[AuFic KHR][10069]punish for you/Part12

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part  12

 

 

“อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณหนู…” วาตาริเปิดประตูห้องนอนของหลานนายตัวเอง พร้อมรถเข็นอาหารยามเช้าดั่งเช่นทุกวัน

แต่วันนี้ออกจะแปลก เพราะเด็กสาวผมไพลินกลับตื่นมานั่งนิ่งเงียบบนเตียง ไม่พูดไม่จาอะไร ผิดจากทุกทีที่ร่างงามจะต้องนอนคุดคู้ใต้ผ้าห่ม แล้วรอให้เขามาปลุกเสมอๆ  “วันนี้ตื่นเช้าเชียวนะครับคุณหนู มีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าขอรับ”

 

 

…ไร้ปฏิกริยาตอบกลับ…

 

 

ชายชราผมสีขาวโพลนมุ่นคิ้วสงสัย  มือสวมถุงมือสีขาวสะอาดเข็นรถไปข้างๆเตียงกว้างขนาดใหญ่  ก่อนจะเอามือมาทาบลงหน้าผากลาดมนของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยที่ยุ่งจากการหลับนอน

ทันทีที่สัมผัสเข้าที่ตัว ร่างบางกลับสะดุ้งโหยงเขยิบถอยหลังด้วยสีหน้าตื่นกลัว  “อย่านะ!!”

 

น้ำเสียงตะโกนร้องหวาดหวั่นออกมา จนพ่อบ้านคนสนิทตะลึง  นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างกับท่าทีกีดกันเขาของอีกฝ่าย

“คะ..คุณหนู…กระผม..ขอโทษขอรับ”

 

เสียงแหบพร่าเอ่ยด้วยความสำนึกผิด เรียกสติมุคุโร่ให้กลับมา  นัยน์ตาสองสีจ้องมองคนที่ก้มหน้าก้มตาเบื้องหน้า หาใช่ซาตานตัวร้ายที่มอบบทลงโทษให้เขา  ความรู้สึกผิดก่อกุมจิตใจร่างบางจนเจ้าตัวต้องรีบเขยิบตัวเข้าไปหาชายแก่ๆ

 

“ขะ…ขอโทษวาตาริ…พอดี…ฉันฝันร้ายนะ” คำโป้ปดถูกหยิบยกมาใช้อีกครั้ง   และด้วยความเชื่อใจของพ่อบ้านชราที่มีต่อคุณหนูผู้รักยิ่งเฉกเช่นลูกในไส้  จึงเชื่อสนิทในคำพูดหลอกลวงนั่น  “งั้นเหรอครับ…กระผมนึกว่า..จะถูกคุณหนูรังเกียจซะแล้ว…”  วาตาริฉีกยิ้มอีกครั้งพลางหัวเราะร่า  แต่ก็สังเกตเห็นได้ว่ามีหยาดน้ำเปียกแถวๆขอบตาจึงคาดเดาได้ไม่ยากว่าตอนที่เธอตะคอกไล่ไปโดยไม่ได้ตั้งใจนั้น  ทำร้ายความรู้สึกของคนตรงหน้าจนน้ำตาคลอเบ้าไปแล้ว

 

“ขอโทษนะ..ขอโทษ…”  มุคุโร่เอ่ยคำขออภัยซ้ำไปมา

“ไม่เป็นไรขอรับ…คุณหนูฝันร้าย…คงจะกลัวมากสินะครับ” วาตาริฉีกยิ้มใจดีพลางใช้มือลูบหัวสัมผัสเส้นผมนุ่มสลวยที่เขาดูแลให้มาแต่อ้อนแต่ออด ตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงผมสั้นๆแก้มยุ้ย วิ่งเล่นซนไปมารอบบ้าน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเขากับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย  เด็กที่เขาให้ความรักความเอ็นดู…จนตอนนี้เปรียบเสมือนลูกสาวของเขาคนหนึ่ง

 

 

 

“ก็…ไม่เป็นไรแล้วล่ะ..ถ้าวาตาริอยู่ฉันไม่กลัวแล้วล่ะ”  ปั้นยิ้มเสแสร้งว่ารู้สึกดี  กุเรื่องโกหกเพื่อให้คนตรงหน้าสบายใจ

“ถ้าอย่างงั้นมาทานอาหารเช้าดีกว่าขอรับ วันนี้กระผมทำแต่ของโปรดของคุณหนูทั้งนั่นเลยขอรับ” พ่อบ้านวัยชราเปิดฝาครอบจานออก เผยอาหารหลากหลายเมนูส่งกลิ่นหอมหวนและหน้าตาน่ารับประทานไปอีกเท่าตัว  เมื่อถูกวางลงบนชุดเครื่องชามสวยหรูราคาแพงสไตล์อังกฤษ

 

 

.

.

.

 

 

เสียงรถเข็นอาหารค่อยๆห่างไกลออกไปพร้อมร่างของวาตาริ   หลังประตูห้องนอนปิดตัวไม่นาน ดวงหน้าสวยที่ปั้นยิ้มถูกแทนที่ด้วยสีหน้าหม่นหมอง  แดงเรื่อยามนึกถึงเหตุการณ์ถูกทารุณอย่างไร้ความปราณีเมื่อวาน

 

“เลวที่สุด…”  มุคุโร่พึมพำเบาๆ อย่างเคียดแค้น  มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ แต่มันยังไม่เจ็บปวดเท่ากับสิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษานั่นทำกับเธอ!!

 

 

 

RRRRRRR

 

 

มือถือสั่นพร้อมส่งเสียงริงโทนเพลงเกาหลีฮิตดังขึ้น ก่อนจะเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว  มือเรียวบางคว้าเครื่องติดต่อสื่อสารของเธอที่วางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงมาดู  สิ่งที่พบคือมีไฟล์บางอย่างส่งมาให้จากเบอร์ประหลาดที่เธอไม่รู้จัก

“อะไร?” ความสงสัยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ก่อนที่นิ้วเรียวจะกดเปิดข้อความนั้นขึ้นมาดู

 

 

 

 

“!!!!!!!!!!!!!”

 

 

ร่างเพรียวสั่นเทิ้มไปทั้งตัวกับสิ่งที่ฉายขึ้นบนจอมือถือ  มือไม้อ่อนระทวยจนทำเครื่องมือติดต่อสื่อสารพกพาตกลงบนเตียงนุ่มสีขาว  “นะ..นี่มัน….”

 

 

 

RRRRRRR

 

สายเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง พบว่าเป็นเบอร์ปริศนาผู้สงภาพน่าอดสูมาให้  มุคุโร่ไม่ลังเลหยิบขึ้นมากดรับสายทันที

[อรุณสวัสดิ์ยามเช้านะ…เมื่อคืนหลับฝันดีรึเปล่ามุคุโร่คุง]

 

“แกมันทุเรศที่สุด!!!เบียคุรัน!!!” เรือนผมสีไพลินจำเสียงทุ้มนุ่มของปิศาจในคราบเทวดาได้อย่างไม่มีวันลืมเลือน โดยไม่ต้องรอให้ปลายสายเอ่ยเสียงเรียงนามว่าเป็นใคร

 

 

[ทุเรศ?จะอายทำไม..ในเมื่อมันคือความจริงที่ฉันกับเธอ..]

“หยุดนะ!!!หยุดพูดเดี๋ยวนี้!!!” มุคุโร่พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด อับอาย เจ็บแค้นอย่างถึงที่สุด  นัยน์ตาสองสีสั่นระริกพวงแก้มใสขึ้นสีเข้มเมื่อตาต้องเผลอตาไปมองรูปบนจอมือถือที่ยังคงฉายฉากร่วมเริงรักของเธอกับเบียคุรัน  เสียงครางหวานที่ไม่น่าจะหลุดออกจากปากอิ่มชมพู ที่ตอนนี้เม้มแน่นจนเป็ฯสีแดงก่ำ  ปนเปกับเสียงครางต่ำสุขสมของหนุ่มผมขาวจนร่างบางสะท้านไปทั้งตัว ตอกย้ำเหตุการณ์ที่เธอถูกเบียคุรันข่มขืนในความทรงจำที่อยากจะลืมเลือน

 

 

 

[หึหึหึ เธอเป็นแค่นักเรียนคิดจะมาสั่งอาจารย์อย่างั้นรึไง? แหม…ดูนี่สิสะโพกเธอขยับใหญ่เลยนะ แถมของฉันก็…ใหญ่ใช่เล่น] คำพูดสองแง่สองงามสกปรกส่งทอดผ่านมาตามสาย ทำเอาคู่สนทนาหน้าขึ้นสีเมื่อรู้ว่าหนุ่มผมขาวคงกำลังเปิดคลิปเธอกับเขาเริงรักกันบนโซฟาในห้องทำงานอาจารย์ดูอยู่ไม่ต่างกัน

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!บอกให้หยุด!!!คุณมันสันดานเลวที่สุด!!!” คำพรุสวาทตะคอกด่าปลายสายโดยไม่เกรงกลัวต่อภาพลักษ์ผู้ดีที่เธอสร้างมาอีกต่อไป  แน่นอนว่าทำเอาคนโทรมาเงียบไปจริงๆ แต่…ก็แค่ไม่นานเท่านั้น

 

 

 

 

[เธอพูดอะไรดูตัวเองเลยนะ..แล้วที่เธอถ่ายรูปฉันกับเรกะจังหมายความว่ายังไง..อ๋อ!!แต่นั่นมันแค่มุมกล้องนี่นา ไม่เหมือนของฉันกับ…]

 

“พอซะที!!!คุณ…ต้องการอะไร..” มุคุโร่เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ ไม่อาจทนรับฟังเรื่องอัปยศนั้นได้อีก  น้ำตานองหน้าอาบแก้มใสนุ่มเคลือบอัญมณีสีสวยต่างสีสันให้ส่องสกาวทอประกายความเจ็บแค้นอับอายออกมา

 

 

 

[หึหึหึ…ทำตัวน่ารักๆก็พอแล้ว…แล้ว…ฉันสั่งอะไรเธอก็ต้องทำ..คงเข้าใจนะว่าถ้าเธอผิดคำสั่งฉัน..มันจะเป็นยังไง]

 

 

เบียคุรันเอ่ยตอบเสียงเย็นเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาอเมทริซ์เหลือบมองคลิปวีดีโอกอดรัดฟัดเหวี่ยงที่เขาแอบอัดตอนที่ลงมือปลุกปล้ำลงโทษหญิงสาวในตอนเย็นของเมื่อวาน…

 

นั่นหมายความว่าถ้ามุคุโร่คิดตีเขาด้านหลังหรือลงมืออะไรอีก งานนี้เธอได้เป็นนางเอกAVในอินเตอร์เน็ตแน่!!!

 

 

 

หนุ่มผมขาวตัดสายลงไป  มือถือร่วงหล่นตกสู่เตียงนุ่มอีกครั้งตามด้วยเสียงสะอึกสะอื้นของหญิงสาว “ฮึก…ฮือๆ”

มุคุโร่นั่งกอดเข่าแน่น ดวงหน้าสวยซุกลงกับเข่าของเธอปล่อยให้น้ำตาไหลออก จนรู้สึกเปียกชื้นที่หัวเข่า

 

น้ำตา…แห่งความพ่ายแพ้…

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

รถเบนซ์สีดำคันหรูขับจอดลงหน้าโรงเรียนวองโกเล่เช่นเคย พร้อมกับร่างเพรียวในชุดนักเรียนกระโปรงสั้นโชว์ขาเพรียวยาวขาวเนียน และพลิ้วเผยกางเกงในสีขาวชมพูลูกไม้ชวนหัวใจวายสำหรับนักเรียนชายทั้งหลายแล  ลงจากรถโดยมีพ่อบ้านเปิดประตูให้…

 

มุคุโร่ยังคงตีหน้ายิ้มลึกลับเช่นทุกครา มือบางยังคงปัดผมทวินเทลของเธอไปไว้ด้านหลังแสดงถึงความหยิ่งทระนงตนไม่สนใคร ในฐานะหลานหุ้นส่วนอันดับสองของโรงเรียน  เชิดฉายเป็นที่น่าอิจฉาของเพื่อนนักเรียนสาว

เก็บซ่อน …ความเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง…ก้นลึกไม่ให้ใครล่วงรู้…

 

 

 

“อรุณสวัสดิ์มุคุโร่คุง”

 

สาวผมสีไพลินมัดแกละสะดุ้งโหยงทันทีกับเสียงทุ้มนุ่มชวนฟังติดหู ดังจากด้านหลังห่างเพียงไม่กี่ก้าว   ร่างเพรียวค่อยๆหมุนตัวไปมองก็พบกับเรือนผมขาวชี้ไม่เป็นทรงฉีกยิ้มชวนละลายเสแสร้งให้ เรียกคะแนนหัวใจจากสาวๆไปเป็นแถว  ผิดกับดวงหน้าสวยที่ชักสีหน้าโกรธแค้นถึงที่สุดจนเผลอกัดฟันแน่น

 

ตาคู่คมสีน้ำแข็งอ่อนใต้แว่นไร้กรอบจ้องมองไอด้อลโรงเรียนไม่วางตาราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง  สำหรับคนฉลาดอย่างมุคุโร่เข้าใจดีว่าหมายถึงอะไร

 

 

ถ้าเธอผิดคำสั่งฉัน..มันจะเป็นยังไง

 

คำขู่ของเทวดาหน้าเลือดดังก้องในหัว จนตาสองสีสั่นระริกแล้วเฉหลุบต่ำลงหนีหน้าคนยิ้มระรื่น ปากแดงอิ่มสั่นพอๆกับนัยน์ตาคู่งามเริ่มขยับออกจน….

 

 

 

“สวัสดีค่ะ อาจารย์…”

 

 

 

.

.

.

 

 

 

ข่าวฮอตประเด็นร้อนวันนี้  อะไรๆก็ไม่ดังเท่ากับเรื่องเด็กหัวดื้อรั้นเป็นที่สุด  ผู้รับสมญานามราชินีแห่งวองโกเล่ยอมเอ่ยปากกว่าวทักทายครูบาอาจารย์เป็นครั้งแรก!!!

 

ตลอดทางเดินมีแต่คนพากันเมาส์เรื่องนี่อย่างสนุกสนานเมามันส์  ทั้งใส่สีตีไข่บ้างจนเวอร์เกินความจริง ว่ามุคุโร่แอบชอบอาจารย์เบียคุรันบ้างล่ะ  หรือไม่ก็เพราะมุคุโร่โดนอีกฝ่ายถอนเขี้ยวเล็บออกหมดสิ้น  แต่โดยส่วนมากข่าวมักจะเป็ฯไปในทางให้ความดีความชอบแก่อาจารย์หนุ่มเสียมากกว่า

 

“ฉันว่ามันแปลกๆน้า..อยู่ๆคุณโรคุโด จะมายอมก้มหัวสวัสดีอาจารย์เอาง่ายๆแบบนี้”

“เฮ้ยๆแต่ว่านะ เห็นข่าวเขาบอกมาใหม่ ว่าสวัสดีอาจารย์ทุกคนที่พบเห็นนะ “  เด็กผู้ชายสองคนนั่งจับเข่าคุยกันในเวลายามเช้าที่ห้องเรียน โดยมีหญิงสาวอีกสองคนนั่งฟังด้วยเช่นกัน  “ก็ดีแล้วนี้…บางทีคงเริ่มรู้ตัวแล้วมั้งว่าทำตัวหยิ่งแบบนี่ คนไม่ชอบขี้หน้า”  สาวๆทั้งสองหัวเราะชอบใจกัน จนเพื่อนชายเบ้หน้าไม่พอใจ

 

“ฉันว่านะ…อาจารย์เบียคุรันแน่ๆ” ชายหนุ่มพูดกับเพื่อนออกความคิดเห็นพลางจับคางคุ่นคิด จู่ๆอีกฝ่ายก็ตบโต๊ะเสียงดัง

“หรือว่าไอ้หน้ายิ้มระรื่นนั่นมันจะแอบทำอะไรคุณโรคุโด!!!”

 

 

“อย่ามาพูดพล่อยๆนะอาจารย์เบียคุรันทั้งสุภาพทั้งใจดี แถมหล่ออีก แกนะอิจฉาที่สาวๆมาติดพันอาจารย์เยอะล่ะซิ!!”

หญิงทั้งสองเถียงไม่ยอมอ่อนข้อใส่เพื่อนชาย ที่ตอนนี้เริ่มจะแบ่งประเด็นไปฝ่ายตรงข้ามกันเสียแล้ว

“โอ๊ยยย ถ้าสาวๆที่มาชอบเป็นหน้าปลากะโห่อย่างพวกเธอ ยี๋~ไม่เอาด้วยหรอก”  คำแซวปนจิกของเพื่อนผู้ชายที่พากันหัวเราะชอบใจทำเอาสาวๆกรี๊ดแตก ก่อนจะวิ่งไล่จับกันเป็นบ้าเป็นหลังรอบห้องเรียน

 

 

 

 

ภายนอกห้องมีชายสวมหมวกไหมพรมยืนกอดอกพิงกำแพงอย่างเงียบๆ  พลางดันแว่นขึ้นตามนิสัยผิดกับสายตาสีดำที่ฉายแววเกรี้ยวราดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“อ้าว…จิคุซะคุง มายืนทำอะไรที่นี่ล่ะ?” เบียคุรันในชุดสูทสีขาวสะอาดเช่นเดิมส่งยิ้มทักทายเด็กหนุ่มสมาชิกห้องโกคุโย  ตาสีดำสนิทใต้แว่นตวัดมองอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องตัวเองอย่างดุดัน  จนเรือนผมขาวเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ

“ผม…มีเรื่องอยากถามคุณ”

 

เสียงเจี๊ยวจ๊าวในห้องเรียนที่คาบนี้เป็นคาบวิชาฟิสิกส์ของเบียคุรันดังจนกลบเสียงการสนทนาของชายต่างวัยสองคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนทั้งสองไม่ได้ยินในสิ่งที่พวกเขาจะพูด “ว่ามาซิ…แต่รีบหน่อยนะ ครูไม่อยากเข้าห้องสาย”

เบียคุรันเอ่ยสบายๆพลางมองนาฬิกาเหลือเพียงแค่อีก 5 นาทีเท่านั้น

 

 

 

“คุณทำอะไรกับท่านมุคุโร่?” จิคุซะดันแว่นขึ้นเอ่ยทั้งน้ำเสียงเย็นเชียบไปถึงขั้วหัวใจ  หากเป็นคนปกติการที่เด็กหนุ่มหน้า

เนิร์ดชักสีหน้าขนาดนี้เป็นอันต้องหัวหดไปแล้ว  เพราะเด็กหนุ่มหมวกไหมพรมเปนคนอารมณ์เย็นสุดขั้ว แต่ว่ากันว่าฝีมือก็เอาเรื่องยิ่งเสียกว่าเคน ชายผมทองหน้าบากที่ชอบทำกร่างอาละวาดไปทั่วเสียอีก

 

 

“หึหึหึ ทำไมคิดอย่างงั้นล่ะ?” หน้าคมคายหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเคย ตาสีม่วงอ่อนจนเกือบฟ้าสบตาไม่ไหวติงแน่วแน่ของชายผมดำ  รวกับกำลังจะทะลวงลึกถึงความคิดของอีกฝ่าย

“เพราะตั้งแต่คุณเข้ามา ทุกอย่างในโกคุโยก็เปลี่ยนไปหมด..ทั้งเรื่องของพวกเคน…แล้วเรื่อง…ท่านมุคุโร่”

เสียงที่เอ่ยชื่อแซ่ของหญิงสาวเจ้าของตาสองสีกลับกลับต่ำลง พอๆกับหน้าตายที่เริ่มฉายแววอารมณ์โกรธออกมาเด่นชัด

 

 

“แล้ว…เธอคิดว่ายังไงล่ะ?” หนุ่มผมขาวเอ่ยย้อนกลับไม่เกรงกลัวแรงกดดันของจิคุซะ  นัยน์ตาคมกริบใต้แว่นไร้กรอบมองหยั่งเชิงชายสวมหมวกไหมพรมตรงหน้า   จิคุซะเม้มปากแน่น ตาสีดำที่เคยมั่นคงกลับค่อยๆหลุบต่ำลง

 

 

 

 

ไม่ใช่เพราะกลัว…แต่ถ้าพูดไปแล้วไม่มีหลักฐาน…

สิ่งที่เกิดคือ…เขาอาจโดนข้อหาหมิ่นประมาทอาจารย์จนต้องโดนลงโทษให้ไปทัณฐ์บน..

 

แล้วท่านมุคุโร่…จะเหลือตัวคนเดียว…

 

 

 

 

 

 

“เธอเป็นเด็กฉลาดนะ จิคุซะ…ฉลาดพอๆกับมุคุโร่คุงเลย”  คำชมของอาจารย์ผมขาวหาได้ทำให้หนุ่มแว่นปิติยินดี  แต่กลับเจ็บใจเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าหมายตอกหน้าเขา

“แต่เธอควรเอาความฉลาดไปใช่ในทางอื่นที่มันสร้างสรรค์หน่อยจะดีกว่า  มันจะเป็นผลดีแก่ตัวเธอ…”

 

 

เสียงออดดังขึ้นทำให้ทั้งสองต้องหยุดการพุดคุยไว้เพียงเท่านี้  เบียคุรันเปิดประตูห้องเรียนเข้าไป โดยไม่วายทิ้งรอยยิ้มให้หนุ่มสวมหมวกไหมพรม  เหล่านักเรียนที่ส่งเสียงดังพากันวิ่งเข้ามานั่งเรียบร้อยแล้วกล่าวสวัสดีอาจารย์หนุ่ม จากนั่นก็มีเสียงทุ้มนุ่มชวนสดับฟังของเบียคุรันตอบกลับมาเกือบตลอดชั่วโมงสอน…

 

 

 

.

.

.

 

 

 

“ย่าสสส์”  ชายร่างใหญ่ส่งเสียงคำราม เหวี่ยงลูกบาสลงแป้นสูงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของบรรดาเพื่อนๆทั้งหลายในห้อง  “เยี่ยมมากเลยไอ้บึก!!” ชายผมทองสลับขาวตะโกนโห่ร้องชม  แต่ดูเหมือนว่าคำชมนั่นทำเอาหนุ่มร่างใหญ่ของขึ้น

“ไอ้เปี๊ยกยาสุ ฉันชื่อซาสึเกะโว๊ยยยย” จากนั้นไม่นานในโรงยิมสนามบาส ก็มีแต่เด็กนักเรียนชายตัวใหญ่ยักษวิ่งไล่จับผู้ชายตัวเล็กผอมกระร่องไปทั่วรอบสนาม  “โอ๊ยยย ให้ตายเถอะ ร้อนชะมัด ฉันละเบื่อวิชาพละที่สุดเลย” มินะบ่นพลางหยิบเอาชุดเครื่องแป้งรองพื้นของเธอมาโบ๊ะหน้า   เช่นเดียวกับสาวๆร่วมก๊วน

 

“นี่ๆมินะ” สาวผมชมพูสกิดเรียกเพื่อนตัวเอง  หญิงผมฟ้าที่หงุดหงิดอยู่เต็มหัวทุนกับอากาศที่ร้อน เครื่องสำอางค์ที่ทาเมื่อเช้าก็ไหลออกมาตามเหงื่อ จึงตอบกลับเสียงเขียวใส่ “อะไรของเธอห่ะ !!มิกิ!!” มิกิทำหน้าตาบึ้งตึงทันที ก่อนใช้นิ้วชี้ไปยังสาวเรือนผมไพลินทวินเทลยาวสลวยในชุดพละหญิงไม่ต่างจากเธอ นั่งอยู่บนแสตนมุมเงียบๆคนเดียวตามลำพัง

“นังนั่นเห็นเงียบแบบนี่มาทั้งวันแล้วนะ..ไม่คิดว่ามันแปลกรึไง?”

 

“ถึงอย่างงั้นแล้วจะทำไม…สมน้ำหน้ามันแล้วล่ะ สงสัยวันนั้นคงโดนอาจารย์เบียคุรันดุเรื่องโมเมว่าเป็นสามี หึ…คนอย่างอาจารย์เบียคุรัน เขาไม่หน้ามืดตามัวเลือกนังเด็กมีปัญหาอยู่แล้ว” มินะหัวเราะเสียงดังสะใจ พอๆกับกลุ่มเพื่อนสาวของเธอ

 

“ท่านมุคุโร่…” จิคุซะทักหญิงสาวที่นั่งหงอยผิดปกติ  มุคุโร่เงยหน้าขึ้นไม่วายหยักยิ้มยั่วยวนเหมือนเคย “ว่าไงค่ะ จิคุซะ”

“ผมมีเรื่องอยากถามท่าน…” หนุ่มสวมแว่นเต็มไปด้วยเหงื่อจากการออกกำลังกายมา ในขณะเดียวกันก็ร่วมด้วยกับเหงื่อที่ไหลย้อยเพราะความไม่แน่ใจคำถามที่ตัวเองสงสัย ว่าจะพูดไปกับคนตรงหน้าดีรึเปล่า

“ว่ามาซิค่ะ”

“คือ…”

 

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

นกหวีดของอาจารย์พละดังลั่นไปทั่วทั้งโรงยิม เรียกเหล่านักเรียนนัดรวมตัวกันเข้าแถว ทำให้ทั้งสองสะดุ้งตกใจและรีบลงจากแสตนเชียร์วิ่งมาให้ทัน

 

แต่ก่อนจะไป ร่างบางผมสีน้ำเงินเข้มหันหน้ามาถามเพื่อนชายสนิทของเธอ “ตกลงมีอะไรจะถามฉันเหรอค่ะ?”

จิคุซะมุ่นคิ้วลงเม้มปากแน่น จนในที่สุด…..

 

 

“โทษทีครับ…ผมลืมไปซะแล้ว”

 

 

.

.

.

 

“ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับอาจารย์เบียคุรัน”  นักเรียนในห้องยืนโค้งเคารพบอกลาอาจารย์หนุ่มเจ้าเสน่ห์  ร่างสูงยิ้มหวานตอบทำเอานักเรียนผู้หญิงกรี๊ดแตกเป็นแถว จนนักเรียนชายระอาใจ

 

ร่างสูงเดินออกจากห้องเรียนและตรงไปยังห้องที่ตัวเองจะต้องสอนในคาบถัดไป  ระหว่างทางนัยน์ตาสีอเมทริซ์สังเกตเห็นนักเรียนชายรุ่นราวมัธยมปลายปี3 สองคนกำลังลังยืนสุ่มหัวพูดคุยอะไรกันบางอย่าง

 

 

 

“นี่ๆ  เป็นไง ฉันถ่ายได้สดๆมาเมื่อเช้าเลยน้า…กางเกงในสีขาวชมพูลูกไม้ด้วย” ชายผมดำโมฮอกเปิดรูปในมือถือให้เพื่อนผมสีเขียวขี้กาชี้ตั้งดู ทั้งรอยยิ้มหื่นๆ “โอ้ววว  แก…ทำได้ไงฟร่ะ  ไม่เคยมีใครถ่ายใต้กระโปรงคุณโรคุโดได้เลยนะเว้ยย”

หนุ่มผมดำเอานิ้วแตะปากตัวเองแล้วส่งเสียงชู่ว์ ทำเอาเพื่อนผมเขียวรีบยกมือปิดปากทันที

“เงียบๆสิว่ะ เดี๋ยวคนอื่นได้ยินเข้าจะแย่…”

“แล้วแกทำไงว่ะ ถึงได้…”

 

ชายผมดำโมฮอกแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาก พลางโน้มหน้าเข้าใกล้เพื่อนกระซิบกระซาบคุยกัน

“ก็ตอนนี้ กลุ่มของเคนก็เข้าโรงพยาบาลไปแล้ว เหลือก็แค่จิคุซะ แต่ไอ้แว่นนั่นก็แค่คนเดียวยังไงก็ดูแลความปลอดภัยคุณโรคุโดไม่หมด ฉันเลยแอบถ่ายมาได้ไง”

นัยน์ตาสีน้ำตาลของชายผมเขียวขี้กาเบิกกว้าง ก่อนพูดตอบ “แสดงว่า…ตอนนี้ ทางสะดวกแล้วนะซิ ที่จะได้เข้าหาคุณโรคุโด”

 

“หึหึหึ แน่นอน คราวนี้กางเกงใน คราวต่อไป…หึหึหึหึ”  เสียงหัวเราะของทั้งสองประสานกันเต็มไปด้วยความหื่นกามพอๆกับสีหน้า  ก่อนจะซีดลงเมื่อพบเงาของใครบางคนทาบอยู่เบื้องหลัง “หืมม์…คุยเรื่องสนุกๆอะไรกันอยู่เหรอ ทำตัวลับๆล่อๆเชียว”

 

 

 

 

“อะ….อาจารย์เบียคุรัน!!!!!!!”

 

ทั้งสองรีบเด้งตัวถอยห่างจากอีกฝ่าย  หนุ่มผมขาวชี้ขาวฉีกยิ้มระรื่นสบายๆ จนไม่อาจเดาท่าทางและอารมณ์ของคนตรงหน้าได้ว่าเป็นอย่างไร  “คะ…คือ…พวกเราก็…เออ…แบบว่า” หนุ่มผมเขียวพยายามพูดฝืนน้ำลายเหนียวหนืดจุกเป็นก้อนในลำคอ

 

“คืออย่างงี้ครับ  ผมนัดกับไอ้มาโคโตะว่าจะไปดูบอลที่บ้านคืนนี้นะ แหะๆ”  หนุ่มผมดำโมฮอครีบเอ่ยแก้ตัวไหลตามน้ำทันที  ก่อนจะกระทุ้งศอกใส่เพื่อข้างๆตัวเองที่ทำหน้าเหล่อหลาอยู่ “อะ..อ๋อครับๆ อย่างที่ คานาตะพูดแหละครับ”

 

 

 

“อ๋อ..งั้นเหรอ…” หนุ่มร่างสูงลากเสียงยาว พร้อมจ้องมองเด็กหนุ่มท่าทีเลิกลั่กทั้งแววตานิ่งเฉยจับผิด

“คือๆผมต้องรีบเข้าเรียนแล้วครับ ขอตัวก่อนนะครับ!!!” คานะตะโพล่งพูดหนีไม่ให้อาจารย์หนุ่มตรงหน้าจับผิดได้ ขาวยาวใต้กางเกงนักเรียนสีดำรีบโกยวิ่งทันที โดยไม่ลืมคว้าแขนเพื่อนสนิทผมสีเขียวขี้กาไปด้วย

 

 

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s