[AuFic KHR][10069]punish for you/Part20

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 20

 

ความเจ็บปวด..มักมาพร้อมกับน้ำตา..

นี่ฉัน..กำลังเสียใจงั้นเหรอ…

 

 

ไม่รู้นานเท่าไหร่..ที่ขาทั้งสอง..มิอาจขยับเดินออกจากจากโต๊ะเรียนได้…

เวลาเที่ยงใกล้จะจบลงในไม่ช้า เสียงฝีเท้าจากบันไดที่ก้องชัดเรื่อยๆ ทำให้ร่างงามเรือนผมสีไพลินยาวสลวยมัดแกละรู้ดี โดยไม่ต้องเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนังห้องโกคุโยด้วยซ้ำ  ภายในห้องเรียนสกปรกรกโสโครก โต๊ะเรียงวางระเกะระการกหูรกตาคนผ่านไปมาแถวนั้น  กลับมีเพียงโต๊ะหลังห้องริมสุดติดหน้าต่างที่จัดวางเรียบร้อย..คนนั่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไอดอลสาวของโรงเรียนวองโกเล่…

 

ดวงหน้าสวยฝุ่บลงกับโต๊ะเนิ่นนาน…ดวงตาต่างสีคู่สวยกลับเหม่อลอยและบวมเบ่งบ่งบอกว่าเธอร้องไห้มาอย่างหนัก

ภายในห้องเรียนที่ไม่มีใคร..ไม่มีเสียงโหวกเหวกโวยวาย..ยามเวลากลางวันและหลังเลิกเรียน..นับเป็นสถานที่สันโดนปลอดมุมคนโดยปริยา  “ท่านมุคุโร่!!!อยู่นี้เองเหรอครับ!!ผมเป็นห่วงแทบแย่” เสียงทุ้มห้าวตะโกนจากประตูห้องเรียนที่เปิดคาไว้  เรียกสติของหญิงสาวให้กลับมามุคุโร่ค่อยๆยันตัวจากโต๊ะมานั่งในท่าปกติ  อัญมณีต่างสีแซฟไฟร์กับรูบี้จับจ้องร่างผู้มาเยือน ก่อนจะเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงแผ่วเบาและสั่นระริก “เคน..”

ชายผมสีเหลืองทองชี้ไม่เป็นทรงเห็นอาการผิดแผกของร่างบาง จึงรีบวิ่งถลาเข้าไปในห้องไม่ได้ดูตาม้าตาเรือว่าชนโต๊ะล้มระเนระนาดไปทั่ว  แต่ร่างสูงหน้าบากกลับหาใส่ใจ  เพราะสิ่งที่เขาสนคือ..การที่คนเคารพรักยิ่งเต็มไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง!? “ท่านมุคุโร่เกิดอะไรขึ้นครับ!!ทำไมตาแดง…”  คำถามของเคนหยุดลง เมื่อเจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยมัดทวินเทลลุกจากเก้าอี้และซุกเข้ากับแผงอกแกร่ง ทำเอาหน้าคมเข้มประดับรอยแผลเป็นสันกลางจมูกขึ้นสีแดงแจ๋

“ทะ..ท่าน..”

“เคนรักฉันไหม?” เสียงหวานเอ่ยกระซิบ ก่อนจะช้อนมองสบตาสีน้ำผึ้งเต็มไปด้วยแววตาสับสนงุนงงกับการกระทำของราชีนีหยิ่งผยองแห่งวองโกเล่  “เคน..” มุคุโร่พูดชื่ออีกฝ่ายเพื่อย้ำถาม  เคนเฉหลบสายตาคู่งามตรงหน้าแก้มสากขึ้นสีเข้มไปถึงหูแล้วตอบคำถามอีกฝ่าย “รักสิครับ..ผมยอมทำได้ทุกอย่าง..ถ้าเพื่อท่านมุคุโร่”

 

 

ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับจากหญิงสาวเบื้องหน้า..เงียบเสียจนเคนรู้สึกอึดอัดใจบอกไม่ถูก จนเผลอเกาศีรษะตัวเองเพื่อบรรเทาอาการเกร็งของตัวเองตามวิสัย  แต่แล้ว!!จู่ๆ สาวผมทวินเทลกลับขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อนนักเรียนชาย เสียจน..เคนรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มของทรวงอกหญิงสาวที่แผงอกแกร่งของเขา  หน้าคมคายรีบหันมามองมุคุโร่ทันทีด้วยสีหน้าประหม่าและตื่นตระหนกสุดๆ  “ท่านมุคุโร่!!!”

“จูบฉันที..” เสียงหวานอ้อนวอนบุรุษผมสีทองชี้ไม่เป็นทรง ทว่า..กลับให้ความรู้สึกราวกับคำสั่ง  สร้างความตกตะลึงให้เคนเสียจนหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ “ตะ…แต่…”

“รักฉัน..จูบฉันได้ไหม?” ดวงหน้างามเต็มไปด้วยสีหน้าเว้าวอน ริมฝีปากสีสวยของกลีบกุหลาบชมพูแรกแย้มเผยอนิดๆนั่น

ทำให้ร่างสูงเผลอกลืนน้ำลายลงคอ แลมิอาจทนต่อความยั่วยวนใจของก้อนเนื้อนุ่มนิ่มสีสวยตรงหน้า   เคนค่อยๆโน้มตัวลงอย่างช้าๆ ด้วยความเขอะเขิน  จนในที่สุด..ปากหนาของเขาประทับแนบสนิทกับริมฝีปากสีสวยของสตรี

 

 

ความหอมหวานของกลิ่นกายและความนุ่มละมุนของเนื้อสีชมพูสวย ทำเอาเคนแทบคลั่ง..และเคลิบเคลิ้มจนเกือบฉุกรั้งตัวเองไม่อยู่ อยากจะ..สัมผัสนานๆ และยิ่งรู้ว่าวงแขนอรชรโอบรอบคอของเขา ให้โน้มลงมาบดเบียดริมฝีปากกันและกันมากขึ้น ทำเอาอกซ้ายของนักเรียนหนุ่มใจนักเลงเต้นแรงจนเสียงดังชัดในห้องเรียนแสนเงียบสงัดยามพักกินข้าว

 

 

กึก!!!

 

เสียงฝีเท้าตรงประตู ทำให้ชายผมทองรีบผละร่างถอยห่างจากมุคุโร่  ดวงหน้าสวยเองก็ตกใจไม่ต่างกัน ก่อนที่ทั้งคู่หันมามองผู้มาเยือนเป็นตาเดียว  “หึหึหึ โทษทีนะ..ครูมาขัดจังหวะรึเปล่า?” เสียงทุ้มนุ่มชวยละลายหัวใจออกจากปากหนาได้รูปของอาจารย์ผมสีขาวบริสุทธิ์  ใบหน้าคมคายเจ้าของสักใต้ตาสวมแว่นไร้กรอบมองนักเรียนหนุ่มสาวสมาชิกห้องโกคุโยตรงหน้าทั้งรอยยิ้มระรื่นเหมือนไม่อะไรเกิดขึ้น  สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เคนที่เคยโดนมือโดนเท้าของอีกฝ่ายลงโทษจนเข้าไปนอนซมในโรงพยาบาลขนลุกเกรียวทันที “อะ..อึ๋ย!!อะ..อาจารย์เบียคุรัน” นับว่าเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่นักเลงหัวโจกของโรงเรียนเรียกชื่อครูดีๆเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ

 

ทางด้านมุคุโร่กลับรู้สึกได้ถึงสายตาคู่คมเพ่งมองมายังเธอ..มากเสียจน..เธออดตัวสั่นไม่ได้และหลุบตาลงต่ำจ้องมองพื้นห้องเก็บอาการให้นิ่งที่สุดไม่ให้เพื่อนชายคนสนิทรู้

“อาจารย์เบียคุรัน!!!มาสอนแล้วเหรอคะ!!!!” เสียงแหลมแสบแก้วหูของกลุ่มมินะดังขึ้น ตามด้วยเสียงออดโรงเรียนบ่งบอกว่าหมดเวลาพักเที่ยงแล้ว  “อืม..เพราะงั้นคาบหลังเที่ยงนี้ครูสอนนะ” เบียคุรันหันมาคุยกับกลุ่มสาวๆสุดเปรี๊ยวประจำห้องโกคุโย พร้อมส่งรอยยิ้มหวานชวนละลาย ทำเอาพวกมินะกรี๊ดแตกลั่นห้อง เสียจนนักเรียนชายอดไม่ได้ที่จะแขวะ แต่พอสบสายตาสีฟ้าอ่อนหลังแว่นไร้กรอบก็รีบยิ้มเจื่อนๆออกมา สาเหตุก็เพราะฝั่งใจบทลงโทษสุดหฤโหดไม่น่าจะมาจากคนหน้ายิ้มเทวดาคนนี้เสียด้วยซ้ำ

 

.

.

.

 

“บ้าชะมัดเลย!!ทำไมฉันต้องมากวาดใบไม้หลังเลิกเรียนด้วยนะ!!” สาวผมสีฟ้าหน้าอกคัพโตแห้วใส่พลางใช้ไม้กวาดมะพร้าวกวาดกองใบไม้ร่วงบนพื้นทางเท้า  “อะไรของเธอย่ะ!!ที่เรามาทำแบบนี้ เพราะไปมีเรื่องกับยัยหัวสับปะรดไงจำไม่ได้เหรอ” ร่างอกสะบึ้มไม่แพ้กันของสาวผมสีชมพูแปร๋นพูดแดกดันใส่ร่างงามผมสีไพลินมัดแกละกวาดใบไม้อยู่ห่างๆกลุ่มของเธออย่างเงียบๆ จนพวกมินะอดหมั่นไส้อยากเข้าไปตบตี…แต่ก็ไม่อยากโดนทัณฑ์บนและก็ไม่อยากรับบทลงโทษจากอาจารย์ฮิบาริด้วย..

“เลิกบ่นได้แล้วพวกแก..ดีแค่ไหนแล้วที่โดนแค่บำเพ็ญประโยชน์..ต้องขอบคุณอาจารย์เบียคุรันสิ!!” ร่างเพรียวผิวสีแทนผมสีทองมัดเป็นหางม้าพูดตักเตือนเพื่อนๆของเธอด้วยความรำคาญใจ  บรรดาสาวๆอีก 4 คนจึงได้แต่เบ้หน้าและก้มหน้าก้มตากวาดใบไม้อย่างเงียบ แต่ก็ไม่วายกระแหนะกระแหนมุคุโร่เสียจนไอดอลสาวได้ยิน  มุคุโร่เหลือบตามองกลุ่มของมินะด้วยสีหน้ารำคาญใจพลางเทกองใบไม้ลงถังขยะตามมุมของโรงเรียน  ก่อนจะคว้าไม้กวาดของเธอไปกวาดจุดที่ห่างไกลจากพวกสาวสุดซ่าส์ของโรงเรียนวองโกเล่

 

 

“มีแต่พวกน่ารำคาญ..” ร่างเพรียวผมสีน้ำเงินบ่นงึมงำ กวาดใบไม้และเศษขยะต่างๆนาๆบนพื้นแถวๆโรงเก็บของค่อนข้างเปลี่ยวและปลีกวิเวกน่ากลัว แต่กลับทำให้เธอรู้สึกสบายใจกว่าอยู่ที่ชุกชุมกลุ่มสาวอกโตพวกนั้นหลายเท่า

“เห..มากวาดอะไรคนเดียวอยู่ตรงนี้..”  เสียงทุ้มร้องทักหญิงสาวคนงามจากด้านหลัง..เสียงคุ้นหู..ทำให้เธอตัวสั่นอย่างช่วยไม่ได้ แต่ยังคงเก็บอาการหยิ่งผยองไว้เสมอ “คึหึหึ สนใจด้วยเหรอคะ อาจารย์เผือก..” มุคุโร่หันกลับไปโต้ตอบอีกฝ่าย สบตาคู่คมใต้แว่นไร้กรอบ  ร่างสูงยักไหล่ทั้งรอยยิ้มสบายๆแล้วเดินไปพิงกำแพงของอาคารโรงเก็บของโทรมๆพลางกอดอกมองร่างเพรียวบางในชุดนักเรียนตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยแววตากรุ้มกริ่มเสียจนมุคุโร่รู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆตัวหนาวลงทันที ทั้งๆที่นี่เป็นเวลาบ่ายสามนิดๆเท่านั้น   โดยเฉพาะ…อีกฝ่ายจ้องมองต้นขาขาวของเธอ ดวงหน้าสวยถึงกับหน้าขึ้นสีและรีบคว้าไม้กวาดทำงานทำการต่อ..เมินไม่สนใจบุรุษผมสีงาช้างตรงหน้า

 

“หึหึหึ ก็ไม่ได้อยากสนหรอกนะ ยิ่งกับพวกจูบกับใครก็ได้อย่างเธอ” คำพูดของเบียคุรันแทงเข้ากลางใจหญิงสาว มือที่ขยับไม้กวาดหยุดลง  นัยเนตรคู่งามมองร่างสูงด้วยหางตาก่อนจะเหยียดยิ้มลึกลับออกมา..แม้ว่า..เธอจะรู้..ว่าขอบตาเธอร้อนผ่าวเพียงใด “คึหึหึ  นั่นสินะ ฉันจูบกับใครก็ได้..ที่ฉันอยากจะจูบ..โดยเฉพาะเคนรสจูบเขาดีมากๆเลยล่ะ” สิ้นเสียงหวานแสนหยอกเย้า  หน้าคมคายถึงเบิกตากว้างตะลึงออกมา  เรียกรอยยิ้มพึงพอใจของหญิงสาวผมสีน้ำเงินมัดทวินเทล ขาเพรียวยาวใต้กระโปรงสุดสั้นก้าวเดินออกไปให้ห่างจากหนุ่มผมขาวชี้ไม่เป็นทรงให้เร็วที่สุดตามประสบการณ์ที่เคยประสบกับชายหนุ่มคนนี้..

 

หมับ!!!

 

แขนอรชรถูกมือหนาคว้ามาได้ทัน และกระชากดึงให้เข้ามาใกล้จนมุคุโร่ร้องเสียงดัง  ก่อนจะหุบปากลงแน่นสนิทเมื่อสบตาสีม่วงวาวโรจน์เบื้องหน้า “หึหึหึหึ นั่นสินะ จูบของฉันมันขืนใจเธอนี่นา ” เบียคุรันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเชียบ อาจารย์วัยหนุ่มผลักร่างเพรียวไปกระแทกกำแพงก่อนเจ้าตัวจะใช้เอามือคร่อมร่างอีกฝ่ายไว้  “ฉันเจ็บนะ!!” มุคุโร่ต่อว่าคนตรงหน้าพลางใช้มือกุมหลังหัวตัวเอง   ก่อนเงยหน้ามองหน้าคมคายด้วยแววตาเคืองโกรธดุดันไม่แพ้หนุ่มร่างสูงสูทสีขาว

“ทำไมฉันต้องอดทนกับเธอ…ทำไมฉันถึงเห็นแต่ภาพเธอตอนมีอะไรกับหญิงอื่น..ฉันเกลียดเธอเพราะเธอกำลังทำให้ฉันบ้า!!!” เบียคุรันกดเสียงต่ำ หน้าคมคายชักสีหน้าเหี้ยมเกรียมสุดๆแบบที่มุคุโร่ไม่เคยพบเจอมาก่อน  ทำเอาเด็กสาวสะดุ้งโหยงสีหน้าตื่นตระหนกออกมาจนปากอิ่มที่บวมเบ่งจากจูบของเคนสั่นระริก

“พูดบ้าอะไรของคุณ!!เกลียดฉันก็อย่ามายุ่งกับฉันสิ!!” เสียงหวานกลั้นใจเก็บความรู้สึกหวาดหวั่นไว้ส่วนลึกของใจและแผดเสียงใส่   ไม่ทันไรริมฝีปากอิ่มกลับต้องปิดสนิทด้วยปากหนาได้รูปที่เข้ามาบดเบียดจนตัวเธอร้อนผ่าวไปทั้งตัว  “อื้อ!!!”  มือเรียวบางทั้งทุบทั้งจิกทั้งข่วนอกแกร่งให้ปล่อย..แม้ว่า..จะไร้ผลเหมือนทุกทีก็เถอะ

ยามมุคุโร่ต่อต้าน…เขาไม่แคร์หรือแม้แต่จะใส่ใจ..แต่คราวนี้เขากลับรู้สึกโกรธ..ไม่พอใจ..และยิ่งเห็นภาพมุคุโร่ยินยอมจูบกับไอ้เด็กหน้าบากนั่น…

 

 

“อะ..อื้อ!!!” มือหนาบีบคางมนแรง จนร่างบางต้องอ้าปากร้องด้วยความเจ็บ เบียคุรันอาศัยจังหวะนั้นสอดลิ้นเข้าไปพัวพันกับลิ้นน้อยๆที่สั่นระริก ลิ้มรสความหอมหวานเย้ายวนใจจนอดใจไม่ได้ที่จะบดเบียดร่างกายทุกส่วนเข้ากับร่างเพรียวได้สัดส่วนของคนในอ้อมแขน  “ยะ..หยุด..ฮ้า..” ใบหน้าสวยพยายามเบือนหน้าหนี แต่ก็ถูกมือแกร่งรั้งไม่ให้หนีไปไหนได้ และมอบจุมพิตเร้าร้อนดูดดื่ม..ด้วยความหื่นกระหาย..ไม่สนว่าหญิงสาวกำลังจะขาดอากาศหายใจตายได้ทุกเมื่อ

“อือ!!!อึก!!!” เสียงร้องประท้วงอ่อนลง จนเบียคุรันผิดสังเกต หนุ่มร่างสูงเห็นดวงหน้าหวานเริ่มซีดขาวจึงผละจูบออก แต่ด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่นอดอั้นมานานจึงซกไซร้ลงกับลำคอระหงต่อ…

 

 

ไม่ว่าจะระบายกับคู่นอนมากหน้าหลายตาเพียงใด ก็มิอาจพาฉันไปถึงจุดสูงสุดได้….

…ทำไม..ฉัน..ต้องการเธอขนาดนี้…

…โรคุโด มุคุโร่…

 

 

“ไม่!!อย่านะ!!” มุคุโร่ปราบทั้งเสียงถี่หอบ  และพยายามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ หากแต่ไร้ผล ทำได้แค่ปล่อยให้ลิ้นอุ่นนั่นเล้าโลมลำคอของเธอ ปล่อยให้จมูกโด่งได้รูปสูดดมกลิ่นกายของเธอ

จากความรู้สึกต่อต้านกำลังจะกลายเป็นการคล้อยตามในไม่ช้า..จนเธอ..รู้สึกอับอายความรู้สึกตัวเอง  ความเสียวซ่านไปทั่วเรือนร่างบอบบางเพียงแค่รับรู้ถึงลมหายใจรดต้นคอ   และมือของเขากำลังบีบขยำหน้าอกเธอจนยอดอกสีหวานแข็งเสียดสีกับเนื้อผ้าบรา…ส่วนแข็งขืนเสียดสีกับช่องทางลับของหญิงสาวเสียดสีบดเบียดกัน โดยมีเนื้อผ้าของกางเกงคันกลางไว้

“อา…ไม่…”

 

 

เปรี๊ยง!!!!!!

 

 

โลหะเหล็กฝาดเข้ากับกำแพงรั้วโรงเรียน จนเป็นรอยเร้า ทำให้หนุ่มผมขาวได้สติและตวัดตาคู่คมมองไปยังต้นเสียงด้วยแววตาดุร้ายตามสัญชาติญาณ   “ถ้าจะกกกัน ก็ไปทำในห้องนอนไม่ใช่ที่นี่” ฮิบาริ เคียวยะเจ้าของตำแหน่งอาจารย์ฝ่ายปกครองเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเชียบ  นัยน์ตาสีนิลจ้องมองภาพกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มของอาจารย์ที่ปรึกษากับนักเรียนเจ้าของฉายาราชินีแห่งวองโกเล่อย่างไม่หยี่ระ  เสียจนมุคุโร่หน้าขึ้นสีเข้มด้วยความอับอายถึงกับตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

หนุ่มผมดำสบตาสองสีสั่นระริกใต้ขนตาแพยาวนั่นครู่หนึ่ง ตามด้วยคำสั่งเสียงห้วน “ไสหัวไป!!!”

โรคุโด มุคุโร่เม้มปากแน่นจนปากที่บวมเบ่งอยู่แล้วบวมหนักกว่าเก่า  ร่างบางใช้แรงที่มีเหลือทั้งหมดผลักอกเจ้าของรอยสักใต้ตาจนร่างสูงถอยเซไปเล็กน้อย ก่อนจะกอดตัวเองวิ่งหายไปจากสายตาอาจารย์ทั้งสอง

 

 

“อารมณ์ค้างรึไง” ฮิบาริเปิดการสนทนาเป็นคนแรก หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเงียบกันอยู่นาน นับตั้งแต่ไอดอลโรงเรียนคนสวยวิ่งหนีไป  เบียคุรันถอนแว่นตาไร้กรอบตัวเองออกสบตาสีดำคู่คมตรงหน้าด้วยรอยยิ้มสบายๆเช่นเคย “หึหึหึ ฉันจะอารมณ์ค้างไปทำไม มีผู้หญิงอยากนอนกับฉันเยอะแยะไป”  คำตอบของเบียคุรัน ทำเอาชายผมสีรัตติกาลมุ่นคิ้วลงหน่อยๆ ก่อนเหยียดยิ้มเย้ยหยั่นออกมาตามด้วยคำพูดแทงใจดำอีกฝ่าย “หึ…ก็จริง..แต่ไม่มีใครพาแกไปถึงฝั่งได้เหมือนเมื่อก่อนใช่ไหมล่ะ”

 

พลันหน้าคมคายของชายผมขาวชักสีหน้าดุดันออกมาทันที  หากแต่..กลับสร้างรอยยิ้มพึงพอใจให้แก่ฮิบาริมากกว่าเก่า   เบียคุรันจ้องมองอาจารย์ฝ่ายปกครองไม่วางตาอยู่นานสองนานก่อนจะหลับตาลงควบคุมอารมณ์โกรธเคืองตัวเอง แล้วลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเคย

“ว่าแต่ฮิบาริคุง มาห้ามการลงโทษของฉันแบบนี้มันผิดสัญญาที่ให้ไว้นี่นา” ชายผมสีพิสุทธิ์เปลี่ยนเรื่องสนทนา

“การลงโทษ..เพียงเพราะเห็นโรคุโด มุคุโร่จูบกับผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่แก ”  หนุ่มผมดำทวนคำอีกฝ่าย ดวงตาสีอเมทิสต์เบิกกว้างหน่อยๆอย่างประหลาดใจ…

 

กร๊อบ!!!

 

แว่นไร้กรอบในมือถูกบีบจนแตกละเอียด  จังหวะเดียวกับแววตาวาวโรจน์ราวกับเสือของเบียคุรันทำเอาฮิบาริเดาะลิ้นนึกสนุกอยากจะละเลงเลือดกับบุรุษผมขาวตรงหน้า   แต่ชายผมสีงาช้างกลับควบคุมสติอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง หากเขากับฮิบาริทะเลาะกันละก็…งานนี้โรงเรียนวองโกเล่ไม่เหลือซากแน่..และ..เขาก็จะไม่สามารถใช้ชีวิตปกติๆสบายๆแบบนี้ได้อีกเป็นครั้งที่สอง  “ตกลงฮิบาริคุงยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ เอ๋…หรือว่า..เกิดสงสารมุคุโร่คุงขึ้นมา” ดวงตาสีม่วงเรืองรองสั่นระริกกล่าวอย่างขำขัน  จ้องมองท่าทีไม่สบอารมณ์ของฮิบาริที่แสดงออกมาโดยการพ่นลมหายใจแรงๆออกมา “หึ…ฉันจะมาเตือนแกต่างหาก ว่านี่คือสถานศึกษาอย่างทำอะไรประเจิดประเจ้อ” ร่างสูงสูทดำตอบ

 

เบียคุรันเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ พอสังเกตสภาพรอบๆ จึงรู้ว่านี่เป็นเวลาพึ่งเลิกเรียนหมาดๆ นักเรียนก็ยังคงอยู่เยอะพอสมควร ที่สำคัญข้างๆโรงเก็บของมีสนามเบสบอลปรากฏทีมเบสบอลของโรงเรียนฝึกซ้อมอยู่   ทว่า..โชคยังดีที่ระหว่างสนามกับโรงเก็บของเก่ากึกมีต้นไม้ใหญ่สร้างเรียงบดบังเอาไว้  ขณะเดียวกันหากพวกนั้นตีโฮมรันมาทางอาคารเก็บของเขาพอดี  คงเห็นอะไรดีๆของเขากับมุคุโร่เป็นแน่!!

“อ่า…แย่จังแหะ ฉันไม่ได้สังเกตเลย”  ร่างสูงผมสีงาช้างเกาหัวตัวเองพลางยิ้มเจื่อนๆแก้เก้อออกมา

“ถ้างั้นแกก็รู้ได้แล้ว เมื่อก่อนแกไม่ใช่คนทำอะไรโดยไม่คิดไม่ใช่รึไง” คำเตือนของฮิบาริ ทำเอาเบียคุรันเงียบกริบ  ดวงหน้าคมคายประดับรอยสักใต้ตานิ่งเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก  หากแต่คนเห็นคือฮิบาริ เคียวยะ  จากการคบเป็นเพื่อนสนิท(?)กันมานับสิบปี เช่นเดียวกับ ผอ. โรงเรียนวองโกเล่หน้าเด็ก     เขารู้…ว่าคนตรงหน้ากำลังสับสนการเปลี่ยนแปลงของตัวเองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต    ชายหนุ่มผมดำถอนหายใจเบื่อหน่าย ก่อนจะเดินสวนทางกลับเข้าไปในตัวอาคารเรียน

 

“เดี๋ยว!!ฮิบาริคุง!!!” เสียงทุ้มนุ่มตะโกนเรียกชื่อเจ้าของเรือนผมสีดำ  ฮิบาริหมุนตัวกลับมาสบตาคู่คมสีฟ้าอ่อนฉายแววว้าวุ่นใจออกมาเด่นชัด  อาการกริยาจากความรู้สึกจริงๆที่จะแสดงให้เขากับสึนะโยชิ เพื่อนสนิทนับสิบกว่าปีเห็นเท่านั้น

“มีอะไร?” หนุ่มร่างสูงเจ้าของตำแหน่งฝ่ายปกครองถามเสียงเรียบ

“ฉัน…มีเรื่องอยากปรึกษานาย…”  เบียคุรันกำหมัดแน่น พูดด้วยเสียงแผ่วเบาเพราะไม่เคยคิดว่าต้องมาระบายความรู้สึกกดดันและซับซ้อนของตัวเองให้เพื่อนฟัง ทั้งที่เมื่อก่อนเขาย่อมรู้ตัวเองเสมอว่าต้องการอะไร และรู้สึกยังไง

นัยเนตรสีดำคมกริบจ้องมองร่างสูงสูทขาวไม่วางตา ก่อนจะหันหลังให้อีกฝ่าย “ห้าโมงเย็นเจอกันที่ร้านราเมงที่เดิม”

เบียคุรันเบิกตาโพลงกับคำตอบของชายชุดดำร่างสูง ตอนนี้หายเข้าไปในตัวตึกแล้ว  หน้าคมคายหล่อเหลายิ้มบางๆออกมาพลางเสยผมขึ้นลวกๆ “ขอบใจนะ ฮิบาริคุง..”

 

.

.

.

 

 

ขาเพรียวยาววิ่งมาจนถึงม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างๆสนามบอลโรงเรียน สถานที่ที่เธอใช้นั่งรอวาตาริมารับ  มุคุโร่ทุดนั่งลงบนม้านั่งหินอย่างช้าๆ และกอดตัวเองแน่นให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายรวมถึงจิตใจ  “ถ้าเกลียดฉัน..มายุ่งกับฉันทำไม..” สาวผมสีน้ำเงินยาวสลวยมัดทวินเทลพูดตัดพ้อเสียงสั่นเครือ  มือบางรีบยกขึ้นปาดน้ำตาที่กำลังไหลปริ่มออกมาจากขอบตาร้อนผ่าว

 

 

เอี๊ยด!!!

 

เสียงรถยนต์จอดสนิทหน้ารั้วโรงเรียน  ใบหน้าสวยรีบปรับสีหน้าหม่นหมองให้กลับมาดูไม่แยแสต่อสิ่งอื่นเด่นเช่นทุกครา แต่แล้วรถคันที่ว่ากลับไม่ใช่รถเบนซ์สีดำของบ้านเธอ กลับเป็น…เฟอร์รารี่สีดำคันหรูทำเอานักเรียนวองโกเล่ผ่านไปมาแถวนั้นอ้าปากค้างตกตะลึงกับความหรูหรา   ทั้งที่คนที่มีฐานะได้ขนาดนี้ควรมีแค่โรคุโด มุคุโร่เพียงคนเดียวเท่านั้น!

ประตูรถเปิดออกจากด้านคนขับ ปรากฏร่างสูงใหญ่สมส่วนของชายผมสีทองหวีเรียบแปล้ในชุดพ่อบ้านสูทดำสะอาดสะอ้าน เดินมาเปิดประตูหลังให้ใครบางคนลงจากรถ  “โอเน้ซัง!!!!!” เด็กหญิงวัย 13-14 ปี เจ้าของนามยูนิในชุดนักเรียน ม.ต้น โรงเรียนเอกชนชื่อดังค่าเทอมแพงสุดๆ โบกไม้โบกมือให้ร่างเพรียวบางผมสีไพลินยาวสลวย  จนคนที่กำลังจับจ้องรถยนต์หรูของยูนิ มองไปทางมุคุโร่เป็นตาเดียวทำนองว่า รู้จักกันเหรอ?

 

ดวงหน้าสวยเต็มไปด้วยความตกตะลึงไม่ต่างจากคนอื่น จึงเผลอตัวลุกจากเก้าอี้ม้าหิน นัยน์ตาสองสีคู่งามจ้องมองเด็กสาวผมสีดำมัดรวบวิ่งเข้ามากระโดดกอดเธอจนตัวเอเซถอยไปนิดนึง “ยูนิจัง!!?มาที่นี้ได้ไง?”  เสียงหวานเอ่ยถาม

 

ยูนิเงยหน้าจ้องมองดวงหน้าสวยโฉบฉายแววงวยงง  ทั้งรอยยิ้มหวานจนแก้มปริออกมาสมความน่ารักสดใสของวัยไร้เดียงสา “ก็โอเน้ซังไม่โทรมาหายูนิเลยนี่นา ยูนิเลยให้แกมม่าพามาหาโอเน้ซังที่โรงเรียน”  มุคุโร่ยิ้มขำขันกับความขี้เหงาของอีกฝ่าย ก่อนใช้มือลูบหัวคนตัวเตี้ยกว่า “โทษทีนะ พอดีพี่ยุ่งๆนะ”

“โอเน้ซัง..วันนี้ว่างไหมคะ?” ยูนิเอ่ยถามด้วยสีหน้าและแววตาคาดหวัง จนดวงตากลมโตส่องประกายระยิบระยับเหมือนสีน้ำทะเลยามต้องแสงตะวัน   “คึหึหึ วันนี้พี่ไม่มีการบ้านก็…ว่างอยู่นะ” คำตอบของร่างบางในชุด นร. มัธยมปลายเรียกรอยยิ้มดีอกดีใจของยูนิออกมาจนเจ้าตัวกระโดดโลดเต้น “ดีจังเลย!!งั้นวันนี้โอเน้ซังไปเที่ยวบ้านยูนินะ!!” คำชวนของเด็กผู้หญิงผมดำยาวสลวย มิอาจทำให้มุคุโร่ปฏิเสธได้ ไม่สิ…ต้องบอกว่าไม่อยากปฏิเสธมากกว่า จึงพยักหน้าตอบตกลงก่อนจะโทรบอกวาตาริพ่อบ้านของเธอให้รับรู้

 

 

 

.

.

 

“เอาล่ะ..เสร็จแล้ว…” แกมม่ายิ้มขึ้นทันทีที่วางคุกกี้ช็อกโกแลตรูปหมีชิ้นสุดท้ายในจานเสร็จ จัดรูปเรียงเป็นวงกลมไว้อย่างสวยงาม  ก่อนจะหันมารินนมอุ่นๆใส่ถ้วยสีชมพูหวานจ๋อยลายดอกไม้ ถ้วยใบโปรดของคุณหนูยูนิ  “อ่า..แย่จัง..ถ้วยยังล้างไม่เสร็จเลย”  แกมม่าอุทานด้วยสีหน้าลำบากใจ เมื่อไปเห็นกองถ้วยแก้ววางเรียงไว้เตรียมรอเช็ดล้างให้สะอาดจากพ่อบ้านผู้มากความรับผิดชอบทุกวัน  ดวงตาคู่คมเหลือบไปเห็นถ้วยกระเบื้องสีขาวสะอาดลายดอกกล้วยไม้ที่หลงเหลือเพียงใบเดียวในชั้นวาง  “เฮ้อ…ช่วยไม่ได้ คงต้องแอบใช้ถ้วยใบโปรดของคุณชายแล้วมั้ง”  ว่าแล้วมือหนาหยิบถ้วยสีขาวลงมารินนมอุ่นๆจนพอดี และจัดวางลงในถาดเหล็กเตรียมนำขึ้นไปเสริฟ์ให้คุณหนูยูนิและมุคุโร่บนห้องนอนของเด็กสาว

 

ขาทั้งคู่ใต้กางเกงแสลตดำหยุดลงหน้าห้องนอนที่แปะป้ายชื่อหน้าห้องไว้ว่า ‘ยูนิ’  และลงมือเคาะประตูสองสามทีตามมารยาท  “คุณหนู..ผมเอาขนมกับนมมาให้ครับ”

“อืม!!เข้ามาเลยแกมม่า”  เสียงใสกังวานน่ารักตอบกลับ หนุ่มร่างใหญ่จึงเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนสีชมพูหวาน ผ้าม่านสีขาวประดับลุกไม้พร้อย เตียงสี่เสาขนาดใหญ่ปูผ้าสีชมพูอ่อนๆ ปลอกหมอนสีขาวมีลูกไม้ประดับไว้สวยงาม และตุ๊กตากระต่ายตุ๊กตาหมีวางบนเตียงไว้สำหรับให้คุณหนูน่ารักของเขากอดยามหลับใหล แต่ร่างของเจ้าของห้องและแขกผู้มาเยือนกลับอยู่ที่โต๊ะทำการบ้าน  ทำเอาชายวัยใกล้สามสิบงุนงงกับสภาพในห้องที่เกิดขึ้น  ยูนิหันกลับมามองพ่อบ้านร่างสูงในท่านั่งบนเก้าอี้เหมือนเดิม ทำให้ดวงตาคู่คมของชายเจ้าของเรือนผมทองเรียบแปล้รู้ว่า คุณหนูของเขากำลังทำการบ้านวิชาคณิตศาสตร์และคาดว่ากำลังถูกโรคุโด มุคุโร่สอนให้อยู่  “อ่า..แกมม่า วางขนมไว้ตรงโต๊ะได้เลยนะ”  ยูนิฉีกยิ้มแหยๆออกมา   แกมม่าจึงโค้งน้อมรับคำสั่งโดยดี  พ่อบ้านวางถาดสำรับอาหารยามว่างไว้บนตะกลมเล้กทำจากไม้ราคาแพงมิวายแอบมองผู้หญิงสองคนคุยกัน

 

“โอเน้ซัง..ถูกไหมคะ?” ยูนิยื่นสมุดการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ให้เจ้าของเรือนผมไพลิน   มือเรียวบางสวยรับสมุดเลขมาดูนานสองนาน พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้าหน่อยๆ ดวงตาสองสีละจากสมการคำนวณในกระดาษมายังใบหน้ากลมน่ารักฉายแววคาดหวังเต็มที่  “คึหึหึ..เออ..ยูนิจัง..ยูนิจังใส่สมการพาราโบลาผิด y= mx+c คือสมการเส้นตรงนะ” มุคุโร่วางสมุดเลขลงบนโต๊ะแล้วหยิบเอาดินสอมาวงจุดที่เด็กสาวทำผิด  จนแกมม่าเริ่มเห็นดวงน่าหวานน่ารักของเรือนผมดำซีดลงเรื่อยๆบ่งบอกว่าที่ทำมาทั้งหมดคงผิดเยอะมิใช่น้อย  “อ๊า!!!ตายแล้ว!!!” เด็กสาวตาลีตาเหลือกรีบใช้ยางลบลบการบ้านเป็นการใหญ่   ส่วนทางมุคุโร่ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบอีกฝ่าย

 

พ่อบ้านวัยกลางคนมองคนทั้งสองจนตัวเองอดคลี่ยิ้มดีอกดีใจออกมาไม่ได้  ที่ได้เห็นคุณหนูของเขาไม่โดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อน   ร่างสูงจึงค่อยๆเดินออกไปจากห้องนอนของยูนิอย่างเงียบเชียบปล่อยให้สาวๆคุยกันต่อไปตามประสา

 

 

“ฟู่!!เสร็จซักที!!ถ้าไม่ได้โอเน้ซัง ยูนิต้องแย่แน่ๆ”  ยูนิฝุ่บไปนอนกับโต๊ะ ด้วยสีหน้าโล่งอกเหมือนวิญญาณคนพึ่งหลุดพ้นจากนรก  “คึหึหึ ถ้างั้นกินขนมเถอะนะ คุณแกมม่าอุตส่าห์เตรียมมาให้” มุคุโร่ยิ้มหวานลุกจากเก้าอี้ไปหยิบเอาถาดสำรับของว่างวางบนโต๊ะการบ้านที่ยังเหลือวิชาอังกฤษเป็นเรื่องสุดท้าย  เด็กสาวผมดับมัดรวบยิ้มดีอกดีใจและรีบหยิบเอาคุกกี้ช้อกโกแลตรูปหมีเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ  ก่อนจะดกนมในถ้วยสีชมพูหวานจ๋อยตามอึกหนึ่ง   เช่นเดียวกับมุคุโร่แต่ถ้วยของเธอเป็นแบบกระเบื้องสีขาวเรียบสวยแต่งแต้มวาดดอกกล้วยไม้เล็กๆด้วยพู่กัน   ยูนิเห็นถ้วยนั่นถึงกับสำลักนมทันที

“ยูนิจัง!!” ยังไม่ทันที่ริมฝีปากอิ่มของมุคุโร่จะแตะขอบถ้วย   หญิงสาวรีบวางถ้วยสีขาวบนจานรองเข้าชุดของมันและหยิบเอาทิชชู่ในห้องเช็ดปากอิ่มเล็กเลอะนมหน่อยๆของยูนิ

“ขะ..ขอโทษค่ะ..แบบว่ายูนิตกใจที่เห็นเอาถ้วยใบโปรดของโอนิซัง”  คำกล่าวของเด็กอายุน้อยกว่า ทำเอามุคุโร่เลิกคิ้วสูงมองไปยังถ้วยสีขาวที่ถูกจัดไว้ให้สำหรับเธอ “อะ..เออ..ถ้างั้นพี่ไม่ดื่มดีกว่า ท่าทางพี่ชายของยูนิจังต้องหวงมากแน่ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ!!ถ้าเป็นโอเน้ซัง โอนิซังไม่หวงหรอกค่ะ” คำพูดกำกวมบางอย่างทำเอามุคุโร่เผลอตัวมุ่นคิ้วสงสัย ก่อนจะพูดทวนคำถามอีกฝ่าย “ไม่หวง!!?พี่ชายยูนิรู้จักฉันเหรอ?”   คราวนี้ยูนิเกือบเผลอกลืนคุกกี้ติดคอดีที่ดกนมตามทัน  ก่อนจะหันมายิ้มแหยๆตอบ “อ๋อๆ ก็วันที่คิเคียวกับซาคุโร่มาช่วยโอเน้ซัง ยูนิโทรไปเล่าให้โอนิซังค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ยูนิมั่นใจล้านเปอร์เซนต์เลยว่าโอนิซังไม่โกรธหรอก”  เด็กสาวตอบกลับด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ  จึงทำให้มุคุโร่ฉีกยิ้มน้อยๆตอบและเริ่มจับถ้วยสีขาวยกขึ้นมาดื่ม  โดยไม่รู้ถึงสายตากรุ้มกริ่มและรอยยิ้มปลื้มใจของเด็กผมดำซักนิด

“นี่ๆโอเน้ซังเก่งขนาดนี้ โตขึ้นอยากเป็นอะไรคะ?” คำถามของยูนิทำเอามุคุโร่ชะงักการดื่มนมทันที  มือเรียงบางวางถ้วยสีขาวลายดอกกล้วยไม้ลงตามด้วยสีหน้างุนงงสับสนจนเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสวยแปลกใจ

“คึหึหึ นั่นสินะ..พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”  ดวงตาสองสีจับจ้องมองนมในถ้วยกระเบื้องสะท้อนใบหน้างดงามของตัวเธอเอง อัญมณีคู่งามต่างสีกำลังสั่นระริกคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านๆมา  ถึงการเรียนเธอจะดีจนเป็นท็อปมาตลอดทุกชั้น แต่ไม่เคยคิดเลย..เรียนไปทำไม…แล้วจะไปทำงานอะไร…มัวแต่ใช้ชีวิตเรียนไปวันๆหาเรื่องปวดหัวให้อาจารย์ไปทั่ว เย้ายวนผู้ชายให้ลุ่มหลงและหลอกใช้เป็นทาสชั้นดี…

 

 

เราอยู่เพื่ออะไรกันนะ? 

 

 

“โอเน้ซัง…ยูนิว่าเก่งๆอย่างโอเน้ซังต้องเรียนหมอได้แน่ๆเลย” ยูนิออกความเห็นด้วยรอยยิ้มร่าเริงเหมือนทุกที  มุคุโร่ละจากถ้วยกระเบื้องสีขาวมายังดวงหน้าน่ารักข้างๆเธอ  ก่อนจะยิ้มน้อยๆตอบ “พี่นะ…ไม่ใช่คนดีถึงขนาดเป็นหมอได้หรอก”

“โห..โอเน้ซังพูดเหมือนโอนิซังเปี๊ยบเลยแหะ!!” คำอุทานของเด็กสาวผมดำสลวย เรียกสติของมุคุโร่กลับมาหญิงสาวผมไพลินชักสีหน้าแปลกใจกับคำพูดของเด็กวัย 13 ปี  “พี่ชายยูนินะเหรอ…”

เด็กผู้หญิงพยักหน้าและเริ่มเล่าต่อ “โอนิซังนะเรียนเก่งมากๆเลยล่ะ เก่งจนยูนิยังประหลาดใจเลยว่าทำไมยูนิไม่ได้ครึ่งนึงของโอนิซังบ้าง  ตอนโอนิซังอายุเท่าโอเน้ซัง ยูนิก็ถามเหมือนกันว่าจะเอ็นอะไร และก็แนะนำหมอไป แต่โอนิซังเขาตอบว่า…”   เรือนผมดำเว้นวรรคพักหนึ่ง  ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ “คนอย่างฉัน มันไม่เหมาะกับอาชีพแพทย์หรอก”

“แล้วตอนนี้ พี่ชายยูนิเรียนอะไรอยู่เหรอหรือว่าเรียนจบแล้ว?” มุคุโร่ถาม

“โอนิซังเรียนจบแล้วค่ะ ทำงานเป็นครูน่ะ”  หญิงสาวเรือนผมสีไพลินเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ แล้วถามต่อด้วยความอยากรู้“ครูที่ไหนเหรอ?”  สิ้นคำถามยูนิหน้าซีดลงทันที แต่เพียงชั่วแว๊บเดียวเท่านั้นทำให้ดวงตาสองสีไม่ทันสังเกตเห็น

“ที่..ที่มหาลัยฮาเวิร์ดค่ะ แหะๆๆ” ยูนิรู้สึกว่ากำลังเข้าเรื่องพี่ชายตัวเองมากเกินไปเลยหาเรื่องเปลี่ยนเรื่องคุยกับมุคุโร่แทน  ซึ่งหญิงสาวผมไพลินก็เออออตามเด็กหญิงผมดำ ไม่ได้ติดใจสงสัยในเรื่องของพี่ชายของเด็กสาวคนนี้มากนัก เพราะคิดว่ายังไง…คงไม่ได้เจอกันบ่อยๆนักหรอก…

 

 

TBC

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s