[AuFic KHR][10069]punish for you/Part21

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 21

 

 

ท้องฟ้าสีส้มแดง บัดนี้กลับกลายเป็นสีเข้มอึกครึมของยามโพล้เพล้  เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็วและกำลังจะก้าวไปสู่วันใหม่เหมือนดั่งเข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้า ไม่เคยย้อนกลับมา…ดั่งเช่นทุกครา

“ว้า…เผลอแป๊บเดียวหกโมงเย็นแล้ว แย่จัง” เด็กหญิงเรือนผมสีดำมุ่ยหน้า นัยน์ตาสีฟ้าสวยกลมโตช้อนมองทั้งสีหน้าอ้อนวอนเด็กสาวร่างเพรียวบางเรือนผมสีไพลินมัดแกละ  “คึหึหึ  ไว้วันหลังฉันจะมาใหม่นะยูนิจัง” มุคุโร่ยิ้มหวานตอบพลางใช้มือเรียวลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ  ยูนิหลับตารับสัมผัสนุ่มบนหัว แต่ไม่วายแอบทำหน้าเบื่อโลกออกมาจนแกมม่าพ่อบ้านร่างใหญ่ต้องเข้ามาสะกิดให้เด็กหญิงผมดำ “คุณหนูครับ…คุณโรคุโดบอกว่าวันหลังจะมาใหม่..เพราะงั้น..ในวันข้างหน้าคุณหนูต้องได้เจอคุณโรคุโดอีกแน่นอนครับ”  คำพูดปลอบของแกมม่า เรียกรอยยิ้มสดใสของยูนิออกมาอีกครั้ง  เด็กสาวผมดำโบกมือลาผู้มาเยือน “ คราวหน้าโอเน้ซังต้องมาให้ได้นะคะ” มุคุโร่เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะโบกมือตอบ แล้วเดินเข้าไปในรถเบนซ์สีดำของตัวเองทางที่นั่งด้านหลัง โดยมีวาตาริพ่อบ้านวัยชราคนสนิทขับมารับ

 

ประตูรถปิดสนิทลงโดยชายชราในชุดพ่อบ้าน วาตาริโค้งขอบคุณยูนิกับแกมม่าอย่างสุภาพและขึ้นรถสีดำไป

 

 

บรืนนนนนน

 

รถเบนซ์หรูหลายล้านขับออกจากรั้วคฤหาสน์สีขาวทั้งหลัง  ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จนคฤหาสน์หลังใหญ่ดูเล็กลงและมองไม่เห็นในที่สุด  วาตาริลอบมองดวงหน้าสวยของหญิงสาวทายาทตระกูลโรคุโดที่นั่งเท้าคางมองไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเหม่อลอยก็อดยิ้มขำขันไม่ได้ เสียจน..คนนั่งอยู่ด้านหลังสังเกตเห็นแล้วทักขึ้น “มีอะไรเหรอวาตาริ ยิ้มใหญ่เชียว?”

พ่อบ้านชราสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนยิ้มอ่อนโยนให้คุณหนูของเขาผ่านทางกระจกรถ “ผมไม่ได้เห็นคุณหนูมีรอยยิ้มสดใสแบบนี้นานแล้วขอรับ เลยรู้สึกดีใจจนอดยิ้มไม่ได้ขึ้นมา”  คำตอบของวาตาริ ทำเอามุคุโร่หน้าขึ้นสีจางๆ ก่อนเจ้าตัวจะอมยิ้มออกมเล็กน้อย  “คึหึหึ นั่นสินะ..เด็กนั่น..เหมือนๆกับฉันสมัยก่อนเลย..เพียงแต่ เปลี่ยนจากปู่เป็นพี่ชายของเขา..” น้ำเสียงในประโยคสุดท้ายดูอ่อนลง  เสียจนวาตาริรู้สึกผิดที่พูดจารื้อฟื้นความหลังแสนโดดเดี่ยวและยังคงเป็นมาถึงปัจจุบันของเด็กสาวผมทวินเทล  นัยน์ตาสองสีสังเกตเห็นสีหน้าหม่นหมองของพ่อบ้านที่เธอรักเหมือนพ่อแม่ของเธอ จึงรีบพูดดักทางไว้ไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก  “วาตาริ..ฉันแค่นึกถึงความหลังเฉยๆ..ไม่ใช่ความผิดของวาตารินะ”  ชายชราในชุดพ่อบ้านยิ้มขึ้นกับสีหน้าเลิ่กลั่กของนางฟ้าตัวน้อยๆในสายตาเขา ท่าทีของพ่อบ้านวัย 60 ทำเอามุคุโร่ยิ้มออกมาอีกครั้งและกลับไปมองวิวนอกกระจกรถต่อ  “หือ!!!” ขณะที่ตัวรถกำลังขับเคลื่อนไปด้วยความเร็วพอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป  อัญมณีสองสีสะดุดกับร้านขายผลไม้ริมถนนในตึกแถวของศูนย์การค้านามิโมริ  ประกอบด้วยผลไม้หลากหลายชนิดจัดเรียงสวยงามปักป้ายราคาต่อกิโล ให้ลูกค้าที่เดินผ่านไปมาแถวๆนั้นรู้สึกสนใจและอยากซื้อ… ทั้งๆที่ปกติ มุคุโร่มักจะเฉยเมยและหาได้สนใจกับภาพตรงหน้าเพราะเป็นเรื่องชินตา..แต่ทว่า…

“วาตาริ..จอดรถที..” เสียงหวานล้ำออกคำสั่งเบาๆ  ชายชราเลิกคิ้วสูงด้วยสีหน้าฉงนแต่ก็ทำตามคำสั่งหญิงสาวโดยดี

รถเบนซ์สีดำสนิทจอดเลียบข้างทางเท้า มุคุโร่เปิดประตูรถและวิ่งเข้าไปในร้านผลไม้ทำเอาพ่อบ้านชักสีหน้าตะลึงงุนงงกว่าเก่า ก่อนจะได้สติลงจากรถวิ่งตามอีกฝ่าย “คุณหนู!!” วาตาริร้องเรียกชื่อสาวผมไพลินที่หายเข้าไปในร้านขายผลไม้  แต่แล้วร่างเพรียวเดินกลับออกมาพร้อมกับถุงใส่ส้มจำนวนมากเกือบสองถุงเต็มๆ  นัยน์ตาสองสีเฉหลบตาสีเทาขุ่นของพ่อบ้านคนสนิท แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อเด่นชัดแล้วขยับปากพูดทั้งเสียงแผ่วเบา

“ขอโทษนะ..วาตาริ..แบบว่าฉันรู้สึกอยากกินส้มมากๆเลย..ซื้อให้หน่อยนะ”

 

 

.

.

.

 

ย่านการค้าแผนกฝั่งอาหารยามเย็นคับคั่งไปด้วยผู้คนมากมายจนหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีงาช้างจำต้องเดินแทรกคนด้วยความยากลำบาก บางครั้งเจ้าตัวก็เผลอชนเข้ากับผู้คนโดยไม่ได้ตั้งใจจนต้องฉีกยิ้มสุภาพขอโทษอีกฝ่าย  แต่ด้วยกริยามารยามราวกับเทพบุตรและใบหน้าคมคายหล่อเหลา การแต่งกายดูดีมีชนชั้นด้วยชุดสูทขาวสะอาดสะอ้านเรียบเนี๊ยบทำให้คนทั้งหลายยิ้มตอบและหาได้ใส่ใจกับการชนของหนุ่มเจ้าของรอยสักใต้ตาสวมแว่นไร้กรอบ

 

เบียคุรันเดินฝ่าฝูงชนออกมานในที่สุด ขายาวทั้งคู่หยุดอยู่ตรงหน้าร้านราเมงริมถนนแห่งหนึ่ง จากสภาพร้านและป้ายชื่อจากไม้ที่ค่อนข้างเก่าและผุแม้ว่าจะทาสีใหม่ก็ตาม บ่งบอกถึงอายุระนามของร้านค้าแห่งนี้.. ร่างสูงผมขาวแหวกผ้าม่านเข้าไปในร้าน และทรุดนั่งลงกับเก้าอี้หมุนตัวเล็กหน้าเคาท์เตอร์ข้างๆหนุ่มผมสีดำสนิทจิบชาเขียวร้อนๆด้วยท่าทีสุขุมสง่างาม

“มาสายนะ เบียคุรัน”  เสียงทุ้มเรียบเอ่ยดังจากปากบุรุษร่างสูงสูทดำ  เบียคุรันเหยียดยิ้มะรื่นและยักไหล่น้อยๆตอบอีกฝ่าย

“ช่วยไม่ได้นี่นา..การบ้านให้ตรวจมันเยอะ นี่ฉันก็เร่งฝีเท้ามาให้ทันนัดเต็มที่แล้วนะฮิบาริคุง” ฮิบาริพ่นลมหายใจแรงๆ ก่อนจะวางถ้วยชากระเบื้องลงบนจานรองเข้าคู่   สักพักชามราเมงร้อนๆหอมกรุนถูกวางลงบนเคาท์เตอร์หน้าหนุ่มร่างสูงมาดขรึมโดยชายวัยกลางคนในชุดพ่อครัวสีขาว “ราเมงสูตรเฉพาะของฮิบาริคุงได้แล้วนะ” หนุ่มผมดำพยักหน้าเล็กน้อยตอบกลับ  พ่อครัวยิ้มแห้งๆกับท่าทีเย็นชาของคนหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเหลือบตาไปสังเกตเห็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับชายผมสีรัตติกาล  ทว่า..เจ้าตัวกลับมีผมสีขาวโพลน ดวงตาสีอเมทิสต์  และรอยสักใต้ตานั่น…

“เบียคุรันคุงใช่ไหมนั่น!!!”  เจ้าของร้านราเมงร้องเสียงหลง  หนุ่มหน้าหยกยิ้มร่าตอบอีกฝ่าย

“ฮ่าๆ ไม่เจอกันตั้งหลายปีความจำของลุงโยชิยังแม่นเหมือนเดิมเลย”

“ฮ่าๆๆ ก็ไม่หรอกนา..ตอนแรกฉันเห็นก็ไม่แน่ใจ แต่เห็นรอยสักแบบนั้นเลยจำได้น่ะ” ลุงโยชิหัวเราะเสียงดังดีอกดีใจและใช้มือตบไหล่ของคนหนุ่มผมขาวแรงๆ “เบียคุรันคุงหายไปเกือบสิบกว่าปี กลับมาเป็นหนุ่มหล่อเฟี้ยวจนฉันนึกว่าดาราที่ไหนซะอีก  หล่อไม่แพ้ฮิบาริคุงเลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆ”

 

เบียคุรันฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวราวกับเทวดาลงมาโปรดให้แก่เจ้าของร้านราเมงที่เขารู้จักมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ

“คิดถึงสมัยก่อนๆจังเลย ที่พวกเธอสามคน สึนะคุง ฮิบาริคุง เบียคุรันคุงในชุดประถมวิ่งมากินราเมงร้านฉันหลังเลิกเรียนทุกวัน ฉันยังจำได้เลยว่าเบียคุรันคุงแกล้งสึนะคุงจนร้องไห้แล้วฮิบาริคุงก็โมโหจนเอาโชยุราดหัวขาวๆของเธอเลยล่ะ”  ความหลังสมัยก่อนทำเอาหน้าคมคายของชายผมขาวหัวเราะแห้งๆออกมา ส่วนทางฮิบาริไม่พูดไม่จาก้มหน้าก้มตากินราเมงไปอย่างเงียบๆ

“เอาเป็นว่า..ผมขอเหมือนเดิมละกันนัครับ ลุงโยชิ”  เบียคุรันตัดบทด้วยการสั่งอาหารกับอีกฝ่าย  ลุงโยชิหัวเราะร่าอย่างรู้ทันแล้วหันไปง้วนอยู่กับอุปกรณ์ทำอาหารของตัวเองต่อ   ร่างสูงผมสีพิสุทธิ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนกลับมามองใบหน้าครึ่งซีกของเพื่อนตัวเอง “เฮ้อ…นายจงใจแกล้งฉันใช่ไหม..ที่นัดมาที่นี้” ฮิบาริวางตะเกียบลงบนชามที่วางเปล่า หยักยิ้มหยั่นออกมา “หึ..เปล่านี่…แค่บังเอิญอยากมากินที่เก่าๆ”  เบียคุรันมุ่ยหน้าลงหน่อยๆ นัยน์ตาคู่คมใต้แว่นไร้กรอบหรี่ตามองหนุ่มผมดำที่หยิบเอาทิชชู่ในร้านมาเช็ดปากจนเสร็จ  หน้าคมคายเย็นชาหันกลับมาสบตาสีน้ำแข็งด้วยแววตาคมกริบเช่นทุกครั้ง

“ว่าเรื่องของแกมาเร็วๆ ฉันอยู่ได้ถึงแค่ทุ่มนึงเท่านั้น”  คำตอบของฮิบาริ เรียกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหนุ่มผมขาวออกมา เขารู้ดีว่าที่อีกฝ่ายกำชับเวลาขนาดนี้ แปลว่าต้องรีบกลับไปหา ผอ.สุดป๊อด ซาวาดะ สึนะโยชิ  ที่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาฮิบาริพาออกมาอยู่กินฉันท์สามีภรรยาในบ้านของหนุ่มผมดำมาเกือบๆสองถึงสามวันเห็นจะได้แล้ว    เมื่อเข้าเรื่องประเด็นหลักการนัดเจอครั้งนี้  หน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปปั้นสลักของเทพยดาในวิหารตีสีหน้าขรึมทันที  ดวงตาคู่คมสีฟ้าใสบัดนี้ยามต้องแสงไฟสีส้มในร้านราเมงกลายเป็นทอสีม่วงเรืองรองจดจ้องน้ำชาในถ้วยกระเบื้องของตัวเองแล้วเริ่มเล่า

“ฮิบาริคุง..ฉัน..สับสน..”  สิ้นเสียงทุ้ม  ฮิบาริ เคียวยะ ละมือจากถ้วยชาที่กำลังจะยกมาดื่มต่อให้หมดและนิ่งเงียบรับฟังคำพูดของอาจารย์หนุ่มผมสีงาช้างชี้ไม่เป็นทรง

“ทั้งๆที่ฉันมาที่นี่ตามคำพูดของฮิบาริคุงให้มากำราบเด็กดื้อนั่น..แต่หลังๆฉันกลับรู้สึก..มันมากกว่าแค่บทลงโทษนั่น มันเริ่มเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนที่มีคนคิดปลุกกล้ำมุคุโร่คุง และ..วันนี้ก็ด้วย”  มือหนายกขึ้นมากุมขมับ ดวงตาคู่คมหลุมตาต่ำมองใบหน้าตัวเองเต็มไปด้วยความสับสนสะท้อนจากผิวน้ำในถ้วยชากระเบื้องบนเคาทเตอร์ไม้

“ฮิบาริคุง..ฉันควรทำไงดี..ฉันคงไม่กำลังรักเด็กนั่นใช่ไหม”  เบียคุรันเอ่ยถามเพื่อนสนิทตัวเอง ดวงตาคู่คมใต้แว่นไร้กรอบเต็มไปด้วยแววตาคาดหวังคำตอบจากหนุ่มผมสีดำสนิทนั่งนิ่งเงียบ ไร้ปฏิกิริยาใดๆตอบกลับมา  จนบรรยากาศในร้านราเมงหนาวเย็นลงทันตาเห็น   ตาสีนิลจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีอเมทิสต์นานสองนาน…

“ใช่…แกรักเด็กนั่น..รักเด็กดื้อชื่อโรคุโด มุคุโร่”  สิ้นคำตอบของฮิบาริ ดวงตาสีดำจ้องมองสีหน้าเหลอหลาของคนตรงหน้าแล้ว และยิ่งหนุ่มผมขาวออกอาการปากสั่นเถียงไม่ออก ช่างเป็นภาพสุดแสนตลกชวนถ่ายเก็บเอาไว้เสียจริง…

“ไม่ได้นะ!!ฉันรู้สึกแบบนั่นกับใครไม่ได้!!ฮิบาริคุงก็รู้!!” เบียคุรันโพลงเสียงดังออกมาอย่างลืมตัว คนในร้านมองเป็นตาเดียว  หนุ่มผมขาวรู้สึกตัวจึงรีบตีสีหน้ายิ้มหวานตอบ จนกระทั่งผู้คนในร้านราเมงเลิกสงสัยกลับไปจัดการบะหมี่ของตัวเองต่อ   เมื่อไม่มีคนสนใจบุรุษผมสีขาวรีบกลับมาคุยกับเพื่อนมาดขรึมด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน “ฮิบาริคุง..พอจะมีวิธีทำให้ฉันเลิกรู้สึกบ้าๆแบบนี้ได้ไหม”

“ระหว่างที่แกกำลังคิดหาวิธี ฉันว่าแกหันมาถามตัวเองดีกว่า ว่าแกทนปล่อยเจ้าสัตว์กินพืชล้มลุกไปได้หรือไง” ฮิบาริตอบ

“ทน?” เบียคุรันพูดทวนคำอีกฝ่าย  ร่างสูงผมสีดำรัตติกาลถอนหายใจเบื่อหน่าย แล้วหยิบชาเขียวมาดื่มจนหมดและพูดต่อ

“แกจะทนได้ไหม ถ้าเจ้าสัตว์กินพืชล้มลุกนั่นไปคบกับผู้ชายอื่น แต่งงานกับผู้ชายอื่น อยู่กินกับผู้ชายอื่น หรือแม้กระทั้งนอนกอดกับคนอื่นที่ไม่ใช่แก”

 

 

เพล้ง!!!!!!!!!!

 

ถ้วยชาสำหรับเบียคุรันถูกปัดลงตกแตกกระจายบนพื้น  คนในร้านสะดุ้งหันมามองเป็นตาเดียว แต่พอเห็นสีหน้าดุดันของหนุ่มผมขาวประกอบกับตาคู่คมสีม่วงวาวโรจน์กวาดมองคนในร้าน  ทำเอาผู้คนทั้งหลายพากันขนลุกเกรียวไปทั้งตัวก้มหน้าก้มตาโซ้ยบะหมี่เร่งด่วนสุดๆ ก่อนจะวางเงินไว้บนโต๊ะวิ่งหนีออกไปจากร้านราเมง

“ฮิบาริคุง..พูดแบบนี้หมายความว่าไง” เจ้าของเรือนผมสีขาวกดเสียงลงต่ำพูดออกมา เรียกรอยยิ้มเย็นของฮิบาริออกมา หนุ่มผมดำลุกจากเก้าอี้พร้อมวางเงินค่าราเมงไว้บนโต๊ะพลางกระชัยสูทนอกสีดำให้เข้าที่  “ฉันพูดในสิ่งที่แกควรกลับไปคิด ถ้าแกเฉยกับสิ่งที่ฉันพูดได้ แกก็เลิกความรู้สึกนั่นได้ ฉันบอกได้แค่นั้น” ฮิบาริพูดทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปจากราเมง  สวนกับลุงโยชิที่เดินถือชามราเมงร้อนๆสำหรับหนุ่มผมขาวออกจากห้องครัวหลังร้าน  พลางชักสีหน้างุนงงกับเศษกระเบื้องบนพื้น  “เห..เบียคุรันคุงทำแตกเหรอ”  ยังไม่ทันได้ถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น  เจ้าของรอยสักใต้ตากลับลุกจากเก้าอี้หยิบเงินยัดใส่มือของชายวัยกลางคนเจ้าของร้าน  “นี่เงินค่าราเมงกับถ้วยชาครับ ผมขอตัวก่อนนะลุงโยชิ” เสียงทุ้มนุ่มระรื่นกลับเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาและเลื่อนลอยเสียจนอีกฝ่ายชักสีหน้างุนงง  พอจะถามเจ้าตัวก็เดินออกไปจากร้านเสียแล้ว

 

“อะไรของเด็กพวกนี้กันนะ?”

 

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s