[AuFic KHR][10069]punish for you/Part9

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 9

 

 

 

 

หนุ่มผมขาวเงยหน้าขึ้นจากกองการบ้านนักเรียนมองผู้มาเยือนว่าเป็นใคร ตามด้วยรอยยิ้มกว้างอบอุ่นตามแบบฉบับ

“อ้าว เรกะจังมีอะไรเหรอครับ?” ดวงตาคู่คมใต้แว่นไร้กรอบมองดวงหน้าที่โบ๊ะจัด กำลังทำท่าทางเขินอายโดยกุมหนังสือเล่มหนึ่งไว้กับอกคัพใหญ่เกินพอดีของเธอ  “คะ…คือ…เรกะอยากให้อาจารย์เบียคุรันช่วยสอนโจทย์ข้อนี้หน่อยค่ะ”

 

หน้าคมคายเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ  ยิ่งสร้างให้ดวงหน้าของสาวผิวคล้ำแดงเข้มกว่าเก่าจนเจ้าตัวพูดเสียงง้องแง้งใส่ให้ดูน่ารัก “อะ..อาจารย์อย่าทำหน้าแบบนั้นซิค่ะ ระ..เรกะก็อยากจะกลับตัว ตั้งใจเรียน….ทำแบบนี้เรกะอายนะคะ”

 

การกระทำของหญิงสาวทำให้เบียคุรันที่ติดใจสงสัยอีกฝ่ายคลายลง  และเผลอคิดว่าตัวเองคงมีประสิทธิภาพพอที่จะดึงห้องเด็กเกเรขึ้นมาสนอกสนใจการเรียนบ้างในระดับ ปากหนาได้รูปจึงรอยยิ้มหวานชวนละลายออกมา

“โทษทีๆ …เอาหนังสือมานี่สิ เดี๋ยวครูสอนให้”   มือหนาวางปากกาลหมึกซึมราคาแพงลงโต๊ะ รอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาหา

นักเรียนสาวเดินนวยนาดจนกระโปรงที่สั้นเสียยิ่งกว่าสาวผมสีไพลินคนงาม พลิ้วเผยกางเกงในลูกไม้สีครีบเซ็กซี่

 

มือหนารับหนังสือฟิสิกส์ที่ใช้ในชั่วโมงเรียนของอีกฝ่ายมาเปิดดูหน้าคั่นเอาไว้ด้วยปากกาลูกลื่น  นัยน์ตาคู่คมกวาดมองโจทย์ปัญหาสามข้อที่วงกลมเน้นเอาไว้ พร้อมฉีกยิ้มกว้างพลางใช้มือหยิบเอากระดาษเปล่าๆกับปากกาลูกลื่นของเด็กสาวขึ้นมาขีดเขียนพลางออกปากอธิบายวิธีการทำให้ฟัง “เรกะจัง เธอเขียนวงจรไฟฟ้าผิดนะ มันต้อง..”

“อะไรเหรอค่ะ อาจารย์เบียคุรัน?”

 

 

“อะ..เออ..เรกะจังเขยิบไปนั่งเก้าอี้ตรงนั้นดีกว่านะ เดี๋ยวใครมาเห็นมันจะไม่ดี”อาจารย์หนุ่มเอ่ยพูดเตือนทั้งรอยยิ้มแห้งๆ เมื่อนักเรียนของเขาเดินเขยิบเข้ามาใกล้พร้อมโน้มตัวเข้ามาจนหน้าอกคัพใหญ่หกออกมาเด่นชัด

“ไม่เอาค่ะ เรกะสายตาไม่ค่อยดี ขออยู่ใกล้ๆดีกว่า”  สาวผิวคล้ำฉีกยิ้มระรื่นและเคลื่นตัวเข้ามาเบียดเบียคุรันแนบชิดกว่าเก่า

 

ทว่า…เท้าของหญิงสาวกลับสะดุดพื้นห้องด้วยความจงใจ จนร่างงามเสียหลักล้มทับอาจารย์ที่ปรึกษาตามแผน

 

 

 

 

โครม!!!!!!!

 

 

 

เก้าอี้ทำงานหงายล้มลงพอๆกับสองร่างที่ล้มลงทาบทับกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ  ด้วยแรงผลักจึงทำให้แว่นตาของชายหนุ่มหลุดกระเด็นออกไปจากหน้าคมคาย

“โอ๊ยยยย” เรกะร้องครางอย่างเจ็บปวด ร่างเพรียวค่อยๆยันร่างตัวเองขึ้นมาพบว่าเรือนผมขาวนั้นอยู่ในท่าและสภาพการณ์ชวนหวาดเสียวกับตัว ปากเคลือบลิปสติกสีแดงลอบยิ้มกริ่มออกมา ในขณะเบียคุรันซึ่งหลับตาหยี๋กับอาการระบบหัวด้านหลังที่กระแทกพื้นห้องจังๆ    “อะ..อาจารย์เป็นอะไรรึเปล่า!!” เสียงหวานปั้นแต่งให้ดูเป็นห่วงคนเบื้องล่าง

และยังอุตส่าห์ลงทุนยั่วโดยการโน้มตัวเข้าไปใกล้ให้หน้าอกหน้าใจหกลงกว่าเก่า

 

 

“เจ็บนิดหน่อยครับ แต่เรกะจังช่วยลุกไปก่อนได้ไหม” นัยน์ตาสีอเมทริซ์เบิกกว้างตะลึงกับท่าทีรูปแบบออนท็อปของหญิงสาว  หน้าคมคายเริ่มซีดลงประกอบกับหวาดเสียวว่าถ้ามีใครมาเห็นเข้า

 

 

 

คงได้เข้าใจผิดเป็นแน่!!!

 

 

 

 

“แต่อาจารย์ไม่เป็นไรแน่เหรอค่ะ?” เรกะโน้มตัวเข้ามาใกล้อีกฝ่ายจนหน้าอกหน้าใจเบียดเข้ากับแผงอกแกร่งกว้าง

ไปมา จนสาวผมหยักศกรับรู้ถึงท่อนล่างที่แข็งขืนขึ้นมาเบียดกับช่องทางลับของหญิงสาว  ถึงกระนั้นดวงหน้าเต็มไปด้วยเครื่องสำอางยังคงแสร้งทำเป็นไร้เดียวสาไม่รับรู้   ผิดกับเบียคุรันที่อยู่ในอารมณ์ตื่นและพยายามยับยั้งชั่งใจจนหน้าคมคายแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา   ก่อนจะตัดสินใจใช้มือหน้าออกแรงดันร่างเรกะให้ออกห่างจากตัวเองอย่างรวดเร็วจน

สาวผิวคล้ำล้มหงายหลังออกไป  “ว๊ายยยยยยยยยย”

 

 

“ขอโทษนะเรกะจัง ครูมีธุระพอดีไว้คราวหน้าละกัน” อาจารย์หนุ่มรีบลุกเดินไปเก็บข้าวของบนโต๊ะอย่างรวดเร็วและก้มลงไปหยิบแว่นมาสวมใส่ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่ชายตามามองนักเรียนสาวชักสีหน้าเจ็บปวด มือนั่งกุมบั้นท้ายที่ระบมไปหมดจากการกระแทกพื้นอย่างจัง

 

 

เสียงฝีเท้าย่ำเบาเข้ามาในห้องทำงานของเบียคุรัน  เรกะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา

“คึหึหึหึ แสดงได้เก่งมากเลยเรกะจัง ” เรกะลุกขึ้นมายืน นัยน์ตาสดำสบตาต่างสีไม่เข้าคู่ของไอด้อลโรงเรียนวองโกเล่พร้อมยิ้มเหยียดออกมา “หึ!!ทางฉันนะไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่แกเถอะสำเร็จรึเปล่า?”

 

มุคุโร่ยิ้มหวานออกมา มือบางหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปได้ของตัวเองขึ้นมาแตะริมฝีปากเล็กอิ่มของตัวเองเบาๆ

นัยน์ตาคู่งามปรือเยิ้มฉายแววเจ้าเล่ห์มากแผนการ “ระดับฉันแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”

 

 

.

.

.

.

 

 

 

นภาสีฟ้าใสมาเยือนอีกครั้ง ทดแทนสีดำยามค่ำคืนแสดงถึงวันใหม่

 

หลายๆคนคงเป็นวันเริ่มต้นที่ดี

แต่..ก็เป็นวันซวยที่สุด…ของใครหลายๆคนเช่นกัน

 

 

 

เช้านี้ก็ยังคงเหมือนเดิม หนุ่มผมขาวชี้ไม่เป็นทรงยังคงเดินพกยิ้มชวนละลายหัวใจ พร้อมชุดสูทสีขาวบริสุทธ์ แสดงรสนิยมความชื่นชอบสีขาวของอีกฝ่าย   แต่ก็ยังกอดแปลกใจเสมอๆกับรอยสักใต้ตาซ้ายที่เด่นเป็นเอกลักษณ์  แม้ว่าบัดนี้หน้าคมคายจะสวมแว่นตาไร้กรอบเพื่อทำให้หน้าตาดูนิ่งและน่านับถือ

 

ทว่า…สุดท้ายแล้วผู้คนทั้งหลายที่พบผ่านก็ต้องเลิกใส่ใจ เพราะความหล่อเหลาและองค์ประกอบทุกๆอย่างกลับลงตัวได้เพอร์เฟค!!!

 

 

 

ขายาวก้าวเข้ามาในรั้วโรงเรียนตามเวลาเดิมเช่นเคย  ใบหน้าคมคายมองทัศนียภาพโดยรอบที่ไม่แตกต่างจากวันแรกที่เขาเข้ามาสอน

 

 

หากแต่…วันนี้….

สายตาของนักเรียนต่างพากันจับจ้องร่างสูงอย่างแปลกประหลาด แถมยังกระซิบกระซาบอะไรซักอย่างก็ไม่รู้อีก

เบียคุรันเลิกคิ้วด้วยความสงสัย  ที่สำคัญจู่ๆนักเรียนหญิงพอเห็นหน้าเขาก็กลับทำหน้าผิดหวัง บางรายก็ร้องไห้โห่วิ่งหนีออกไปอีก  -อะไรหว่า?-

 

 

ถึงจะสงสัยเพียงไร แต่สุดท้ายอาจารย์หนุ่มกลับสะบัดความคิดนั้นออกไปอย่างไม่ใยดี และยังคงเดินหน้าต่อไป หมายเข้าสอนห้องเรียนแรกของตารางวันนี้

 

 

“เห?” นัยน์ตาสีอมเทริซ์ใต้แว่นไร้กรอบ มองกลุ่มนักเรียนชายหญิงของวองโกเล่ ด้วยกำลังมุงดูอะไรบางอย่างที่บอร์ดข่าวสารของโรงเรียน

 

สัญชาติญาณพื้นฐานของมนุษย์ก็ยังคงเป็นพวกอยากรู้อยากเห็นไม่เคยเปลี่ยน  เบียคุรันเองก็เช่นกันประกอบท่าทีของคนในโรงเรียนนี้ต่อเขาดูแปลกๆไป  หนุ่มผมขาวจึงคิดว่าบางทีสาเหตุนั้นอาจจะมาจากบอร์ดนี้ก็เป็นได้

 

ว่าแล้วขายาวใต้กางเกงแสลตสีขาวจึงก้าวเดินเปลี่ยนเส้นทางมายังบอร์ดที่อัดแน่นไปด้วยคนหลายสิบคนจนหนุ่มผมขาวไม่สามารถเข้าไปถึงเนื้อในได้ จึงตัดสินใจสะกิดหลังนักเรียนสาวใกล้ตัว  “มีอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ”

“อาจารย์เบียคุรัน!!!” เด็กสาวนนั้นร้องแหกปากตกอกตกใจเสียงดังลั่นจน กลุ่มคนที่หือหาหันมามองชายชุดขาวเป็นตาเดียวทังสีหน้าพะอืดพะอมปนตะลึงอย่างแปลกประหลาด  “มุงดูอะไรกันเหรอครับ?ท่าทาง..”

เหล่ากลุ่มนักเรียนเริ่มแตก ตัวออกแยกทางให้ชายผมขาว  นัยน์ตาสีอเมทริซ์เบิกกว้างตกตะลึงทันทีกับภาพนับสิบรูปสิบ

ช็อตของเขากับเรกะในห้องทำงานเมื่อวานนี้แปะประจานเต็มบอร์ด

 

 

“อาจารย์เบียคุรันไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย..ฮึก” นักเรียนสาวหลายต่อหลายคนตัดพ้อพร้อมร้องไห้ฝูมฝาย

ส่วนพวกเด็กผู้ชายต่างพากันมองด้วยสายตาเหยียดหยามอาจารย์หนุ่มอย่างถึงที่สุด  “นี่มัน..อะไร?”

“อาจารย์เบียคุรัน!!!” เสียงเรียกแหกปากดังลั่นของโกคุเทระ ทำให้ชายหนุ่มผมขาวดึงสติกลับมา  หน้าคมคายหันไปมองเลขา ผอ. ที่หายใจเหนื่อยหอบ คาดว่าคงจะรีบวิ่งมาอย่างสุดกำลังเพื่อมาหาเขา  “ผอ.เรียกพบด่วน”

 

 

 

 

ปัง!!!!!!!!!

 

 

รูปภาพเรกะขึ้นคร่อมเบียคุรันถูกวางกระแทกกับโต๊ะไม้สักราคาแพงในห้องทำงานสุดหรูของผู้มีตำแหน่งใหญ่สุดในโรงเรียนวองโกเล่   เรือนผมสีน้ำตาลฟูเจ้าของห้องลุกขึ้นยืนจ้องหน้าหนุ่มผมขาวด้วยแววตาเดือดดาล

“นายทำบ้าอะไรของนาย อยากได้นักเรียนมาเป็นเมียมากถึงขนาดนี้เชียวรึไงห่ะ!!” สึนะวยวายเสียงดังใส่เบียคุรัน หน้าคมคายที่มักเปื้อนรอยยิ้ม บัดนี้กลับนิ่งเรียบสนิทผิดวิสัย ดวงตาคู่คมใต้กรอบแว่นจ้องมองตอบตาสีน้ำตาลกลมโตน่ารักไม่วางตา  “สึนะโยชิคุง ฉันไม่ได้ทำอะไรเรกะจังแม้นิดเดียว”

 

คำตอบทั้งเสียงเรียบนิ่ง ทำเอาสึนะเลือดขึ้นหน้ากว่าเก่า “นายนี้มัน!!!”

“เบียคุรันไม่ได้เป็นคนทำ” ประตูห้องทำงานของผู้อำนวยการเปิดออกพร้อมการมาเยือนของชายหนุ่มผมดำ  นัยน์ตาสีนิลดุดันสบตาคนในภาวะอารมณ์ร้อนสุดๆอยู่นาน จนประตูถอยปิดตัวเองลง  ร่างสูงเจ้าของหัวหน้าฝ่ายปกครองเดินตรงเข้ามายืนข้างอาจารย์หนุ่มผมสีพิสุทธิ์และออกปากพูดต่อ “แกก็รู้จักเจ้านี้มาตั้งหลายปี  ใช้สติมองดูให้ดีๆสิ ”

 

ปากเล็กเม้มแน่นจนเป็นสีแดงก่ำ  ดวงตาสีน้ำตาลละจากฮิบาริมามองเบียคุรันที่ยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่นานสองนาน

ดวงหน้าหวานคลายสีหน้าอารมณ์โกรธออกมา และแทนด้วยความรู้สึกผิดก่อนทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟาสีแดง

“ขอโทษนะ ฉัน..คงติดใจเรื่องนายกับมุคุโร่อยู่”

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกสึนะโยชิคุง” หน้าคมคายฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง หากแต่เป็นรอยยิ้มน้อยๆ ผิดจากปกติทั่วไป

หนุ่มผมดำพ่นลมหายใจแรงออกมา พลางยกมือขึ้นมากอดอกตัวเอง “สมองสัตว์กินพืช ก็ยังคงเป็นสมองสัตว์กินพืช”

สึนะฉีกยิ้มแห้งๆกับคำต่อว่าของคนรักตัวเอง  ก่อนตีกลับมาเป็นสีหนาจริงจังอีกครั้ง “ ถึงตอนนี้โกคุเทระจะเก็บภาพหมดแล้ว แต่คงปิดข่าวไม่ได้แน่”   ร่างเล็กเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้ มือบางยกขึ้นมาลูบคางมนไปมาใช้ความคิด

“ใครกันที่ทำแบบนี้?”

 

 

“ไม่รู้สิ คงมีคนไม่ชอบขี้หน้าฉันมั้ง เลยให้เรกะจังเข้ามาทำยั่วฉันถึงห้องแบบนี้ ”   เบียคุรันพูดทั้งน้ำเสียงสบายๆ พร้อมฉีกยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเคย  “เรื่องนี้ถึงหูพ่อของสัตว์กินพืชตัวเมียนั้นแล้ว แถมเด็กนั้นก็เอาแต่ร้องไห้กระซิกๆในห้องปกครอง  รู้ใช่ไหม ถ้าไม่หาอะไรมาแก้ต่างแกต้องรับผิดชอบเด็กนั่น”ฮิบาริเอ่ยเสียงเย็นใส่  นัยน์ตาสีดำสบตาคู่คมสะท้อนสีม่วงแลเด่นชัดขึ้น

 

.

.

.

 

 

ประตูห้องทำงานถูกเปิดขึ้นพร้อมกับหนุ่มร่างสูง 2 คนเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะปิดลงด้วยมือของชายผมสีขาว

ทั้งคู่เดินไปตามระเบียงทางเดินด้วยกัน โดยไม่มีใครเอ่ยเอื้อนบทสนทนา มีเพียงเสียงฝีเท้าจากรองเท้าหนังย่ำลงกับพื้นเป็นจังหวะตลอดทาง

“แกรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนทำ” ฮิบาริเปิดบทสนทนาขึ้น ขายาวใต้กางเกงสีดำหยุดเดินลง ทำให้หนุ่มผมขาวที่เดินนำอยู่หน่อยๆต้องหยุดตาม  “หึหึหึหึ “  เบียคุรันหัวเราะในลำคอและยิ้มเย็นตอบ ตาคู่คมฉายแววเป็นสีม่วงวาวโรจน์เด่นชัดสบตาผู้เปิดสนทนา

 

เจ้าของตำแหน่งฝ่ายปกครองกระตุกยิ้มเย็นตอบไม่พูดอะไร ปล่อยให้หนุ่มผมขาวเดินต่อไปจนลับตา  เหลือเพียงหนุ่มผมดำยืนอยู่ลำพังบนระเบียงทางเดิน “งานนี้แกคงจะโกรธของจริงสินะ เบียคุรัน”

 

 

 

 

 

 

.

.

.

เวลายามเย็นมาถึงอีกครั้ง แสงอาทิตย์สีส้มแดงฉานไปทั้งผืนฟ้าสะท้อนฉาบลงบนกระจกแว่นของหนุ่มผมดำสวมหมกไหมพรมสีครีมอ่อนๆ  นัยน์ตานิ่งไร้แววสบตามองหญิงสาวผมทรงทวินเทลที่นั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลารอพ่อบ้านมาใต้ต้นไม่ใหญ่

“มีอะไรเหรอค่ะจิคุซะ”  มุคุโร่รับรู้ถึงการมาเยือนของเพื่อนร่วมชั้น มือเรียวละการอ่านหนังสือลง ก่อนจะเงยหน้าไปสบตาอีกฝ่ายพร้อมทั้งฉีกยิ้มหวานล้ำชวนลุ่มหลง  “เรื่องภาพนั่น ท่านมุคุโร่เป็นคนทำใช่ไหมครับ” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถาม

 

ดวงหน้างามเลิกคิ้วสูงเสแสร้งทำเป็นเฉไฉไม่รู้เรื่อง มือบางยกหนังสือนิยายขึ้นมาอ่านอีกครั้ง พร้อมตอบกลับคำถามของหนุ่มผมดำสวมหมวกไหมพรม “คึหึหึหึ มีคนชอบเยอะก็ย่อมมีคนเกลียดเยอะเป็นธรรมดา ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นฉันนี่ค่ะ”

จิคุซะมุ่นคิ้วลงไม่พอใจกับการปฏิเสธไม่ยอมรับความจริง  แต่แล้วรถเบนซ์สีดำคันหรูกลับขัดจังหวะการสนทนาของเขากับสาวผมสีไพลินลง  มุคุโร่ปิดหนังสือนิยายลงเก็บใส่กระเป๋านักเรียน แล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังที่นั่งด้านหลังของรถ

โดยมีวาตาริเป็นคนเปิดประตูให้

 

 

 

 

หนุ่มแว่นมองรถยนต์คันหรูขับเคลื่อนออกไปไกลจนลับตา พลางถอนหายใจยาว ก่อนพึมพำกับสายลมเพียงแค่หวังว่ามันอาจจะส่งไปเตือนสติของอีกฝ่ายไว้  “ขอให้ปลอดภัยนะครับ นับจากนี้และตลอดไป…”

 

.

.

.

.

 

“ขอบใจมากนะ ที่เหลือฉันจัดการเอง”เบียคุรันบอกลาคู่สนทนาด้วยเสียงทุ้มนุ่มสบายๆกับโทรศัพท์มือถือสีขาวของเจ้าตัว ก่อนจะกดวางสายลง  นัยน์ตาสีอเมทริซ์หันไปมองโทรศัพท์ชนิดส่งแฟลตได้บนโต๊ะทำงานสีขาว  มือหนาดึงกระดาษแฟลตออกมาอ่านทั้งรอยยิ้มระรื่นเช่นเคย  “หึหึหึ”

“คงต้องออกกำลังกันหน่อยแล้วมั้งเรา”

 

 

 

TBC

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s