุโร่กรอกสายตอบด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะกดวางสายลง นิ้วเรียวรีบปาน้ำตาและพยายามจัดแต่งทรงผมและสวมเสื้อนักเรียนให้เรียบร้อยที่สุด

ร่างบางพยุงร่างตัวเองเดินให้แนบเนียนที่สุดออกไปจากห้องพยาบาลตรงไปยังรถเบนซ์สีดำที่จอดรออยู่หน้าโรงเรียน

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s