[AuFic KHR][10069]punish for you/Part22

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 22

 

 

 

ร่างเพรียวบางผูกผมเรือนผมสีน้ำเงินด้วยริบบิ้นสีชมพูเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนจะใช้ตาสองสีคู่งามสำรวจมองร่างตัวเองหน้ากระจกบนตะเครื่องแป้ง..เสื้อผ้านักเรียน..ทรงผมทวินเทล…ทุกอย่างเรียบร้อย..

ในขณะที่มุคุโร่กำลังจะเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนสีดำบนเตียงไซส์คิงกว้างเป็นอย่างสุดท้าย ทว่า…ตาใต้ขนตาแพยาวงอนสวยสังเหลือบไปเห็นเข็มกลัดเงินเล็กๆเป็นรูปดอกกล้วยไม้สวยวางอยู่ในกล่องกระจกทำให้มันดูมีค่าและราคายิ่งไปกว่าเก่า

“ยูนิ..” ปากอิ่มกระซิบเสียงแพ่วเบาเอ่ยชื่อเด็กหญิงเรือนผมสีดำสวย พร้อมย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานในบ้านคฤหาสน์หินอ่อนหลังใหญ่สีขาว…

 

 

 

 

“โอเน้ซังมีดูไม่ค่อยสบายใจเลยนะคะมีอะไรรึเปล่า” เสียงใสกังวาลเอ่ยถาม ทำให้มุคุโร่ต้องละจากการจิบนมในแก้วสุดหวงของพี่ชายยูนิ ที่เจ้าตัวน้องสาวบอกว่าถ้าเป็นเธอยังไงพี่ชายก็ไม่ว่าอะไรเรื่องใช้ถ้วยใบโปรดนี่..

“คึหึหึ ทำไมคิดแบบนั้นล่ะยูนิจัง”  มือบางวางถ้วยสีขาวลายดอกกล้วยไม้ลงบนจานรองเข้าชุด แล้วหันมาแย้มยิ้มให้เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสวยกลมโตเบื้องหน้า  “ก็โอเน้ซังสีหน้าไม่ค่อยดีเลยค่ะ..ถึงจะยิ้มแบบนี้ก็เหอะ แต่พอเผลอโอเน้ซังก็ทำหน้าเศร้า…” ความช่างสังเกตของเด้กผู้หญิงในชุดนักเรียนประถม ทำเอามุคุโร่หน้าชาก่อนจะเฉนัยน์ตาคู่งามหลบสายตาเค้นถามของอีกฝ่าย

“ฉัน..ขอโทษนะ ยูนิจัง..เรื่องของฉันมันใหญ่เกินที่เด็กอย่างเธอจะรู้”  เสียงหวานตอบทั้งน้ำเสียงแผ่วเบา  ยูนิตีหน้าเศร้าครู่หนึ่งก่อนจะร้องอ๋อเสียงดังจากนั้นแม่สาวผมดำรีบวิ่งไปเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียงก้มหน้าก้มตาหาอะไรบางอย่างอยู่นานจนมุคุโร่อดสงสัยไม่ได้ “นี่ค่ะ โอเน้ซัง ยูนิให้” ยูนิวิ่งกลับมาพร้อมยัดวัตถุแข็งอย่างหนึ่งใส่มือเรียวบาง  มุคุโร่ก้มมองดูของในมือสิ่งที่พบทำเอาดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและทึ่งในความงามของเข็มกลัดเงินจิ๋วรูปดอกกล้วยไม้….

จากรูปลักษณ์และความงามของมันทำให้มือบางรีบยื่นเข็มกลัดใส่คืนบนมือเล็กของเด็กสาวตรงหน้าทันที 

“พี่รับไม่ได้หรอกยูนิจัง ราคาต้องแพงมากแน่ๆ”  ยูนิกลับชักมือหนีไปไผล่หลัง พร้อมทั้งยิ้มน่ารักสดใสราวกับนางฟ้าตัวน้อยให้สตรีเรือนผมไพลินมัดแกละ“ยูนิอยากให้โอเน้ซัง..นี่น่ะ เป็นเข็มกลัดเครื่องรางที่โอนีซังให้ยูนิไว้..”

“แบบนั้นยิ่งไม่ได้ใหญ่..ของสำคัญแบบนั้นน่ะ…” “

แต่ยูนิอยากให้โอเน้ซัง รับไว้เถอะนะคะ” ยูนิรีบพูดอย่างรวดเร็วไม่รีรอให้อีกฝ่ายปฏิเสธพร้อมยัดกล่องเข็มกลัดกล้วยไม้ใส่มือของมุคุโร่  ดวงตากลมโตสีฟ้าฉายแววอบอุ่นอ่อนโยนให้คนอายุมากกว่าตน “เข็มกลัดนี่..จะช่วยคุ้มครองโอเน้ซังให้ปลอดภัยจากทุกสิ่ง ส่วนยูนิน่ะมีแกมม่าคอยดูแลอยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”  ยูนิพูดพลางแลบลิ้นเล็กน้อยออกมา มุคุโร่มองเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารักตรงหน้าตาปริบๆ ก่อนจะหยักยิ้มน้อยๆตอบรับ “ขอบใจมากนะ..ยูนิจัง” 

 

 

 

 

“คึหึหึ  เป็นเด็กที่น่ารักจริงๆเลยนะ” มุคุโร่ยิ้มขำขัน ก่อนจะหยิบเอาเข็มกลัดเงินรูปดอกกล้วยไม้ติดลงบนอกซ้ายของชุดนักเรียน  ก่อนคว้ากระเป๋าหนังสีดำเดินออกไปจากห้องนอนของเธอ

 

 

.

.

.

 

 

วันนี้ยังเป็นอีกวันหนึ่ง  ณ โรงเรียนวอลโกเล่  โรงเรียนมัธยมปลายเอกชนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของญี่ปุน  เหล่านักเรียนครูอาจารย์ยังคงเดินกันขวักไขว่ ดำเนินเรื่องการเรียนการสอนไปตามปกติเมื่อวันผ่านๆมา…

 

เสียงออดดังลั่นทั่วอาณัติบริเวณบอกหมดคาบ  นักเรียนทั้งหลายหยุดกิจกรรมต่างๆลงและพากันลุกขึ้นยืนโค้งเคารพให้อาจารย์ประจำวิชาของชั่วโมงนั้นๆ  “ขอบคุณครับ*ขอบคุณค่ะ”

แน่นอน..ว่าไม่แปลก..ก็เป็นสากลทั่วๆไป แต่ที่แปลกน่ะ … คือห้อง ม.ปลาย ปี3 รู้จักกันในนามห้อง โกคุโย ห้องนักเรียนสุดซ่าส์สุดเห้วกลับมายืนเคารพอาจารย์ด้วยความนอบน้อม!!!!

ชายวัยกลางคนหัวล้านเกือบหมดถึงกับทำ text ชีวะร่วงหล่นชั่วขณะ ร่างกายที่สั่นเท้าด้วยความกลัวที่ต้องมาสอนห้องสุดอันตรายแล้ว ยิ่งสั่นหนักกว่าเก่า  “อ่ะ…อืม..ยะ..อย่าลืมการบ้านนะ” พูดจบก็รีบวิ่งหน้าตื่นออกไป จากสีหน้าและแววตานักเรียนในห้องโสโครกเครอะสีสเปรย์เดาได้ไม่ยากว่าหลังจากนี้ อาจารย์สอนชีวะคงจะเอาเรื่องวันนี้ไปเมาท์ให้ครูคนอื่นๆฟังแน่ๆ

 

 

“เฮ้อ…ไม่ชอบเลยว่ะ แมร่ง..อึกอัดชะมักฉันล่ะอยากตบเกรียนไอ้ล้านชิบ” ซาโตชิหนึ่งในสมาชิกกลุ่มชายโฉดสุดของโรงเรียนวองโกเล่แห้วใส่ พลางหยิบบุหรี่อัดม้วนขึ้นมาสูบ  “เหอะ..ทำไงได้ ก็ท่านมุคุโร่บอกว่าให้พวกเราทำตัวดีๆ อีกอย่างอีกไม่กี่เดือนก็จะจบ ม.6 กันแล้ว และก็ต้องสอบเข้ามหาลัยด้วย” โทดะเจ้าของนามของชายร่างยักษ์ย้อมผมเกรียนสีชมพูพูดกับเพือนสนิทพลางตบไหล่ซาโตชิเบาๆ

จิคุซะมองกลุ่มเพื่อนนักเรียนชายเกือบครึ่งค่อนที่บ่นสาธยายไปสองสามประโยคก่อนกลับมาคุยเรื่องเล่นไร้สาระตามประสา  นัยน์ตาสีดำเรียบสนิทใต้แว่นกรอบหนาเหลือบมาจับจ้องเพื่อนชายหน้าบากผมสีทองชี้ฟูข้างๆตนที่นิ่งเงียบผิดสังเกตและไม่ยอมเข้าไปเจ๊าะแจ๊ะกับสาวงามแห่งวองโกเล่ สลับกับคนงามที่ว่าที่ตอนนี้…หยิบเอาส้มใต้เก๊ะโต๊ะมากินอย่างเอร็ดอร่อย…

 

มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ?

 

จะถามก็ใช่ที่…ถามเคนสิ่งทีได้รับคือคำพูดอึกอักกับสีหน้าแดงแปร๊ด…ส่วนมุคุโร่ก็คงมีแต่รอยยิ้มลึกลับตอบกลับมาเท่านั้น

แต่ประเด็นเรื่องสำคัญที่น่าสงสัยยิ่งกว่า คือพฤติกรรมการรับปรทานอาหารของไอดอลสาวผู้นี้..นอกจากช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาจะกินจุเป็นพิเศษแล้ว หลังๆชอบกินของเปรี๊ยวซึ่งปกติเจ้าของเรือนผมสีไพลินไม่เคยคิดแตะต้องผลไม้รสเปรี๊ยวเสียด้วยซ้ำ!!!!

หนุ่มๆทั้งหลายเริ่มสังเกตพฤติกรรมของสาวผมทวินเทล จึงเริ่มแผนการณ์เอาใจ ถึงกับลงทุนซื้อส้ม มะม่วง ผลไม้รสเปรี๊ยวต่างๆนาๆมาให้อีกฝ่าย  และแน่นอนว่ามุคุโร่ก็รับมาด้วยความเต็มใจ ถึงจะแสร้งทำสีหน้ายิ้มหวานๆเรียบเฉยจนเดาความคิดไม่ออก  แต่หนุ่มแว่นสังเกตเห็นแววตาเป็นประกายในอัญมณีสองสี..บ่งบอกว่า…ดีใจและอยากของเปรี๊ยวขนาดไหน..

 

-ทั้งหมดนี้…สาเหตุคงไม่ได้เกิดจากอาจารย์เบียคุรันหรอกนะ..- จิคุซะคิด

 

 

.

.

.

 

 

“เบียคุรัน…” เสียงใสกังวาลดังพร้อมกับประตูห้องทำงานสีขาวเปิดออก  ทำเอาคนที่ก้มหน้าก้มตาง้วนอยู่กับกองการบ้านวิชาฟิสิกส์ต้องเงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือน “ไงบลูเบล มาหาฉันมีอะไรงั้นเหรอ?” หน้าคมคายยิ้มหวานชวนละลายหัวใจแก่เด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาวสลวยคลอสะโพกกลมกลึง  หากแต่…บลูเบลกลับหาได้มีสีหน้าเขอะเขินเหมือนสาวๆคนอื่น ดวงหน้าน่ารักอ่อนเยาว์กว่าปกติกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดออกมาเด่นชัด

“มีอะไร?ถามตัวนายเองดีกว่า วันนั้นที่เรียกฉันมาเพื่อมาคุยไร้สาระ เพราะต้องการให้เด็กผู้หญิงตาสองสีนั่นเข้าใจฉันกับนายผิดใช่ไหม” น้ำเสียงของบลูเบลแข็งกร้าวขึ้นมาเล็กน้อย  ชายผมสีงาช้างยังคงรอยยิ้มร่าเช่นเคย เจ้าตัวต้นเหตุเรื่องกลับยักไหล่หาได้ใส่ใจกับคำพูดของอีกฝ่าย

“หึหึหึ เข้าใจผิดแล้ว…ฉันก็แค่อยากคุยสัพเพเหระกับเธอในฐานะคนที่สนิทสนมแค่นั้นเอง”  คำตอบนั่นทำเอาบลูเบลทำหน้าหยีเต็มประดา รู้ๆกันอยู่แก่ใจว่าไอ้หนุ่มหน้าหล่อเทวดาตรงหน้า..มันแหลชัดๆ!!!

“เหอะ…เอาเถอะๆเรื่องข่าวลือที่ฉันกับนายกิ๊กกันน่ะ…เดี๋ยวซักพักก็คงซาไปเอง..เรื่องนี้สำคัญกว่า” เด็กสาวน่ารักน่าชังน่าทะนุถนอมกลับตีหน้าขรึมทันที บุคลิกที่เปลี่ยนไปของหญิงเรือนผมฟ้าในชุดนักเรียน ม.ปลายปีหนึ่ง ทำเอาเบียคุรันอดมุ่นคิ้วเสียไม่ได้  “พวกนั่นขึ้นเครื่องจากอิตาลีมาถึงญี่ปุ่นแล้วนะ..ช่วงนี้นายต้องระวังตัวให้มากรู้ไหม”

“หือม์…ไวจังแหะ..ดูถ้าพวกนั้นคงกะไม่ปล่อยฉันแน่ๆเลย” ปากหนาได้รูปขยับพูดทั้งเสียงระรื่นผิดกับบรรยากาศอึกครึมไปทั่วทั้งห้องทำงานส่วนตัวของอาจารย์ที่ปรึกษาห้อง 3- c   มือแกร่งวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะทำงานไม้สักราคางาม แล้วยกมาเท้าคางสบตาสีน้ำเงินสวยดุจวารีของเด็กสาวร่างเล็กจอแบนตรงหน้า

 

“ยังจะมาทำหน้าระรื่นอีกตาทึ่มเบียคุรัน เวลาแบบนี้หันมีปฏิกริยาร้อนรนเหมือนคนอื่นๆบางสิ!!!”  บลูเบลแว๊ดเสียงดังอย่างเหลืออด ทว่า..หนุ่มร่างสูงกลับลุกขึ้นยืน หยิบเอาเอกสารประกอบการเรียนการสอนจำพวกหนังสือฟิสิกส์เล่มหนาบางและแฟ้มต่างๆเดินมาใกล้เด็กผมสีฟ้ายาวสลวยในระยะประชิด เสียจนบลูเบลประหม่า  “เอาน่าๆฉันเป็นคนยังไงเธอก็รู้ อีกอย่างเธอก็มาที่นี่เพื่อคุ้มครองฉันไม่ใช่เหรอไง เพราะงั้นสบายใจได้.. ใช้ชีวิตแบบปกติไปเถอะ” มือหนาขยี้หัวนักเรียนสาวตรงหน้าไปมาอย่างเอ็นดู ก่อนเดินสวนออกไปจากห้องไม่รีรอฟังเสียงโวยชุดใหญ่จากร่างเล็ก

“ตาบ้าเบียคุรัน!!!มาขยี้หัวฉันทำไม!!ผมฉันยุ่งหมดแล้ว!!!”

 

 

.

.

 

 

หลังเดินออกมาจากห้องทำงานได้ซักระยะหนึ่ง  ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสบายๆกลับตีหน้าเครียดออกมา ในช่วงเวลาที่ระเบียงทางเดินไร้ซึ่งผู้คน  ขายาวใต้กางเกงแสลตเดินไปตามทางเรื่อยๆ จนในที่สุดเจ้าตัวกลับหยุดเดินลงดื้อๆ และหันหลังพิงกำแพงพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

 

 

“พวกนั่นขึ้นเครื่องจากอิตาลีมาถึงญี่ปุ่นแล้วนะ..ช่วงนี้นายต้องระวังตัวให้มากรู้ไหม” 

 

แกจะทนได้ไหม ถ้าเจ้าสัตว์กินพืชล้มลุกนั่นไปคบกับผู้ชายอื่น แต่งงานกับผู้ชายอื่น อยู่กินกับผู้ชายอื่น หรือแม้กระทั้งนอนกอดกับคนอื่นที่ไม่ใช่แก

 

 

 

“เฮ้อ…พอเวลามีปัญหาที ก็เข้ามาเป็นชุดเลยแหะ” เสียงทุ้มเอ่ยทั้งสีหน้าอ่อนล้า  นัยน์ตาสีน้ำแข็งเหม่อมองฝ้าเพดานคิดถึงเรื่องที่ผ่านๆมา

 

กึก…

 

เสียงฝีเท้าดังชัดเข้ามาในหู  ดวงตาคูคมใต้แว่นไร้กรอบที่ซื้อมาใหม่หลังจากที่อันเก่าถูกบีบจนแตกคามือเลื่อนตามามอง พบกับร่างเพรียวเรือนผมสีไพลินยาวสลวยมัดแกละไว้ถือถุงบรรจุส้มอยู่สองสามผล

ทั้งคู่สบสายตากันด้วยแววตาตกตะลึง ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะตัดสินใจวิ่งหนีอีกฝ่ายไปด้วยความรวดเร็วจนเผลอทำถุงส้มตกพื้น

 

-บ้าจริง!!!ทำไมต้องมาเจอกับคนใจร้ายแบบนั้นด้วย!!- มุคุโร่คิดต่อว่าตัวเองที่อาศัยช่วงเบรกแอบโดดเรียนไปซื้อส้มหน้าโรงเรียน  พอกลับมาดันจ๊ะเอ๋เข้ากับหนุ่มผมขาวที่กำลังจะไปสอนห้องไหนซักแห่ง…ขาเพรียวยาวสับวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่อยากจะเจอ…ไม่อยากจะเห็นหน้าอีกฝ่าย….

 

 

…รู้สึกอ่อนแอเหลือเกิน…ยามที่สบตาคู่คมนั่น…

 

 

“อึก…”

 

 

ไม่เอาแล้ว..พอกันที…กับคนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบนั้น!!!  

 

 

“มุคุโร่!!!” เสียงทุ้มตะโกนไล่หลัง ทำเอามุคุโร่รู้สึกขนหลังคอลุกชัน นัยน์ตาต่างสีเหล่มองไปด้านหลัง เกือบจะหลุดเสียงกรีดร้อง เมื่อเห็นว่าอาจารย์หนุ่มเรือนผมสีหิมะกำลังวิ่งไล่ตามเธอมาติดๆ

เช่นนั้นแล้ว..ร่างเพรียวรีบออกสปีตเต็มกำลังวิ่งสุดแรงเกิด  จนไปถึงบันไดแล้ววิ่งขึ้นชั้นบน

 

 

อย่างน้อยๆไปให้ถึงห้องโกคุโยก็ยังมีเปอร์เซนต์รอด!!!!

 

 

“ยัยเด็กนี่…คิดหนีฉันเหรอ” เบียคุรันคำรามเสียงต่ำ ยิ่งเห็นปฏกริยาแบบนั้น เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดหนักกว่าเก่า..

 

 

ฉันไม่ปล่อยให้เธอหนีไปหรอก..โรคุโด มุคุโร่!!!  

 

 

 

ขาขาวยาวสวยดั่งนางแบบใต้กระโปรงสุดสั้นวิ่งขึ้นมาจนถึงชั้นสี่ของตึกเรียน  ด้วยความเหนื่อยประกอบกับห้อง 3-c อยู่ห่างแค่เอื้อม เจ้าของเรือนผมสีไพลินจึงหยุดพักสุดเอาอากาศเข้าปอดให้เต็มที่…

เมื่อลมหายใจเริ่มกลับมาสม่ำเสมอแล้ว มุคุโร่จึงเริ่มก้าวเดินหมายตรงเข้าไปในห้องเบื้องหน้า

“!!!!!!!!”

 

 

ครืด!!!!!

ประตูห้องเรียนเลื่อนเปิดออกโดยหนุ่มแว่นหน้าตาย ดวงตาสีดำสอดส่องมองไปสุดทางระเบียงทางเดินทั้งซ้ายและขวา

 

ไม่มี?

 

 

“เฮ้ย!!เจ้ากับปะแกมองหาอะไรวะ?” เคนเดินตามอีกฝ่ายมาพร้อมชะโงกศีรษะออกมานอกประตู…ดูว่าเกิดอะไรขึ้น!?

“เมื่อกี้..เหมือนได้ยินเสียงท่านมุคุโร่” หนุ่มผมดำสวมหมวกไหมพรมสีครีมตอบ  ชายหน้าบากมุ่นคิ้วลงและชะโงกหน้าดูอีกรอบตรวจสอบให้แน่ใจ  “ไม่เห็นมีเลย  หูฝาดมั้ง” เสียงกรรโชกตอบอย่างหงุดหงิดแล้วเดินกลับไปนั่งที่คุยเรื่องเฮฮากันในกลุ่มเพื่อนชายของตัวเองต่อ  จิคุซะลอบมองเพื่อนสนิทบุคลิกต่างสุดขั้วกับเขาพร้อมส่ายหน้าระอาใจ ก่อนจะเลื่อนประตูปิดลง  -เราคงหูฝาดไปเองมั้ง?-

 

 

 

.

.

 

 

 

ครืด!!!

 

ประตูห้องเก็บของเก่าเปิดออก  ร่างสูงฉุดกระชากลากถูร่างเพรียวบางที่พยายามออกแรงดิ้นให้ต้นแขนที่เริ่มเป็นรอยแดงช้ำหลุดจากพันธนาการโดยมือแกร่งของอีกฝ่าย

“โอ๊ย!!!” มุคุโร่โดนผู้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเหวี่ยงลงไปนอนกับเบาะพละเก่าๆสีหม่น ที่เธอเกือบเสียตัวให้กับนักเรียนชายช่างกล้าสองคนที่บัดนี้ไปนอนเจ็บในโรงพยาบาล ด้วยฝีมือของหนุ่มผมขาว..คนที่ลากเธอมาที่นี้อีกครั้ง…

“หนีฉันทำไม…” เบียคุรันถามเสียงเย็น ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้มอารมณ์ดีอีกต่อไป  มุคุโร่เม้มปากแน่นตามองต่ำที่พื้นไม่ยอมตอบอะไร ทำเอาอาจารย์ที่ปรึกษารู้สึกขุ่นเคืองกว่าเก่า  “ฉันถามไม่ได้ยินรึไง”

“ฉันแค่เหม็นขี้หน้าคุณ!!คุณมันคนน่ารังเกียจพอใจรึยัง!!!” ใบหน้าสวยตะโกนตอบกลับมา  นัยน์ตาสองสีสบตาสีม่วงวาววับที่ยืนอยู่เหนือหัวเธอ..แม้ว่าเธอจะกลัวจนตัวสั่น…แต่สำนึกบอกไว้ว่าจงอย่าแสดงความอ่อนแอให้คนๆนี้อีก

ร่างบางไม่ลังเลที่จะแข็งตามองอีกฝ่าย ปั้นรอยยิ้มเย้ยหยั่นให้เขารู้ว่าเธอนั้นชิงชังเขาเพียงใด

 

 

 

“หึ…นั่นสินะ ฉันมันคนน่ารังเกียจ” พูดจบ ชายผมขาวจับร่างงามกดลงไปนอนราบกับลูกฝูกเก่าๆพร้อมขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว  ก่อนจะเริ่มซุกซนกับลำคอระหงตรงหน้า  “ปล่อยฉันนะ!!!” มุคุโร่ออกแรงดิ้นขัดขืน หากแต่ข้อมือทั้งสองกลับถูกมือหนาตรึงไว้  ปล่อยให้คนตรงหน้าพรมจูบสร้างรอยแดงเป็นจุดบนคอขาวหลายแห่ง “อึก..อย่า…”  เจ้าของเรือนผมสีไพลินครางเสียงซ่าน ทันทีที่ส่วนแข็งขืนเข้าเสียดสีไปสิ่งที่อยู่ใต้กระโปรงนักเรียนสุดสั้น แม้ว่าจะมีกางเกงในผ้าลื่นประดับลูกไม้ปิดบังไว้ แต่จุดเร้าก็ยังคงเป็นจุดเร้า… มันทำหน้าที่ตอบสนองอารมณ์ได้เป็นอย่างดี…

หน้าคมคายค่อยๆเลื่อนลงต่ำลงจากคอระหง..ลงเรื่อยๆ…ใบหน้าสวยเชิดขึ้นจนแพรไหมสีไพลินสะบัดตาม ดวงตาสองสีปรือมองเพดานทำจากไม้เก่าๆในห้องเก็บของร้างและปลีกวิเวก  “อะ..อา..ไม่..” พยายามห้ามปราม พยายามร้องขอ…หากแต่น้ำเสียงกลับแผ่วเบาราวกับกระซิบเย้ายวนอีกฝ่าย

ร่างสูงหันมารวบข้อมือเล้กทั้งสองไว้ในมือเดียวและใช้มือที่เหลือเกี่ยวเอากางเกงในตัวจิ๋วออกไปกรอมตรงข้อเข่า

“อ๊ะ!!!อ้า!!!!” ช่องทางลับถูกเสียดสีกับความเป็นชายที่ทั้งใหญ่และร้อนเรียกเสียครางแว่วหวานออกมา เสียจนนัยน์ตาคู่คมอดพินิจมองดวงหน้าสวยไม่ได้…ดวงหน้าที่เต็มไปด้วยราคะ…

 

“!!!!!!” นัยเนตรต่างสีเบิกกว้างสุดขีดกับการแทรกกายเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว  ร่างเบื้องบนออกแรงขยับไหวอย่างเชื่องช้า แต่กลับสร้างความทรมานให้ร่างด้านใต้…เสียวจนขนทุกเส้นลุกชัน “อะ..อ้า…อ้า” ปากอิ่มเผยอออกส่งเสียงหวานล้ำทำเอาสติของหนุ่มผมขาวแตกกระเจิง แล้วหันมาขยับกายกระแทกเอาตัวเองเข้าไปข้างในสุดอัน

 

 

ตึงๆๆๆๆๆๆ

 

 

“อ๊าๆๆๆๆ”  เรือนผมไพลินส่งเสียงร้องกับความปรารถนาที่มากมายจนตัวเธอเองอดแปลกใจไม่ได้  เช่นเดียวกับหนุ่มผมขาวชี้ไม่เป็นทรง…มือหนาปล่อยข้อมืออีกฝ่ายแล้วหันมาขับขาเรียวงามให้แยกออก พร้อมกระแทกตัวเข้าไปเต้มแรงเกิด โน้มร่างกายบดเบียดคนด้านใต้จนแทบชิดเป็นเนื้อเดียวกัน   แผงอกแกร่งเสียดสีกับอกนุ่มนิ่มใต้เสื้อนักเรียน

“อ้า..บะ…เบีย..คุรัน…” ครั้งแรกที่หญิงสาวเอ่ยเอื้อนชื่อหนุ่มผมขาวออกมาในระหว่างมีเซ็กส์ หากแต่เอคงมิอาจจำมันได้เพราะสตินั้นหลุดลอยปลดปล่อยให้ไหลไปกับอารมณ์ปรารถนามากมายเฉกเช่นเดียวกับอาจารย์หนุ่มหน้าหยก  แขนทรชรโอบกอดรอบคอให้คนเบื้องบนลงมาหาตัวเองมากขึ้น…กอดรัดแน่น…จนในที่สุด

 

 

พรวด!!!!!!!

ของเหลวสีขาวขุ่นไหลทะลักเปรอะเปื้อนโคนขาขาวและเอ่อล้นออกมานองบนเบาะกีฬาเก่ากึก  เบียคุรันชะงักร่างตัวเองลงก้มหน้าต่ำจนผมสีขาวปรกหน้ามิอาจคาดเดาได้ว่าคนๆนี้รู้สึกเช่นไร….

มุคุโร่หายใจถี่หอบแรง..อัญมณีสองสีรือชื้นหยาดน้ำตาเหม่อมองเพดานห้องไม่พูดไม่จา…และไม่ยอมมองอาจารย์หนุ่มซักนิด…พวงแก้มใสที่ขึ้นสีจากความเหนื่อยยามประกอบกิจกรรมใต้ร่มผ้า ขึ้นสีเข้มกว่าเก่า…ยามนึกย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

 

หนุ่มร่างสูงไม่ยอมถอนกายออกไป..จนมุคุโร่รู้สึกหน้าชา..อายจนไม่กล้าจะมองคนเบื้องบนเสียด้วยซ้ำจึงได้แต่หันหน้าหนี

“ทีหลัง..อย่าวิ่งหนีฉันอีก..” เสียงทุ้มกระซิบอย่างแหบพร่า  ข้อความจากปากเจ้าของรอยสักใต้ตาทำเอาดวงหน้าสวยเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน  อัญมณีสองสีอดใจไม่ไหวที่จะเหลือบมองสีหน้าบนหน้าคมคายหล่อเหลา   ไม่ทันไรเหมือนอีกฝ่ายจะรู้จึงก้มหน้าลงหอมแก้มนุ่มเบาๆซ้ำไปมา…..อย่างอ่อนโยน

 

ตึกตัก!!!!

อกซ้ายเต้นแรง..แรงจนเกือบทะลักออกมาได้ ร่างเพรียวตัวสั่นเท้าและขืนตัวรับสัมผัสแสนอบอุ่นนั่น…

 

ทำไม?เขาถึงได้…  

 

 

นัยน์ตาสีอเมทิสต์สำรวจมองร่างบางผมน้ำเงินที่นอนตัวแข็งก็อดรู้สึกอยากขำไม่ได้กับอาการเขินอย่างเห็นเด่นชัด

 

…จนกระทั้ง….ตาคู่คมสังเกตเห็นเข็มกลัดบนอกซ้าย!!!!

 

 

 

“คุณจะทำอะไร!!!” มุคุโร่ร้องเสียงหลงที่จู่ๆอีกฝ่ายกระชากเสื้อนักเรียนของเธอขึ้นมาดูใกล้ๆ  มดวงหน้าสวยมองชายผมขาวที่ชักสีหน้าตื่นตระหนกและตกตะลึงไปในเวลาเดียวกัน…ดูเหมือนว่า…เขากำลังจ้องมองเข็มกลัดดอกกล้วยไม้…

“เธอไปเอามันมาจากไหน!” เบียคุรันถาม

ดวงหน้าสวยสะอึกไปชั่วขณะกับเสียงทุ้มกร้าวนั่นก่อนจะตอบทั้งเสียงสั่นเครือ“ฉะ..ฉันได้มา..จากเด็กคนนึง”

เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์เบิกตากว้างครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นสีหน้านิ่งเฉยเหมือนเดิม พร้อมทั้งค่อยๆถอดกายออกจากคนด้านใต้มาจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย  “ถอดมันออกซะ…แล้วก็ไม่ต้องใส่มันอีก” คำพูดเป็นเชิงสั่งนั่น หาได้ทำให้อีกฝ่ายทำตาม หญิงสาวผมไพลินกลับชักสีหน้าไม่พอใจที่คนๆนี้นึกจะมาสั่งอะไรเธอก็ได้เลยเลือกที่จะดื้อรั้นตอบกลับไป

“ทำไมคุณต้องมาห้ามฉันด้วย!!ฉันจะทำฉันจะติดคุณจะทำไม”  เบียคุรันจัดเน็คไทเรียบร้อยแล้ว หันกลับมาสบตาสองสีดื้อดึงนั่น ซึ่งเขาอ่านการกระทำออกว่ามุคุโร่ต้องการเค้นถามสาเหตุคำสั่งของเขานั่นเอง…

“หึ..เธอเข้าใจความหมายของมันไหมว่ามันคืออะไร”  คำกล่าวด้วยเสียงทุ้มนุ่มชวนรื่นหู แต่ข้อความและความหมายของคำพูดนั่นกลับสร้างบรรยากาศโดยรอบให้หนาวเย็นทันตาเห็น จนเจ้าของผมทวินเทลที่เริ่มหันมาจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยอดขนลุกซู่ไม่ได้  “คนที่ให้มาบอกว่า…เป็นเครื่องราง..แค่นั้น”

 

 

 

“……”

“……”

 

 

 

 

“ฮ่าๆๆงั้นเหรอ เครื่องรางงั้นสินะ ช่างคิดกันจริง” จู่ๆหนุ่มผมขาวก็หัวเราะเสียงดังออกมาเสียจนร่างเพรียวงุนงง นัยน์ตาสองสีหรี่มองอาจารย์หนุ่มอารมณ์ขึ้นๆลงๆจนน่าใจหายไม่วางตา  “หัวเราะอะไรของคุณ?” สิ้นคำถาม เบียคุรันหยุดหัวเราะแล้วเปลี่ยนมาเป็นเสียงหัวเราะในลำคอ  พร้อมรอยยิ้มมีเล่ห์นัยเสียจนดวงหน้าสวยรู้สึกขนลุกหนักกว่าเก่า

“หึหึหึ…ไม่รู้สิ..” มือหนาเชยคางคนงามให้เข้ามาใกล้จนห่างไม่กี่เซน

“มันคุ้มครองเธอได้ก็จริง..แต่ของฟรีมันไม่มีในโลกหรอกนะมุคุโร่คุง” สิ้นเสียงทุ้มปากหน้าได้รูปเข้าประกบจูบปากอิ่มนุ่มนั่น ตักตวงความหอมหวานอย่างหื่นกระหายหาได้สนใจร่างเล็กบางที่ขัดขืน  ก่อนที่ร่างงามจะถูกจับกดไปนอนราบกับเบาะบอลเก่าๆเข้าสู่กิจกรรมอย่างว่าอีกครั้ง

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s