[AuFic KHR][10069]punish for you/Part11

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 11

 

 

 

“หือม์….เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ อาจารย์ฮิบาริ?”

 

 

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเอื้อนพร้อมรอยยิ้มชวนละลาย ดุจดั่งเทพยดาทำให้ฮิบาริต้องชะงักคำสั่งลง  เหล่านักเรียนสาวๆกลุ่มของเระกะซึ่งบัดนี้ถูกควบคุมโดยมินะถึงกับพากันบีบน้ำตาเรียกความสงสาร หวังพึงอาจารย์หนุ่มที่ปรึกษาให้ช่วยเหลือพวกเธอให้พ้นจากบทลงโทษของอาจารย์ฝ่ายปกครองจอมโหด

 

 

แต่นั่นไม่ใช่สำหรับมุคุโร่!!!!

 

 

 

ตาคู่คมอเมทริซ์ที่ยังคงสบหยั่งเชิงกับดวงเนตรสีนิลดุดัน  รังสีอำมหิตของหนุ่มผมสีรัตติกาลแผ่ซ่านออกมาจนเหล่านักเรียนในห้องเรียนทั้งหลายรวมถึงอาจารย์ท่านอื่นๆอดใจไม่ไหวที่จะชะเง้อมองผ่านกระจกหน้าต่าง

“ก็แค่ทำตามหน้าที่ ลงโทษเด็กนักเรียนทำผิดกฏ”  น้ำเสียงเย็นเชียบดังออกจากปากฮิบาริ

 

 

ขายาวใต้กางเกงสีดำก้าวเดินตรงไปยังกลุ่มหญิงสาวผู้ก่อเหตุ

ทว่า…ร่างสูงสีดำกลับถูกบุรษสีขาวเข้ามาขวางทางไว้  “ถอยไป นี่ไม่ใช่หน้าที่ของแกเบียคุรัน”

ดวงหน้าคมคายยังคงไม่คลายรอยยิ้มระรื่น  และไม่มีท่าทีจะขยับตัวหลีกทางให้เพื่อนของตัวเองเสียด้วย “โทษทีนะ บังเอิญว่าเด็กห้อง 3-c อยู่ภายใต้การดูแลของผม เพราะงั้น…ถ้าเด็กทำอะไรผิด ก็เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องรับผิดชอบ…”

 

“ใช่ไหมครับ…อาจารย์ฮิบาริ” นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนฉายแววม่วงจางๆใต้แว่นไร้กรอบสบตาสีนิลวาวโรจน์เบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว  สงครามทางประสาทตายังคงดำเนินอย่างยาวนานและไม่มีท่าทางจะหยุดลงง่ายๆ  จนเหล่านักเรียนรวมถึงครูคนอื่นๆขวัญหนีตีฝ่อกันหมด

 

“อาจารย์เบียคุรัน ช่วยหนูด้วยค่ะ ฮึกๆ” มินะบีบน้ำตาใส่ชายหนุ่มแล้วเดินไปหลบอยู่ด้านหลังร่างสูงเช่นเดียวกับกลุ่มเพื่อนๆของเธอ  เหลือเพียงแต่มุคุโร่ที่พยายามยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้น แล้วเดินเซมาพิงกำแพงตึกหายใจหอบ  มองดูอาจารย์หนุ่มทั้งสองอย่างเงียบๆ

 

“ชิ….” ฮิบาริสบถออกมา แล้วหมุนตัวเดินออกไป โดยไม่ลืมทิ้งท้ายคำพูดเป็นนัยๆเอาไว้ “เด็กของแก..ดูแลให้ดีๆก็แล้วกัน ถ้าคราวหน้ามีการล้ำเส้นกฏระเบียบอีก ฉันไม่ปล่อยไว้แน่!!”

“อาจารย์เบียคุรัน มินะไม่ผิดนะคะ  นังนั่นมาหาเรื่องพวกเราก่อน” หญิงสาวผมฟ้าแหลสดใส่หนุ่มผมขาวหวังคะแนนสงสารและความเห็นใจจากอีกฝ่าย  โดยมีพวกเพื่อนร่วมกลุ่มของเธอใส่สีตีไข่ไม่แพ้กัน   ตอกย้ำให้คนเจ็บจนเถียงไม่ออกอย่างมุคุโร่มองด้วยความแค้นอย่างสุดซึ้ง “ครูว่าเรื่องนี้ค่อยคุยกันที่ห้องครูดีกว่า  ไปทำแผลที่ห้องพยาบาลก่อนดีกว่านะ”

หนุ่มผมขาวพูดตัดบท พลางกวักมือเรียกเด็กนักเรียนชาย5-6คนที่เดินผ่านมาให้ช่วยกันพยุงร่างเด็กสาวผู้บาดเจ็บทั้งหลาย

หนึ่งในผู้ชายกลุ่มนั้นพยายามเข้ามาพยุงตัวเรือนผมสีไพลินที่บัดนี้ปล่อยยาวสลวยยุ่งเหยิง ที่ออกอาการเจ็บหนักกว่าเพื่อน

หากแต่คนงามกลับปัดมืออีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ใยดี  แถมยังทำตาขวางใส่อีก “ไม่ต้อง…ฉันเดินเองได้ ไม่สำออยเหมือนใครบางคน”

 

 

 

“แก!!!!”สาวผมฟ้าที่ทำท่าเหมือนจะเป็นลมล้มพับได้ทุกเมื่อ ดีดดิ้งฮึดเดินเข้ามาง้างมือขึ้นจะตบคนเจ็บปากดี

 

 

เผี้ยะ!!!!!!

 

 

ฝ่ามือเรียวตบฉาดเข้าไปที่แก้มจริง  แต่ว่า….กลับไม่ใช่เป้าหมายของหญิงสาว

กลับเป็นชายหนุ่มผมขาวที่เดินเข้ามารับความเจ็บแทนนักเรียนผมสีน้ำเงินเข้ม… ดวงเนตรสองสีเบิกกว้างตกตะลึงมองแผ่นหลังของบุคคลที่เธอรังเกียจและคิดแค้นจ้องทำลาย  ทั้งที่เป็นต้นเหตุทำร้ายเธอ แต่กลับเอาตัวเข้ามารับแทน

 

 

ทำไม???

 

 

 

“อะ…อาจารย์!!!มินะขอโทษ!!!มินะไม่ได้..”

“ไม่เป็นไรหรอกมินะจัง  พอเถอะนะ…เพราะงั้นพอเถอะ” เบียคุรันพูดอย่างใจเย็น  ริมฝีปากหนาได้รูปยิ้มอ่อนโยนให้กับคนที่กำลังจะร้องไห้ด้วยความกลัวจะถูกโกรธ  ก่อนจะยอมสงบสติอารมณ์ลงให้นักเรียนชายพาไปห้องพยาบาลโดยดี

“เธอเองก็เหมือนกัน  อย่าปากดีทำเก่งให้มาก…” เสียงที่เคยพูดอย่างนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาทันทีที่ไร้ผู้คนตรงระเบียงทางเดิน  เหลือเพียงแค่อาจารย์หนุ่มผมขาวกับนักเรียนสาวในสภาพสะบักสะบอมเกินจะยืนด้วยขาของตัวเอง

มุคุโร่ทำตาขวางใส่อีกฝ่ายไม่แยแสกับคำพูดเชิงดุปราม  แต่พอได้เห็นสีหน้าประกอบดวงเนตรคู่คมที่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดัน  ความหนาวเย็นแผ่ออกจากตัวเบียคุรัน   หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นจนเผลอหลุบตายอมสิโยราบอีกฝ่ายแต่โดยดี

 

 

 

.

.

.

 

 

 

ภายในห้องทำงานสีขาว ปรากฏร่างของเด็กสาวทั้ง 6 ยืนเรียงแถวกันหน้าโต๊ะ ส่วนอาจารย์เจ้าของห้องเพียงหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมสีเดียวกับผม  “เรื่องการตีกันของโรงเรียน บทลงโทษคือต้องติดทัณฑ์บน แต่ครูคุยกับอาจารย์ฮิบาริให้ลดการลงโทษ เหลือเพียงแค่ทำบำเพ็ญประโยชน์ให้โรงเรียนเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีกนะ”

 

กลุ่มสาวๆของมินะพยักหน้าหงึกหงักตอบอีกฝ่าย ผิดกับมุคุโร่ที่ยังคงทำตัวหยิ่งยโสไม่แคร์หัวอีกฝ่าย  จนสาวผมสีฟ้าสว่างอดโมโหคู่กรณีไม่ได้  “นังนี่ ทำหน้าเชิดตาลอยแบบนี้ได้ไง  ขอบคุณอาจารย์เบียคุรันซะสิ!!” ตาสองสีปรายมองคนที่เถียงแทน ก่อนกลับมาหรี่ตามองเจ้าของใบหน้ายิ้มเสแสร้งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวตรงหน้า

“ช่างเถอะมินะจัง ครูไม่ถือหรอก  นี่ก็เย็นมากแล้ว แยกย้ายกลับบ้านเถอะ”  เบียคุรันพูดตัดบททั้งรอยยิ้ม  ทำให้สาวๆที่ทำท่าจะหาเรื่องกับไอด้อลโรงเรียนต้องหยุดลง พร้อมทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายโดยดี แต่ยังไม่วายแอบพูดกระซิบเหน็บใส่

 

 

 

“นังเนรคุณ”

“นังอกตัญญู  คนเขาอุตส่าห์ช่วยแท้ๆ”

 

 

 

ในใจของมุคุโร่อยากจะร้องตะโกนออกมาป่าวประกาศถึงความเลวทราม และเนื้อในแท้จริงของเทวดาจอมปลอม

แต่…ถ้าพูดไปคนที่เสียหายที่สุด..ก็คือตัวเธอเอง…

 

“มุคุโร่คุง..”  เสียงทุ้มนุ่มเรียกชื่อเรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวย  ทำให้ร่างบางสะดุ้งโหยง  ขาที่กำลังจะก้าวเดินออกจากห้องตามพวกมินะไปต้องชะงักลง ก่อนหันหน้ามามองอีกฝ่าย “ครูพึ่งนึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับเธอหน่อย  มานั่งนี่ซิ”

นิ้วเรียวยาวของมือหนาชี้ไปยังโซฟาสีขาวทั้งรอยยิ้มสุภาพนุ่มนวล  ทั้งๆที่ควรทำให้คนมองรู้สึกดี

กรณีนี้..มันไม่ใช่!!!!

 

“อึก…” ขาเพรียวยาวทำท่าจะเดินหนี  แต่กลับถูกร่างสูงคว้าแขนเอาไว้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายลุกจากเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!!?

“ถ้าเธอคิดหนี ฉันจะทำต่อหน้าเพื่อนๆเธอ” เบียคุรันกระซิบเสียงเย็นข้างๆหู   มุคุโร่ถึงกับไหล่ห่อขึ้นด้วยความกลัว เรียวแรงที่มีถึงกับหดหายแทนที่ด้วยความสั่นเทิ้มกับอากาศหนาวเย็นปกคลุมไปทั้งห้อง

 

เสียงฝีเท้าของพวกมินะเหินห่างออกไปเรื่อยๆและเรื่อยๆ เป็นสัญญาณนับถอยหลังชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

จนในที่สุด…ไม่เหลือเสียงฝีเท้าอะไรอีกแล้วในอาคาร

 

 

ลมหายใจที่พ่นเข้าออกของคนสองคนตอกย้ำความเงียบงันของอาคารในเพลายามเย็น  ตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยลงสู่ดิน แสงสีทองฉาบเงาของเบียคุรันให้ดูมืดและพร่ามัวดั่งซาตานที่หมายจ้องปลิดชีพเหยื่อตัวน้อย  ตาใต้กรอบแว่นส่องประกายเป็นสีม่วงเรืองรองวาววับแลดูน่ากลัว เช่นเดียวกับแรงจับที่แขนอรชรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  จนมุคุโร่อดกลั่นเสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บและกลัวไว้ไม่ไหว

 

 

น้ำตา…ค่อยๆไหลริน

กับสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

.

.

.

 

 

“อะ..อ้า…อา” เสียงครางหวานหอบกระเซ้า ออกมาอย่างแผ่วเบาสลับเสียงดังตามแรงจังหวะการเคลื่อนตัวของบุคคลเบื้องบน   นภาสีแดงเริ่มแต่งแต้มด้วยสีดำเข้ม และดวงตะวันที่ส่องแสงริบหรี่จากฟากฟ้า  ฉายลงบนร่างทั้งสองบนโซฟาสีขาวนุ่มที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำรักสีเดียวกันจนชุ่มช่ำและชื้น  “พะ…พอที …ฉันเจ็บ”  นัยน์ตาสองสีฉายแววอ่อนล้า ชักสีหน้าสุขสมปนเจ็บปวดกับการกระแทกช่วงล่างไม่มียั้งของเบียคุรัน

 

 

“หืมม์…เจ็บเหรอ?ก็ควรอยู่หรอกนะ” เสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนกล่าวขึ้น หากแต่การกระทำกลับตรงข้ามโดยสิ้นเชิง  มือหนาจับขาเพรียวยาวแยกออกให้อ้ากว้างมากที่สุด  ก่อนจะออกแรงเข้าใส่ไม่บันยะบันยังจนมุคุโร่กรีดร้อง “อ๊า!!!ไม่!!!”

“เพราะนี่เป็นการลงโทษนี้นา”

 

 

 

ปึกๆๆๆๆ

 

 

“ไม่!!!!ฉันเจ็บ!!ฉันบอกว่าเจ็บ!!หยุดซะที!!!!” สาวผมสีไพลินยาวสลวยยาวไซร้คอนวลและตัดกับผิวกายขาวที่แต่งแต้มจุดแดงๆนับร้อยที่เกิดใหม่ๆ  ร้องปรามอาจารย์หนุ่มเสียงดังลั่น  มือเรียวที่ไร้เรียวแรงพยายามทุบอกกว้างของอีกฝ่ายให้คนเบื้องบนถอยห่าง   “เรื่องอะไรฉันต้องทำตามคำสั่งเธอละมุคุโร่คุง”  พูดจบ มือหนาจับเอาคางของอีกฝ่ายให้มาสบตาตัวเอง

นัยน์ตาคู่คมสีอมเทริซ์ที่สะท้อนเป็นสีไวโอเลตวาวโรจน์ดุดัน  ทำเอาอัญมณีสองสีต้องสั่นด้วยความกลัวจนร้องไห้ออกมา

“เธอเลือกให้ฉันทำแบบนี้เอง …ช่างกล้าคิดนะ..เอาหลอกเรกะจังมายั่วฉันแล้วให้ฉันรับผิดชอบ”

 

 

ร่างบางที่ส่งเสียงสะอึกสะอื้นหยุดชะงักลง ความเหนียวหนืดราวกับมีก้อนอะไรซักอย่างมาจุกที่ลำคอทำให้ปากอิ่มที่ถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่สามารถเอ่ยเอื้อนวจีใดๆออกมา  ผิดกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย

 

“!!!!!!!”

มุคุโร่สะดุ้งโหยงเมื่อร่างของตัวเองถูกอีกฝ่ายพลิกให้นอนคว้ำ  ดวงหน้างามชักสีหน้าตกตะลึงกับของแข็งบางอย่างที่เย็นเชียบลากผ่านไปมาตรงช่องคลอดเบาๆ

เบียคุรันมองแผ่นหลังเล็กบางที่สั่นเท้าไปทั้งตัวด้วยความกลัวจนไหล่เล็กกลมมนไหวสะท้านชัดเจน  ความรู้สึกสงสารเริ่มเข้ามาก่อกุมจิตใจของร่างสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  แต่….

 

 

ภาพรูปเขากับเรกะที่ถูกมุมกล้องทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นคนหาสำราญไปทั่วกับนักเรียนหญิงกลับมา ทำให้มือที่กำลังจะชักกลับหันมายัดของบางอย่างเข้าไปในตัวคนด้านใต้อย่างไร้ความปราณี!!!

“หึหึหึ  กลัวเหรอมุคุโร่คุง  นี่นะ..เรียกไบรเด้อเวท แค่ของเล่นขำๆเป็นความแปลกใหม่สำหรับเธอไง” เบียคุรันเอ่ยกระซิบข้างหูเบาๆก่อนจะโน้มลงจูบหลังคอที่เปียกชื้นด้วยเม็ดเหงื่อจนรับรู้ถึงร่างกายที่เย็นเชียบและขนลุกชันของอีกฝ่าย

“มะ..ไม่เอา!!!หยุดนะ!!!!” ร่างบางออกแรงที่มีเหลืออยู่ตะเกียกตะกายหนีหนุ่มผมขาว แต่ก็ถูกอีกฝ่ายใช้มืออีกข้างที่เหลืออยู่กดเอาไว้กับโซฟา  “ไม่เอานา..เด็กดีต้องฟังคำสั่งอาจารย์ไม่ใช่เหรอ” เบียคุรันยังคงพูดจาล้อเลียนขำขันตอบไป ใบหน้าคมคายฉีกยิ้มร่าผิดกับการกระทำ  มือหนากดสวิสต์เปิดการทำงานอุปกรณ์ปลุกเซ็กส์เจ้าของแข็งเย็นเชียบเริ่มออกแรงสั่นสะเทือนขยับตัวเคลื่อนไหวเข้าออกถี่รั่ว  เรียกเสียงร้องครางของหญิงสาวออกมา “อ้า!!!ไม่!!”

 

 

“ไม่งั้นเหรอ…”

 

 

“!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

“ไม่พอสินะ งั้นเอาทั้งของจริงของเทียมพร้อมกันเลย เพื่อจะถูกใจเธอไง”  เบียคุรันพูดเองเองเออเองซะงั้น  ทำเอาดวงหน้าสวยซีดเผือก แผดเสียงร้องไห้ออกมาไร้ซึ่งความอดกลั้นอีกต่อไป  เมื่อช่องทางสีหวานของเธอต้องแบกรับการรุกล้ำของสิ่งแปลกปลอมทั้งสองอย่างพร้อมกันอย่างรุนแรง   จนไม่เหลือความรู้สึกสุขสมทางเพศอีกต่อไป

 

 

 

“เจ็บ!!!ได้โปรด!!!ฉันเจ็บ!!!! ฮึกๆ…ได้โปรด…ขอร้องละ…”   ใบหน้าสวยพยายามหันหน้ามามองอีกฝ่าย  เรือนผมขาวสบมองอัญมณีสองสีที่มักฉายแววดื้อรั้นหยิ่งทระนง  แต่บัดนี้กลับไม่เหลืออีกแล้ว

 

 

สายตาอ้อนวอนขอความเห็นใจ  เหมือนครั้งแรกที่เสียตัวให้เบียคุรัน   ส่งผ่านออกมาจากนัยน์ตาของร่างเพรียวเปลือยเปล่าที่ตัวสั่นเป็นลูกแกะน้อยที่กำลังจะถูกขย้ำโดยเสือดุร้าย

“ขอร้องงั้นเหรอ…ขอให้ฉันปล่อยเธอไปงั้นเหรอ…” เสียงทุ้มเย็นเอ่ยลากยาวสร้างความหลอนให้กับเด็กนักเรียนไอด้อลสาวที่ถูกย่ำยีมาตลอดเวลานับตั้งแต่ประตูห้องปิดลง  มือหนาบีบต้นแขนร่างบางเต็มแรงจนมุคุโร่ร้อง แล้วดึงให้คนด้านใต้หันกลับมาสบตานอนหงายมามองหน้าตัวเองเต็มๆ “กะอีแค่ทำติดต่อกัน 5 รอบ  เล่นอุปกรณ์นิดหน่อย  มันยังเทียบกับความผิดที่เธอคิดแว้งกัดฉันไม่ได้หรอกนะ!!!”

 

เบียคุรันแหกปากตะคอกใส่พร้อมกระแทกตัวต่อไปไม่ใยดีคนเบื้องใต้ พร้อมเข้าทาบทับร่างบาง  แผงอกแกร่งเบียดเสียดกับอกนุ่มนิ่มจนยอดอกสีหวานของคนทั้งสองเสียดสีสัมผัสกับกลายเป็นสร้างความเสียวซ่าน  ให้กับทั้งสองฝ่าย

“อะ…อ๊า!!!!” มือหนาดึงไบรเด้อเวทออกไปแล้วโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี จนอุปกรณ์แตกละเอียด แล้วกระแทกของตัวเองเข้าจนสุดอันตามแรงปรารถนา  “อ้า!!!!!!” เรือนผมสีไพลินยาวสลวยสะบัดหน้าเชิดขึ้น ตามความเสียวที่เพิ่มพูนเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนเผลอใช้เล็บจิกแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์

 

 

“ฉันมันใจอ่อนเกินไป คิดว่าเด็กอย่างเธอคงไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่คิด…” นัยน์ตาสีอเมทริซ์เต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น ก่อนจะระเบิดอารมณ์โทสะเข้าใส่กับเซ็กส์ที่รุนแรงจนคนด้านใต้กรีดร้องไม่เป็นภาษา  หน้าคมคายโน้มลงเข้ามาใกล้ดวงหน้าสวยที่ตื่นกลัวจนแทบเสียสติเรื่อยๆ  ประกอบกับแสงอาทิตย์ที่จวนเจียนริบหรี่เต็มทีทำให้เบื้องหน้ากลายเป็นเงาสีดำทมึนเหลือเพียงนัยน์ตาที่ทอประกายวาววับเป็นสีม่วงราวกับเสือล่าเหยื่อยามวิกาล

 

“ฉันจะไม่เผลอใจอ่อนกับเธออีกแล้วโรคุโด มุคุโร่!!!

 

 

อ๊า!!!ยะ…อย่า!!!

 

 

 

ตึงๆๆๆ

 

 

เสียงกระแทกตัวอย่างรุนแรงที่สุดทำเอาโซฟายาวสีขาวสั่นแรง  ความสุขสมแห่งแรงปรารถนาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังไร้ความปราณี

 

 

การลงทัณฐ์ของเทพยดาจอมปลอมสิ้นสุดลง  พร้อมกับสติของสาวผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวย

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงจึงค่อยๆถอนกายออกอย่างช้าๆ  ขึ้นมานั่งพิงพนัก ดวงตาสีม่วงวาววับเหลือบมองร่างเพรียวในสภาพสะบักสะบอมจากการถูกตบปนเปกับการข่มขืนด้วยความรุนแรง

“บ้าจริง…” เบียคุรันสบถออกมาแล้วเบือนหน้าหนีเหยื่อที่ถูกขย้ำไม่เป็นชิ้นดี  มือหนายกขึ้นมาเสยผมสีพิสุทธิ์ของตัวเองลวกๆกับความคิดที่สับสนในใจ  -ยิ่งมอง  กลับยิ่งสงสาร..กลับยิ่งอยากเอ่ยคำว่าขอโทษ…-

“แกไม่เคยเป็นแบบนี้นี่ เบียคุรัน”  หนุ่มวัย 25 พูดเตือนสติตัวเองไล่ความรู้สึกอยากเข้าไปดูแล รู้สึกผิดที่ควรจะอ่อนโยนกับคนเจ็บมากกว่านี้  ก่อนจะลุกขึ้นยืนเก็บเสื้อสูทของตัวเองบนพื้นมาสวมใส่ให้ดูเรียบร้อยที่สุดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

 

หน้าคมคายเผลอไปสังเกตเห็นรูปของเขากับเรกะที่เหลืออยู่ใบนึงบนโต๊ะทำงานของเขา  ความรู้สึกผิดทั้งหมดจึงหายเข้ากลีบเมฆไปบัดดล แทนที่ด้วยความโกรธถึงที่สุดจนอยากจะกระชากคนหลับให้ตื่นมาลงโทษอีกสองสามเท่า

 

 

 

 

 

RRRRRRRRR

 

 

มือถือของเด็กสาวผมสีไพลินสั่นส่งเสียงริงโทนเพลงฮิตจากในกระเป๋าเรียน  ทำให้ร่างสูงสะดุ้งตื่นจากความคิด

ไม่มีวี่แววว่าคนสลบจะตื่นจากนิทราทำให้เรือนผมสีพิสุทธิ์ต้องเดินเข้าไปหยิบมือถือมากดรับแทนเจ้าของ

 

 

“สวัสดีครับ…”

[เออ…นั่นใครครับ?] ปลายสายเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ  แต่พอที่จะบอกให้เบียคุรันรู้ว่าคนที่โทรมานั่น  คือพ่อบ้านของนักเรียนสาว

“ผม..เบียคุรันเองครับ  พอดีมุคุโร่คุงอยู่ช่วยงานผมอยู่แล้วก็เผลอหลับไปบนโซฟานะ”  นิสัยโกหกเก่ง ประกอบกับหน้ากากเทวดาที่เคยใช้ต้มวาตาริเสียเปลือนหมดรูปมาแล้ว  ทำให้ชายชราเชื่อคำพูดอีกฝ่ายสนิทใจ

 

[อ๋อ!!!ไม่เป็นไรขอรับ  กระผมตกใจหมดเลย นึกว่าคุณหนูถูกใครลักพาตัวไปทำอะไรซะอีก] วาตาริพูดอย่างโล่งอก  หารู้ไม่ว่าไอ้คนที่ไว้ใจนักหนานั่นแหละ  คือตัวการดีของเรื่อง!!!

 

“ถ้างั้น เดี๋ยวผมอุ้มมุคุโร่คุงไปส่งที่รถละกันนะครับ เห็นแกหลับยาวขนาดนี้ไม่อยากจะปลุกซะด้วย”  เบียคุรันพูดด้วยเสียงนุ่มสบายๆฟังแล้วแสนอบอุ่น  เรียกความอุ่นใจของวาตาริเพิ่มขึ้นเป็นกองก่อนจะวางสายลงไป

 

 

 

 

 

 

ดวงตาคู่คมหันมามองร่างเปลือยเปล่าทั้งแววตาระอาใจ  ก่อนจะก้มลงหยิบเสื้อผ้าของอีกฝ่ายที่กองบนพื้นมาสวมใส่ให้พลางบ่นเป็นด้วยความเบื่อหน่าย  “ทำไมฉัน ต้องมาใส่เสื้อผ้าให้ยัยเด็กดื้อนี่ด้วย..น่ารำคาญจริงๆ”

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

“กระผมขอบคุณมากนะขอรับ  อาจารย์เบียคุรันอุตส่าห์อุ้มคุณหนูมา  ทั้งๆที่ผมควรเดินไปอุ้มออกมาจากห้องอาจารย์แท้ๆ”

ชายชราร่างผอมสูงเอ่ยพูดทั้งความรู้สึกเกรงใจ  หนุ่มผมพิสุทธิ์ฉีกยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวตอบกลับแล้วเดินไปวางร่างในอ้อมแขนลงบนเบาะหลังรถเบาๆไม่ให้คนหลับต้องตื่น  “หึหึหึ  ไม่เป็นหรอกครับ ผมทำตามหน้าที่  อีกอย่างวาตาริซังก็อายุมากแล้วคงจะอุ้มมุคุโร่คุงไม่ไหวหรอก” คำพูดกึ่งแซวชายชราของเบียคุรัน  ทำให้วาตาริหัวเราะแก้เก้อใหญ่

 

“ฮ่าๆไอ้ผมก็แก่มากซะด้วย  จะดูแลคุณหนูได้อีกกี่ปีก็ไม่รู้..”  คำพูดเป็นนัยๆบางอย่างทำเอาหน้าคมคายเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ  ยังไม่ทันได้เอ่ยถามต่อ  วาตาริก็โค้งขอบคุณอย่างสุภาพก่อนจะเดินขึ้นรถด้านที่นั่งคนขับไปเสียแล้ว

 

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s