[AuFic KHR][10069]punish for you/Part6

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 6

 

 

 

 

โรงเรียนวองโกเล่ในเพลาเที่ยงกว่าๆ ยังคงมีเสียงคึกคักของบรรดาเหล่านักเรียน และคุณครูทั้งหลายที่พากันออกไปกินข้าวข้างนอก บ้างก็คุยจอแจไปเรื่อยเปื่อยตามอารมณ์ หรือไม่ก็อยู่เคลียร์งานที่คั่งค้างให้เสร็จเพื่อที่กลับบ้านกลับช่องได้เร็วก่อนตะวันตกดิน

 

“พักนี้สงบสุขดีจังเลยนะ” ครูสาวร่างท้วมเตี้ยสนทนากับเพื่อนครูสาวร่างสูงผอมสวมแว่นหน้าเตอะ

ครูแว่นพยักหน้างึกงักเห็นด้วย พร้อมรอยยิ้มพอใจ “ใช่ๆ จะว่าไปห้องโกคุโยดูเหมือนกชจะเลิกซ่าไปแบบไร้สาเหตุซะงั้น คาบที่แล้วฉันต้องเข้าไปสอนห้องเด็กเปรตนั้นด้วย ตอนแรกกลัวแทบแย่ แต่พอเข้าไป ภายในห้องกลับสงบเหมือนผู้เหมือนคนมากเลยล่ะ”   คำยาวพรรณนาด้วยน้ำเสียง amazing สุดๆ กับเหตุการณ์เมื่อชั่วโมงที่แล้ว

 

กระตุ้นให้อาจารย์หญิงร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยเบิกกว้างและตั้งใจฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเริ่มออกแนวกริยากระซิบกระซาบกับเพื่อนครูร่างสูงตามสไตล์หญิงขี้นินทา

“จะว่าไป ก็ต้องนับตั้งแต่อาจารย์เบียคุรันมาเป็นที่ปรึกษาห้องบ้านั่นแหละ ฉันว่าน่ะ อาจารย์เบียคุรันคงปราบพยศเด็กดื้อพวกนั้นอยู่หมัดแน่ๆเลย”

 

“ต๊ายยย จะว่าไปก็จริง อาจารย์เบียคุรันอยู่สอนที่นี้โดยปลอดภัย ผ่านมา 3 วันแล้วด้วย แสดงว่างานนี้ข่าวลือที่ว่าคงจะจริงแน่ๆเลยล่ะ” สาวแว่นร่างสูงพูดพลางทำตาปลาบปลื้มชื่นชมในความสามารถของอาจารย์หนุ่มสุดหล่อ ที่เข้ามาไม่กี่วันก็ขึ้นลิสต์เป็นหนุ่มสุดฮอตในหมู่สาวๆทั้งนักเรียนและครูแห่งโรงเรียนวองโกเล่

“คนอะไรก็ไม่รู้ ทั้งเก่ง ทั้งสุภาพน่ารัก  หน้าตาก็หล่อ การศึกษาก็ดีอีก >////<”

“งั้นหรอครับ สุภาพ นิสัยดีขนาดนั้นเชียว” เสียงใสกังวานราวกับเด็กแรกรุ่นดังขึ้นจากด้านหลังของทั้งสอง ทำให้ทั้งคู่หัน

กลับไปมองก็พบกับ….

 

 

“ผะ….ผอ.!!!!!!!!!!!!!!!”  เสียงแหลมอยู่แล้วของทั้งคู่ประสานเพิ่มเสียงให้ดังกว่าเก่า จนผู้อำนวยการร่างเล็กเอามืออุดหูพร้อมๆกับสนิทที่ติดตามมาด้วยแทบไม่ทัน “จะส่งเสียงทำไมห่ะ!!เกิดผู้อำนวยการหูหนวกขึ้นมาจะทำยังไง!!!!”

โกคุเทระเจ้าของตำแหน่งเลขาธิการและหัวหน้าฝ่ายวิชาการดุใส่  แต่ชายร่างเล็กผมสีน้ำตาลฟูกลับยกมือขึ้นปรามอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ “เอาน่าๆ ช่างเถอะโกคุเทระ ผมผิดเองแหละที่จู่ๆก็โผล่มาทัก อ.ชิซึเนะ กับ อ.มิไร”

เมื่อผู้เป็นนายและที่เคารพขอร้อง หนุ่มผมเงินจึงเลิกเอาเรื่องครูสาวร่างอ้วนและร่างผอม

 

“ว่าแต่ ที่พวกพูดกันเมื่อกี้ ช่วยพูดให้ฉันฟังอย่างละเอียดหน่อยได้ไหม” สึนะเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง จนเลขาประจำตัวและครูผู้หญิงสองคนชักสีหน้าประหลาดใจกับท่าทางของร่างเล็กผมสีน้ำตาล แต่ก็เลือกที่จะเล่าให้ผู้อำนวยการโรงเรียนวองโกเล่ฟังแต่โดยดี

 

.

 

.

 

.

 

บรรยากาศยามเย็นมาเยือน ท้องฟ้าสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงฉายฉาบทุกสิ่งบนพื้นโลก  รวมถึงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดให้แสงส่องผ่านเข้ามากระทบร่างเจ้าของห้องผมฟูสีน้ำตาลยุ่งไม่เป็นทรงที่ยืนมองวิวท้องฟ้าเบื้องหน้า

 

 

แอ๊ดดดดดดดดด

 

เสียงประตูใหญ่เปิดดังขึ้นอย่างเชื่องช้า พร้อมเสียงฝีเท้าแสนคุ้นหูก้าวเดินเข้ามาในห้องปูพื้นเป็นพรมสีแดงเพียงห้องเดียวในโรงเรียนแห่งนี้   “ไง!!สึนะโยชิคุง  กลับมาจากดูงานที่อิตาลีตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย” ดวงหน้าหวานหันหลังมามองเจ้าของเสียงทุ้มสบายๆฟังแล้วรื่นหู  ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตน่ารักฉายแววจริงจัง ไม่เหลือเค้าแววตาใสซื่อ เกรงกลัว

ผิดกับผู้มาเยือนที่ยังคงแววตาขี้เล่นและซุกซนเช่นเคย

 

“ระหว่างที่ฉันไปข้างนอก…นาย..ทำอะไรกับนักเรียนห้องโกคุโย” หนุ่มผมขาวเลิกคิ้วสูงราวกับว่าเรื่องที่อีกฝ่ายพูดมันแสนน่าประหลาดใจ แถมด้วยรอยยิ้มสบายๆไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำเอาสึนะหมดอดกลั้นที่จะโวยวายใส่ชายตรงหน้า

“เบียคุรัน!!!เลิกทำตีหน้าซื่อได้แล้ว นายทำอะไรลงไป โดยเฉพาะกับโรคุโด มุคุโร่!!!”

 

เบียคุรันสบตากลมโตที่สั่นไปด้วยความโกรธอยู่นานโดยไม่เอ่ยวาจาตอบ แต่แล้วเจ้าของตำแหน่งที่ปรึกษาห้องโกคุโยกลับหัวเราะในลำคอพร้อมกับแววตาที่แปรเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ซึ่งมีเพียงแค่ผู้อำนวยการวองโกเล่และหัวหน้าฝ่ายปกครองที่ได้รู้และเห็นเท่านั้น    “หึหึหึ ก็ฮิบาริคุงบอกเองนี้ ว่ายกห้องโกคุโยให้ฉันแล้ว”

 

 

 

ปัง!!!!!

 

“แต่นายก็ไม่มีสิทธิทำแบบนั้น!!คิดถึงอนาคตเด็กบ้างสิ เบียคุรัน!!!ถึงจะร้ายยังไง นั่นก็แค่เด็ก ม.ปลายเองนะ!!!”

สึนะตบโต๊ะตามอารมณ์ของตนที่พุ่งเดือด ดวงหน้าหวานตะคอกเสียงดังลั่นใส่โดยไม่เกรงกลัวคนตรงหน้าอีกต่อไป

นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลจ้องมองดวงหน้าคมคายที่แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เย้ยหยั่นออกมา ผิดกับรูปลักษณ์สภาพนุ่มนวล ราวกับเทพยดาสีขาวแสนอบอุ่นนั้น  “ฉันทำอะไรงั้นหรอ สึนะโยชิคุง”

 

ดวงตาอเมทริซ์ใต้แว่นไร้กรอบถามกลับ พร้อมผายมือทั้งคู่ออกและท่าทางไม่แคร์สิ่งใดๆ ทำให้สึนะอึกอักทันที ดวงตาคู่งามน่ารักหลุบลงเมื่อพบว่าตัวเองนั้นไร้หลักฐานมัดตัวคนตรงหน้า

เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการหน้าหวานไม่สามารถโต้เถียงหรือเอาผิดได้ ร่างสูงก็จึงยิ้มกระย่องพอใจขึ้นมา และเดินกลับไปยังประตูไม้สักของห้องที่ปิดสนิท  มือหนาปิดกลอนประตูเตรียมเปิดออก

ทว่าเสียงหวานที่น่าจะนิ่งเงียบกลับดังขึ้น เพื่อกล่าวเตือนอีกฝ่าย “ถึงข่าวลือ จะเป็นแค่นายมีความสามารถในการดูแลเด็กได้ดีจนน่ายอมรับ แต่ฉันรู้จักนายดีเบียคุรันและอย่าได้คิดว่าฉันจะยอมให้นายทำแบบนั้นได้อีก”

เบียคุรันมองร่างเล็กเจ้าของห้องด้วยหางตา ก่อนจะยักไหล่ไม่ใส่ใจพร้อมเดินออกไปอย่างเงียบๆ

 

 

ปัง!!!!!

 

ประตูไม้ห้องทำงานปิดตัวลง ขายาวใต้กางเกงแสลตสีขาวก้าวเดินไปตามทางระเบียงในตึกโรงเรียนที่เริ่มรู้คนด้วยสีหน้าเรื่อยเปื่อยสบายๆ แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มละมุนละไม

“อ้าว!!ฮิบาริคุง!!มารับสึนะโยชิคุงหรอ?” เบียคุรันเอ่ยทักคนที่กำลังจะเดินสวนทางมา หนุ่มร่างสูงผมสีรัตติกาลหยุดขาที่ก้าวเดินลง ดวงตาคู่คมฉาบด้วยแสงสีส้มของอาทิตย์ยามเย็นสบตาสีม่วงวาววับเด่นชัดในยามเย็น

“หึ..เลิกถามเรื่องทีแกรู้อยู่แก่ใจได้แล้วเบียคุรัน” ฮิบาริพูดเสียงเย็นใส่ที่ใครได้ยินเป็นอันต้องหัวหดทุกราย แต่นั้นหาได้ทำให้เบียคุรันเกรงกลัว  “ดูเหมือนว่าสึนะโยชิจะรู้ว่าฉันทำอะไรมุคุโร่คุง”

 

คำพูดบอกเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่จากปากอาจารย์ที่ปรึกษาห้องโกคุโย เรียกรอยยิ้มเหยียดของเจ้าของเรือนผมดำออกมา

ร่างสูงชุดสูทดำหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงเย็นเช่นเคย “แล้วจะทำไม ซักวันนั้นเจ้าสัตว์กินพืชนั้นก็ต้องรู้อยู่ดี เพราะคนที่รู้จักสันดานแกดีก็มีแค่ฉันกับเจ้าสัตว์กินพืชอ่อนแอนั่นแค่นั้น”

“ฮ่าๆพูดได้เจ็บจังน้า ฉันก็คิดอยู่แล้วว่าไม่เกิดวันสองวัน สึนะโยชิคุงก็ต้องรู้” เบียคุรันเดินสวนทางกับหนุ่มมาดขรึมไป โดยไม่วายตบบ่าของหนุ่มผมดำเบาๆ พร้อมพูดกระซิบด้วยเสียงขำขัน “แต่ว่า..หลังจากนี้ นายคงต้องไปเคลียร์กับสึนะโยชิคุงแล้วล่ะนะ”

 

ดวงตาคู่คมตวัดมองสบตาสีม่วงหลังแว่นไร้กรอบ ต่างฝ่ายต่างมองหยั่งเชิงกันอยู่นาน  ก่อนจะละจากกันไปทำหน้าเรื่องของตัวเองต่อ

 

.

 

.

 

.

 

.

 

กาลเวลาผ่านไป จนราตรีเคลื่อนคล้อยเข้ามาแทนที่ เหล่าผู้คนต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกลับช่องกัน เหล่าตึกและบ้านเรือนเริ่มพากันดับไฟเพื่อเข้านอน

 

เว้นเพียงคฤหาสน์ทำจากหินอ่อนสไตล์เรนาซองค์หลังหรูที่ปลูกห่างจากใจกลางเมืองพอสมควรและอาณาเขตรอบบ้านราวๆ

4 – 5 ไร่กว่าๆ จัดแต่งโดยรอบด้วยสวนนานาชนิดอย่างงดงามจนน่าหลงใหล และแสดงฐานะทางบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี

 

“แฮ่กๆ” เสียงหอบถี่ของหญิงสาวดังชัดจนผู้รับใช้คนสนิทเป็นห่วง มือเหี่ยวย่นผอมๆและกร้านใต้ทาบทับหน้าผากลาดมนที่ชุ่มเหงื่อและขึ้นสีแดงชัดเจนพอๆกับดวงหน้าและแก้มใส “คุณหนู!!กระผมว่าเรียกหมอมาเถอะขอรับ ขืนปล่อยไว้แบบนี้อาการจะหนักกว่าเดิมนะขอรับ!!” พ่อบ้านชุดดำเอ่ยพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วงและลกลนอย่างเห็นได้ชัด

ทว่ามือเรียวที่อ่อนแรงกลับฮึดจิกขยำแขนเสื้อชายชราแน่นโดยไม่สนสังขารของตัวเองแม้แต่นิด

“ยะ..อย่า..วาตาริ..ฉันขอร้อง..เดี๋ยวก็หาย…” มุคุโร่พยายามเค้นคำพูดออกมา และเริ่มส่งเสียงไอออกมาอีกครั้ง

“ไม่ได้นะขอรับ!!!ไข้คุณหนูสูงมา2วันแล้ว!!!ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป…”

 

 

 

กิ๊งก๊อง!!!!

 

เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นทำให้พ่อบ้านชราต้องเลิกพยายามพูดโน้มน้าวให้เด็กสาวผมสีไพลินที่บัดนี้ปล่อยยาวสลวยกับพื้นเตียงไปหาหมอ  และรีบเดินออกไปดูผู้มาเยือนบ้านในยามวิกาลเช่นนี้ “สวัสดีครับ วาตาริซัง” เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูจากรั้วเหล็กสูงใหญ่ด้านนอก ทำให้ชายชราเพ่งตาสีเทาขุ่นของตนมอง ก่อนจะร้องถึงบางอ้อเมื่อภาพของคนตรงหน้าเด่นชัดขึ้น

 

ว่าแล้วขาผอมใต้กางเกงสีดำจึงรีบก้าวเดินด้วยความเร็วเท่าที่จะทำได้ไปยังประตูเล็กข้างรั้วเหล็ก พร้อมสีหน้ายิ้มแย้มอบอุ่นเป็นนิสัย “โอ้!!สวัสดีขอรับ อาจารย์เบียคุรัน เชิญเข้ามาก่อนขอรับเดี๋ยวกระผมจะเตรียมน้ำชาให้”  เบียคุรันฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวตอบและทำตามคำเชิญของพ่อบ้านแสนอบอุ่นคนนี้

 

 

 

 

“เมื่อครั้งที่แล้วกระผมต้องขอบคุณจริงๆขอรับ ที่อุตส่าห์อุ้มคุณหนูมาส่ง” ชายชราเอ่ยปากกล่าวขอบคุณพลางรินชาร้อนๆใส่ถ้วยกระเบื้องลายครามชั้นดีด้วยความประณีต  “ฮะๆไม่หรอกครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่น่ะ”

นิ้วเรียวจับถ้วยชาที่รินเสร็จหมาดๆขึ้นมาจิบพลางสนทนากับพ่อบ้านประจำตระกูลโรคุโดที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ควรกระทำ

“ว่าแต่ มาเวลานี้มีอะไรรึเปล่าขอรับ?” วาตาริเอ่ยถามอีกฝ่าย

 

หนุ่มผมขาววางถ้วยชาลงบนถาดรองเข้าคู่ ก่อนจะส่งยิ้มสบายๆเป็นมิตรให้วาตาริ “มุคุโร่คุงขาดเรียนมาสองวันแล้ว ผมเลยมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กนะครับ”

ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยย่นตามกาลเวลาชักสีหน้ากังวลออกมาเด่นชัดทันที จนอาจารย์หนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“เป็นอะไรหรอครับ ? หน้าตาดูเครียดๆชอบกล”

 

สิ้นคำถามของเจ้าของดวงตาสีฟ้าอมม่วง ชายวัย 60 กลับถอนหายใจยาวออกมา ดวงตาสีเทาขุ่นฉายแววว้าวุ่นเป็นกังวลอย่างเด่นชัด “คืออย่างงี้ขอรับ….”

 

 

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s