[AuFic KHR][10069]punish for you/Part15

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

++++++++++++++++++++++++++++

Part  15

 

 

 

ยามราตรีมืดมิด บ้านเรือนในละแวกนามิโมริพากันดับไฟ เหลือแต่แสงเหล่าดวงดาราส่องสว่างระยิบระยับ ประดุจเพชรเม็ดงาม    หากแต่…กลับมีอัญมณีสองสีไม่เข้าคู่…แซฟไฟน์และรูบี้  บนวงหน้าสวยงามชวนหยุดลมหายใจเหล่าบุรุษ

ประกายวาววับขึ้นในห้องนอนกว้างใหญ่มืดสนิท

 

 

นอนไม่หลับ…

 

 

มุคุโร่มุ่นคิ้วลงหงุดหงิดกับอาการของตัวเอง  ร่างเพรียวกระสับกระส่ายเปลี่ยนท่านอนจากหงายมาเป็นตะแคง

และพยายามข่มเปลือกตาลง แต่ท้ายสุดก็กลับลืมโพล่งขึ้นมาอีกครั้ง  “บ้าจริง…” ปากอิ่มสีชมพูเอ่ยพึมพำเบาๆ  ก่อนจะกลับตัวมาในท่านอนหงายอีกครั้ง ทำเอาเส้นผมแพรไหมสีน้ำเงินยาวสะบัดพลิ้วตามทุกท่วงท่าขยับ  และสยายกระจายไปเกือบทั่วผืนเตียงนุ่มสีขาวไซส์คิง       หญิงสาวมุ่ยหน้าลงกับความคิดสงสัยซ้ำไปมาในหัว แถมไม่มีท่าทีจะหยุดไปง่ายๆเสียด้วยในค่ำคืนนี้

 

 

 

นี่มันสถานศึกษานะครับ!!ไม่ใช่ที่ๆพวกคุณเคยอยู่!!!” 

 

 

 

“พวกเขาเป็นใครกันแน่นะ ทั้งอาจารย์ฮิบาริ และก็…”  พอนึกถึงอาจารย์ที่ปรึกษาผมสีงาช้าง เจ้าของรอยยิ้มเทวดาหลอกลวง    หน้าของเธอถึงกับรู้สึกร้อนขึ้นทันที  ร้อนเสียจนตัวเธอเองสงสัย…จะว่าเป็นไข้ก็ไม่ใช่  ถ้าเป็นเช่านั้นมันคงจะไม่ร้อนเอาเฉพาะยามนึกถึงอาจารย์สีเผือกนั่นหรอก…

 

 

“ความรู้สึกนี่…คืออะไรกันแน่นะ?”

 

 

.

.

.

 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับท่านมุคุโร่!!!!”  เสียงคำรามเจื้อยแจ้วห่างหายไปนาน ทำเอาสาวผมทวินเทลสีไพลินสะดุ้งโหยงทันทีที่ขาเพรียวยาวก้างลงจากรถเบนซ์สีดำ   มุคุโร่หมุนตัวไปมองต้นเสียง  ดวงหน้างดงามสวยเปล่งปลั่งดั่งธรรมชาติเต็มไปด้วยสีหน้าประหลาดใจและดีใจภายในเวลาเดียวกัน “เคน!!!ทุกคน!!!”

 

 

บรรดาชายหนุ่มขาโจ๋จอมซ่าส์ของโรงเรียนวองโกเล่ ในสภาพมีผ้าพันแผลบนตัวประปรายหน่อยๆ แต่ไม่มากนัก

วิ่งถลาเข้ามาหาสาวผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งโดยหาได้ดูสังขารของตัวเอง ที่พึ่งหายเจ็บพอปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาลได้

“ท่านมุคุโร่!!พวกผมขออภัยจริงๆครับ!!!” นักเรียนชายห้องโกคุโย 7 คนพร้อมใจโค้งคำนับให้อีกฝ่าย  มุคุโร่รู้สึกหน้าขึ้นสีอับอาย ที่กลับกลายเป็นจุดเด่นสะดุดตาของเหล่านักเรียนครูอาจารย์   แต่ก็กลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มตามด้วยคำพูดเสียงหวานๆปราม “คึหึหึหึ ลุกก่อนดีกว่าค่ะ   แล้วมีเรื่องอะไรพวกเราไปคุยในห้องโกคุโยเถอะ”

 

 

เมื่อสาวเจ้าว่าอะไร เหล่าหนุ่มๆก็ว่าตาม เพราะเคารพการตัดสินใจและคำตักสินของมุคุโร่ คือคำเด็ดขาดที่พวกเขาจะขัดมิได้

“ครับ!!!”

 

 

.

.

.

 

 

“เรื่องเบียคุรัน ฉันรู้แล้วว่าเขาซ้อมพวกเคน” มุคุโร่ทรุดนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ของเธอ สับขาไขว้ไปมาจนโผล่เห็นกางเกงในลูกไม้สีครีมขนาดเล็กน่ารัก เสียจนพวกผู้ชายในห้องโกคุโยเผลอทำตาเคลิ้ม ก่อนจะดึงสติมาเรื่องที่คุยค้างคาไว้

“คะ..คือผม..ขออภัยจริงๆที่ไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ มันน่าคว้านท้องตัวเองให้ตายจริงๆ” ซาโตชิหนุ่มผมแดงตัดเกรียนข้างหนึ่ง  สำนึกผิดจนน้ำตาไหลพราก ก่อนจะคว้ามีดด้ามพกขึ้นมาถอดฟักออก  จนพวกเพื่อนต้องเข้ามารั้งห้ามคนที่จะฆ่าตัวตายในไม่ช้า  “อย่าเลยค่ะ!!เรื่องมันผ่านมาแล้ว ปล่อยๆไปเถอะ” มุคุโร่รีบร้องห้ามปรามอีกฝ่าย

 

 

“แต่ว่า…ไอ้เผือกนั่นไม่ธรรมดาจริงๆนะครับ..เอาไงดีครับท่านมุคุโร่” ชายผมสีทองหน้าบากพูด ชักสีหน้าละเลิ่กละลั่กเด่นชัด แสดงความรู้สึกหวาดหวั่นไม่ต่างจากสมาชิกกลุ่มเพื่อนที่ถูกส่งเข้าไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มเป็นเวลาหลายเดือน

ความเจ็บตามตัว และแผลที่หายสนิทกลับรู้สึกระบมขึ้นมาทันที  จนเคนมิอาจซ่อนสีหน้าอารมณ์กลัวขี้ขึ้นสมองไว้ได้

 

 

มุคุโร่จ้องมองท่าทางของบุรุษที่ถือเป็นองค์รักษ์ของเธอนานสองนาน  ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วเบือนหน้าหันไปมองวิวนอกหน้าต่าง  ลมจากข้างนอกพัดพาเข้ามาให้ความเย็นสดชื่นยามเช้า รวมถึงเส้นผมยาวสลวยต้องสีตะวันอ่อนๆในนภาสดใสพลิ้วไหวดุจผ้าม่านราคาแพง  “ช่างมันเถอะค่ะ..เราก็อยู่ของเรา เขาก็อยู่ของเขาไป..”

 

 

คำตอบคาดไม่ถึงจากปากนุ่มสีกลีบกหลาบแรกแย้ม  สร้างความตกตะลึงให้นักเรียนในห้องโกคุโย  แม้แต่พวกมินะเองก็อดเงี่ยหูฟังไม่ได้

 

“ทะ..ท่านมุคุโร่!!หมายความว่า จะปล่อยให้ไอ้หมอนั่นมาเป็นที่ปรึกษาห้องเรางั้นเหรอครับ!!!” เคนร้องลั่นเสียงดัง

“คึหึหึหึ  คงต้องอย่างงั้นแหละค่ะ อีกอย่าง…ไม่กี่เดือนข้างหน้า พวกเราก็จะจบ ม. 6 แล้ว และก็ต้องเอ็นทรานอีก ถ้ามาเสียเวลาทำตัวเหมือนเมื่อก่อน ก็คงไม่ดีกับทุกคนแน่จริงไหมคะ?”   มุคุโร่พูดส่งยิ้มหวานนางฟ้าให้   แน่นอนทำให้นักเรียนชายพยักหน้าตามโดยไม่ติดใจสงสัย  ตรงกันข้ามกับบุรุษสวมแว่นตาเพียงคนเดียวที่เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวร่างบางผมสีครามเข้ม    แม้ว่ามุคุโร่จะทำตัวเย้ายวนลึกลับเหมือนเดิม หลอกลวงคนอื่นๆเรื่อยไป

 

 

 

 

ครืด!!!!

 

 

ประตูห้องเรียนเก่าเขรอะกระป๋องสเปรย์สี  เลื่อนเปิดออกทำให้เหล่าประชากรห้อง 3 – C หรือที่รู้จักกันในนาม โกคุโย

รีบวิ่งกลับที่นั่งจ้าละหวั่น  อันเนื่องจากคาบสอนเช้าวันแรกนี้ เป็นวิชาฟิสิกส์ ผู้สอนก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก อาจารย์ที่ปรึกษามากปริศนาเบื้องหลังเป็นสีขาว ไม่ต่างจากรูปลักษณ์ของเขา…เบียคุรัน…

 

 

 

“!!!!!!!”

 

ทุกคนในห้องชักสีหน้าแปลกประหลาดใจ  จับจ้องมองร่างที่เดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้ากระดานสีดำ

หาใช่บุรุษร่างสูงผมสีพิสุทธิ์…กลับเป็นสตรีผมสีทองซอยสั้นๆดัดม้วนพองาม ดวงหน้าสวยใสนิ่งเรียบเหมือนปลาตายท้องกลม ชวนเคลิ้มไม่ต่างจากเสน่ห์ของไอดอลสาวแห่งวองโกเล่แม้แต่น้อยจ้องมองนักเรียนห้องโกคุโยรอบๆทั้งสายตาไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ

 

หญิงสาววางเท็คฟิสิกส์ฉบับภาษาอังกฤษเล่มหนาปึกลงบนโต๊ะอาจารย์   แล้วหันมาพูดคุยกับเด็กๆในห้องด้วยเสียงราบเรียบ “วันนี้อาจารย์เบียคุรันลาป่วย  ดังนั้น..ครูจะสอนต่อจากเนื้อหาต่อจากที่อาจารย์เบียคุรันค้างไว้นะ”

อาจารย์สาวนามว่าสปาน่า เปิดหนังสือตรงหน้าที่ใช้แถบสีแปะกั้นเอาไว้  ก่อนหมุนตัวกลับไปขีดเขียนกระดานดำโสโครกไม่ได้ลบซักนิด

 

 

 

“เฮ้ยๆ ได้ยินไหมว่ะ…ที่อาจารย์สปาน่าพูดเมื่อกี้” หนุ่มผมแดงสีแรงสะดุดตานาม ซาโตชิ เอามือป้องปากกระซิบพูดกับหัวโจกกลุ่มผมสีทองมีแผลเป็นน่ากลัวถากยาวตรงสันจมูก

“ชัดแจ๋วเลย..ไอ้เผือกไม่มาสอนว่ะ สงสัยกลัวพวกเราเอาคืนแหงๆ”  ท่าทีหง่อยกลับมาผยองอีกครั้ง  สมาชิกกลุ่มเคนพากันหัวเราะคิกคักหาได้สนใจกับเสียงบรรยายเนิบๆของสาวผมทอง

 

 

 

-ไอ้เผือกนั่น…ไม่มางั้นเหรอ…-

ทั้งที่ควรจะดีใจเหมือนกันพวกกลุ่มนักเรียนชาย แต่ตัวเธอกลับรู้สึกว้าวุ่นใจอย่างมาก ในหัวคิดถึงสาเหตุต่างๆนาๆที่ทำให้ อาจารย์โอโม่จอมหื่นหายหัวเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้ามาสอนในโรงเรียน

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณรึเปล่านะ?” เจ้าของเรือนผมไพลินทวินเทลพึมพำกับตัวเอง  หารู้ไม่ว่ามีจิคุสะแอบดักฟังคำพูดของเธออยู่อย่างเงียบๆ

 

 

 

 

.

.

.

.

 

 

วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว  อาจารย์สปาน่ายังคงเข้ามาสอนฟิสิกส์แทนเบียคุรันเหมือนวันก่อนๆ

เหล่านักเรียนในวองโกเล่เริ่มกุสร้างข่าวลือพูดต่อๆกันต่างๆนาๆ  บ้างก็ว่า อาจารย์เบียคุรันทนไม่ไหวทีต้องทนเป็นที่ปรึกษาห้องโกคุโย  บ้างก็ว่าหลบหน้าพวกเคนที่ออกจากโรงพยาบาล เพราะกลัวจะโดนพวกนี้กระทืบเหมือนครูคนก่อนๆ

 

 

“ไอ้พวกบ้านนี้ มีแต่กุเรื่องเสียๆหายๆให้ห้องเราจริง” สาวผมฟ้าสมาชิกห้องโกคุโยชักสีหน้าหงุดหงิด กระแทกก้นนั่งลงบนเก้าอี้เหมือนเพื่อนสาวในกลุ่มจองเธอ  “ก็ดีแล้วนี่มินะ..จะได้รู้บ้างว่าใครใหญ่ ฮ่าๆๆๆ” หนุ่มผมทองชี้ไม่เป็นทรงยกเท้าขึ้นเหยียบโต๊ะชูกำปั้นโชว์กร่างหัวเราะเสียงดังลั่น  โดยมีนักเรียนชายในห้องโกคุโยทั้งหมดส่งเสียงโห่ร้องสนับสนุน  ตรงกันข้ามกับสีหน้าสาวๆกลุ่มมินะตั้งหน้าแขวะหมั่นไส้    ก่อนเพ้อรำพันนึกถึงอาจารย์เจ้าเสน่ห์สุดหล่อที่หายหน้าหายตาไป

 

 

 

ร่างเพรียวผมสีไพลินดูเหมือนจะปกติที่สุด หญิงสาวยังคงตีสีหน้าราบเรียบไม่รู้สึกรู้สาอะไร  พอมีคนเข้ามาคุยเรื่องนี้เธอก็แค่ยิ้มเหยียดลึกลับ แสดงท่าทางพึงพอใจ  แม้ว่าเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น

 

 

 

ทำไม…

รู้สึกเหมือนขาดหาย  โหวงเหวง  แบบนี้นะ….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คุณหนูขอรับ..” ชายชราชุดพ่อบ้านสีดำกางเกงสีเทาลายทางขยับปากเรียกชื่อหญิงสาวผมไพลินมัดทวินเทลในชุดนักเรียนเครื่องแบบวองโกเล่หลังรถ    มุคุโร่สะดุ้งหน่อยๆ ก่อนละสายตาจากกระจกรถเบนซ์คันหรูสีดำกลับมายิ้มหวานให้คนสนิทเปรียบดั่งพ่อของเธอ “ว่าไงคะ?วาตาริ..”

 

“คุณหนูดูไม่สดชื่อเลยขอรับ..ช่วงนี้มีอะไรกังวลใจอยู่หรือเปล่า?” นัยน์ตาสีเทาขุ่นฉายแววอ่อนโยนเสมอๆมองหน้างดงามสวยโฉบ ผ่านกระจกรถ    นัยน์ตาอัญมณีสองสีสั่นระริกอยู่แว๊บเดียว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแววตาลึกลับยากหยั่งถึงพอๆกับรอยยิ้มแย้มตามด้วยคำพูดหวานล้ำเช่นทุกครา “คึหึหึหึ  ไม่มีอะไรหรอกค่ะวาตาริ แค่วิตกเรื่องเรียนต่อมหาลัยนิดหน่อย”

 

 

 

วาตาริหัวเราะเบาๆ ใบหน้าเหี่ยวย่นแต่คงความดูดีสะอาดสะอ้านตามรูปลักษณ์พ่อบ้าน ยกยิ้มโล่งอกโล่งใจออกมาทันที  แล้วหันกลับไปตั้งสมาธิขับรถเดินทางกลับคฤหาสน์โรคุโด

ร่างบางผมน้ำเงินยาวสลวยมัดแกละสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายเลิกสนใจตัวเธอแล้ว  จึงแอบถอนหายใจเบาๆ ตาคู่งามหันกลับมาจับจ้องวิวข้างทาง ซึ่งเป็นย่านศูนย์การค้าของจังหวัดนามิโมริ ถึงแม้เวลาจะเป็นช่วงยามเย็นแสงสีส้มแดงจากฟากฟ้า  แต่สถานที่นี้ยังคงพลุกพล่านผู้คนและร้านค้ายังคงเปิดทำการต่อไป

 

 

“เอ๊ะ!!!” มุคุโร่อุทานเสียงดัง  นัยเนตรต่างสีไม่เข้าคู่เบิกกว้างสุดขีด

จับจ้องมองไปยังร่างสูงสีขาวสะดุดตาในหมู่คนจำนวนมาก  แม้จะฉาบสีส้มทองของอาทิตย์ยามเย็นเหมือนคนอื่นๆและสิ่งก่อสร้างทั้งหมดก็ตามทีเดินเคียงคู่กับใครบางคนที่ตัวเตี้ยกว่า   เลยมิอาจมองเห็นได้ว่าเป็นใครเพราะผู้คนที่มาจับจ่ายท่องเที่ยวร้านค้าพากับบังร่างนั้นหมด    แต่ตาของมุคุโร่ก็ไวพอจับได้ว่าคนๆนั้นมีผมสีชมพูอ่อนยาวสลวยประบ่า

และร่างที่เล็กบางแบบนั้นจึงเดาได้ว่าเป็นสตรีเพศแน่นอน!!!

 

 

“คุณหนูมีอะไรหรือเปล่าขอรับ? “  ชายแก่ตำแหน่งพ่อบ้านเหลียวตากลับมามองหญิงสาวที่นั่งเบาะหลัง ทั้งสีหน้าฉงน

“วาตาริ..จอดรถที..ฉันลืมเอกสารไว้ที่โรงเรียน..” เรือนผมสีน้ำเงินเข้มดุจทะเลลึกออกคำสั่งเสียงเย็น  จนวาตาริชักสีหน้าตกตะลึง นัยน์ตาสีเทาขุ่นเต็มไปด้วยความลังเลสับสนกับท่าทีของคุณหนูของเขา แต่ก็ทำตามคำสั่งชะลอจอดรถโดยดี

 

 

 

มือบางเปิดประตูรถเบนซ์สีดำเข้มพรวดพราดวิ่งออกไปในฝูงชนแออัดนั่น  ทำเอาชายชราถึงกับหน้าเหวอแล้วรีบเปิดประตูจะวิ่งตามหญิงสาวเข้าไป ทว่า…ด้วยแข้งขาที่ผอมอ่อนแรงตามวัย ทำให้วาตาริถึงกับเกือบทรุดล้มไปนอนกับพื้นยังดีที่ยันเสาไฟต้นสูงริมถนนไว้ได้  พอเงยหน้ามาอีกทีก็ไม่พบหลังเล็กบางของคุณหนูมุคุโร่เสียแล้ว…

 

 

 

 

 

TBC

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s