[AuFic KHR][10069]punish for you/Part17

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 17

 

 

ความโชคดี..จักอยู่ข้างเราตลอดไปเช่นนั้นหรือ!?

 

 

ความเย็นกระทบร่างเพรียวบาง เสียจนเจ้าตัวต้องขยับ..เข้าหาความอุ่นใต้ผ้าห่มหนา  ทว่า…กลับไม่ได้ช่วยให้ผิวกายขาวเนียนนั่นอบอุ่น กลับเย็น…เสียจนขึ้นเป็นสีขาวซีด เปลือกตาบางกระปริบเล็กน้อย ก่อนค่อยๆลืมตา…ฝีนเปลือกตาแสนหนักอึ้ง….

 

 

“โคม…ไฟ..” อัญมณีสองสีปรือมองเพดานห้องสีขาวสะอาด  โคมไฟสีส้มทองโครงโบราณส่องแสงสลัวๆจนดูน่ากลัว

“!!!!!!!” มุคุโร่ตื่นเต็มตา และเด้งตัวลุกนั่ง ผ้าห่มสีแดงเข้มเลือดหมูไถลมากองตัก เผยให้เห็นเรือนร่างของตน…เปลือยเปล่า….

 

เรือนผมสีไพลินยาวสลวยไม่ได้มัดแกละอีกต่อไป กลับปล่อยทิ้งเหมือนแพรไหมคลอผิวกายสีขาวของเธอ  มือบางสั่นระริกสิ่งเดียวที่ทำได้คือหยิบผ้าห่มขึ้นมาปกปิดทรวงอกนุ่มนิ่ม  ดวงเนตรสองสีมองไปรอบๆห้องสีขาวครีมปูพรมแดงผ้ากำมะหยี่…

 

“ฮึก!!!” ปากเล็กอิ่มสั่นจนฟันกระทบกันพร้อมร่างกายสั่นเท้าเฉกเช่นลูกนก  ประหนึ่งหวาดกลัว..ประหนึ่งเสียใจ

น้ำตาไหลอาบแก้มใสพรูพรั่งไม่หยุดหย่อน…รู้สึกขยะแขยงร่างกายตัวเองขึ้นมาทันที..และในหัวเธอเริ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นไปได้ช่วงที่เธอ…ไม่ได้สติ

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” กรีดร้อง…ร่ำไห้…เจ็บปวด..แหกปากราวกับคนเสียสติ มือบางขยุมจิกเส้นผมบนหัวจนยุ่งเหยิง  ดิ้นทุรนทุรายน่าสมเพชและอดสู

 

 

ไม่นานนักเสียงฝีเท้าย่ำเข้ามาในห้องด้วยความเร็ว ประตูห้องเปิดลงพร้อมชายฉกรรจ์ 2 คนวิ่งเข้ามา  ทั้งสองคนไม่พูดพร่ำทำเพลงตรงเข้ามาล็อกแขนแขนที่เหวี่ยงไปมาบนเตียงราวกับคนบ้า และพยายามออกแรงกดสาวผมไพลินลงนอนกับเตียงกว้างขนาดใหญ่สีขาว   “เฮ้ยๆๆ ใจเย็นๆ” เสียงทุ้มแหบพร่าตะคอกใส่  ทว่า..อีกฝ่ายเสียสติราวกับเป็นบ้าไปเสียแล้ว นัยน์เนตรคู่งามเบิกโพลงสุดขีด  แววตาคู่งามเหมือนจะจ้องมองคนมาเยือนทั้งสอง ทว่า…กลับไม่เป็นเช่นนั้น

 

 

เพี๊ยะ!!!!!!!!

 

 

ฝ่ามือหนาตบฉาดเข้าแก้มนุ่มของอีกฝ่ายเต็มแรง จนร่างของมุคุโร่เซถลาไปนอนกับพื้นเตียง

“คิเคียว!!!ตบผู้หญิงแบบนั้นได้ไง!!!”  ชายผู้ร้องห้ามปรามตอนแรก ถึงกับชะงักแรงลง จ้องมองหนุ่มเรือนผมสีเขียวยาวสลวยหยัดโศกในชุดสูทสีดำเนี๊ยบ  ใบหน้าคมคายติดหวานหน่อยๆ ดวงตาสีมรกตประดับมาสคาร่าและอายแชโดว์สีเขียวเหลือบมองหนุ่มมาดเซอร์ผมสีแดงยุ่ง  “อะฮร้า~ ซาคุโร่ไม่เข้าใจอะไรเลย ปฏิกิริยาแบบนั่นพูดอะไรไปก็ไม่ฟังหรอกต้องออกแรงแบบนี้แหละ”  คำตอบของคิเคียวทั้งรอยยิ้ม ทำเอาซาคุโร่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

 

ร่างที่บ้าคลั่งบนเมื่อครู่สงบนิ่งลง  และเริ่มขยับตัวยันจากผืนเตียงเรียกสติของคนทั้งสองกลับมา  คราวนี้คิเคียวรีบเข้าไปพยุงเด็กสาวผมสีไพลินขึ้นมานั่ง พลางจัดหมอนให้อีกฝ่ายพิงได้สะดวก  เป็นการกระทำที่ดูสุภาพอ่อนโยนจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนออกแรงตบเสียงดังฉาด!!!เมื่อครู่!!!

 

“ฮึก..ฮึก…”  ดวงหน้าสวยสะอึกสะอื้นไม่หยุดหย่อน  ก่อนซุกใบหน้านองน้ำตาและรอยมือนิ้วทั้ง 5 สีแดงช้ำบนแก้มกับหัวเข่าพลางกอดตัวเองแน่น

หนุ่มฉกรรจ์สองคนมองหน้ากันอย่างเข้าใจ  และถามไถ่ด้วยสายตาว่าใครจะพูดกับสาวร่างเปรอะบางผู้นี่…

“แกเลยคิเคียว” ชายมาดเซอร์ไว้หนวดหร่อมแหร่มโยนภาระหน้าที่ให้อีกฝ่ายทันที โดยไม่รอให้คู่สนทนาได้โต้แย้งเพราะเจ้าตัวเล่นทำเป็นเดินไปเท้าเอวมองพระจันทร์ริมหน้าต่างในห้องนอนนี่เสียแล้ว

 

ชายเจ้าของเรือนผมสีเขียวยาวสลวยถอนหายใจ ก่อนกลับมาฉีกยิ้มให้เด็กสาวผมสีไพลินพร้อมพูดปลอบขวัญอีกฝ่าย

“ไม่ต้องร้องแล้วนะ เธอไม่เป็นไรแล้ว”

 

 

“ไม่เป็นไรได้ไง!!!ฉันโดน…ฮึกๆฮือๆๆ”  มุคุโร่แผดเสียงดังลั่น จนคนปลอบผงะร่างถอยมือที่กำลังยืนไปลูบหลังลาดเนียนนั่นทันที  ทำเพียงจ้องมองคนที่ออกอาการเสียใจร้องไห้หนักกว่าเก่า…

 

ทว่า…จะนิ่งเงียบมองดูร่างเปลือยเปล่าที่ทำท่าจะเข้าใจผิดอีกครั้ง และอาจนำไปสู่สภาพคนบ้าคลั่งเหมือนเมื่อครู่ก็เป็นได้    ปากหนาจึงรีบพูดในสิ่งที่เขาจะอธิบายให้เด็กสาวผมไพลินฟัง  “เข้าใจผิดแล้ว!!ฉันจะบอกว่า..เธอไม่ได้ถูกพวกไกโดข่มขืน!!!” คนเสียงทุ้มนุ่มกลับกลายเป็นเสียงดุดัน…เสียจนบุคุษผมแดงขนคอหลังตั้งชัน และอดไม่ได้เหลือบตามามองเหตุการณ์

 

-อึ๋ย~ พึ่งเห็นคิเคียวทำหน้าดุก็คราวนี้แหละ-

 

 

 

มุคุโร่ผงะร่างนิ่งเงียบทันที  ดวงเนตรจับจ้องมองเข้าไปในตาสีมรกตแต่งอายแชโดว์สีเขียวอ่อนอยู่นานสองนาน  ทั้งแววตาเค้นถามและหวาดหวั่น

“ไม่ต้องห่วงนะ..ยังไม่มีใครได้แตะตัวเธอเลย”  เสียงใสกังวาลดังจากบานประตูที่เปิดขึ้นอีกครั้งโดยชายร่างสูงใหญ่ผมสีทองเสยหวีจนเรียบแปล้   เดินเข้ามาเคียงข้างกับเด็กสาวอายุราวๆ 11-12 ปี  เรือนผมสีดำยาวสลวยรวบมัดเป็นรากไทรยาวในชุดนอนสีขาวประดับลูกไม้พร้อม  ดวงเนตรสีแซฟไฟร์น่ารักสบตาเรือนผมไพลินยาวสลวย

ดูเหมือนว่าเด็กสาวตรงหน้าจะอ่านความคิดจากสายตาต่างสีคู่งามออก เธอจึงออกปากแนะนำตัวเองทันที

“ฉันชื่อยูนิ  เป็นน้องสาวของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้..พอดีพวกคิเคียวกับซาคุโร่ไปเที่ยวผับนั้นแล้วเห็นเธอกำลังจะถูกพวกไกโดอุ้มไปทำ…เออ…พวกเขาเลยเข้าไปช่วยแล้วพาเธอมาพักที่นี้นะ”  คำอธิบายของเด็กสาวทำเอามุคุโร่เบิกตากว้างตะลึงก่อนจะหันไปมองคนผมสีแดงและผมสีเขียวทั้งแววตาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

“ครับ..อย่างที่คุณหนูพูด ผมกับซาคุโร่ไปสังสรรค์แถวนั้น แล้วไปเจอเธอกำลังถูกอุ้ม  เลยเข้าไปช่วย”  คนที่ชื่อคิเคียวเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทั้งรอยยิ้มและเสียงสุภาพเหมือนตอนแรกๆ  ทำเอา ซาคุโร่เผลอชักสีหน้าเหลอหลาในทาทีเดี๋ยวโหดเดี๋ยวใจดีของหนุ่มสูทดำผมสีเขียว      “งั้นเหรอคะ?” เสียงหวานเอ่ยพูดด้วยสติและดุเป็นผู้เป็นคนออกมาครั้งแรก  มุคุโร่ถอนหายใจโล่งอกออกมา ทว่า…พอเห็นว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าดวงหน้าสวยขึ้นสีแดงก่ำไปถึงหูทันที  มือบางกระชับผ้าห่มสีเลือดหมูขึ้นมาปิดบังร่างกายตัวเองมากกว่าเก่า  พร้อมๆกับอาการสั่นเท้าอีกครั้ง แต่ก็ไม่พ้นสายตาอ่านใจทะลุถึงทรวงของยูนิได้  “เออ…เสื้อผ้าเธอมันเปรอะไวน์นะ..ฉันให้แม่บ้านเปลี่ยนเสื้อให้ แล้วก็ตอนนี้เสื้อผ้าก็ซักเรียบร้อยแล้วกำลังตากให้แห้งอยู่”  ยูนิตอบคำถามในใจของมุคุโร่

 

 

 

“ขะ..ขอบคุณค่ะ..คุณยู.. “  นิ้วเรียวยาวของสาวผมดำยาวสลวยยกมาแตะริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรือเบาๆ นัยน์เนตรสีน้ำเงินเข้มจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาอบอุ่นอ่อนโยนราวกับคุณแม่  เสียจน…มุคุโร่รู้สึกประหม่า

“ฉันอายุน้อยกว่าเธออีกนะ…เรียกชื่อฉันเฉยๆดีกว่า”  เสียงใสกล่าวขึ้นพลางใช้มือเลกของเธอวางลงบนมือเรียวบางสวยของมุคุโร่     ดวงเนตรสองสีสบตากลมโตคู่นั้นตอบ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกด้วยความประทับใจ

 

ทั้งๆที่อีกฝ่ายอายุน้อยกว่าเธอ..แต่กลับมีความคิดความอ่านเป็นใหญ่ยิ่งกว่าเธออีก…

 

 

“อะแฮ่ม!!นายสองคนออกไปกับฉันได้แล้ว ปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันสองคนเถอะ”  หนุ่มผมทองกระแอมไล่เสียง  พร้อมปรายตามองไอ้หนุ่มวัยใกล้ 30 สองหน่อในห้องที่ชักจะยืนมองเรือนผมสิไพลินยาวสลวยสภาพร่างเปลือยมากเกินไปแล้ว

ถึงแววตาของคนคู่นั่นจะไม่ได้คิดอะไร มองเหมือนเอ็นดูหลานสาวน้องสาวมากกว่า ถึงอย่างไรมันก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี

“เออๆ รู้แล้วน่า คุณพ่อบ้านแกมม่า” ซาคุโร่แห้วใส่พลางยกมือเกาหัวแกร๊กๆ ผิดกับคิเคียวหยิบเอาหวีพกพาขนาดเล็ดใต้เสื้อสูทสีดำมาหวีผมให้เรียบสง่าง่าม

 

 

ปัง!!!

 

ประตูห้องทำจากไม้สักชั้นดีปิดตัวลงสนิท  ในห้องนอนหรูหราไม่ต่างจากบ้านของมุคุโร่เหลือเพียงเด็กสาวสองคนเท่านั้น

ทำให้ความประหม่าของมุคุโร่ลดลงจากเดิมหลายเท่าตัว เพราะไม่ต้องมาอายเรื่องสรีระให้มากความ

“อ่า..ลืมไปเลย…ไม่ได้ใส่เสื้ออยู่นี้ ยูนิเอาเสื้อผ้ามาให้ด้วยละ”  เสื้อผ้าสีชมพูอ่อนๆพับไว้เรียบร้อยที่เด็กสาวผมสีดำยาวสลวยมัดรวบกอดแนบอกไว้ตลอดยืนมาให้มุคุโร่   ดวงเนตรสองสีจ้องมองเสื้อผ้าสีหวานจ๋อยนั่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจรับไว้พร้อมรอยยิ้ม  “คึหึหึ ขอบคุณมากนะคะ”

 

คำขอบคุณของหญิงหน้าสวยโฉบราวกับรูปปั้นนางฟ้าในวิหาร  ทำเอาแก้มใสของยูนิขึ้นสี  เจ้าตัวฉีกยิ้มน้อยๆออกมาพลางใช้มือเก้าแก้มแก้เก้อเขิน  “มะ..ไม่เป็นไรค่ะ..ขอบคุณโอนิซัง(พี่ชาย)ยูนิ ดีกว่า”

หญิงสาวเจ้าของผมสีไพลินยาวสลวยปล่อยสยายเลิกคิ้วสูงกับคำพูดของอีกฝ่าย  ใบหน้างามเอียงคอเล็กน้อยพร้อมกล่าวถาม

“ขอบคุณ?พี่ชาย?”

 

 

 

พลั่น!!!ใบหน้าเขอะเขินนั่น ซีดลงทันตาก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้าโดยไวทั้งรอยยิ้มแห้งๆ ตรงข้ามกับเม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า  “กะ…ก็..โอนีซังเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้นะ..และก็..อนุญาติให้พวกคิเคียวพาเธอมานอนพักฟื้นโดยไม่บ่นว่าซักคำ” คำพูดตะกุกตะกักของเด็กผู้หญิงอายุน้อยกว่า   สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้แก่มุคุโร่มากกว่าเก่า ราวกับว่าคนตรงหน้าไม่ค่อยอยากจะเอ่ยถึงพี่ชายของเจ้าตัวซักเท่าไหร่….

 

 

 

…แต่…เขาเป็นผู้มีพระคุณ…

จะซักไซ้ไล่ถามก็น่าเกลียด…ทำเฉยๆดีกว่า…

 

 

 

“จริงสิ!!ยังไม่ได้ถามชื่อเธอเลย!!ชื่ออะไรเหรอ?”  ยูนิเปลี่ยนเรื่องสนทนาด้วยการถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่าย

“มุคุโร่..โรคุโด มุคุโร่ค่ะ”  ปากเล็กอิ่มสีชมพูขยับพูดตอบ  เรียกรอยยิ้มอ่อนหวานสดใสดั่งนภาสว่างไสวของเด็กสาวผู้มีศักดิ์เป็นน้องเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้  “มุคุโร่..งั้นเหรอ..ชื่อเพราะดีนะ…”  จู่ๆ ร่างเล็กใต้ชุดนอนลูกไม้สีขาวขยับตัวเข้ามากอดร่างเปลือยนุ่มนิ่มของสาวผมสีไพลินนุ่มดุจแพรไหม  ทำเอานัยน์ตาสองสีฉายแววประหลาดใจและตกใจไปพร้อมกัน

“ฉันเรียกเธอว่า โอเน้ซัง(พี่สาว)ได้ไหม?” ใบหน้าหวานน่ารักช้อนตามองออดอ้อน ผิดกับท่าทีดูเป็นผู้ใหญ่เมื่อกี้ลิบลับ  กลายเป็นเด็กขี้อ้อนน่าทะนุถนอมทันตา

มุคุโร่สบตากลมโตสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มหวานตอบ “ได้สิค่ะ” ยูนิฉีกยิ้มร่าเริงจนแก้มปริ  แก้มยุ้ยๆขึ้นสีชมพูระเรื่อเสียจนมุคุโร่อดเอ็นดูไม่ได้  “ขอบคุณค่ะ โอเน้ซัง~”

 

 

 

ก๊อกๆ

 

“คุณหนูยูนิ ได้เวลาดื่มนมแล้วครับ”  เสียงทุ้มเข้มของแกมม่าดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องเบาๆสองสามที

เด็กผู้หญิงผมสีดำอมม่วงมุ่ยหน้าลงหน่อยๆ  แต่ทำตามพ่อบ้านของเธอแต่โดยดี  มือเรียวกำลังจะจับลูกบิดประตู  แต่แล้วเจ้าตัวกลับชะงักมือลงแล้วหันมายิ้มให้มุคุโร่ทิ้งท้าย  “โอเน้ซังใส่เสื้อฉันไปก่อนได้เลยค่ะ ถ้าเสื้อผ้าตากเสร็จเมื่อไหร่เดี๋ยวแม่บ้านจะเอาขึ้นมาให้นะ”

 

ดวงหน้างามฉีกยิ้มน้อยๆตอบอีกฝ่าย  ยิ้มส่งให้จนร่างเล็กบางในชุดนอนกระโปรงสีขาวลูกไม้โลลิต้าเดินออกไปจากห้องนอนพร้อมกับประตูปิดตัวลงโดยพ่อบ้านร่างใหญ่ผมสีทองเรียบ

อากาศค่อนข้างหนาวเย็น ประกอบกับเวลาบนนาฬิกาโบราณติดฝาผนังทำเอาใจดวงน้อยสั่น  “สามทุ่มแล้ว วาตาริต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ”  มือบางพยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของเธอ   ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอรีบร้อนลงจากรถไล่ตามเบียคุรันจนเผลอลืมเครื่องติดต่อสื่อสารไว้บนเลาะหลังรถ   “แย่จริง…”  ขาเพรียวยกขึ้นมาชันคู่อีกครั้งพร้อมกับแขนอรชรโอบกอดเอาไว้  ใบหน้าสวยซุกลงกับหัวเข่า  คิดถึงแต่บุรุษผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรงเดินเคียงคู่กับสาวปริศนาผมสีชมพู…

 

 

หยาดน้ำตาร่วงหล่นผล่อยๆ หยดลงบนผ้าห่มสีแดงจนเป็นดวงด่าง  เมื่อสาวเรือนผมสีไพลินรู้สึกตัวจึงรีบยกนิ้วขึ้นปาดน้ำตาออก      -หยุดคิดได้แล้ว เขาจะไปไหนกับใครไม่เห็นเกี่ยวกับเราซักหน่อย –

มุคุโร่สลัดความคิดต่างๆนาๆนั่นออกไปจากหัวแล้วหันเหความสนใจมายังเสื้อผ้าสีชมพูอ่อนที่ยูนิเอามาให้  มือบางหยิบเสื้อผ้ามาคลี่ดู…สิ่งที่เห็นทำเอาแก้มใสขึ้นสีทันที  ชุดนอนกระโปรงยาวถึงเข่าแขนตุ๊กตากระดับลูกไม้สีดำ ตรงกลางอกมีโบว์สีดำขนาดใหญ่ลวดลายลูกไม้พร้อย ชายกระโปรงก็ประดับลูกไม้แถมด้วยซับในสีดำอีกต่างหาก

 

 

-นี่มันชุดนอนตุ๊กตาแบบโลลินี้-

 

 

“นี่ฉัน..ต้องใส่เสื้อแบบนี้จริงๆเหรอ…”   = =”

 

.

.

.

 

 

 

บันไดหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์บิดโค้งจากชั้นสองลงมาตรงห้องโถงกว้างใหญ่ซึ่งปูพื้นดูหินอ่อนเช่นกัน  เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงมาเรื่อยๆ เรียกให้ใบหน้ากลมโตของเรือนผมสีดำยาวสลวนละจากนมในแก้วมองผู้เดินลงบันไดมา

“โอเน้ซัง!!ใส่ชุดนี้ดูน่ารักมากเลย” เด็กผู้หญิงลุกจากเก้าอี้วิ่งไปจับมือนิ่มอีกฝ่ายในสภาพเสื้อนอนสีชมพูอ่อนโลลิต้า และด้วยความสูงของยูนิทำให้ความยาวที่น่าจะถึงเข่าเหมือนเด็กผู้หญิงเจ้าของดวงตาสีน้ำเงิน  กลายเป็นว่ามันลอยขึ้นมาอยู่ครึ่งขาอ่อน ผมเผาก็ไม่ได้มัดแกละแต่ปล่อยยาวสลวยถึงกลางหลัง    แทนที่มันจะดูน่ารักเหมือนเจ้าของเสื้อ กลับกลายเป็นว่าหล่อนใส่แล้วดูน่ารักปนเซ็กซี่ในสายตาคนอื่นๆโดยไม่รู้ตัว

“อะ..เออ..”  มุคุโร่ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี ได้แต่ปล่อยให้น้องสาวเจ้าของบ้านจูงมือมานั่งเก้าอี้ห้องอาหารปูเบาะสีขาวประดับขอบไม้สักสีน้ำตาลเข้ม

“หิวอะไรไหม? จะได้ให้แกมม่าไปทำให้”  ยูนิถาม   หญิงสาวเรือนผมสีน้ำเงินเข้มกำลังจะอ้าปากปฏิเสธด้วยความเกรงใจคนอายุน้อยกว่าเธอชิงสั่งอาหารสำหรับมือดึกให้ทันที   แกมม่าโค้งตัวสุภาพตอบก่อนเดินหายเข้าไปในครัว

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก  ท้องของโอเน้ซังร้องด้วยนะ ตอนยูนิเข้าไปกอดนะ”  คำพูดอ่านใจและช่างสังเกตอาการของเรือนผมสีดำยาวสลวย สร้างให้ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงเข้ม จนเจ้าตัวไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่ก้มหน้างุดเหมือนเด็กน้อย  เรียกเสียงหัวเราะของเด็กสาวผมสีดำเข้าไปใหญ่

 

 

 

บางที….เป็นเด็กขี้อ้อนน่าเอ็นดูราวกับนางฟ้าตัวน้อย

บางที….เป็นเด็กมีความคิดความอ่านเหมือนผู้ใหญ่

 

 

ยูนิ…เด็กสาวผู้มีสองบุคลิก…

 

 

 

-เหมือนใครกันนะ?-  นัยเนตรสองสีจับจ้องคนดื่มนมในแก้วอย่างช้าๆ  พลางครุ่นคิดลักษณะนิสัยคับคล้ายคับคลาเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน……

 

 

…บางทีเธออาจคิดมากไปเองก็เป็นได้….

 

 

 

“พี่ชายยูนิอยู่ไหนเหรอ? “  มุคุโร่หาเรื่องสนทนากับนั่งเก้าอี้ข้างๆ   สิ้นคำพูดเด็กสาวตาสีน้ำเงินสำลักนมทันที

จนไอค่อกแค่กเป็นการใหญ่  ก่อนจะรีบเอาผ้ากั้นเปื้อนบนคอยกมาเช็ดปากเล็กสีชมพูเหมือนกุหลาบแรกแย้มนั่น

“แค่กๆ โอนีซัง(พี่ชาย)..คือ…อยู่ต่างประเทศค่ะ ทำงานบริษัท…อยู่ที่นั่นนะ..” ยูนิพูดทั้งรอยยิ้ม ทว่า…กลับดูหม่นหมองเศร้าสร้อยจนร่างบางรู้สึกสงสารและเข้าใจจิตใจของคนตรงหน้า

 

 

 

คงจะเหงา..สินะ…

เหมือนเรา…ท่านปู่เองก็เอาแต่ทำงานเหมือนกัน…

 

 

หมับ!!!

มือเรียวบางลูบหัวของเรือนผมสีดำนุ่มสลวย ก่อนออกแรงให้ศีรษะของยูนิเข้ามาอิงกับศีรษะของเธอ  ดวงตากลมโตสีน้ำเงินเบิกกว้างแปลกใจกับการกระทำของคนที่เธอขอเรียกว่าเป็นพี่สาว  ก่อนช้อนตามองใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนให้แก่คนอายุน้อยกว่า  “คงเหงามากสินะ…ฉัน..เข้าใจความรู้สึกนี้..”  ยูนิปรือตาลงดวงเนตรกลมโตคลอเบ้าน้ำตาเมื่อเจอคำพูดปลอบแทงเข้ากลางใจ  ใบหน้าน่ารักซุกเข้ากับทรวงอกนุ่มนิ่มจนมุคุโร่รู้สึกได้ว่าหน้าอกของเธอกำลังเปียกชื้นด้วยน้ำตาของเด็กผู้หญิง…

 

 

“ฮึก…โอเน้ซัง…ใจดีกว่าโอนีซังตั้งเยอะเลย ฮึกๆ”  คำพูดตัดพ้อว่ากล่าวพี่ชายทำเอามุคุโร่หัวเราะแห้งๆ แต่จะว่าไปเธอเองก็รู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้เอาเสียมาก  เพราะอะไรนะ?

ยูนิค่อยๆยันร่างออกมาอ้อมแขนของมุคุโร่อย่างช้าๆ  ขอบตากลมโตบวมเบ่งเห็นได้ชัด ก่อนเจ้าตัวจะใช้มือยกบาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ   ก่อนจะหันมาคลี่ยิ้มให้อีกฝ่ายตามด้วยคำขอบางอย่างที่ทำมุคุโร่เกือบตกเก้าอี้

“เปลี่ยนใจแล้ว..เรียกโอเน้ซังว่า อะนิโยะเมะ(พี่สะใภ้)ได้ไหมคะ?”   ตาสีน้ำเงินกลมโตแพรวพรายเป็นประกายความหวังเสียจนเจ้าของดวงเนตรสองสีสะอึก เกือบเผลอไผลตอบตกลง  แต่ความหมายของสรรพนามนั่น มันหมายถึงแต่งงานกับพี่ชายของเด็กคนนี้..คงจะ….

 

“เออ…เรียกพี่สาวเหมือนเดิมเถอะนะ คึหึหึหึ”  มุคุโร่หัวเราะในลำคอกลมเกลื่อน แม้ว่าคำตอบนั่นจะทำเอายูนิชักสีหน้าผิดหวังจนร่างบางผมไพลินเกือบขอเปลี่ยนใจไปตอบตกลงเสียด้วยซ้ำ    จังหวะเดียวกันแกมม่าเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมอาหารค่ำเป็นเสต็กเนื้อวัวชั้นดี เสริฟ์พร้อมขนมปังปิ้งทาเนยร้อยๆและสลัดผักสด   เรือนผมสีไพลินจึงอาศัยช่วงเวลานั้นเปลี่ยนเรื่องคุย ซึ่งยูนิก็คล้อยตามอีกฝ่าย    กลายเป็นว่าบนโต๊ะอาหารสีขาวใหญ่และกว้างนี่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นอีกครั้ง     เสียจนพ่อบ้านอดยิ้มไม่ได้ เช่นเดียวกับคิเคียวกับซาคุโร่ที่แอบมองจากหลังเสาบ้านทำจากหินอ่อน

 

 

.

.

.

 

“งั้นพี่ไปก่อนนะคะ ยูนิ”  ร่างเพรียวบางในชุดนักเรียนที่ซักรีดจนสะอาดไม่เหลือคราบของเหลวสีม่วงหันกลับมามองคนที่เดินมาส่งสองคนตรงทางบันไดหินแกรนิตสีดำ   ปากอิ่มฉีกยิ้มหวานให้เด็กสาวผมสีดำยาวสลวยที่ทำหน้าตาเสียดายจนแกมม่าต้องเข้ามาปลอบ  “ไม่เป็นไรหรอกคุณหนู  ถ้าคิดถึงคุณหนูก็โทรหาคุณโรคุโดก็ได้ครับ “   คำปลอบของหนุ่มร่างใหญ่ได้ผล  ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มออก  ทำให้คนหลายๆคนรู้สึกโล่งอกที่เด็กสาวผู้น่ารักคนนี้กลับมาร่าเริงขึ้นอีกครั้ง

“แล้วเจอกันใหม่นะ โอเน้ซัง ”  ยูนิโบกมือลาอีกฝ่าย  มุคุโร่ปรือตามองเด็กสาวไร้เดียวสาทั้งแววตาอ่อนโยน ก่อนจะโบกมือตอบกลับแล้วเดินขึ้นรถเฟอร์รารี่สีดำสนิทโดยมีซาคุโร่เปิดประตูหลังให้ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูที่นั่งคนขับ

 

 

เสียงสตารท์รถดังขึ้นตามด้วยคันรถราคาหรูขับเคลื่อนออกไป ข้ามผ่านสวนตัดแต่งงดงามในคฤหาสน์สีขาวบริสุทธิ์ออกไปจากรั้วบ้านจนลับสายตาคนยืนส่ง

ร่างเล็กของเด็กผู้หญิงหมุนตัวกลับกำลังจะเดินเข้าบ้านโดยมีพ่อบ้านคนสนิทของเธอเดินตามเบื้องหลัง  ทว่า…ร่างสูงของใครบางคนยืนขวางไว้ ยูนิชะงักตัวหยุดกับที่  “คุณหนู เรื่องไกโดเอาไงครับ? “  เสียงทุ้มของคิเคียวเอ่ยถาม

ทันใดนั่นใบหน้าน่ารักกลับดูเย็นชาทันที เสียจนดวงตาสีเขียวต้องสั่นไหวเช่นเดียวกับชายร่างสูงตำแหน่งพ่อบ้าน

“ถามฉันทำไม? นายคุยกับโอนีซางเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ”  คำตอบนั่นทำเอาปากหนาของเรือนผมสีเขียวยาวสลวยดัดลอนแสยะยิ้มทันที  ก่อนโค้งตัวลงรับคำอีกฝ่ายแล้วเดินจากไป…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผัวะๆๆๆๆๆๆ

 

โครม!!!!!!!!!!!!!!!

โครม!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

ข้าวของในร้านผับชื่อดังถูกถล่มราบเป็นน่ากลอง เหล่านักท่องเที่ยวยามราตรีวิ่งหนีออกจากร้านเหมือนหมาจุกตูด  ร่างสูงชุดสูทสีดำย่างสามขุมเข้าไปใกล้ชายชราร่างอ้วนสูทสีเงินที่ค่อยๆเดินถอยหลังทั้งขาสั่นพับๆ  ข้ามผ่านซากศพของลูกน้องหลายร้อยชีวิตจนกระทั้งแผ่นหลังชนกับผนังร้าน  ขาสั้นป้อมที่สั่นอยู่แล้วยิ่งออกแรงสั่นมาขึ้นก่อนจะทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น  “ดะ…ได้โปรด..วะ…ไว้ชีวิต..ด้วย…”

 

 

 

ร่างสูงเดินฝ่าวงล้อมชายใส่สูทสีดำ…บรรดาลูกน้องเกือบ 100 กว่าคน ซึ่งพวกลูกน้องก็แหวกทางให้ผู้เป็นนายเดินผ่านเข้ามา  ดวงตาสีเขียวจับจ้องร่างตรงหน้าเหมือนหมูแก่กำลังจะถูกพาเข้าโรงเชือดไม่ช้า ปากหนาตกระตุกยิ้มเย็น ก่อนใช้มือปัดผมยาวสลวยสีเขียวไปไว้ด้านหลัง  “อะฮร้า~ ผมเองก็ไม่ใช่คนใจดำหรอกครับคุณไกโด แต่ว่า…”

มือหนาล้วงไปหยิบอะไรบางอย่างใต้เสื้อสูทสีดำชุ่มเลือดจนได้กลิ่นคาวคลุ้งชวนเวียนหัวโยนให้ไกโด   มือป้อมสั่นเท้าไม่อาจยืนมือไปรับได้จึงทำได้แค่ใช้ตามองของที่ร่วงตกบนพื้น  พลั่น!!!ตาสีดำเบิกกว้างสุดขีดจนม่านตาหดเล็กลง

“ดะ…ได้โปรด!!บอกเขาผู้นั่นอีกครั้ง ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนั้นจะเป็น…”

“สายไปแล้วครับคุณไกโด…ท่านผู้นั้นตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว”  วัตถุเงินในมือหนาชักออกมา ก่อนจะลั่นไกเสียงดัง

 

 

 

เปรี๊ยง!!!!!!!!!!!!!!  

 

 

 

ร่างอ้วนชักกระตุกสองสามที  จนในที่สุด..แน่นิ่ง…พร้อมโลหิตสีแดงเข้มไหลออกจากร่างกระจายตัวเป็นวงกว้าง

คิเคียวขยับยิ้มเย็นชาแล้วหมุนตัวกลับก้าวนำลูกน้องทั้งหลาย  เดินออกจากร้านผับชื่อดังที่เหลือเพียงแค่เศษซากความพินาศย่อยยับ     ทิ้งศพมหาเศรษฐีเจ้าของผับชื่อดังแห่งย่านกรุงโตเกียวไว้อย่างลำพัง  เลือดสีแดงนองพื้นขยายใหญ่เป็นวงกว้างเรื่อยๆ  จนเปรอะเปื้อนและย้อมสิ่งที่ร่างสูงผมสีเขียวโยนให้เป็นสัญลักษณ์…..

 

 

…..กล้วยไม้สีขาว….

 

 

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s