[AuFic KHR][10069]punish for you/Part19

 

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 19

 

 

 

 

 

อากาศยามเช้าสดใส กิจวัตรประจำวันของพ่อบ้านมากคามสามารถอย่างวาตาริ ยังคงเป็นไปเช่นเดิม  แม้ว่าตนจะเข้าวัยชราจนน่าจะเกษียณตัวได้แล้ว  แต่ด้วยความรักและเอ็นดูหลานสาวของนายจ้างเหมือนกับลูกสาวของตัวเอง

ชายชราโสดสนิท อุทิศชีวิตเพื่อรับใช้ตระกูลโรคุโด ผู้นี้จึงเป็นลูกน้องที่ได้รับการฝากฝังและไว้วางใจมากที่สุด

 

 

ร่างสูงโปร่งรินน้ำชาใส่เครื่องถ้วยลายครามชั้นดี 2 ถ้วยบนโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาวปูผ้าขาว ในท่วงท่าสง่างามสมตำแหน่งหัวหน้าคนใช้ที่ดำรงมานับ 40 ปี   “เมื่อคืนหลับสบายดีไหมครับ อาจารย์เบียคุรัน” เซเมนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะเอ่ยถามพลางจิบน้ำชายามเช้า  นัยน์ตาสีน้ำเงินเจนโลกทอดมองมายังบุรุษผมสีพิสุทธิ์ชี้ไม่เป็นทรงในสูทสีขาวซักสะอาดเอี่ยมอ่องโดยวาตาริ   เบียคุรันละจากการจิบน้ำชา หน้าคมคายฉีกยิ้มสบายๆตอบเจ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่ยักษ์แห่งนี้

“ครับ..ต้องขอบคุณจริงๆคุณโรคุโด”   เสียงทุ้มนุ่มกล่าวสุภาพ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะพึงพอใจจากหนุ่มวัยชราผมสีดำแซมขาว  “โหะๆๆดีจริงๆเลยครับ ความจริงผมต้องขอบคุณคุณมากกว่า ไม่เคยมีใครเอาใจใส่หลานสาวผมได้เท่าคุณเลยล่ะ”

หนุ่มผมสีขาวขยับยิ้มสุภาพตอบ ก่อนจะยกน้ำชาหอมกรุ่นดอกมะลิมาจิบต่อ

 

 

ฝีเท้าย่างลงจากบันได ทำให้พ่อบ้านชรารู้งานจึงวางกาน้ำชาเข้าชุดลงบนถาด  ขายาวใต้กางเกงแสลตสีเทาลายทางดำเดินตรงมารอรับตรงหัวบันไดกว้างปูพรมสีแดงกำมะหยี่ตลอดทางเดิน  “อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู”  วาตาริโค้งสวัสดียามเช้า

มุคุโร่ในชุดนักเรียนหญิงยิ้มหวานจริงใจตอบพ่อบ้านของเธอ  ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าไปเป็นเรียบสนิทเมื่อเห็นปู่ของเธอและอาจารย์ที่ปรึกษาในห้องอาหาร  “อ้าว..มุคุโร่มานั่งนี่สิ อาหารเช้าพร้อมแล้วนะ”  เซเมพูดพลางกวักมือเรียกเด็กสาวผมสีน้ำเงินยาวสลวยมัดทวินเทล  ดวงตาสองสีหรี่ตามองบุรุษวัยชราเบื้องหน้า ก่อนปรายตามองมายังหนุ่มร่างสูงในสูทสีขาวทำท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการมาเยือนของเธอซักนิด  นั่งจิบน้ำชาทั้งรอยยิ้มระรื่นเสียจนน่าหมั่นไส้

 

“วาตาริ..ไปเตรียมรถ”  เสียงหวานเอ่ยสั้นๆ และเดินถือกระเป๋าสีดำออกไป  ไม่อยู่รอให้พ่อบ้านวัยชราได้เถียงหรือแม้แต่ปู่ของเธอได้อ้าปากรั้งตัวไว้ซักนิด      ชายชราผมสีเทาจนเกือบขายโพลน หันใบหน้าเหี่ยวย่นสวมแว่นทรงเหลี่ยมมองมายังนายเหนือหัวตัวเอง ด้วยสายตาถามความคิดเห็น  เซเมเหยียดยิ้มบางๆพยักหน้าน้อยๆตอบเป็นอันเข้าใจกัน

 

“เฮ้อ….มุคุโร่เกลียดฉันเข้าไส้เลยสินะ”  เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยเอื้อนทั้งสีหน้าสลดหดหู่ใจ  ดวงตาสีแซฟไฟร์เช่นเดียวกับสีตาข้างหนึ่งของหญิงสาวหลุบต่ำมองน้ำชาในถ้วย ที่สะท้อนใบหน้าอิดโรยตัวเองออกมา

หนุ่มผมสีพิสุทธิ์เหลือบตามองหน้าครึ่งซีกของผู้นำโรคุโดนานสองนาน ก่อนจะวางถ้วยชาในมือลงบนจานรองตามด้วยคำพูดปลอบใจ “ ไม่หรอกครับ ผมว่าแกน้อยใจท่านมากกว่า  ซักวันแกจะเข้าใจว่านท่านโรคุโดทำงานหนักทั้งหมดก็เพื่อตัวแกเอง”  ชายชราฝืนยิ้มตอบ แม้ว่าสีหน้าและดวงตาจะบ่งบอกถึงความหดหู่ใจเพียงใดที่ถูกหลานสาวที่ตัวเองรักที่สุดทำเมินใส่ขนาดนี้    ใบหน้าประดับริ้วรอยหันไปมองรถเบนซ์สีดำบนลานจอดรถในบ้านขับออกไปจากรั้ว

 

“วันที่พ่อแม่มุคุโร่เสียไปในอุบัติเหตุวันนั้นโรงเรียนอนุบาลจัดละครเวที แกได้เล่นเป็นนางฟ้า ผมเองก็ติดงานที่สเปนสละเวลามางานศพพ่อแม่ของแกไม่ได้เลย ปล่อยให้แกนั่งร้องไห้หน้างานศพพ่อแม่เพียงลำพัง” เบื้องหลังชีวิตอันแสนโหดร้ายของมุคุโร่ออกมาจากปากของชายวัย 60 กว่าๆ  ทำเอาเบียคุรันอึ้งไปชั่วขณะ และรีบปรับสีหน้าให้นิ่งแล้วตั้งใจฟังต่อ

“หลังจากวันนั้น ผมก็ทำงานหนักมากขึ้นจนไม่ว่างแม้แต่จะโทรหาแก ได้แต่ส่งเงินให้แกใช้ ช่วงสมัยประถมแกโทรหาผมหลายต่อหลายครั้ง แต่ผมก็ไม่ว่าง ไม่มีแม้แต่เวลาส่วนตัวเลย…มารู้อีกที..แกก็กลายเป็นเด็กดื้อเอาแต่ใจไปซะแล้ว”

 

เซเมถอดถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาขุ่นมัวตามวัยฉายแววรู้สึกผิด   เสียจนอาจารย์ที่ปรึกษาสงสารคนอายุมากกว่าตัวเองหลายโข  “ผมเชื่อนะครับ ว่ามุคุโร่คุงรักคุณอยู่”  เบียคุรันเอ่ยขึ้น  เรียกให้สีหน้าท้อแท้กลายเป็นความงุนงง

หน้าคมคายหล่อเหลาหันมาฉีกยิ้มสบายๆตามนิสัย ก่อนจะพูดต่อ “การที่แกทำตัวเป็นเด็กดื้อนั่นแหละครับ ที่ทำแบบนั้นแกคงต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณ เพราะงั้นคุณโรคุโดสบายใจได้เลยครับ”

 

“ฮะๆ เป็นแบบนั่นก็ดีสิครับ”  เซเมหัวเราะออกมา แต่เจ้าของรอยสักใต้ตารู้…รู้ว่าอีกฝ่ายฝืนอารมณ์ไว้

“ผมฝากมุคุโร่ด้วยนะครับ ช่วยวาตาริดูแลแก เอ็นดูแก ในระหว่างที่ผมไม่อยู่ด้วยนะครับ”  เสียงแหบพร่ากล่าวกับชายผมสีขาว ทั้งแววตาคาดหวัง  แถมยังใช้มือกร้านเหี่ยวย่นจับมือแกร่งของอีกฝ่าย “ครับ ผมจะดูแลแกเอง ผมก็เป็นที่ปรึกษาของห้องแกนี่ครับ”  เบียคุรันเสแสร้งยิ้มหวานชวนละลายตอบ  เรียกรอยยิ้มโล่งอกโล่งใจออกมาจากชายชรามือเหี่ยวนั่นจึงปล่อยมือจากคนหนุ่มตรงหน้า

 

ไม่นานนัก…ชายใส่สูทสีดำคนขับรถของเซเมเดินเข้ามาในบ้าน  ร่างสูงโค้งในผู้เป็นนายพร้อมรายงานให้อีกฝ่าย  “นายท่านอีกครึ่งชั่วโมงเครื่องบินลง L.A.จะมาถึงแล้วครับ”   เซเมมุ่ยหน้าลงหน่อยๆก่อนจะพยักหน้าตอบอีกฝ่าย  ร่างสูงวัยชราลุกขึ้นจากเก้าอี้เช่นเดียวกับเบียคุรัน “เฮ้อ…ทั้งที่อุตส่าห์มีเวลาว่างกลับมาแล้วแท้ๆแต่หลานสาวดันทำเมินซะนี่ ฮะๆ” เซเมบ่นอุบอิบและตัดพ้อในเวลาเดียวกัน  ทำเอาเจ้าของดวงหน้าคมคายหล่อเหลาขยับยิ้มขำขันขึ้น

 

“เอาล่ะ รีบไปเลยดีกว่า ผมจะได้ไปส่งคุณก่อนไปสนามบินด้วย”  เบียคุรันโค้งน้อยๆขอบคุณในความกรุณาของชายชรา

“ถ้างั้น..รบกวนด้วยนะครับ”

 

 

 

.

.

.

.

 

 

 

พักเที่ยงคือเวลาของใครหลายๆคนพึงปรารถนา นอกจากจะได้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการงานและการร่ำเรียนตากตรำอย่างหนักในช่วงเช้าแล้ว  ท้องไส้ก็เริ่มปั่นป่วนร้องถามหาอาหารเข้ากระเพาะ จนหลายๆคนไม่มีสมาธิ

โรงอาหารยังคงคับคั่งด้วยนักเรียนหลายพันคนดั่งเช่นทุกวัน  เหล่าเด็กหนุ่มและเด็กสาวจับกลุ่มกับบรรดาเพื่อนๆของตัวเองเลือกซื้อเมนูอาหารตามที่ป้าแม่ครัวนามว่าสคอลโล่ ฉายาดีกรีลำโพงทำออกมาขายให้เลือกสรรตามอัธยาสัย

 

 

 

“โหย…กว่าจะแทรกแถวเข้าซื้อได้ เหนื่อยแทบแย่” เคนบ่นอุบอิบระหว่างเดินถือถาดข้าวราดแกงกะหรี่วางลงข้างๆหนุ่มแว่นหน้าเนิร์ดจิคุซะ   หนุ่มสวมหมวกไหมพรมยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบกลับตามบุคลิก เจ้าตัวตักข้าวหน้าหมูทอดเข้าปากเคี้ยวหาได้สนใจร่างสูงหน้าบากที่ทำหน้าฉุนกึกกับอาการเมินของเพื่อนสนิทต่างนิสัยตัวเอง  จึงระบายด้วยการกระแทกก้นนั่งบนเก้าอี้ในโรงอาหาร  ดวงตาสีน้ำผึ้งฉายแววขุ่นมัวก่อนจะเริ่มทำการฟ้องหญิงสาวผมสีไพลินมัดแกละที่นั่งตรงข้ามหนุ่มแว่นหน้าตาย “ท่านมุคุโร่ ดูไอ้กัปปะนี่ซิครับ มันน่า….”  เสียงห้วนตามนิสัยหยุดลง  ใบหน้าบากชักสีหน้าประหลาดใจออกมาเสียจนหนุ่มผมดำสวมหมวกไหมพรมเองก็สงสัย จึงเงยหน้าขึ้นมามองตามอีกฝ่าย

 

หญิงสาวผมไพลินตรงหน้ายังคงความงดงามราวกับรูปปั้นประติมากรรมในวิหารไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะกริยาท่าทางในการรับประทานอาหารยังคงความน่าเคารพนับถือเช่นเคย  แต่สิ่งที่แปลกไปคือ…

 

กองจานพะเนิดสามถึงสี่ชามข้างๆ แถมยังพึ่งกินเสร็จหมาดๆด้วย!!!

 

 

“มีอะไรเหรอคะ?” มุคุโร่เลิกคิ้วสูง อัญมณีสองสีสบตาตะลึงค้างของเพื่อนสนิทมือซ้านและมือขวาของเธอ

เคนได้สติกลับมาจึงรีบเกาหัวผมสีเหลืองฟูทั้งรอยยิ้มแห้งๆ “แหะๆแบบว่า ช่วงนี้ท่านมุคุโร่กินเก่งจังเลยครับ ผมเลยแปลกใจ”    ขนตาแพยาวสวยกระพริบสองสามที ก่อนหันไปมองกองจานอาหารของตัวเธอเอง  แก้มใสขึ้นสีเข้มรู้สึกอับอายชายหนุ่มทั้งสองเสียจนปรับสีหน้าไม่ถูก “อะ…คือ…ช่วงนี้ฉันหิวบ่อยมาก..ไม่รู้เป็นอะไร” เสียงหวานตอบตะกุกตะกัก

“เครียดเรื่องเอ็นทรานซ์แน่เลยครับ ผมเองก็เป็นนั่งอ่านหนังสือแต่ไม่เข้าหัวซักที พาลเอาหิวไปด้วย“ เคนตักข้าวแกงกะหรี่เข้าปากและพูดออกความคิดเห็น จนเศษข้าวกระเด็นออกมาจากปาก  สร้างความระอาใจและความหงุดหงิดให้แก่ชายสวมหมวกไหมพรมสีขาวเป็นอย่างยิ่ง จนตาสีดำใต้แว่นกรอบหนามองค้อนคนข้างๆ ตาเขียวปั๊ดในความไร้มารยาทสุดขั้ว

 

“คึหึหึ  คงงั้นมั้งคะ?ฉันคงเครียด…จริงๆ” มุคุโร่ฉีกยิ้มหวานนางฟ้าตอบ ทำเอาเคนแทบสำลักข้าวติดคอ ดีที่จิคุซะแทงศอกใส่เลยดุงสติกลับมาไม่ให้หลงเคลิ้มจนสลบไปนอนกับโต๊ะอาหาร   ทว่า…ชั่วแว่บหนึ่งใบหน้าสวยโฉบกลับหม่นหมองลง

ทว่า…แม้จะช่วงสั้นๆ ตาสีดำสนิทของจิคุซะสังเกตเห็นทัน  หน้าไร้อารมณ์มุ่นคิ้วลง ปากหนาเม้มแน่นครู่หนึ่งและ..

 

 

“ท่านมุคุโร่…”   สาวผมสีไพลินยาวสลวยสะดุ้งหน่อยๆ ปากอิ่มสีชมพูระเรื่อฉีกยิ้มหวานลึกลับเย้ายวนตอบอีกฝ่าย

“คะ?”

“คือ…ท่าน…”

 

 

 

“ขออภัยครับ!!!!!!!!!!

เสียงตะโกนของชายหนุ่มคนหนึ่งดังสนั่นลั่นโรงอาหาร  ทำเอาเสียงคุยจ๊อกแจ๊กๆเหมือนนกแตกรังเงียบลง  นัยน์ตาทุกคู่จับจ้องมองไปยังชายหน้าจืดไร้เสน่ห์คนหนึ่งในชุดนักเรียนชาย ม.ปลาย ติดแทบบ่งบอกว่าเป็นเด็กปี 1 กำลังยืนโค้งยืนจดหมายสีชมพูหวานแหววทั้งมือสั่นเท้า ให้เด็กสาวชุด ม.ปลาย ชั้นเดียวกันหญิงสาวคนนั้นมีเรือนผมสีฟ้าอ่อนยาวสลวย ดวงตาสีน้ำเงินเหมือนอัญมณีแซฟไฟร์คู่งาม จับจ้องการกระทำของบุรุษตรงหน้าไม่วางตา

 

“ได้โปรด!!!รับความรู้สึกนี่กับผมด้วยครับ” คำสารภาพรักดังจากปากหนุ่มคนนั้น  เด็กสาวตัวเล็กบางหน้าตาน่ารักน่าทะนุถนอมพอๆกับยูนิ กระปริบตาสองสามทีก่อนจะฉีกยิ้มกว้างออกมา ทำเอาชายหนุ่มแถวๆนั่นหลงเคลิ้ม “ขอบใจมากนะ!!แต่ว่าฉันยังไม่อยากมีใคร ขอโทษจริงๆ”  เสียงใสตอบกลับมาทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะพาขาเรียวใต้กระโปรงนักเรียนสีน้ำตาลสั้นพองามวิ่งเดินสวนทางออกไป หาได้สนใจคนหัวใจสลายทรุดลงไปนั่งน้ำตานองหน้ากับพื้น

 

 

“เด็กนั่นใครกัน ไม่เห็นคุ้นหน้าเลย?” ตาสองสีหรี่มองแผ่นหลังเล็กของเด็กผู้หญิงรุ่นน้องที่วิ่งขึ้นบันไดไป กล่าวขึ้นด้วยความสงสัย   “เด็กนั่นชื่อบลูเบล อยู่ปี1ห้อง A ย้ายเข้ามาเรียนเมื่อสองสามวันที่แล้วครับ” จิคุซะตอบ  พลางเช็ดแว่นที่มีเศษข้าวแกงกระหรี่ที่พ่นออกมาจากปากหนุ่มผมทองหน้าบากอย่างขุ่นเคืองอารมณ์

“ เห็นว่าครอบครัวย้ายจากอิตาลีมาญี่ปุ่นครับ!!มาแค่วันเดียวก็มีคนตั้งแฟนคลับบลูเบลออกมากันเลยทีเดียวครับ!!”เคนสมทบบอกข้อมูลต่อจิคุซะ    หนุ่มผมดำสวมหมวกไหมพรมเช็ดแว่นจนสะอาดเอี่ยมอ่องแล้ว จึงสวมแว่นกลับพร้อมพูดต่อ

“ครับ..ที่สำคัญพวกที่เป็นแฟนคลับจะมีเข็มกลัดหยดน้ำด้วย อย่างที่เห็นบนอกเสื้อเคน”  อัญมณีสองสีเบิกตากว้างหน่อยๆมองไปยังเข็มกลัดสีฟ้าเป็นรูปหยดน้ำสวย  ด้านล่างมีข้อความว่า  bluebel FC. เขียนไว้ด้วยสีน้ำเงินเข้ม

หนุ่มผมทองหน้าขึ้นสีเข้มเด่นชัดและรีบยกมือขึ้นมาปิดเข็มกลัดนั่นไว้  “กะ..ก็ไอ้.พวกซาโตชิมันชวนเข้ากลุ่มอ่ะ!!ฉัน!!ฉันก็เออออตาม!!!”  เคนแก้ตัวพร้อมแยกเคี้ยวใส่หนุ่มแว่นที่บังอาจแฉเรื่องของเขาให้คนงามฟัง   จิคุซะไม่สนใจสายตาอาฆาตนั่น เอาแต่กินข้าวหมูทอดในจานต่อ   “คึหึหึ ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ เด็กคนนั้นก็น่ารักดีออก”  มุคุโร่ตอบทั้งรอยยิ้ม

 

“แหะๆ บลูเบลจังใสซื่อ ไร้เดียงสา ร่าเริงน่ารักมากเลยครับ..ผมเคยคุยกับเธอครั้งนึงด้วย..เอ๊ย!!!แต่ที่หนึ่งในใจผมคือท่านมุคุโร่นะครับ!!!!”  เคนรีบแก้เก้ออาการเพ้อถึงเด็กรุ่นน้องผมสีฟ้ายาวสลวยกลับมา  ด้วยคำเอ่ยชมและเคารพอีกฝ่ายแก้มสากขึ้นสีเข้มชักสีหน้ากระลกกระลนเด่นชัดตามด้วยท่าชูหมัดขึ้นฟ้าแข็งขันนั่นอีก มุคุโร่เห็นแล้วอดยิ้มขำไม่ได้เช่นเดียวกับหนุ่มแว่นหน้านิ่ง   “ฉัน…อยากเข้าห้องน้ำขอตัวก่อนนะ”  มุคุโร่โพลงออกมา  หนุ่มทั้งสองพยักหน้าให้ไอด้อลโรงเรียนวองโกเล่ ก่อนหันมากัดกันเองตามประสา  ปล่อยให้หญิงผมสีไพลินลุกจากโต๊ะเดินออกไป

 

 

 

.

.

.

 

 

ซ่า!!!!!!!!!!

 

 

น้ำจากก๊อกเทลงกระทบอ่างสีขาวเสียงดังชัดในห้องน้ำหญิง   มือเรียวยาวยื่นไปรองรับสายน้ำเย็นช่ำจนเกือบล้น และยกขึ้นมาชำระล้างใบหน้าสวยแบบธรรมชาติ  เรือนผมสีไพลินเงยหน้าขึ้นมองภาพสะท้อนตัวเองในกระจก…ใบหน้าที่หม่นหมองจนบางครั้งเธอเองอยากจะกระชากหน้างามๆนี่ออกเสียด้วยซ้ำ

 

ชีวิตเธอ…หมดเวลาแคร์คนอื่นตั้งแต่วันที่พ่อแม่เสีย…ตั้งแต่วันที่ปู่ทอดทิ้ง…

เหลือแต่เพียงหน้ากากแห่งรอยยิ้มเย้ายวน…ไม่ว่าจะเช้าสายบ่ายเย็นมิใช่หรือ..

 

 

“สีหน้าแท้จริง…เราเก็บไว้ได้ตลอดไม่ใช่เหรอ”  มุคุโร่พึมพำเสียงสั่น…สั่นในความไม่ไว้วางใจตัวเอง  มือบางจับขอบอ่างแน่นจนเห็นข้อขาว…จนเธอรู้สึกเจ็บมือ…

 

 

เพราะเรื่องของเขา…ใช่ไหม?

 

แพขนตายาวปิดแน่น สะกดเสียงร้องก้องในหัว…เสียงร้องของหัวใจคอยตอกย้ำความเจ็บปวด

 

 

 

“โรคุโด มุคุโร่ ฉันเกลียดเธอ”

“ฉันเกลียดเธอ!!เกลียดเด็กดื้องี่เง่าอย่างเธอที่สุด!!!  

 

 

“ฉันก็เกลียดคุณ!!ไอ้คนน่ารังเกียจ!!!”  ปากอิ่มแผดเสียง…ตะโกนด่าทอเจ้าของรอยยิ้มเทพดา

หากแต่..น้ำตากลับไหลรินออกมา..ทั้งสีหน้าตัดพ้อ…

 

ไม่กล้าแม้แต่จะมองกระจก…เพียงเพราะกลัวที่จะเห็นสภาพน่าสมเพชนั่น..เกือบทนกักเก็บน้ำตาไม่ไหวจนต้องขอปลีกตัวมาหลบในห้องน้ำ…

 

 

 

  …หน้ากากของเธอกำลังจะร้าวเสียแล้ว…    

 

 

 

หลังจากล้างหน้าทำใจเสร็จสรรพ  ร่างเพรียวงามเดินออกมาจากห้องน้ำในท่าทีสง่างามแสนเย่อหยิ่งเช่นทุกครา..ท่าทางของหน้ากาก…ที่เธอสร้างมันขึ้นมาและอยู่เคียงคู่จนเหมือนกับชีวิตของเธอมาตลอด…

“โรคุโด!!!ระวัง!!” ใบหน้าสวยหันไปมองคนที่ตะโกนเรียกชื่อเธอ  นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างตะลึงหน่อยๆกับสภาพของชายผมสีน้ำตาลอ่อนเกือบส้ม สวมแว่นหนาเตอะเอียงกระเท่เล่ หอบเอกสารทั้งหนังสือทั้งม้วนกระดาษสามสี่ม้วนวิ่งมาอย่างเร็วทั้งสีหน้ากระหืดหอบ ก่อนจะสะดุดพื้นล้มลงไปไถลกับพื้น

 

 

 

 

โครม!!!!!!!

 

 

มุคุโร่เบี่ยงหลบได้ทันท่วงที  นัยเนตรต่างสีจับจ้องมองร่างสูงของอาจารย์สอนคณิตศาสตร์สุดป๊อดพอๆกับ ผอ.

นามว่า..อิริเอะ โชอิจิ…

 

 

“อาจารย์..เป็นอะไรรึเปล่าคะ?”    หญิงสาวย่อตัวลงนั่งมองสภาพอนาถาของคนคิดริอาจจีบอาจารย์สาวโสดแสนสวยหน้าปลาตายท้องกลม นามสปาน่า  โดยไม่ได้คิดมองดูสภาพตัวเองซักนิด

โชอิจิกุมหน้าที่แดงก่ำจากการกระแทกพื้นทั้งน้ำตาคลอเบ้า ก่อนนัยน์ตาสีมรกตเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งชันขาขึ้นจนกระโปรงสุดสั้นทกขึ้นมาเห็นกางเกงในลูกไม้สีขาวตัวน้อย  ทำเอาหน้าจืดๆของอาจารย์เลขเลือดลมสูบฉีดและรีบเด้งตัวลุกขึ้นด้วยสีหน้าลกลน  “คะ..คะ..ครู…มะ…ไม่..ปะ..เป็นอะไร…”  ดวงตาสีเขียวเที่ยวกวาดมองหาแว่นตาที่ตกกระเด็นไปไหนไม่รู้บนพื้น กลบสีหน้าแดงก่ำและความอับอายที่ดันมาอยู่ในมุมจ๊ะเอ๋!!พอดิบพอดี   ในที่สุดมือหนาก็คลำหาแว่นตาของตัวเองเจอ จึงรีบหยิบมาใส่ พร้อมก้มลงเก็บเอกสารบนพื้นที่กระจายระเนระนาดขึ้นมา

 

 

มุคุโร่เห็นแล้วก็รู้สึกทั้งสงสารทั้งขำอีกฝ่าย แต่ถ้าจะให้เมินก็ดูจะไม่ดีนัก เลยก้มลงช่วยเก็บด้วยอีกแรง

“อาจารย์โชอิจิ แบกของพะรุงพะรังแบบนี้จะไปทำอะไรคะ?”  นักเรียนสาวผมสีน้ำเงินมัดทรงทวินเทลเอ่ยถาม  หนุ่มหน้าจืดภอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกำชับกองเอกสารนาๆชนิดให้มั่นแล้วตอบ “อ.โกคุเทระนะสิ..แค่ฉันเดินผ่านไปทักว่าเห็นแบกของเยอะ ก็โดนโบยงานมาให้เลย เฮ้อ…”  ยิ่งฟังคนแว่นบ่นๆๆๆ  สาวผมไพลินกลับยิ่งรู้สึกสมเพชในความอนาถาจนขึ้นชื่อของอีกฝ่ายเสียนี้กระไร

 

“อ๋อจริงสิ!!ไหนๆก็แล้ว…”  หนุ่มผมน้ำตาลเซอร์ใช้ความสามารถอันยิ่งยวดถ่ายโอนสารพัดของในมือมาโอบไว้ด้วยแขนข้างเดียว และใช้มืออีกมือล้วงหยิบเอาสมุดสีน้ำเงินปกหนาเล่มหนึ่งยัดใส่มือบางของมุคุโร่ ด้วยร่างที่สั่นเท้าเนื่องจากอดทนแบกของหนักเอาไว้  “เอาสมุดรายชื่อนักเรียนห้องโกคุโย ไปให้อาจารย์เบียคุรันหน่อยนะ”  สิ้นเสียงอาจารย์แว่น  ใบหน้าสวยอ้าปากกำลังจะปฏิเสธ   แต่โชอิจิกลับวิ่งหอบกองเอกสารนั่นออกไปไกลเสียแล้ว

ตาสองสีคู่งามได้แต่มองแผ่นหลังของอีกฝ่าย  แล้วกลับมายังสมุดในมือทั้งสีหน้าเบื่อหน่ายระอาใจในโชคชะตาตนเอง

 

-ทำไม..ฉัน…ถึงหนีหน้าเจ้าเผือกบ้านั่นไม่ได้ซักทีนะ-

 

 

 

.

.

.

 

 

ท้ายสุดแล้วร่างบางกลับมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานสีขาว…สีที่เจ้าเทวดาใจดำนั่นชอบนักชอบหนา…

มือบางยกขึ้นค้างด้วยความลังเลครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเคาะประตูห้อง

 

 

ก๊อกๆ

 

ดวงหน้าสวยมุ่นคิ้วลงหงุดหงิด…ไม่มีเสียงตอบรับจากคนด้านใน  มือบางเอื้อมไปบิดกลอนประตูเปิดออก

“!!!!!!!”  อัญมณีสองสีเบิกตากว้างสุดขีด  ภายในห้องทำงานสีขาวปรากฏร่างสูงผมสีขาวพิสุทธิ์เจ้าของห้อง

หากแต่…เขากลับไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มีร่างของเด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาสาวสลวย นั่งแกว่งขาเล่นบนขอบโต๊ะทำงาน

ที่สำคัญ…ใบหน้าของคนทั้งคู่มีรอยยิ้มแย้ม พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน…

 

 

 

ดูเหมือนว่าดวงตาสีน้ำแข็งหลังแว่นไร้กรอบจะรู้ตัวถึงการมาเยือนของใครบางคน  คนทั้งสองจึงหยุดการสนทนาลงแล้วหันมามองหญิงสาวร่างเพรียวบางผมสีไพลินตรงหน้า  “มีอะไรเหรอ มุคุโร่คุง?”  หน้าคมคายแย้มยิ้มหลอกลวงนั่น เหมือนวันที่เขามาสอนวันแรกๆ..ไม่ใช่สีหน้าเจ้าเล่ห์เจ้าทน เบื้องหลังสีขาวนั่น…ที่เธอเพียงคนเดียวจะได้เห็นมัน

 

 

…รอยยิ้ม…ไม่จริงใจ…

 

 

“ฉัน..เอาสมุดรายชื่อมาให้”  มุคุโร่หลุบตาลงต่ำ ขาเพรียวยาวสวยเดินมาวางสมุดลงกับโต๊ะรับแขกทำจากกระจกใส  ก่อนจะออกไปจากห้องทำงานอีกฝ่าย โดยไม่พูกอะไรซักคำ….

 

 

ปัง!!!!

 

ประตูห้องปิดตัวลง  ทุกอย่างรอบตัวมืดหม่น…ไม่รู้ว่าเดินไปไหน เดินผ่านใคร…มีใครทักทายเธอ…นินทาเธอหรือจะอะไรก็แล้วแต่ …ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้านชา…จนมิอาจรับรู้อะไรได้อีก…

 

 

ไม่รู้….ว่าอัญมณีคู่งามต่างสีนั่น..

กำลังหลั่งรินน้ำตาออกมาเพียงใด…

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s