[AuFic KHR][10069]punish for you/Part18

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

Part 18

 

 

 

ปิ๊บ…ปิ๊บ…ปิ๊บ….

 

 

เสียงสัญญาณจากมือถือสีขาวดังขึ้นต่อเนื่อง  นัยน์ตาคู่คมสีอเมทิสต์ใต้ปรกผมสีขาวเปียกลู่น้ำเนื่องจากพึ่งสระผมเสร็จหมาดๆ ยืนรับลมจากริมหน้าต่างบานใหญ่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง มองดูโทรศัพท์มือถือในมือตัวเองส่องแสงกระพริบสองสามที   ข้อความบางอย่างโผล่ขึ้นจอดิจิตอลเรียกรอยยิ้มเย็นยะเยือกจากปากหนาได้รูป ก่อนใช้นิ้วกดลบเมสเสจนั่นทิ้ง….ล้างมันออกไปออกจากเมมไม่เหลือแหล่งข้อมูลให้กู้ขึ้นมาอีก

 

 

จังหวะเดียวกันนั้น วงแขนอรชรใต้ผ้าคลุมอาบน้ำสีขาวโอบกอดเข้าที่ด้านหลัง  ตามด้วยเสียงกระเซ้าเย้ายวนใจ

“อืมม์..มายืนตากลมแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดนะ เบียคุรัน”

หนุ่มผมขาวขยับรอยยิ้มหวานชวนละลายขึ้นแล้วหมุนตัวหันมามองอีกฝ่าย…สตรีผมสีชมพูยาวสลวยยังไม่แห้งดี  ใบหน้างดงามดั่งเทพธิดาสวยชนิดว่าต้องชายตามอง   มือหนายกขึ้นมาลูบไล้ผ่านวงแก้มใสเบาๆ แสดงความรักใคร่ขณะเดียวกันฝ่ายหญิงสาวเองก็ยกมือขึ้นกุมตอบด้วยรอยยิ้มหวานล้ำ

“ถ้าผมเป็นหวัด คงเพราะไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนนั่นแหละ เอมี่”  ร่างสูงโน้มตัวลงกระซิบด้วยเสียงทุ้มนุ่มข้างหู  ตามด้วยมือที่วิสาสะโอบรอบสะโพกกลมกลึงให้เข้ามาแนบชิดส่วนตื่นตัวใต้ชุดคลุมอาบน้ำของเขา

 

“คิกๆ ที่ผ่านมายังไม่พออีกเหรอคะ?” เอมี่เหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ยั่วยวน พลางใช้มือเรียวบางประดับเล็บสีชมพูประกายเพชรลูบไล้แผงอกแกร่งมีกล้ามพองาม “ซิกแพ็คคุณนี้เซ็กซี่ดีจัง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงหลายคนละลายในอ้อมแขนคุณ..ถึงขนาดติดใจมาวอนขอถึงที่”   คำชมกึ่งแซวทำเอาเบียคุรันหัวเราะอย่างพึงพอใจ  “หึหึหึ แล้วเอมี่ล่ะ..ไม่ละลายในอ้อมแขนผมบ้างเหรอ?”

 

 

“คิกๆๆ เอมี่มากับคุณเพราะเรื่องงานนะคะ ส่วนคืนนี้ก็แค่คุณเรียกร้องไม่ใช่เหรอ”  สาวเรือนผมชมพูเหยียดยิ้ม ดวงตาสีทองปรายตาไปยังซองเอกสารสีน้ำตาลบนหัวเตียงที่ทิ้งหลักฐานไว้มากมาย ไม่อยากนึกเลยว่าพนักงานทำความสะอาดในโรงแรมแห่งนี้จะชักสีหน้ายังไงกับการมาเคลียร์ห้องที่พวกเขาทั้งสองพักอยู่  “หึหึหึ นั่นสินะ นั่นเพราะเอมี่จังน่ากินเป็นพิเศษมั้ง”  ตาคู่คมประกายเจ้าเล่ห์ ราวกับหมาจิ้งจอก..หน้าคมคายโน้มลงแนบชิดกับลำคอระหง ขยับริมฝีปากเพียงเล็กน้อยก็เรียกเสียงครางหวานๆจากสาวเรือนผมสีชมพูยาวสลวย

 

 

“คิกๆ น่ากิน!? หรือกินแทนใครกันแน่?” เสียงหวานเอ่ยเอื้อน  ทำเอาร่างสูงผมสีงาช้างชะงักการกระทำลง  หน้าคมคายสบตาสีทองหยอกเย้าเบื้องหน้า หมายเจาะลึกเข้าไปในจิตใจของหนุ่มผมสีพิสุทธิ์  “หึหึหึ เอมี่..เธอกำลังสอดเรื่องส่วนตัวของฉันใช่ไหม? “

 

เพียงชั่วพริบตา!!หน้าคมคายอารมณ์ดีสว่างไสวราวกับเทพบุตร กลายเป็นใบหน้าด้านมืดของเหล่าปิศาจ ปากหนาได้รูปแสยะยิ้มเย็นพร้อมดวงตาวาวโรจน์ประกายสีม่วงเรืองรอง เสียจนเอมี่ผงะ  ดวงหน้าสะสวยถึงกับซีดเผือก  และยิ่งมือแกร่งที่ยังไล่วนบนหน้าสวยด้วยความทะนุถนอม กลับออกแรงบีบคางกลมมนของอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้จนสาวผมสีชมพูกรีดร้องเจ็บปวด   ดวงตาสีส้มทองเบิกโพลงกว้างคลอเบ้าน้ำตาสบตาดุดันราวกับสัตว์กินเนื้อตรงหน้า

“อย่ามาทำท่าเป็นรู้ดี สอดรู้สอดเห็นเรื่องของฉันอีก…”  ร่างสูงสะบัดมือออกจากร่างสั่นเท้าเหมือนลูกนก ขายาวเดินตรงไปหยิบซองเอกสารบนหัวโต๊ะมาเปิดอ่านดูไม่แยแสคู่หลับนอนยืนแข็งทื่อในห้องซักนิด

 

 

 

ปัง!!!!!!!

 

 

ประตูห้องกระแทกปิดตัวลงอย่างแรงไม่เกรงกลัวว่าบานประตูจะพังซักนิด พร้อมการจากไปของหญิงสาวน่ารำคาญลูกตาคนหนึ่ง   เบียคุรันละสายตาจากแผ่นกระดาษมองประตูห้องพักครู่หนึ่ง  ก่อนเก็บเอกสารเข้าซองสีน้ำตาลแล้วโยนลงกับเตียงเปรอะเปื้อนคราบโสมน  “ชิ!!!!”  หนุ่มร่างสูงสบถคำรามเสียงต่ำ   มือหนาเหวี่ยงกำปั้นเข้ากับกำแพงห้องเสียงดัง หน้าคมคายก้มต่ำลงจนผมสีหิมะปรกลงมาปิดหน้าตา  มิอาจเดาได้ว่าบุรุษผู้นี้รู้สึกเช่นไรเช่นไร?

 

 

“บัดซบสิ้นดี!!!”

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

เอี๊ยด!!!!!!!!!

 

 

รถเฟอร์รารี่สีดำจอดสนิทลงข้างทาง  ประตูรถด้านหลังเปิดออกพร้อมร่างงามผมสีไพลินในชุดนักเรียน ม.ปลาย

มุคุโร่หันหน้ามามองตอบชายวัยใกล้กลางคนที่นั่งเกาหัวแกรกๆตามบุคลกตรงที่นั่งคนขับ  “ขอบคุณนะคะ คุณซาคุโร่ “ เสียงหวานกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ  ซึ่งหนุ่มผมสีแดงเซอร์ก็ทำเพียงแค่พยักหน้าเออออให้

อัญมณีสองสีมองส่งรถสีดำจนลับสายตา จึงก้าวเท้าเดินตรงไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่เบื้องหน้า   ทันทีที่ร่างเพรียวผมสีไพลินมาถึงรั้วบ้านสีดำสูง   ตาสองสีไม่เข้าคู่เบิกกว้างสุดขีด แล้ววิ่งผลักประตูรั้วเล็กเข้าถลาเข้าไปหา…

“วาตาริ!!!!!” มุคุโร่พยุงร่างของชายชราในชุดพ่อบ้านสีดำกางเกงสีเทาลายทางทรุดนั่งหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน

วาตาริปรือตาขึ้นเงยหน้ามองใบหน้างามเบื้องหน้า  ดวงตาสีเทาฝ้าฟางเลื่อนลอยเบิกตากว้างตกตะลึงก่อนจะร้องไห้ฟูมฟายออกมา แม้ว่าเจ้าตัวพยายามสกัดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้  “คะ..คุณหนู!!คุณหนูปลอดภัยใช่ไหมครับ!!”

มือแห้งเหี่ยวใต้ถุงผ้าสีขาวสะอาดจับไหล่เล็กกลมมนไล่สำรวจตามเนื้อตัวของมุคุโร่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

มากเสียจนมุคุโร่แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่  มือบางยกขึ้นมาปิดปากอิ่มที่สั่นระริกแน่น และอาศัยจังหวะที่พ่อบ้านของเธอก้มหน้าสะอื้นดีใจที่คุณหนูของเขากลับมาอย่างปลอดภัย  ยกนิ้วขึ้นมาปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออก

 

 

 

“ขอโทษนะวาตาริ..แบบว่าฉันหาของไม่เจอ…กว่าจะเจอก็ปาไปสามทุ่มสี่ทุ่มแล้ว”  คำพูดโกหกไม่รู้เท่าไหร่ หยิบยกมาใช้หลอกคนที่เธอเคารพรักที่สุด  บางครั้งมุคุโร่เองก็รู้สึกผิด..ที่ปกปิดความจริงกับชายชราที่รักเธอเหมือนลูก และเธอก็รักเขาเหมือนพ่อ

 

 

หน้าเหี่ยวย่นตามวัยค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตาสองสีฉายแววรู้สึกผิด  ก่อนจะฉีกยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนให้เด็กสาวตรงหน้า

“ไม่เป็นไรครับ แค่คุณหนูกลับมากระผมก็ดีใจมากแล้ว”  เสียงแหบพร่ากล่าวขึ้น พลางล้วงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวใต้เสื้อสูทนอกขึ้นมาซับน้ำตา   มุคุโร่พยุงร่างสูงผอมของวาตาริให้ยืนขึ้น  จนได้ระดับหนึ่งวาตาริจึงยกมือปฏิเสธความช่วยเหลือของคุณหนูผู้น่ารักของเขา  ซึ่งมุคุโร่ก็ทำตามคำขออีกฝ่ายแต่โดยดี

 

“ขอบคุณมากนะครับ ที่ช่วยตามหาคุณหนู” คำพูดของวาตาริ หาได้เอ่ยกล่าวกับเธอ สร้างความฉงนให้แก่เรือนผมสีไพลินมัดทวินเทล  ดวงตาต่างสีคู่งามสังเกตเห็นว่าชายชรากำลังจ้องมองไปด้านหลัง   ร่างเพรียวจึงค่อยๆหันไปมองตามอย่างช้าๆ

บุคคลที่เห็นทำเอามุคุโร่แทบหยุดหายใจ  อกซ้ายเต้นส่ำไม่เป็นจังหวะสูบฉีกเลือดจนหน้าแดงเรื่อ

คนๆนั้นไม่ใช่ใครอื่น….

 

“ฮะๆ ก็ผมเป็นที่ปรึกษาของห้อง 3-C นี่ครับ”  เสียงทุ้มนุ่มดั่งเทวดายมเปรยปรายดังจากชายผมสีของฤดูเหมันต์   หน้าคมคายเจ้าของรอยสักใต้ตาซ้าย สวมแว่นตาไร้กรอบทันสมัยไว้ฉีกยิ้มกว้างเป็นกันเองให้พ่อบ้านประจำตระกูลโรคุโด

“กระผมเกรงใจอาจารย์เบียคุรันมากๆเลยครับ ยังไงผมเองก็ต้องขอบ…” ชายชราสะดุ้งโหยงกับแรงกระตุกชายเสื้อด้านหลัง  พอหันหน้าไปมองพบว่า หญิงสาวผมสีไพลินเดินก้มหน้าก้มตามายืนด้านหลังเขา  ทำเอาชายชราเลิกคิ้วที่เป็นสีขาวหงอกขึ้นสูง  ตามด้วยคำถาม “คุณหนู?”

“วาตาริ ฉันเพลียอยากเข้าบ้านแล้ว”  มุคุโร่พูดด้วยเสียงแผ่วเบา..เบาเสียจนพ่อบ้านชรางงหนักกว่าเก่า แต่ด้วยฐานะและหน้าที่ของพ่อบ้าน คือการไม่ซักไซ้เรื่องส่วนตัวของนาย จึงได้แต่ผงกหัวเล็กน้อย

 

 

 

 

เอี๊ยด!!!!!!!!

 

 

ไฟรถส่องสว่างเข้ามาใกล้หน้าคฤหาสน์โรคุโดเรื่อยๆ ท่ามกลางความรู้สึกประหลาดใจของคนทั้งสาม   รถปริศนานั่นชะลอความเร็วลง  ล้อรถเสียดสีกับถนนจนเกิดเสียงดังเพียงเล็กน้อย….กระทั้ง..จอดนิ่ง…

 

 

…ลีมูซีนสีดำคันหรูหรา…

 

 

 

ประตูรถด้านคนขับถูกเปิดโดยชายในชุดสูทสีดำสนิทสวมแว่นตาสีเดียวกันกับเสื้อ  เดินตรงมายังเปิดประตูหลังและเขยิบตัวไปยืนข้างๆให้คนด้านในลงจากรถ

 

 

กึก!!

 

 

รองเท้าหนังขัดมันอย่างดีสีดำสนิทเหยียบลงบนพื้น  ปรากฏร่างของชายวัยชราอายุรุ่นราวคราวเดียวกับวาตาริ ก้าวเดินออกมาในชุดสูทสีเทาเนี๊ยบ ไว้หนวดสีเทาพองาม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดั่งทะเลลึกจ้องมองคนทั้งสามตามด้วยรอยยิ้มไมตรี  วาตาริรีบวิ่งออกไปเปิดกระตูรั้วเล็ก และโค้งคำนับ 90 องศาอย่างรู้หน้าที่  “ยินดีต้อนรับครับ คุณท่าน!!ไม่นึกเลยว่าท่านจะมาคฤหาสน์โรคุโดวันนี้”

“โหะๆ ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากเซอร์ไพร์หลานสาวด้วยนะ” ชายร่างสูงขยับยิ้มขึ้นเดินเข้ามาในรั้ว  ดวงตาสีน้ำเงินเข้มละสายตาจากพ่อบ้านที่รู้จักกันมานานแสนนาน มายังหลานสาวเพียงคนเดียวและเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลโรคุโด

“มุคุโร่!!ไม่เจอกันนานหลานโตเป็นสาวสวยเหมือนแม่เลยนะ”  คำทักทายสบายๆของผู้มาเยือนหาได้ทำให้ดวงหน้าสวยฉีกยิ้มดีใจ   ตรงหันข้ามสาวผมไพลินยาวสลวยตีสีหน้าเย็นชาใส่ชายวัยชราสูทเทาตรงหน้า  ขาเพรียวยาวขยับก้าวเดิน…เดินเข้าคฤหาสน์โรคุโดไป ไม่แม้แต่ชายตาแลชายสูทซักนิด

 

 

“คุณหนู!!!” วาตาริร้องปรามกริยาไม่สุภาพของเด็กสาวผมสีไพลินมัดทวินเทล  และกำลังจะเข้าไปเกลี่ยกล่อมคุณหนูของเขาให้กลับมา  ทว่า…มือหนาเหี่ยวย่นตามวัยของบุรุษผู้มาเยือนยามวิกาลกลับยกขึ้นห้ามอีกฝ่ายไว้

“ไม่เป็นไรวาตาริ มุคุโร่สมควรเกลียดฉันแหละ ฉันเอาแต่ทำงานไม่มีเวลาดูแลหลานเลยนี้นา”  ร่างสูงผมสีเทาแซมดำยิ้มบางๆ แต่สายตาของพ่อบ้านผู้มากงานมองอกว่า คุณท่านของเขารู้สึกเจ็บปวดใจเพียงใด

 

ระหว่างกำลังเศร้าใจอยู่นั้น  ดวงเนตรสีน้ำเงินเข้มสังเกตเห็นชายหนุ่มร่างสูงผมสีพิสุทธิ์อีกคนที่ยืนอยู่กับที่ไม่ขยับ  หัวหน้าตระกูลโรคุโดรวมทั้งเป็นหุ้นส่วนอันดับสองของโรงเรียนวองโกเล่เลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน  วาตาริจึงไข้ข้อข้องใจนายเหนือหัวตัวเอง

“ท่านนี้คือ อาจารย์เบียคุรันที่ปรึกษาห้องเรียนของคุณหนู ที่กระผมเล่าให้ฟังไงครับ”

 

 

“โอ้!!คุณเองรึเนี้ย อาจารย์เบียคุรัน ผมโรคุโด เซเม  เป็นปู่ของมุคุโร่คุงครับ”   เซเมเดินเข้ามาพร้อมยืนมือไปด้านหน้าหนุ่มผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรง  เบียคุรันฉีกยิ้มสบายๆและจับมือเหี่ยวกร้านตามวัยของอีกฝ่ายตอบ  “เช่นกันครับ คุณโรคุโด”

ตาคู่คมใต้แว่นไร้กรอบลอบสังเกตท่าทางของชายสูงวัยตรงหน้า อายุราวๆ 60 – 70 ปี พอๆกับวาตาริ  แต่กลับดูสง่าราศีความเป็นผู้นำจับไม่เคยเปลี่ยน  ประกอบท่าทางน่าเชื่อถือเคารพยกย่อง ช่างเหมาะสมตำแหน่งเจ้าของธุรกิจการเงินอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังอันดับ 1 ของญี่ปุ่นเสียจริง    “วาตาริเล่าเรื่องคุณให้ฟังเยอะแยะเลย ขอบคุณมากนะครับที่ดูแลมุคุโร่คุงให้ เด็กคนนี้อาจดื้อไปนิด แต่จริงๆแกเป็นคนขี้เหงา ขี้น้อยใจมากครับ”   เซเมกล่าวขอโทษเรื่องทุกๆอย่างที่เจ้าตัวยุ่งตัวดีของเขา  อาจสร้างปัญหาให้แก่บุรุษหน้าตาหล่อเหลา

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจดี จริงๆแล้วแกก็น่ารักดีครับ”  เบียคุรันพูดจาเอาใจอีกฝ่าย แน่นอนว่าด้วยรอยยิ้มแย้มราวกับเทวดาลงมาโปรด  ทำให้ชายผมสีเทาแซมดำถอนหายใจโล่งอกและเชื่อคำพูดของอาจารย์วัยหนุ่มผู้นี้  “อะ!!นี่ดึกมากแล้ว คุณกลับยังไงครับ?”

เซเมเอ่ยถามอย่างนึกขึ้นได้ พลางมองดูนาฬิกาข้อมือโรเล็กซ์ราคาแพง เข็มสีทองชี้บอกว่าตอนนี้จวนเจียนเที่ยงคืนแล้ว

“ผม…กลับรถเมล์นะครับ ตรงปากซอยมีรอบดึกอยู่  ถ้างั้นผมขอตัวเลยละกันครับ”   เบียคุรันตอบ หน้าคมคายประดับรอยยิ้มระรื่นทิ้งท้าย ก่อนโค้งตัวเล็กน้อยกล่าวลาคนสูงวัยตรงหน้า

“เดี๋ยวครับ!!อาจารย์เบียคุรัน!!” เสียงร้องแหบๆร้องทักขึ้น ทำให้หนุ่มร่างสูงหันกลับมามองคนเรียกด้วยสายตางุนงงขายาวใต้กางเกงแสลตสีขาวที่กำลังเดินตรงไปยังประตูรั้วเล็กที่ถูกเปิดโดยวาตาริจึงชะงักหยุดอยู่กันที่

 

“คืองี้ครับ..นี่ก็ดึกมากแล้ว คุณพักที่นี้ซักคืนดีกว่า ดึกๆแบบนี้เดินคนเดียวอันตรายนะครับ”  เซเมเอ่ยชวนอาจารย์ที่ปรึกษาห้องของหลานสาวตัวเอง  หนุ่มผมขาวฉีกยิ้มหวานชวนละลายเช่นเดิม พร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ดีกว่าครับ ผมว่า..”

ปู่ของมุคุโร่รู้ทันคำพูดของอีกฝ่าย จึงรีบเดินมาจับมือแกร่งของคนตรงหน้าตามด้วยรอยยิ้มแบบผู้ใหญ่เอ็นดูลูกๆหลานๆ

ทำเอาคำพูดต่างๆของเบียคุรันจุกแน่นในลำคอ มิอาจเอ่ยเอื้อนใดๆออกมาได้ “พักที่นี่เถอะครับ ถือเป็นการขอบคุณที่คุณช่วยดูแลหลานสาวผมด้วย และก็ผมมีเรื่องอยากคุยกับอาจารย์เยอะแยะเลย”

 

 

.

.

.

.

 

 

 

ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก….

 

 

เข็มนาฬิกาปลุกหัวเตียงส่งเสียงทุกการเคลื่อนที่ของมัน  ดังชัด…ในห้องนอนใหญ่มืดมิด

มีเพียงแค่ดวงดาราจากผืนนภาสีดำเบื้องบนล้านๆดวงเปล่งแสงระยิบระยับ  แต่..ให้ความสว่างได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ร่างบนเตียงยังคงลืมตาโพลงส่องประกายของอัญมณีสีแซฟไฟร์และทับทิมงดงาม

 

 

…ในแววตาคู่นั้น…กำลังสั่นไหวและสับสน…

 

 

 

-บ้าจริง!!หยุดคิดถึงเรื่องไอ้เผือกบ้าได้แล้ว!!!! –  มุคุโร่ร้องบอกกับตัวเองในใจ  และรีบตั้งสมาธิข่มเปลือกตาลงให้หลับ

ทว่า…ท้ายสุด…ต้องลืมตาโพลงมาอีกครั้ง   คิ้วเรียวมุ่นลงหงุดหงิดกับอาการบ้าๆบอๆของตันเอง  จนหัวคิ้วขมวดเกือบจะชิดกันอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

โคร๊ก!!!!!!!

 

 

เสียงท้องร้องดังสนั่นในความเงียบของยามราตรี  ยิ่งทำให้มุคุโร่ชักสีหน้าหงุดหงิดมากขึ้น  ไม่ว่าจะพยายามข่มตาหลับ เปลี่ยนท่านอน พลิกตะแคง นอนหงาย นอนคว่ำก็แล้ว  ก็ไม่อาจเข้าสู่ห้วงนิทราได้เสียที

ท้ายสุดร่างเพรียวในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าแพรสีเหลืองครีมกระโปรงสั้นปิดเพียงสะโพกกลมกลึงได้รูปประดับลูกไม้สีขาวหน่อยๆ   เด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงพลางใช้มือลูบท้องตัวเองไปมา  รู้สึกได้ถึงแรงสะเทือนของเสียงร้องคำรามและการบิดตัวของกระเพาะอาหารในช่วงท้องปะทุต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

“อะไรกัน พึ่งกินมื้อเย็นไป ทำไมหิวอีกแล้วนะ?”   สาวผมสีไพลินปล่อยยาวสลวยถอนหายใจเฮือกใหญ่  ก่อนตัดสินใจลงจากเตียงกว้างไซส์คิงสี่เสา

 

 

 

แอ๊ด!!!!

 

 

ประตูห้องนอนเปิดออกอย่างช้าๆ ดวงเนตรสองสีจ้องมองระเบียงทางเดินชั้นสองทั้งเงียบทั้งมืดสนิท  โคมไฟตามทางเดินปิดหมดแล้วทุกดวง บ่งบอกว่าวาตาริพ่อบ้านประจำคฤหาสน์โรคุโดเข้าเวรตรวจตราครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้น  ป่านนี้คงเข้านอนไปเรียบร้อย “นี่คง..ตีสองกว่าๆแล้วสินะ”  มุคุโร่คาดเดาเวลาตามกิจวัตรประจำวันของพ่อบ้านชรา

 

 

ร่างบางเรือนผมน้ำเงินเข้มยาวสลวยเดินลงจากบันไดไม่ให้เกิดเสียงฝีเท้ามากที่สุด  ตรงเข้าห้องครัวใหญ่ในชั้นล่าง

ทุกย่างก้าวของขาเพรียวยาวดุจนางแบบ เต็มไปด้วยท่วงท่าสง่างามไม่เคยเปลี่ยน จุดมุ่งหมายคือตู้เย็นใหญ่ทำจากเหล็กห่อหุ้มไว้ด้านนอก  มือบางออกแรงดึงเปิดตู้ออก ทำให้ไอเย็นด้านในทะลักออกมาปะทะร่างของมุคุโร่ในชุดนอนบางเฉียบ ทำเอาขนลุกชั่วขณะ  ก่อนจะโน้มตัวลงสำรวจของเหลือในนั้น

 

 

“มีแต่ของสดเหรอ..”  มุคุโร่พึมพำกับตัวเอง ดวงหน้าสวยเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียดายมือเรียวยาวกุมท้องที่เริ่มร้องโอดครวญหนักกว่าเดิมจนมุคุโร่ชักสีหน้าเหย่เกหน่อยๆกับความแสบท้อง  “ปวดท้องจัง…”

“โอ๊ะโอ…แปลกจัง คนหุ่นดีอย่างเธอชอบย่องมากินอะไรกลางดึกด้วยเหรอ?” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบเข้าข้างหูระยะประชิดรู้สึกได้ถึงลมหายใจของคนด้านหลัง   ร่างบางสะดุ้งโหยงแล้วหันกลับมามองคนด้านหลังอย่างรวดเร็ว  หน้าสวยชักสีหน้าตื่นตระหนก   ปากอิ่มอ้าปากเตรียมหวีดร้องแต่คนเบื้องหน้ารู้ทันจึงออกแรงกดหญิงสาวไปแนบกับตู้เย็นที่ปิดตัวลง  พร้อมประกบจูบเร้าร้อนให้แก่ริมฝากบางสีชมพูของดอกกุหลาบแรกแย้ม    “อื้อ!!!!”

ร่างเพรียวบางผลักไสไล่ส่งคนร่างสูงผมสีพิสุทธิ์ชี้ไม่เป็นทรง โดยการใช้มือทุบแผงอกแกร่งแรงๆ   ทว่า…ทุกอย่างไร้ผลทำได้แค่ปล่อยให้คนตรงหน้าลิ้มรสความหอมหวานในโพรงปากสวยจนพึงพอใจ

 

 

เบียคุรันถอนจูบคนในอ้อมแขนอย่างช้าๆ  ดวงตาสีอเมทิสต์สำรวจมองคนตรงหน้า

ใบหน้าสวยบัดนี้ขึ้นสีเข้มเด่นชัด ลมหายใจถี่หอบแรงเสียจนทรวงอกนุ่มนิ่มไร้บราขยับสั่นไหว ไหนจะชุดนอนตัวบางแนบเนื้อสายเดี่ยวไหลหลุดออกมาข้างนึง  “อ๊ะ!!!!!”  มุคุโร่สะดุ้ง ใบหน้าสวยแหงนเชิดกับความเสียวซ่านที่แผ่ไปทั่วอณูรูขุมขนกับการขยับตัวเข้ามาทาบทับและเสียดสีเรือนร่างงาม  แนบชิด…สนิทเสียจนรู้สึกถึงของแข็งขืนใต้เข็มขัดบริเวณช่องทางลับที่ถูกปิดบังไว้ด้วยกางเกงในผ้าลื่นสีดำลูกไม้ตัวจิ๋ว

 

 

 

ไม่มีการสอดใส่….ไม่มีการโลมเล้า  เบียคุรันกลั้นหายใจจนมุคุโร่รู้สึกว่าลมหายใจของร่างสูงขาดช่วงไม่สม่ำเสมอ

“คุณ?” อัญมณีสองสีช้อนมอง สบตาบุรุษร่างสูง  สิ่งที่เห็นคืออัญมณีอเมทิสต์สั่นระริก…ฉายแววสับสน..ลังเลบางอย่างก่อนจะปล่อยนักเรียนสาวผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยดุจผ้าแพร

 

 

เงียบ…มีแต่ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างคนสองคน…ต่างฝ่ายต่างยืนนิ่งไม่มีวี่แววขยับตัวออกไปจากจุดเดิมที่ยืนอยู่

จนกว่าใครบางคนจะยอมเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนี่  “คุณมาอยู่นี่ได้ไง? “  มุคุโร่มิอาจทนความวังเวงได้ จงตัดสินใจออกปากพูดก่อน   โดยไม่ยอมมองใบหน้าคมคายของชายผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรง  เบียคุรันสูดลมหายใจลึกราวกับว่าตั้งสมาธิระงับหรือควบคุมอะไรบางอย่างอยู่  ก่อนตอบคำถามของคนผมสีน้ำเงินเข้ม “ปู่เธอบอกให้ฉันพักที่นี่คืนนึง  เห็นว่าค่ำมากแล้ว”

 

 

“คึหึหึหึ ผู้ชายคนนั้นงี่เง่าจริงๆ คนอย่างคุณจะมีใครกล้าทำร้าย มีแต่จะทำร้ายคนอื่น”  เสียงหวานพูดจาแดกดันทั้งรอยยิ้มเหยียดหยาม พลางใช้มือปัดผมไปด้านหลัง   แน่นอนว่าทำเอาหนุ่มร่างสูงหน้ากระตุกทันที แต่แสร้งยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวกลับ

“หึหึหึหึ นั่นสินะ งั้นตอนนี้ฉันหาคนมาทำร้ายหน่อยดีกว่าไหม?”  เบียคุรันเอ่ยเป็นนัยยะบางอย่าง ทำเอามุคุโร่ขนลุกซู่ ใบหน้าสวยขึ้นสีเข้มไปถึงหู  อัญมณีสองสีเบิกกว้างสุดขีด “คุณมัน!!?”

 

 

ชายผมขาวยักไหล่ไม่ใส่ใจกับอากัปกริยาตอบสนองของคนตรงหน้า แม้ว่าในใจอยากจะลงไปนั่งกุมท้องหัวเราะจนตัวงอก็เหอะ    “หิวอยู่ไม่ใช่เหรอไง ทำไมไม่หาอะไรกินล่ะ?”  เสียงทุ้มนุ่มเปลี่ยนเรื่องถาม

“ถ้ามีก็คงกินไปนานแล้วละค่ะ อาจารย์” เสียงหวานเอ่ยหยอกเย้าใส่  สรรพนามแสนสุภาพนั่นฟังแล้วเหมือนจะดูดี แต่ลองฟังดูดีๆ จะรู้ว่า ถูกว่าแดกชัดๆ ว่าเป็นครูประสาอะไรของแค่นี่กลับมองไม่ออก

ชายเจ้าของเรือนผมสีงาช้างขยับยิ้มขึ้นมุมปาก รู้ดี..ว่าเด็กสาวตรงหน้าคิดพูดจากจิกกัด จนน่าจับมากดให้ร้องครางใต้ร่างเขาทั้งคืน   มือหนาเปิดตู้เย็นดูไม่พบของสำเร็จรูปซักอย่าง มีเพียงผัดสด ปลาสด เนื้อ ไข่ไก่  สำหรับคนทำอาหารเป็นเท่านั้น

“หึหึหึ ของดีมีตั้งเยอะแยะ ทำอาหารไม่เป็นสินะ”  เบียคุรันกล่าวอย่งรู้ทัน  ดวงตาคู่คมมองร่างบางที่ยืนหน้าแดงก่ำอับอายด้วยหางตา  ท่าทางของหญิงสาวผู้ลากมากดีโดนจับไต๋ทำเอาหนุ่มร่างสูงอดยิ้มขำขันไม่ได้  ก่อนหยิบเอาไข่ไก่สองใบผักกะหล่ำ หมูสดในกล่องเก็บหารออกมาจากตู้เย็น  ท่ามกลางสายตางุนงงของมุคุโร่“คุณจะทำอะไร?”

 

 

 

“ไข่เจียวไง…หิวไม่ใช่เหรอ?”  ร่างสูงผมสีขาวบริสุทธ์ตอบอีกฝ่าย  พร้อมเดินสวนมุคุโร่ไปเปิดไฟห้องครัว

 

 

 

พรึ่บ!!!!

 

 

โคมไฟบนเพดานชนิดหลอดฟูออเรนเซนส์ง่ายๆส่องแสงสีขาวสว่างจนเห็นสภาพห้องครัวสะอาดเอี่ยมอ่องด้วยฝีมือของวาตาริ   และชุดเครื่องครัวราคาแพงต่างๆนาๆ ในนั้น   เบียคุรันหยิบเอาชามแก้วในตู้ออกมาวางบบนเคาท์เตอร์และลงมือตอกไข่สองฟองลงไป และใช้เครื่องตีไข่ตีจนเกิดเนื้อไข่แดงและไข่ขาวผสมปนเปเป็นเนื้อเดียวกัน  ก่อนจะหันมาสับหนูและซอยผักให้ละเอียดบนเขียงด้วยท่าทีคล่องแคล่วจนหญิงสาวตาสองสีมองค้างด้วยความตะลึง

 

“มองฉันทำไม…หลงเสน่ห์ฉันรึไง”  เบียคุรันกล่าวในขณะกำลังหยิบผักกะหล่ำซอยและหมูสับลงไปในชามแก้ว

นัยน์ตาคู่คมเหลือบหางตามองหญิงสาวด้านหลังที่ตอนนี้หน้าแดงดั่งผลมะเขือเทศสุก ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาด้วยรอยยิ้มลึกลับเช่นทุกครั้ง  “คึหึหึหึ  ก็ไม่ได้อยากมองคุณหรอกนะ   ฉันแค่จะดูให้มั่นใจว่าคุณจะไม่เอาอะไรแผลงๆใส่ลงไป” พูดจบก็เดินสะบัดก้นออกไปนอกห้องครัว  ทิ้งให้เรือนผมขาวยิ้มกรุ่มกริ่มโดยที่เจ้าตัวคงไม่รู้ซักนิด ว่าสีหน้าตัวเองเป็นเช่นไร

 

 

 

ข้าวโปะด้วยไข่เจียวร้อนๆเสริฟ์วางลงบนโต๊ะหนาที่นั่งของสตรีผมสีไพลินยาวสลวย  ใบหน้าสวยกระพริบตามองอาหารเบื้องหน้าที่เธอคิดว่ามันคงจะไหม้สีดำเกรียมจนกินไม่ได้แน่  ด้วยสายตาเหลือเชื่อและไม่แน่ใจว่าคนร่างสูงจะทำอาหารเป็นด้วย  “เห็นแบบนี้ฉันก็ต้องทำอาหารเป็นนะ ไม่ใช่ลูกคนรวยมีพ่อบ้านมาทำให้กินเหมือนเธอนี่ “ ชายผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรงพูดอย่างรู้ใจอีกฝ่าย  พร้อมกับทรุดลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามหลานสาวเจ้าของบ้านหลังนี้   ตามด้วยรอยยิ้มระรื่นเสียจนมุคุโร่รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ  “คึหึหึหึ  ทำได้ก็ไม่ได้แปลว่าจะอร่อยนี่คะ?” นัยน์ตาสองสีสั่นระริกเย้ายวนก่อนจะใช้มือเรียวบางจบช้อนส้อมทำจากเงินแท้ขึ้นมาตักอาหารส่งกลิ่นหอมกรุ่นของไข่เจียวเข้าปาก

 

 

“เป็นไง?อร่อยสิท่า”  เสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้น  มือแกร่งยกขึ้นมาเท้าคางมองเด็กสาวผมสีน้ำเงินเข้มปล่อยยาวสลวยคลอสะโพกในชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวตัวบางเข้ารูป  ใบหน้าสวยเบิกตากว้างหน่อยๆเห็นได้ชัดว่าคนเบื้องหน้ากำลังพยายามเสแสร้งสีหน้าให้กลับมาเป็นความลึกลับยากแก่การคาดเดาความคิด  แต่รูม่านตาที่หดเล็กลงนั่นมันบ่งบอกอากัปกริยาและความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ดีเสียจนหน้าคมคายแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่

 

“ก็…งั้นๆ ธรรมดาไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลย”  ปากอิ่มสีชมพูยังคงปากแข็งขยับตอบทั้งรอยยิ้มเหยียด  ทว่า…นัยน์ตาสองสีไม่ยอมสบตาตรงๆกับดวงเนตรสีน้ำแข็งไร้ซึ่งแว่นไร้กรอบบดบังอีกต่อไป

เบียคุรันยังคงยิ้ม…ยิ้มหวานเหมือนอย่างเคยไม่โต้ตอบอะไร…ทำเอามุคุโร่ใจสั่นและประหม่าเสียจนแก้มใสสองข้างขึ้นสี

จึงตัดสินใจหลบหน้าโดยการก้มหน้าก้มตากินไข่เจียวรสชาติอร่อยทำเอามุคุโร่ตาค้างชั่วขณะนั่น    เนตรคู่คมสีน้ำแข็งมองร่างเพรียวบางตรงหน้าไม่วางตา ปล่อยให้สาวตาต่างสีคู่งามรับประทานอาหารมื้อดึกจนหมดเกลี้ยง  ร่างสูงเริ่มขยับตัวลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาใกล้หญิงสาวกำลังหาผ้าเช็ดปากอยู่  ก่อนจะโน้มใบหน้าลงประทับจูบนุ่มนวลบนริมฝีปากนั่น

 

“!!!!!”  ดวงเนตรสองสีเบิกกว้าง   กับการกระทำแสนอ่อนโยนหาได้ยากจากคนตรงหน้า  ลิ้นอุ่นของชายหนุ่มโลมเลียก่อนเนื้อนุ่มนิ่มสองก้อนเบาๆทำให้ไหล่กลมมนยกตัวสูงขึ้นกับความเสียวซ่านในเรือนร่างของเธอ  อารมณ์บางปรารถนาทำให้แขนอรชรเผลอไผลโอบรอบคออีกฝ่ายให้โน้มลงใกล้มากขึ้น   “อืม..”  มุคุโร่ครางเสียงหวานเบาๆโดยไม่รู้ตัว  เหลือเพียงสัญชาติญาณความต้องการเท่านั้นที่ครอบคลุมร่างเอาไว้   เฉกเช่นเดียวกับเบียคุรัน  ความอดกลั้นนั้นมิอาจต่อต้านได้อีกมือหนาเลื่อนลงมารั้งท้ายทอยให้ดวงหน้างามเข้ามาใกล้…ลิ้มรสจูบหอมหวานนุ่มละมุนลิ้นอย่างเบาๆแต่โหยหาและเร้าร้อน

 

 

“อ๊ะ!!!!” มุคุโร่สะดุ้ง ร่างตัวเธอลอยหวิวขึ้นกลางอากาศอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของชายผมสีขาว  ดวงตาของคนทั้งสองประสานมองกันทั้งคำถาม…ในความรู้สึกและการกระทำของตน…

 

 

 

ทำไมเรา….ใจเราเต้นส่ำกับคนใจร้ายคนนี้

ทำไมฉัน….ต้องการเด็กดื้อนี้มากมายขนาดนี้

 

 

ทำไมนะ? 

 

 

 

“ดะ..เดี๋ยว!!จะพาฉันไปไหน!!?”  หญิงสาวถามชายหนุ่มทั้งสีหน้าตื่นตระหนก  เบียคุรันนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรเอาแต่อุ้มร่างงามในท่าเจ้าสาวเดินขึ้นบันไดพาเข้าห้องนอนสำหรับรับรองแขก…ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ…

 

หญิงสาวผมสีไพลินถูกวางลงบนเตียงกว้างสีขาวเบาๆ ก่อนจะโดนชายผมสีพิสุทธิ์ขึ้นคร่อม  เธอเข้าใจสถานการณ์ดีว่ากำลังจะถูกทำอะไร….แต่ทำไม..

 

 

ไม่กลัว…ไม่กลัวเลยซักนิด…

 

 

“คุณ…”  เสียงหวานเอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา  ดวงเนตรสองสีคู่งามสบตาคู่คมสีม่วงเรืองรอง ทั้งแววตาสับสน…จนสั่นระริก

ไม่มีเสียงตอบ…กลับเป็นปากหนาได้รูปเข้าประกบจูบริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยนั้น  และสอดลิ้นเข้าไปพัวพันหยอกล้อลิ้นน้อยในโพรงปาก  และโน้มตัวลงทาบทับเสียดสีร่างโค้งเว้าได้สัดส่วนสวยงามด้านใต้ “อึก!!!”  มุคุโร่รู้สึกสะท้านไปทั้งตัว  กับจูบอ่อนโยนอบอุ่นจนแทบน้ำตาคลอเบ้าสลับกับความร้อนรุ่มจนแทบละลาย   “อะ…อ้า…” ครางกระเซ้ายามถูกขบกัดยังลำคอระหง  เบียคุรันโลมเลียผิวกายนุ่มนิ่มหอมหวนกลิ่นสบู่ค่อยๆลากไล่ลงมายังยอดอกสีหวานบนทรวงอกนุ่มนิ่ม

“ยะ..อย่า…”  ควรกรีดร้องมิใช่หรือ…แล้วทำไมถึงห้ามปรามทั้งเสียงแผ่วเบา…แต่นั่นทำให้ชายผมขาวหยุดการกระทำลง  หน้าคมคายจ้องมองร่างบางบิดกายทั้งสีหน้าเว้าวอน ทำเอาเขาแทบเจียนคลั่งทั้งๆที่เขาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน

 

 

 

 

 

 

“โรคุโด มุคุโร่…ฉันเกลียดเธอ”  เสียงทุ้มดังขึ้นด้วยประโยคทำร้ายจิตใจคนด้านใต้  ดวงเนตรสองเบิกกว้างตกตะลึงกับสีหน้าดุดันเบื้องบน  ทว่า…ความเจ็บปวดราวกับเข็มพันเล่มแทงเข้าที่หัวใจนั่น  มันกลบเกลื่อนความหวาดหวั่นต่อคนตรงหน้าไปหมด  และ…น้ำตาไม่อาจห้ามให้ไหลรินออกมาจากดวงเนตรสองสีได้

 

“ฉันเกลียดเด็กดื้อ!!งี่เง่าอย่างเธอที่สุด!!!”  เบียคุรันกดเสียงลงต่ำ และผละร่างออกจากหญิงสาวยืนหันหลังให้อีกฝ่าย ไม่ยอมหันกลับมามองคนที่หน้านองน้ำตาไม่ขาดสาย  “ฉันเองก็เกลียดคุณเหมือนกัน!!ผู้ชายสารเลว!!ควงผู้หญิงไม่เลือกหน้าอย่างคุณ!!!ฉันเกลียดที่สุด!!!!”  มุคุโร่แผดเสียงทั้งน้ำตา  ทั้งความรู้สึกปวดร้าวที่หัวใจ และวิ่งออกไปจากห้องนอนชั่วคราวของอีกฝ่ายโดยไม่คิดชายตามองคนยืนสงบนิ่งแม้เพียงเสี้ยววินาที

 

 

ปัง!!!!!!

 

 

ประตูห้องกระแทกปิดใส่เสียงดัง  เบียคุรันจ้องมองบานประตูห้องนอนด้วยแววตานิ่งเรียบครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่นระริกและฉายแววสับสน  สร้างความรู้สึกหงุดหงิดจนเขารู้สึกรำคาญตัวเองขึ้นมา  “บ้าชะมัด…ไม่เข้าใจตัวเองเลย”

ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนด้วยความอ่อนล้า มือหนายกขึ้นก่ายหน้าผากคิดทบทวนเรื่องราวของเขากับเด็กจอมดื้ออย่างมุคุโร่ซ้ำไปมา

 

 

 

ก็แค่..การลงโทษมิใช่หรือ?

ก็แค่..ความสนุกชั่วขณะมิใช่หรือ?

หรือความจริงเราจะรั….

 

 

 

“เบียคุรัน..คนอย่างนายไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแบบนั้นได้หรอก”  เตือนตัวเองให้มั่น..จงอย่าลืมว่าเป็นใคร…มือแกร่งกำหมัดแน่นและข่มตาลง…จนในที่สุด..ทุกอย่างเข้าสู่ห้วงนิทรารอเช้าวันใหม่มาเยือนเท่านั้น

 

 

 

 

และทุกอย่าง…ทั้งความลังเล…ความรู้สึก..สับสนจะหมดไป

เราจะลืมมันให้หมด….

 

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s