[AuFic KHR][10069]punish for you/Part7

 

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

Part  7

 

 

ตึกๆๆ

 

เสียงฝีเท้าย่ำลงกับพื้นตามระเบียงทางเดินทำจากหินอ่อนราคาแพงสมฐานะเจ้าของบ้านดังเป็นจังหวะ   และดังขึ้นเรื่อยๆจนหยุดลงตรงหน้าประตูห้องนอนบานสูงใหญ่

 

แอ๊ดดดดดด

ประตูค่อยๆเลื่อนเปิดออก แสงสว่างจากโคมไฟด้านนอกสาดส่องตามช่องประตูทำให้ห้องนอนกว้างใหญ่ที่มืดมิดแลดูชัดเจนมากขึ้น   “อื้อ…วาตาริ..”  ร่างบนเตียงใต้ห่มสีขาวขยับตัวยุกยิก เมื่อรับรู้ถึงแสงสว่างที่สาดเข้ามากระทบร่างและเสียงฝีเท้าที่เคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ    ก่อนสัมผัสอุ่นจะทาบทับหน้าผากลาดมนของเธอเบาๆจนหัวใจที่เต้นส่ำจากพิษไข้ค่อยๆผ่อนลง

 

ดวงตาสองสีปรือลืมตามองอีกฝ่าย  แสงจากหน้าต่างที่เปิดค้างไว้ส่องร่างเบื้องบนจนขาวและพร่ามัว

 

..ราวกับ..เทวดา

 

ทำให้เรือนผมสีไพลินพยายาม ไขว่คว้าคนตรงหน้าพร้อมคำพูดเพ้อพรูพรั่งออกมา “ช่วย..ด้วย..ทรมาน”

 

 

พรึบ!!!!!

 

“!!!!!!!!!!!!!!!!!!” โคมไฟคริสตัลบนเพดานห้องถูกเปิดออก  ห้องนอนหรูที่เคยมืดมิดกลับสว่างทันตา

พร้อมกับสติของมุคุโร่ที่กลับลำตั้งหลักทันที  หลังจากที่พบว่าเทพยดาที่เธอไขว่คว้า

 

คือซาตานสีขาว

 

“คุณ!!!!!” ร่างเพรียวในชุดนอนเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่โคร่ง พยุงตัวด้วยแรงที่มีเขยิบถอยห่างจากหนุ่มผมสีพิสุทธ์

“อย่าขยับตัวซิ เธอไข้ขึ้นสูงอยู่นะ” คำพูดแสดงความห่วงใยของอีกฝ่าย หาได้ทำให้เด็กสาวผ่อนลายใจ แต่กลับทวีคูณความรู้สึกรังเกียจ ขยะแขยง และหวาดกลัวมี่พยายามเก็บซ่อนไว้ในใจ “ออกไป!!!”

เรือนผมสีไพลินปล่อยยาวสยายออกมาคลอเคลียคอระหงส์และลากตามทรวดทรงโค้งเว้าที่ปกปิดใต้เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่

ทำให้เบียคุรันเลียปากนึกสนุก พอๆกับอารมณ์แห่งปรารถนาปะทุขึ้นจนแทบห้ามใจไม่ไหว

 

 

มุคุโร่อ่านสายตาคู่นั้นออก ดวงหน้าหวานซีดเผือกลงทันที ก่อนอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อบ้านของตัวเอง

“วาตาริ!!!!!!!อื้อ!!!!!!”  ปากสีกลีบกุหลาบถูกมือหนาของอีกฝ่ายตะครุบไว้แน่น ตามด้วยแรงของร่างสูงกดให้สาวผมสีไพลินลงไปนอนกับเตียงอีกครั้ง  มุคุโร่ดีดดิ้นพยายามหลุดจากพันธนาการของอีกฝ่าย จนกระดุมบนเสื้อขาดไปสองถึงสามเม็ด  คอเสื้อเชิ้ตใหญ่จึงไหลหล่นตามไหลกลมมนแหวกให้เห็นหน้าอกเต่งตึงนุ่มนิ่ม และเรือนกายภายในที่แอบซ่อนไว้เต็มไปด้วยรอยช้ำแดงจ้ำจากปากหนาได้รูปของเบียคุรัน

 

 

“หึหึหึ  ไม่เอาน่าเด็กดื้อ วันนี้ฉันมาดีนะ อย่าทำท่าทางอย่างงั้นสิ” เบียคุรันเอ่ยกระซิบเสียงทุ้มนุ่มข้างหูของด้านใต้ จมูกโด่งได้รูปกดลงที่ลำคอของอีกฝ่าย จนมุคุโร่ออกแรงดิ้นใหญ่ แต่ด้วยความที่สู้ไม่ได้อยู่แล้วประกอบกับไข้ที่ขึ้นสูงจึงทำได้แค่ใช้มือทั้งสองดันแผงอกแกร่งออกเบาๆให้ห่างจากตัวมากที่สุด    ลมหายใจอุ่นรดต้นคอขาวเนียนสร้างความรู้สึกเสียงซ่านให้ร่างเพรียวจนเผลอตัวบิดเร้าสะโพกตามแรงปรารถนาโดยไม่ได้ตั้งใจ “อือ……”

 

-ให้ตายสิ เธอนี้มันน่ากินจริงๆเลย-

 

ดวงตาสีอเมทริซ์ยามค่ำคืนส่องประกายที่ม่วงวาววับราวกับตาสัตว์กินเนื้อพร้อมล่าเหยื่อ   เรือนผมขาวโน้มตัวเข้ามาหมายจะขึ้นคร่อมอีกฝ่าย   แน่นอนว่านัยน์ตาต่างสีไม่เข้าคู่เบิกกว้างตกตะลึงและออกแรงดิ้นสุดชีวิตให้หลุดจากอาจารย์ที่ปรึกษาจอมเจ้าเล่ห์    -อย่า..ไม่เอา….-

 

แต่แล้วในที่สุดอาจารย์หนุ่มก็ทำสำเร็จ  บัดนี้ร่างสูงสีขาวเข้าทาบทับสาวผมสีน้ำเงินเข้มอยู่เบื้องบน  ดวงตาคู่คมฉายแววขำขันยามมองใบหน้างามหมดจดที่โชกไปด้วยเหงื่อ แถมยังตัวสั่นเป็นลูกนกอีก

“บอกแล้วไง ว่าฉันมาดี… แต่มันก็ไม่แน่นะ ถ้าเธอทำท่าจะส่งเสียงร้องเรียกพ่อบ้านของเธออีก..” พูดจบหน้าคมคายหล่อเหลาชักสีหน้าหื่นกามออกมา ตามด้วยรอยยิ้มเหยียดเหนือชัยออกมา

 

นัยน์ตาสองสีคู่งามถลึงตาใส่คนด้านบน เต็มไปด้วยแววตาเคียดแค้นจนอัญมณีต่างสีส่องประกายเด่นชัดไม่แพ้ดวงตาคมสี

อเมทริซ์    เรือนผมสีน้ำเงินเริ่มหยุดดิ้นและนิ่งในที่สุด หนุ่มผมขาวยิ้มพอใจในการกระทำของนักเรียนสาว จึงค่อยๆปล่อยอีกฝ่าย ก่อนจะดึงมือหนาที่ปิดปากเรียวอิ่มได้รูปเป็นอย่างสุดท้าย

ร่างสูงเขยิบตัวไปนั่งอยู่ข้างเตียง  ส่วนมุคุโร่ก็จัดตัวเองให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยที่สุด มือเรียวบางดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดหน้าอกและร่างกายทีเกือบเปลือยเปล่าให้พ้นจากการถูกแทะโลมทางสายตาของคนตรงหน้า

 

“ฉลาดจริงๆเลยนะ รู้ด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอยังดื้อดึงทำแบบเมื่อกี้อีก” หนุ่มผมขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆพอๆกับรอยยิ้มร่า  ผิดกับมุคุโร่ที่จ้องมองด้วยความอาฆาตแค้น ก่อนจะเบือนหน้าหนีร่างสีขาวเฉกเช่นเทวดา

“คึหึหึหึ ..สันดานชั่วๆอย่างคุณ เดาได้ไม่ยากนักหรอก” มุคุโร่พยายามเค้นพูดพลางไอออกมาค่อกแค่ก  เบียคุรันมองร่างงามที่ยังคงแสดงความเป็นปรปักษ์ไม่ยอมอ่อนข้อต่อเขา แม้ว่าร่างกายตอนนี้จะอ่อนแอ เปราะบางยิ่งเสียกว่าทุกครั้ง

พร้อมหัวเราะในลำคอเสียงดังพอที่จะให้นักเรียนสาวได้ยิน   “หึหึหึ รู้ก็ดี  ทำตัวน่ารักๆหน่อยละกัน ฉันจะได้เลิกทำแสร้งเป็นอาจารย์แสนดีเร็วๆ”  ชายผมขาวฉีกยิ้มเทวบุตรให้ ผิดกับคำพูดเหมือนซาตานแสนชั่วช้า

มือบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ  ตาต่างสีฉายแวววาวโรจน์เด่นชัดจ้องหน้าคมคายหล่อเหลาไม่วางตา แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความรู้สึกสะทกสะท้านให้ร่างสูง

 

 

“อาจารย์เบียคุรันครับ คุณหนูอาการเป็นยังไงบ้างครับ?” พ่อบ้านชราเดินเข้ามาถาม

หน้าคมคายฉีกยิ้มตอบ ตามด้วยคำตอบเต็มไปด้วยเสียงทุ้มนุ่มฟังแล้วชวนลุ่มหลงแสนสุภาพ จนมุคุโร่อยากจะแหวะตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย  “ไข้ยังไม่ลดเลยครับ  แต่อาการไม่น่าเป็นห่วงถึงขั้นไปหาหมอหรอก”  พูดจบ ก็เอามือมาวางบนหน้าผากแสร้งว่าทำเป็นวัดไข้  ดวงหน้าหวานกำลังจะสะบัดหน้าหนี ทว่าสายตาของร่างสูงที่ส่งมาทำให้มุคุโร่กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากเย็น

 

….ถ้าทำแบบนี้อีก ฉันจับเธอปล้ำแน่….   

 

ด้วยเหตุนี้  สาวผมยาวสีทะเลลึกจึงยินยอมให้อีกฝ่ายสัมผัสหน้าผากที่เปียกชื้นเหงื่ออยู่แต่โดยดี “จริงรึขอรับ โล่งอกไปที”

วาตาริถอนหายใจ สีหน้าที่ฉายแววกังวลดูคลายความตึงเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด จนสาวผมสีไพลินรู้สึกไม่สบายใจเอามากๆที่ต้องมาเล่นละครตบตาคนที่เธอรัก และไว้ใจที่สุดแบบนี้….

 

“ผมว่าวาตาริซังไปพักเถอะครับ คุณดูแลมุคุโร่คุงมามากแล้ว ที่เหลือผมจะดูแลต่อให้เอง” ข้อเสนอของอาจารย์ที่ปรึกษา ทำเอาดวงหน้าสวยขึ้นสีเข้มเด่นชัด  ส่วนชายชราชักสีหน้าเกรงใจและความไม่ไว้วางใจชายหนุ่มคนนี้ออกมา เพราะถึงยังไงการที่ชายหญิงจะอยู่กันสองต่อสองในห้องนอนแบบยามวิกาล

 

 

…ถึงไม่มีอะไร แต่มันดูไม่งามอยู่ดี…

 

 

 

“แต่….”

“นะครับวาตาริซัง” เบียคุรันตีสีหน้าประกอบกับท่าทางอยากแบ่งเบาภาระเต็มประดาอย่างสมจริง จนพ่อบ้านชราเชื่อสนิทใจ ร่างค่อมหน่อยๆของวาตาริโค้งขอบคุณชายหนุ่มผมสีพิสุทธิ์ “ถ้างั้น กระผมฝากคุณหนูไว้ด้วยนะขอรับ”

หน้าสวยซีดลงหนักกว่าเก่าจนเป็นสีไก่ต้ม  เหงื่อผุดพรายทั่วใบหน้าก่อนไหลย้อยลงกับชะตากรรมที่เธอคาดเดาไว้

“วาตาริ!!” เสียงหวานแหบๆจากอาการเจ็บคอเปล่งออกมา  ร่างเพรียวเด้งตัวหมายจะห้ามไม่ให้คนสนิทของตนหลงในเทวดาจอมปลอมและให้ช่วยพาหนีไปให้ไกลจากบุรุษอันตราย

ทว่า…แผ่นหลังเล็กอยู่เหนือพื้นเตียงนุ่มได้ไม่ทันไร ก็ถูกมือแกร่งทั้งสองออกแรงดันไหล่น้อยๆให้ลงไปนอนอีกครั้ง  ตามรอยยิ้มหวานละมุนละไม ตรงข้ามกับแววตาจิ้งจอกสีอเมทริซ์ใต้แว่นไร้กรอบ

 

“ผมว่าตอนนี้มุคุโร่คุงคงอยากพักผ่อนแล้วละ”

สาวน้อยผมสีไพลินถึงกับกลืนไม่ได้ คายไม่ลงหลังจากที่สบสายตาบังคับของเบียคุรัน  นัยน์ตาสองสีละจากหน้าอาจารย์หนุ่มมายังชายชราผมสีเทาแกมขาวทียืนทำท่าจะไปดีไม่ไปดี “ไม่มีอะไรหรอก…วาตาริไปพักเถอะ..เดี๋ยวสักพักฉันจะนอนแล้ว”

 

“ขอรับ..ฝันดีนะขอรับคุณหนู” วาตาริโค้งตัวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างในชุดพ่อบ้านสีดำจะออกจากห้องนอนหรูของเจ้านายตัวเอง โดยไม่ลืมปิดประตูห้องด้วยความสงบเสงี่ยมและสุภาพ

 

 

 

เสียงฝีเท้าที่ห่างไกลไปจนโสตประสาทไม่อาจรับรู้ได้อีก เรียกร้อยยิ้มพอใจของเบียคุรันออกมา หน้ามายผิวปากด้วยความสนุกสนานตามด้วยคำพูดเอ่ยชมปนจิกร่างบางบนเตียง “หึหึ เธอเล่นละครเก่งจริงๆเลยน้า ตบตาได้กระทั่งคนสนิทด้วย”

ปากอิ่มชมพูเรื่อเหยียดยิ้มเหยียดหยามใส่ นัยน์ตาอัญมณีสีแซฟไฟน์และทับทิมหรี่มองชายผมสีหิมะ

“คึหึหึหึ คุณเองก็เหมือนกัน..ตอแหล..เก่งจริงๆ ถ้าเป็นสัตว์…คงไม่พ้นปลาไหลแน่ๆ”  หน้าคมคายมองคนทีโต้ตอบไม่ยอมลดกับเขาอยู่นาน จนสาวผมสีไพลินยาวสลวยเริ่มใจสั่นไปด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะข่มขืนเธออีกครั้ง

“ปากดีจริงๆเลยนะ ไม่เห็นเหมือนรสจูบของเธอเลย ทั้งที่หวานอกขนาดนั้นแท้ๆ”

“คุณ!!!!!!!!!!” มุคุโร่เด้งตัวขึ้น ฝ่ามือเรียวยกขึ้นเตรียมตบหน้าของเบียคุรัน แต่อาการหน้ามืดมึนหัวของไข้หวัดทำให้แขนทั้งสองอ่อนแรง ร่างทั้งร่างทรุดไปนอนกับเตียง

 

ร่างสูงจัดร่างบางที่เหนื่อยหอบมานอนหนุนหมอนสีขาวใบใหญ่บนเตียง  และจัดท่านอนให้เหมาะสมอย่างเบามือตามด้วยผ้าห่มหนานุ่มสีขาวห่มให้เป็นอย่างสุดท้าย

มุคุโร่ชักสีหน้าประหลาดใจในการกระทำของคนตรงหน้า  ดวงตาสองสีมองสีหนาที่ดูจะเอาใจใส่เธอเป็นพิเศษทั้งแววตาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย “ทำไม?”

 

 

“ก็แค่หน้าที่นะ เธอขาดเรียนมาสองวันแล้ว…ขืนมานอนซมไข้อย่างงี้ มีหวังเรียนไม่ทันกันพอดี” คำตอบของเบียคุรัน ทำเอาดวงหน้าสวยที่ตกตะลึงตีกลับมาเป็นรอยยิ้มเหยียดลึกลับเช่นทุกครา “ที่แท้…คุณมันก็ห่วงตัวเอง”

แต่ดูเหมือนเบียคุรันจะไม่ใส่ใจฟังคำพูดของนักเรียนสาวสุดแสบซะเท่าไหร่ เพราะตาสีฟ้าอมม่วงกำลังจ้องมองถุงยาบนโต๊ะเล็กข้างเตียง  มือหนาเอื้อมไปหยิบแผงยาในถุงที่เหลือจำนวนยาเพียง 2 – 3 เม็ด มาพลิกดูกลับไปมา  พลางใช้มืออีกข้างหยิบการินน้ำขึ้นมารินน้ำเปล่าใส่แก้วบนโต๊ะ  “หึหึหึ แหงล่ะ ฉันยังอยากสนุกกับชีวิตปกติอยู่นี้นา” คำตอบกำกวมของเบียคุรันทำให้มุคุโร่มุ่นคิ้วลงด้วยความสงสัย ก่อนจะคลายปมออกเมื่อหนุ่มผมขาวยืนยาและแก้วน้ำมาให้

 

“เอ้า  กินยาซะ ไข้จะได้ลดลงเร็วๆ”

 

ทันทีที่เห็นยา มุคุโร่รีบเบือนหน้าหนีทันที ดวงหน้าหวานที่แดงเรื่อด้วยพาไข้ชุ่มไปด้วยเหงื่อไหลย้อยกว่าเก่า

เบียคุรันกระพริบตาปริบๆอย่างงุนงง จนกระทั่งดวงตาสีน้ำแข็งคู่คมสังเกตเห็นถังขยะเล็กๆชนิดเป็นฝาพับปิด มือแกร่งเปิดฝาดูพบว่ายาหลายเม็ดถูกเททิ้งลงในนั้นโดยมีทิชชู่ห่อทับอีกรอบในสภาพเหมือนถูกขยำทิ้ง

“พรืด!!!!ฮ่าๆๆๆ” ชายผมสีพิสุทธิ์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เรือนผมสีน้ำเงินสะดุ้งตกใจกับอาการหัวเราะจนท้องแข็งของอาจารย์ที่ปรึกษา  นัยน์ตาสองสีเหลือบไปเห็นถังขยะเล็กที่ถูกเปิดฝาทิ้งไว้  ก่อนที่แก้มใสจะขึ้นสีแดงและลามไปทั่วทั้งหน้าจนเป็นสีผลมะเขือเทศสุก  “ยะ..หยุดหัวเราะนะ!!!”

 

 

เบียคุรันรีบยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียง แต่ทำไม่ได้หมด แถมร่างทั้งร่างยังสั่นออกมาจนชัดเจนขนาดนี้อีก

สาวผมสีไพลินเม้มปากแน่นจนก้อนเนื้อนิ่มแดงก่ำกับความอับอาย ดวงตาคู่งามมองค้อนคนตรงหน้าแล้วหนีหน้าอีกฝ่ายด้วยการสะบัดตัวไปนอนตะแคงหันออกจากไอ้คนตัวดีที่หัวเราะเยาะเธอ

 

“ฮะๆ โทษทีนะ..คือ..ฉันไม่นึกว่า…เธอจะเป็นโรคเกลียดยานะ อุ๊บ…คิกๆ”    เบียคุรันสุดลมหายใจลึกๆหยุดอาการขำของตัวเองจนสำเร็จ    แล้วหันไปพยุงหญิงสาวให้ขึ้นมานั่งพร้อมส่งยาให้อีกครั้ง  แน่นอนว่าใบหน้าสวยของมุคุโร่ซีดลงทันทีตามด้วยอาการเบือนหน้าหนีเหมือนอาการเมื่อครู่  “ถ้าไม่กินต้องไปหาหมอ  ถึงตอนนั้นโดนฉีดยาที่ก้นไม่รู้ด้วยนะ”

 

หนุ่มร่างสูงพูดว่ากล่าวตักเตือน แม้ความจริงแล้วประสงค์แหย่คนป่วยให้โมโหเล่น  “อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเด็กนะ!!!ฉันไม่กิน!!!ยังไง้ไม่กินแน่!!!แล้วที่ไม่ไปหาหมอ ก็เพราะคุณนั้นแหละรู้ไว้ด้วย!!! รอยตามตัวเต็มไปแบบนี้ขืนไปเขาก็รู้กันหมดนะซิ !!!”  ร่างเพรียวผมสีน้ำทะเลลึกยาวสลวยโวยวายออกมาเป็นชุดใส่อาจารย์ที่ปรึกษา  โดยลืมสังขารของตัวเองไปหมดสิ้น  แต่พอหลังจากพูดจบ เจ้าตัวก็ออกอาการเหนื่อย และไอค่อกแค่กชุดใหญ่จนตัวโยน

“งั้นหรอ แหม..ไม่รู้เลยนะเนี้ย “ น้ำเสียงสบายๆยียวนกวนประสาทดังจากปากเบียคุรัน แถมเจ้าตัวยังแสร้งตีหน้าซื่อน่าหมั่นไส้อีกต่างหาก    “คุณมัน!!!”  ยังไม่ทันเถียงอะไรร่างเล็กบางต้องสะอึกทันที  เมื่อหน้าคมคายเปลี่ยนสีหน้าลัลล้ามาเป็นโหมดดาร์กกระทันหัน    “กินซะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน…”

 

 

“ไม่!!!ฉันไม่ยอมกลืนของขมๆน่าขยะแขยงเข้าปากแน่!!!” มุคุโร่ร้องเสียงดังลั่น พร้อมเขยิบถอยหนีแต่มือแกร่งของเบียคุรันคว้าแขนอรชรทัน ก่อนออกแรงกระชากจนสาวผมยาวสีน้ำเงินเข้มเซตัวกระแทกเข้ากับอกกว้าง  แถมรวบร่างของมุคุโร่ขึ้นมานั่งบนตักอีก  “ปล่อยนะ!!!!ช่วย!!! อื้อ!!!!”  ปากอิ่มเล็กถูกปากหนาได้รูปของเบียคุรันประกบจูบอย่างดูดดื่มตาม ลิ้นอุ่นพยายามดันยาลดไข้เข้าไปในโพรงปากน้อยที่ออกแรงต่อต้าน

 

“อ๊ะ!!!อื้อ!!!!” มือบางทุบอกแกร่งรัวด้วยแรงที่พอมีผลักไสหนุ่มผมขาว และพยายามเม้มปากแน่นไม่รับยาที่ตัวเองสุดแสนจะรังเกียจพอๆกับผู้ชายคนนี้

 

 

ทว่า…ในที่สุด    ลิ้นของอาจารย์หนุ่มดันเข้ามาในโพรงปากได้สำเร็จ พร้อมยาลดไข้ที่ป้อนลงเข้าปากของมุคุโร่สำเร็จจึงเริ่มถอนจูบออก    สาวผมสีไพลินทำท่าพะอืดพะอมจะอ้วกออกมา  แต่ก็เจอมือหนาเข้าปิดปากแน่นพร้อมสายตาคมกริบ

“ถ้าเธอคาย ฉันจะป้อนเธอแบบนี้อีก เข้าใจไหม…” สิ้นเสียงทุ้มเข้ม  ร่างเพรียวถึงกับตัวสั่นและฝืนกลืนยาที่เริ่มละลายบนลิ้นจนรสขมแผ่ซ่านไปทั่วปาก

 

มือหนาค่อยถอนออก ก่อนจะส่งน้ำให้เรือนผมสีน้ำเงินเข้มที่ชักสีหน้าเหย่เกสุดๆ  มือบางแย่งแก้วน้ำจากอีกฝ่ายพร้อมยกดื่มด้วยความรวดเร็วไล่รสขมเฝื่อนที่ติดข้างในปากลงคอให้หมด

 

“จะทำอะไรนะ!!!!!” มุคุโร่สะดุ้งโหยง ดวงหน้าหวานชักสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อหนุ่มผมขาวเริ่มไล่ปลดกระดุมเสื้อนอนของเธอออก   ก่อนจะใช้มือเรียวปัดป้องกันมือหนาให้ออกห่างและพยายามดิ้นหนี  จนเล็บที่ไว้ยาวพอสมควรตวัดไปข่วนแก้มสากบนหน้าคมคาย สร้างรอยแผลและเลือดที่ไหลซึมออกมา   “หึหึหึหึ” เบียคุรันเหยียดยิ้มเย็นพลางเลียเลือดที่แผล นัยน์ตาสีอเมทริซ์วาววับเด่นเป็นสีม่วงสบตาสองสีที่สั่นระริกพอๆกับร่างกาย

 

“ยะ..อย่านะ!!!อย่าทำตรงนี้!!!” ร่างเพรียวถูกกดลงกับเตียง โดยมีอาจารย์หนุ่มขึ้นคร่อมเบื้องบน เสียงหวานกรีดร้องวอนขอความเห็นใจคนเบื้องบน  เรียกรอยยิ้มเย็นของชายหนุ่มออกมา พร้อมโน้มลงมากระซิบข้างหูคนด้านใต้ พลางพ่นลมหายใจอุ่นๆรดต้นคอ กระตุ้นให้มุคุโร่กลัวหนักกว่าเก่า “งั้นหรอ..ไม่อยากทำตรงนี้ซินะ..”

 

 

“!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

เบียคุรันลุกออกจากร่างเพรียวเปลี่ยนไปทรุดนั่งลงข้างเตียงเช่นเดิม  ทำเอามุคุโร่งงเป็นไก่ตาแตก แต่ยังคงไม่คลายความกังวลใจหรือแม้แต่จะไว้วางใจอีกฝ่าย เพราะไม่รู้ว่าคนเจ้าเล่ห์คนนี้คิดแผนการอะไรอยู่

“ฉันบอกแล้วไง ว่ามาดี  เพราะงั้นฉันไม่ทำอะไรอย่างงั้นหรอก” ชายหนุ่มตอบ พลางหยิบทิชชู่ในกล่องบนโต๊ะมาซับเลือดจากแผลข่วนบนหน้า  “แล้วเมื่อกี้…”

“ก็เธอเหงื่อออก ฉันเลยว่าจะเช็ดตัวให้”  เบียคุรันยกกาละมังที่วาตาริต้มทิ้งไว้นานพอสมควรหลายชั่วโมง จนอุ่นเป็นน้ำธรรมดาในเวลานี้แล้วขึ้นมา  วางบนโต๊ะไม้เล็กๆที่ถูกเคลียร์ของจนว่างเปล่าด้วยฝีมือของหนุ่มผมสีพิสุทธิ์

“เธอจะถอดเสื้อเองก็ได้ แต่ถ้าอยากให้ฉันถอดให้ละก็ ไม่ขัดข้องหรอกนะ” มือหนาบิดผ้าขนหนูสีขาวชุบน้ำบิดหมาดๆ พร้อมส่งสายตาโลมเลียด้วยหางตา  ด้วยเหตุนี้มุคุโร่จึงตัดสินใจถอดเสื้อตัวเองออก พลางพึมพำเสียงเบาไม่ให้เบียคุรันได้ยิน

“ไอ้หื่นกาม”

 

.

.

.

 

ผ้าขนหนูเปียกน้ำหมาดๆลากไล้ตามผิวกายเนียนนุ่มเปลือยเปล่าอย่างเบามือ  ดวงหน้าสวยเบือนหน้าหนีการกระทำของคนตรงหน้าพลางซุกหน้าลงกับหมอนเก็บซ่อนสีหน้าอับอายของตนไว้

ขณะเดียวกันเบียคุรันที่กระทำการเช็ดตัวอยู่ ได้แต่ยิ้มระรื่นสบายๆไม่รู้ร้อนรู้หนาว หากแต่ในใจกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพวย จนบางทีเผลอนึกอิจฉาผ้าเช็ดตัวที่ได้สัมผัสลากไล้ร่างโค้งเว้างดงามและหอมหวานตรงหน้า

“มะ..เมื่อไหร่จะเสร็จซะที” เสียงอู้อี้ดังจากปากของมุคุโร่ มือบางยกขึ้นบิดบังหน้าตัวเองที่บัดนี้แดงก่ำเอาเสียมาก

ดวงตาสีฟ้าใสมองหูที่เป็นสีแดงเข้ม ก็อดยิ้มขำๆไม่ได้ ก่อนจะตอบด้วยเสียงทุ้มนุ่มชวนละลายหัวใจเช่นทุกครา

“ไม่นานหรอก เหลือแค่ช่วงล่างกับขานะ”  มือหนาที่กำกับผ้าขนหนูไล่จากอกนุ่มนิ่มลงมาตามหน้าท้องแบนราบเรื่อยๆ และ…

“อะ..อา…” เสียงครางกระเซ้าน่าอายดังออกจากปากเรียวเล็ก มุคุโร่บิดเร้าเรือนกายเข้าหาสัมผัสอย่างลืมตัวเมื่อผ้าขนหนูลากผ่านจุดสำคัญของหญิงสาว  ชายผมขาวเม้มปากแน่นสะกดอารมณ์ที่พุ่งจนเกือบถึงขีดสุด และเขยิบมือเลื่อนมาขาเพรียวยาวเช่นนางแบบ แต่นั้นก็ยังคงเรียกเสียงหวานๆของสาวผมสีไพลินและกระตุ้นอารมณ์ของเบียคุรันให้โหมกระหนำกว่าเก่า

 

 

“!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

มุคุโร่สะดุ้งสุดตัวเมื่อร่างสูงโน้มตัวเข้ามาทาบทับร่างของเธอ  มือแกร่งเริ่มลูบไล้ผิวกายหอมหวานอย่างหื่นกระหาย ตามด้วยริมฝีปากที่เริ่มไล่ขบเม้มสร้างรอยแดงตามตัวเพิ่มกว่าเก่า “ยะ..อย่านะ!!!ไม่!!!” สาวผมสีไพลินดิ้นสุดัวพยายามดันให้คนเบื้องบนหยุดการกระทำ  แต่นั้นหาได้เข้าโสตประสาทการรับรู้ของเบียคุรันแล้ว  มือหนารุดซิปกางเกงตัวเองออกและกระแทกแก่นกายเข้าช่องคับแคบทีเดียวสุดอัน  “อะ!!!!!!อ๊า!!!!” มุคุโร่กรีดร้องเสียงดัง มือบางขยำจิกแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายแน่นหมายให้ชายหนุ่มปล่อย

 

แต่ความเจ็บที่แผ่นหลังกลับจุดไฟแห่งราคะให้โหมกระหนำกว่าเก่า  เบียคุรันออกแรงกระแทกเข้าถี่เร็ว รุนแรงไม่ยั้งจนร่างงามกรีดร้องเจ็บปวดดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบงันแห่งห้วงเวลารัตติกาล…

 

.

.

.

.

 

“ฉันคงต้องไปแล้ว อย่าทิ้งยาอีกล่ะ” เบียคุรันเอ่ยพูด ก่อนหันมามองสาวผมสีไพลินสยายกับเตียง ในสภาพเปลือยเปล่าแต่งแต้มด้วยรอยจูบมากมาย  และน้ำรักสีขาวเต็มช่องคลอดล้นมาเปรอะเปื้อนขาอ่อนไปกระจายไปถึงพื้นเตียง    เหงื่อโทรมกายทั่วทั้งตัวพร้อมหายใจถี่หอบหนัก

 

นัยน์ตาสีฟ้าใสหรี่ตาไม่สบอารมณ์มองคนไร้ปฏิกิริยาโต้ตอบอยู่นาน  ยอมรับว่าเขาเองก็หงุดหงิดที่ดันคุมอารมณ์ไม่ได้ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเกิดขึ้น แถมไม่พอใจที่อีกฝ่ายทำเป็นเมินหัวเขาแบบนี้อีก

 

แต่ถึงอย่างไร…เรื่องมันดันเกิดมาแล้วก็ช่างมันดีกว่า…

 

ประตูห้องปิดลงสนิทอย่างเบามือ เหลือเพียงร่างเล็กเพียงลำพังบนเตียงกว้างเหมือนดังเคย  “ฮึก…ฮึก….”

หยาดน้ำตาที่แห้งเหือดไหลอาบแก้มใส  มือบางยกขึ้นมาปิดปากสกัดกลั้นเสียงกรีดร้องและเสียงสะอื้นของตัวเองไว้จนตัวโยน

 

คนเลวยังไงก็คือคนเลว….

 

“ฉันเกลียดคุณ !!!!เกลียดที่สุด!!!!!!!” มือบางกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดออก ตาสองสีที่ฉายแววเศร้าสร้อยแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นสุดขีด เกินกว่าจะหยั่งรู้ถึงลิมิตอารมณ์อันน่าพรึงพรันของร่างบาง

 

“ฉันจะเอาคืนคุณให้สาสมกับทำไว้!!!!”  มุคุโร่ยันฝืนความเจ็บช่วงล่างยันกายขึ้นมานั่ง นัยน์ตาสองสีมองมือบางที่เต็มไปด้วยเลือดของตัวเองเอง ก่อนจะเลื่อนมามองน้ำขุ่นสีขาวที่เปรอะเปื้อนช่วงล่างด้วยสายตารังเกียจถึงที่สุด

 

“คอยดูละกัน เบียคุรัน!!!!”

 

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s