[AuFic KHR][10069]punish for you/Part14

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 14

 

 

 

 

 

“รถพยาบาลมาไวจริงๆเนอะ ว่าไหมมุคุโร่คุง”  นัยน์ตาอเมทริซ์คู่คมจ้องมองรถตู้สีขาวส่งเสียงสัญญาณไซเรนดัง  แทบข้างติดสติกเกอร์ด้วยอักษรญี่ปุ่นไว้ว่า ‘โรงพยาบาลนามิโมริ’  ผ่านหน้าต่างในห้องทำงาน

เบื้องล่างปรากฏ ตัวหมอหน่วยกู้ชีพชุดขาวราวๆ 3- 4คน ช่วยกันหามเปลแบกร่างของเด็กนักเรียนชายวองโกเล่ 2 คน สภาพถูกซ้อมยับเยินเลือดท่วมตัว ใบหน้าบู้บี้ยับเยินจนไม่อาจเดารูปประพันธ์สัณฐานของผู้บาดเจ็บเข้าขั้นโคม่า 2 รายได้

เข้ารถพยาบาลด้านหลัง  โดยมีเหล่านักเรียนและครูบาอาจารย์จำพวกอยากรู้อยากเห็นมารุมมองเป็นไทยมุ่ง  แต็เข้าไปดูใกล้มากไม่ได้เพราะถูกยามของโรงเรียนสกัดกั้นขวางเอาไว้

 

 

“………” ไร้ซึ้งการขานตอบ  หนุ่มผมขาวจึงละสายตาจากหน้าต่างมามองร่างเพรียวผมไพลินยาวสลวยนั่งกอดเข่านิ่ง ดวงหน้างามมีเพียงสายตาเลื่อนลอย  เหมือนกับว่า จิตวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง ในชุดฟอร์มนักเรียนที่เบียคุรันแอบเดินเข้าไปหยิบออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อหญิง หลังจากจัดบทลงโทษไอ้เด็กสองหน่อจนสลบคาห้องเก็บของ

 

 

 

“!!!!!”

โซฟาสีขาบยุบลงตามน้ำหนักของบุรุษเจ้าของห้อง ดึงสติเรือนผมไพลินกลับมา หากเป็นปกติเธอจะร้องและพยายามดิ้นหนีหรือไม่ก็ถอยห่าง ยิ่งตอนนี้เบียคุรันแค่ทรุดมานั่งข้างๆ ยิ่งเปิดโอกาสให้ร่างบางสามารถวิ่งหนีได้ทุกเมื่อ

 

ทว่า…กลับไม่เป็นเช่นนั่น ปฏิกิริยาตอบสนองกลายเป็นแค่สะดุ้งนิดหน่อยแทน

“ไม่ต้องห่วงหรอกนา…คลิปนั่นฉันทำลายไปแล้ว” มือหนาโชว์ถุงพลาสติกใส ภายในบรรจุซากมือถือของหนุ่มผมสีเขียวขี้กา ที่ถูกทำลายแตกละเอียดไม่เป็นชิ้นดี  ก่อนจะโยนทิ้งลงถังขยะมุมห้อง โดยไม่พลาดเป้าซักนิด

“แล้วคลิปของคุณกับฉัน…” มุคุโร่เม้มปากแน่นจนก้อนนิ่มสองก้อนช้ำแดง  ดวงตาสองสีหลุบต่ำฉายแววสับสนว้าวุ่นใจออกเด่นชัด  “………” เบียคุรันนิ่งเงียบไม่ตอบกลับ แต่ยังไม่ยกก้นกลับไปยังเก้าอี้นวมตรงโต๊ะทำงานของเขา  ยิ่งสร้างความกดดันแก่เด็กสาว จนขาเพรียวบางเริ่มสั่นเด่นชัด

 

 

 

 

ไว้ใจ…หรือไม่ไว้ใจ…

ฉันควรคิดยังไงกับคุณกันแน่?

 

 

 

 

“เฮ้อ…ถ้าเธอสัญญาว่าจะเลิกดื้อ ฉันจะลบก็ได้…” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยดังขึ้น  เบียคุรันเบือนหน้าไปมองท้องฟ้าคราม ประดับก้อนเมฆหย่อมๆลอยล่อง  โดยไม่หันกลับมาสบตาอัญมณีสองสีจ้องเขาไม่วางตา

“ฉัน..จะไม่ดื้อก็ได้…เป็นการขอบคุณที่คุณช่วยฉัน…” มุคุโร่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หารู้ไม่ว่าแก้มใสของเธอกำลังขึ้นสีชมพูจางๆ นัยน์ตาที่เฉหลบร่างสีขาวข้างกายราวกับเก้อเขินนั่น

 

 

 

ราวกับ…เหมียวน้อยน่ารัก

ยามถูกขัดเกลาจนเชื่อง…

 

 

 

เรือนผมขาวยังคงไม่ยอมหันมามองไอด้อลสาวแห่งวองโกเล่ มือหนาล้วงไปหยิบมือถือสีขาวของตัวเองขึ้นมา กดลบไฟล์วีดีโอฉากเริงรักทิ้งลงถังขยะ แล้วทำการล้างเมมในมือถือให้หมดเกลี้ยง จนไม่อาจกู้ข้อมูลมาได้อีก

“ถ้าไม่มีอะไร…เธอก็กลับไปเรียนได้แล้ว…” ชายผมสีพิสุทธิ์โบกมือไล่มุคุโร่อย่างไร้เยื่อใย  ขณะที่ร่างสูงกำลังจะลุกจากโซฟานุ่มยวบ   ชายเสื้อสูทนอกสีขาวกลับถูกแรงบางอย่างกระตุกดึงไว้  ไม่ยอมปล่อยจนหน้าคมคายต้องเหลียวหลังมามอง

 

 

 

มือเรียวบางนุ่มนิ่มของมุคุโร่กำชายเสื้ออาจารย์ที่ปรึกษาแน่น ใบหน้าสวยก้มหน้าลงต่ำ..ลังเลกับความคิดของตัวเองอยู่นานสองนาน  ก่อนจะเอ่ยเอื้อนเสียงหวานล้ำชวนเคลิ้ม “ฉัน..ไม่อยากเข้าเรียน…”

 

 

“ทำแบบนั่นมันเท่ากับโดดเรียนนะ…” เบียคุรันตอบกลับ  ตาคมคายสั่นไหวกับท่าทีของคนตรงหน้าด้วยอารมณ์บางอย่างกำลังปะทุขึ้น  แต่เจ้าตัวกลับกดมันไว้ไม่ให้ออกมา   เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ยอมทำตามคำขอแน่ มุคุโร่ถึงกับก้มหน้าลงต่ำพร้อมชักสีหน้าผิดหวังรุนแรง  หารู้ไม่มันกลับสร้างให้อาจารย์ที่ปรึกษาวัยหนุ่มถึงกับใจอ่อนยวบ

 

“เฮ้อ…ช่วยไม่ได้… ฉันก็ไม่มีสอนคาบบ่ายด้วย  นั่งๆนอนๆอยู่เงียบๆละกัน” ร่างสูงดึงมือเล็กให้ออกจากเสื้อตัวเอง แล้วตรงไปยังตู้เหล็กเก็บของ  มือหนาเลื่อนเปิดตู้ออก  แล้วหยิบเอาผ้าห่มนวมสีขาวพอดีคนหนึ่งคน โยนให้นักเรียนสาวผมสีน้ำเงินทวินเทล

 

 

 

ดวงหน้าสวยมองผ้าห่มผืนใหญ่ทั้งสีหน้าแปลกใจ  นัยน์ตาคู่งามจ้องมองผ้าห่มในมือนานสองนาน ก่อนจะขยับยิ้มเจ้าเล่ห์พอๆกับสายตาช่างยั่วส่งผ่านมายังเจ้าของห้องทำงานพิเศษนี่ “คึหึหึหึ  ช่างเป็นอาจารย์แสนธรรมดาจริงๆเลยนะคะ ได้ห้องใหญ่แล้ว ยังมีผ้าห่มให้อีก”   ท่าทีหยิ่งผยองที่หายไปนานกลับมาอีกครั้ง  ปากชมพูอิ่มระเรื่อธรรมชาติชวนสัมผัสเหยียดยิ้มเย้ยหยั่นออกมาเด่นชัด  ทำเอาขมับของเบียคุรันถึงกับปวดตุบๆ ตาคู่คมใต้แว่นไร้กรอบหรี่มองไอ้ท่าทีไม่เลิกจับผิดภูมิหลังปริศนาของเขา  ก่อนจะแสยะยิ้มหวานชวนละลายให้  “หึหึหึหึ  โทษทีนะ ผ้าห่มนี่ฉันเป็นคนเตรียมมาเอง แบบว่า…”

 

 

ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่าย  มือทั้งสองเท้าวางลงบนขอบพนักพิงของโซฟาขนาบร่างเพรียวผมน้ำเงินเข้มลึกเหมือนสีน้ำทะเล   แล้วโน้มใบหน้าลงต่ำเข้าไปใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจแรงของมุคุโร่ รวมถึงกลิ่นหอมอ่อนๆจากสบู่จากผิวกายขาวผ่องเปล่งปลั่งเรียบเนียน  “เพื่อวันไหมลงโทษเด็กดื้อบางคนแล้วเหนื่อยจนต้องนอนเอาแรงที่นี่นะ”

 

 

“ทุเรศ!!” มุคุโร่ด่าทอคำหยาบใส่  มือบางยกเอาผ้าห่มนวมสีขาวขึ้นมากั้นปกปิดตัวและใบหน้าแดงแจ๋ของเธอ

แต่ผิดคาด…ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งปิดยิ่งทำให้อยากรู้และกลั่นแกล้ง…หน้าคมคายหล่อเหลาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน  จึงเขยิบตัวเข้าใกล้มุคุโร่ผู้ซึ่งทางหนีเข้าไปใหญ่

 

“ออกไป!!!”

“เรื่องอะไร…ฉันเป็นอาจารย์เธอนะ..มุคุโร่คุง”   เสียงทุ้มนุ่มกระซิบเข้าข้างหูที่ขึ้นสีเข้มเบาๆ  ลมหายใจที่พ่นออกมาพร้อมคำพูดนั่น หารู้ไม่ว่าสร้างความเสียวซ่านแปลกประหลาดให้คนเอาแต่ซุกหลบหน้าอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาว โดยไม่ต้องอาศัยการปลุกเร้าจุดเสียวของเธอแม้นิดเดียว  “อึก….”

 

 

“แล้วฉันก็…เป็นคนเดียวที่จะลงโทษเธอได้ เข้าใจไหม..เด็กน้อยของฉัน…”  ริมฝีปากเลื่อนลงมาแนบสัมผัสลำคอระหงส์ โลมเลียลากไล้ลงต่ำจนไปถึงไหปลาร้าที่ผุดจากผิวเด่นชัด อันเนื่องจากลมหายใจถี่แรงของมุคุโร่  “อะ…อ้า…” ปากอิ่มสีชมพูเผยอเชิญชวนโดยไม่ได้ตั้งใจ  เสียงคราวหวานรัญจวนใจขับร้องเสมือนดนตรีชวนให้ผู้เสพฟัง ถลำลึกลงในห้วงมนต์สะกดของกันและกัน

 

นัยน์ตาคู่คมจับจ้องมองรอยแดงที่ไม่ใช่ของเขา 2 – 3 จุด ตรงลำคอของมุคุโร่  แววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัวไม่พอใจยามนึกถึงไอ้คนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงสองตัวนั่น   จนอยากจะออกไปตามฆ่าให้ตายคามือ   ทว่า….สีหน้าเย้ายวนเกินห้ามใจ ไร้ซึ่งท่าทีผลักไสของสาวผมทวินเทล    สร้างความแปลกประหลาดใจแก่หนุ่มผมขาวจนความคิดบางอย่างผุดเข้ามาหัว

 

 

 

 

มุคุโร่คุง…คงไม่…

 

 

 

 

ปากหนาขบกัดซ้ำรอยจูบสามจุดนั่น ตอกย้ำความเป็นเจ้าของเรือนกายอีกฝ่าย   และรีบผละตัวออกจากหญิงสาวทันที

“วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว เธอก็รีบๆนอนพักซะ..”  เบียคุรันตัดบทไม่ให้คนบนโซฟาได้ต่อว่าต่อขานหรือซักถาม ขายาวพาร่างตัวเองกลับไปยังโต๊ะทำงาน สะสางการบ้านเอกสารค้างคาเป็นกองพะเนิน ไม่สนใจหรือแยแสร่างเพรียวที่จับจ้องมองเบียคุรันด้วยความรู้สึกสับสน   ก่อนเจ้าตัวจะลงไปนอนกับโซฟาพร้อมยกผ้าห่มมาห่ม  แต่ก็ไม่วายส่งสายตามามองเจ้าของห้องเป็นระยะๆ

 

 

 

เสียงลมหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบาๆ ในห้องสีขาวเงียบเชียบ เปิดแอร์ด้วยอุณหุภูมิพอประมาณ  บ่งบอกว่ามุคุโร่เข้าสู่นิทราไปเป็นที่เรียบร้อย    เบียคุรันค่อยๆผ่อนลงหายใจออกช้าๆ มือหนาที่จับด้ามปากกาหมึกซึมราคาแพงถึงกับสั่นระริก  ขณะเดียวกับในมือที่กำด้ามกลับรู้สึกเหนียวหนืดจากน้ำเหงื่อที่ชุ่มช่ำ พอๆกับใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ไอ้หนุ่มหน้าหยก

 

 

-บ้าจริง…..-

 

 

ดวงตาใต้กรอบแว่นเหลือบมองลงต่ำมายังส่วนล่างที่ตุงใหญ่ขยายตัวออกมานูนเด่นชัด      ปากหนาได้รูปเม้มแน่นสะกดกลั้นอารมณ์ตื่นตัวของเขาจนเผลอกัดฟัน   มือข้างที่ว่างอยู่กำลังเลื่อนลงต่ำเข้าไปใต้โต๊ะ ก่อนจะชะงักค้างด้วยใจลังเลซักครู่

 

“!!!!!”  มือแกร่งล้วงลงเข้าไปใต้กางเกงสีขาว สัมผัสแท่งร้อนระอุขนาดใหญ่ของตน ก่อนจะทำการชักขึ้นลงอย่างช้าๆ

เบียคุรันขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน  สกัดกลั้นเสียงครางแหบพร่าของตัวเองไว้

 

 

 

 

 

 

 

อ้า…บะ..เบียคุรัน…อ๊า!!!!”

 

 

ใต้หัวสีขาวชี้ไม่เป็นทรงจินตนาการถึงสีหน้าเว้าวอนของสาวผมไพลินยาวสลวยสยายไปทั่วผืนเตียงใหญ่ เสียงหวานล้ำครางสุขสมกับส่วนตื่นตัวที่ขยับเข้าออกภายใน   ผิวกายขาวเนียนลื่นสัมผัสไม่สะดุดให้รำคาญใจ   ขายาวเพรียวดุจนางแบบกำลังขยับไหวจิกเกร็งบนลูกฝูกเตียง  จนผ้าปูถลกขึ้นมายับยู่ยี่

หน้าอกนิ่มพองามสั่นไหวเคลื่อนตามแรงกระแทกของเขาเบื้องบน…จากช้า…และ…เร็วขึ้น…เร็วขึ้น…

 

 

และแรงขึ้นเรื่อยๆ!!!!

 

 

 

 

 

 

.

.

.

.

 

 

 

พรวด!!!!!!! 

 

ของเหลวสีขาวพุ่งทะลักออกมาจนเปรอะเปื้อนกางเกงสีขาวแสลต  พร้อมเสียงครางต่ำที่เผลอหลุดเล็ดรอดออกจากไรฟันที่ขบแน่น   ร่างสูงผมสีขาวหยุดขยับกายไม่ไหวติ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจถี่แรงเท่านั่นที่ยังบ่งบอกว่าเบียคุรันยังคงมีชีวิตอยู่

 

“นี่มัน..เรื่องบ้าอะไรกัน?” คำถามตัวเองทั้งเสียงแหบพร่า   ตาคู่คมจ้องมองมือหน้าที่ใช้ช่วยตัวเองจนชโลมคราบน้ำรักเต็มมือ  ด้วยสีหน้าสับสนเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

 

 

 

 

เกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่…

ทำไม..ถึงได้เกิดอารมณ์กับเด็กนี่มากมายขนาดนี้…

 

 

 

 

 

“ชิ!!!”  ทิชชู่ในกล่องบนโต๊ะทำงาน ถูกดึงออกมาเช็ดของเหลวบรรจุเซลล์สืบพันธุ์เป็นล้านๆ ตัว จนหมดเกลี้ยง ก่อนจะถูกนำไปทิ้งลงถังขยะในห้อง  “วันนี้มีแต่เรื่องบ้าๆทั้งนั้น…” มือหนาบัดนี้กลับสะอาดสะอ้านแล้วยกขึ้นมาเสยผมลวกๆ

 

 

 

บ้าที่สุด…ก็คือตัวเราเอง…

 

 

 

“ไม่เข้าใจเลยจริงๆ” ชายผมขาวกัดฟันแน่น มือหนากุมขมับตัวเองพร้อมเอนตัวพิงนั่งกับเก้าอี้นวมสีโปรดเหมือนสีผมของเขา

 

 

แอ๊ดดดดด….

 

ประตูห้องทำจากไม้สักชั้นดีเปิดออกอย่างเชื่องช้า  ตามด้วยผู้มาเยี่ยมเยียนที่ทำเอาหนุ่มผมขาวรีบปั้นสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตามสกิลแหลทันที  “มาหาฉันเวลาแบบนี้…เดี๋ยวสึนะโยชิคุงจะเข้าใจผิดน้า..ฮิบาริคุง?”  คำพูดล้อเลียนสร้างความขำขัน หาได้ทำเปลี่ยนสีหน้าโมโหโทสะ ไม่พอใจของหนุ่มผมดำมาดขรึมโหด  ร่างสูงเดินตรงเข้ามาในห้องทำงานของเบียคุรันโดยรอฟังเจ้าของห้องอนุญาต

 

 

“แก…ซ้อมเด็กสองคนนั่น…” ฮิบาริเอ่ยเสียงเย็นเชียบประกอบกับสีหน้าตายไร้อารมณ์เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด  กลับเรียกรอยยิ้มออกจากปากหนาได้รูปของบุคคลผมสีงาช้าง “หึหึหึ…ฉันก็แค่…ทำหน้าที่การดูแลห้องโกคุโยตามฮิบาริให้ไง”

ตาสีดำวาวโรจน์ขึ้นทันที สบตาสีอเมทริซ์เบื้องหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ  ผิดกับเบียคุรันยังคงตีหน้าซื่อไม่รู้ร้อนรู้หนาวชวนถีบเช่นเคย       ขายาวเริ่มขยับก้าวเข้าไปหมายจะขย้ำคนผมสีพิสุทธิ์ให้ตายโทษฐานกรทำการหักหน้าเขาซึ่งเป็นถึงฝ่ายปกครอง   ทว่า…นัยน์ตาสีดำคมดุจเหยี่ยวสะดุดเข้ากับร่างหลับพริ้มหายใจถี่สม่ำเสมอบนโซฟา

 

 

พลั่น!!!สีหน้าดุร้ายราวกับสัตว์ป่ากินเนื้อของฮิบาริแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ จนคนอารมณ์ดีถึงกลับชักสีหน้าฉงน

“หึหึหึ แบบนี้นี่เอง… เพราะโรคุโด มุคุโร่สินะ…”

 

เบียคุรันถึงกับชักสีหน้าออกทันที  รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกจากตัวหนุ่มผมขาวจนฮิบาริรู้สึกได้   ดวงตาสีรัตติกาลเหลือบมองคนนั่งบนเก้าอี้นวมสีขาวหิมะด้วยหางตา   หน้าคมคายหล่อเหลาของเรือนผมดำยังคงฉีกยิ้มแสยะพึงพอใจออกมาไม่เปลี่ยน  “หึ…จี้ใจดำรึไง…เบียคุรัน เจสโซ่…”

 

 

 

 

 

โครม!!!!!!!!!

 

 

 

เก้าอี้สีขาวล้มลงกระแทกพื้นเสียงดัง  ทำเอามุคุโร่สะดุ้งตื่น  ดวงหน้าสวยเฉียบมองไปรอบๆทั้งสีหน้าฉงน ก่อนจะเบิกตาโพลงกว้างเกือบถลน ทันทีที่พบว่าอาจารย์หนุ่มเบียคุรันอยู่ในท่ากระชากคอเสื้อหมายต่อยอาจารย์ฝ่ายปกครองฮิบาริ เคียวยะ แต่เจ้าตัวชายผมดำกลับถือพลองเหล็กรู้จักกันในนามทอนฟา จี้จนเกือบแนบบริเวณลำคอของคนหาเรื่อง แถมผิวเรียบลื่นของเหล็กกลับปรากฏหนามแหลมคมที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนด้วย

 

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!” เสียงหวานใสคุ้นหูแหกปากตะโกนดังลั่น จนมุคุโร่หันไปมอง พบว่าเจ้าของเสียงคือ ผู้อำนายการโรงเรียนหน้าละอ่อนในชุดสูทสีเทาลายทางสีดำวิ่งเข้ามาแทรกกลางแยกบุรุษร่างสูงสองคนให้ออกห่างจากกัน

“นี่มันสถานศึกษานะครับ!!ไม่ใช่ที่ๆพวกคุณเคยอยู่!!!” สึนะโยชิโวยวายใส่ฮิบาริกับเบียคุรันอย่างลืมตัว  เมื่อได้สติและสังเกตเห็นสายตาพิฆาตของหนุ่มผมดำเข้า  เจ้าตัวจึงรีบตะครุบปากเล็กอิ่มของตน ตามด้วยสีหน้าซีดเผือกจนเกือบเป็นสีขาวไก่ต้ม     “หึ…นั่นซินะ…ฉันลืมไปซะสนิทเลย…”  ชายผมดำหลับตาลงสงบอารมณ์ครุกกรุ่นอยากนองเลือดเอาไว้ พร้อมเก็บทอนฟาเข้าใต้แขนเสื้อสูทสีดำ     ก่อนปรายสายตาเยาะเย้ยใส่หนุ่มผมขาวเบื้องหน้า   ทำเอาเบียคุรันกำหมัดแน่นกว่าเก่า

 

 

 

 

 

“ผมว่าคุณฮิบาริรีบไปสอนภาญี่ปุ่นดีกว่าครับ ชั่วโมงต่อไปคุณต้องสอนนะ” สึนะเห็นท่าไม่ดีรีบเปลี่ยนเรื่องเบนประเด็นความสนใจของคนรัก  ฮิบาริยังคงทำสงครามสายตากับเรือนผมขาวไร้ซึ่งแว่นตาบังนัยน์ตาสีม่วงวาวโรจน์   ก่อนเป็นฝ่ายเลิกราไปเพราะแรงสะกิดเขย่าแขนเขาเบาๆโดย ผอ. สุดป๊อด

 

หนุ่มร่างสูงสะบัดแขนออกจากแรงเกาะแกะของชายผมน้ำตาลฟูและเดินออกไปจากห้อง   ร่างเล็กถอนหายใจอย่างโล่งอกมือหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อสูทเทาขึ้นมาซับเหงื่อไหลย้อยบนหน้าผากเบาๆ    แล้วเดินออกไปจากห้องสีขาวสถานที่ทำงานของเบียคุรัน

 

-โชคดีนะเนี้ย ที่เรามาเดินตรวจเล่นแถวนี้ ไม่งั้นมีหวัง…โรงเรียนมรดกตกทอดจากรุ่นทวดได้พังพินาศแน่-

 

 

 

 

 

ความเงียบสงัดกลับมาอีกครั้ง ไม่วายยังปกคลุมด้วยบรรยากาศอึกครึม ราวกับแรงระเบิดที่หล่นลงมายังไม่หมดเพียงเท่านี้

มุคุโร่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก  อัญมณีสองสีฉายแววสับสนงุนงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้น

 

 

 

ทำไม…ไอ้เผือกนั่นถึงทำท่าจะมีเรื่องกับอาจารย์ฮิบาริ

แล้ว…ไหนจะเรื่องที่ผู้อำนวยการพูดอีก….

 

 

 

นี่มันสถานศึกษานะครับ!!ไม่ใช่ที่ๆพวกคุณเคยอยู่!!!”  

 

 

 

มันเรื่องอะไรกัน?

 

 

.

.

.

 

 

RRRRRRRRRRRR

 

โทรศัพท์มือถือส่งเสียงร้องริงโทนเพลงเกาหลีฮิตของสาวผมไพลิน ทำให้มุคุโร่ตื่นจากความคิดแล้วรีบหยิบจากกระเป๋านักเรียนที่อีกฝ่ายไปฉวยหยิบมาให้ขึ้นมากดรับสาย

[คุณหนูกระผมมาจอดรถรอแล้วนะครับ] ปลายสายเป็นเสียงแหบพร่าคุ้นหูของพ่อบ้านวัยชราของเธอ  มุคุโร่เลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน  นัยเนตรสีไม่เข้ากันเหลือบสังเกตเห็นนาฬิกาสีขาวบนฝาผนังห้อง เข็มทำจากเหล็กสีทองปัดชี้บ่งบอกเวลาเลิกเรียน ทำเอาสาวผมทวินเทลถึงกับเผลอตัวทำหน้าตาตื่นกับการหลับสนิทยาวนานอย่างไม่รู้ตัว  ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์เมื่อครู่

เธอก็คงไม่ตื่นขึ้นมาแน่….

 

 

 

ดวงตาสองสีแอบลอบมองยังหนุ่มผมสีงาช้าง…ร่างสูงยังคงยืนนิ่งไม่ขยับจากจุดเดิม…

ปากอิ่มเม้มแน่นอยู่นานกับความคิดสองจิตสองใจ …ระหว่างกลับไปเฉยๆ….หรือ….คุยถามเรื่องราวให้รู้เรื่องกับอาจารย์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ตรงหน้า….

 

 

แต่แล้วท้ายที่สุด…เธอก็เลือกที่จะกลับไป โดยไม่ล่ำราเจ้าของห้องซักนิดเดียว….

 

 

 

TBC

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s