[AuFic KHR][10069]punish for you/Part23

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 23

 

 

 

 

“อาหารเช้าขอรับคุณหนู” วาตาริพ่อบ้านผู้มากงานยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดไม่ขาดตกบกพร่องเช่นทุกครา แต่ออกจะต่างพ่อบ้านคนอื่นๆตรงที่งานทุกอย่างเขาทำให้นายเหนือหัวและคุณหนูผู้น่ารักราวกับลูกสาวด้วยความรัก

มือผอมใต้ถุงมือสีขาวสะอาดสะอ้านเปิดฝาครอบเหล็ก ภายในเต็มไปด้วยอาหารเช้าเลิศรสทำจากส่วนประกอบชั้นเยี่ยมจัดวางในชุดเครื่องเงินสวยงาม  มุคุโร่งังเงียขี้ตาตื่นขึ้นมามองสำรับอาหารของวันนี้ ก่อนเจ้าตัวคนงามจะยันร่างขึ้นมานั่งพร้อมคลี่ยิ้มหวานให้ชายชราในชุดสูทหัวหน้าคนรับใช้สีดำเนี้ยบ  “ คึหึหึ หอมจังวาตาริ วาตาริทำอาหารได้น่าทานทุกวันจริงๆ”

เสียงหวานเอ่ยชมแล้วหันมาจับช้อนส้อมตักอาหารเข้าปากด้วยกริยามารยามสง่างามราวกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉม ชายวัยใกล้เกษียณยิ้มแก้มปริดีอกดีใจกับท่าทางพึงพอใจของอีกฝ่าย  นัยน์ตาสีเทาขุ่นมองอาหารบนจานที่ลดลงไปเรื่อยๆจนเกลี้ยงไปอย่าง…รวดเร็ว!!!

 

 

รอยยิ้มปลื้มปิติของชายชราเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแหยๆออกมา..และ…

 

“คุณหนูครับ อยากเติมอาหารเพิ่มอีกสองสามจานไหมครับ”  แน่นอนคำตอบของสาวผมไพลินหยักหน้าน้อยๆ วาตาริโค้งตัวรับคำสั่งและหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ภายในใจเกิดความสงสัยในความอยากอาหารมากผิดปกติ ไหนจะเรื่องชอบของเปรี๊ยวเข็ดฟันนานาชนิดอีก…

 

-หรือว่า..ช่วงนี้คุณหนูกำลังโตนะ?แต่คุณหนูก็ 18 แล้วนี่? –  วาตาริถอนหายใจเฮือกใหญ่  แต่ถึงกระนั้นหน้าที่ของพ่อบ้านคือปรนนิบัติรับใช้ผู้เป็นนาย ไม่ใช่ซอกแซกเรื่องส่วนตัวของนายว่าแล้วชายชราร่างผอมสูงจึงเลิกติดใจเรื่องราวทั้งหมดเสีย ประกอบกับเวลาใกล้ออกรถไปส่งหญิงสาวร่างเพรียวตาสองสีทุกที ขายาวใต้กางเกงแสลตสีเทาลายทางดำรีบก้าวเดินให้ไวตรงไปยังห้องครัวชั้นล่างของคฤหาสน์ตระกูลโรคุโด

 

.

.

.

 

คาบฟิสิกส์ของวันนี้ แม้จะเป็นวิชาที่แสนน่าเบื่อไม่แพ้สังคมประวัติศาสตร์ หรือภาษาญี่ปุ่นที่ใครต่อใครอยากจะหลับเหลือเกินถ้าไม่ติดที่อาจารย์สอน คือ ฮิบาริ เคียวยะ เจ้าของตำแหน่งฝ่ายปกครองจอมโหดสะท้านโลก

ทว่า…คนที่เข้ามาสอนกลับเป็นหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีขาว ทั้งกริยาหน้าตาราวกับเทพบุตรลงมาเกิด เบียคุรันผู้นี้ ทำเอาสาวๆทั้งหลายพากันตั้งหน้าตั้งตารอเรียนเป็นพิเศษ แม้ว่าหนุ่มๆจะไม่ค่อยเห็นด้วยแถมหมั่นไส้อีกต่างหาก แต่พวกเขาเองก็ปฏิเสธปฏิกิริยาของสาวๆที่ค้อนตาลีตาเหลือกให้ตั้งใจเล่าเรียนเสียไม่ได้..

 

 

..เสน่ห์ของรอยยิ้มเทวดา มันน่ากลัวจริงๆ..

 

 

เจ้าของรอยยิ้มหวานชวนละลาย ยิ้มหวาน..มากเสียจนใครหลายๆคนพากันสงสัยว่าไปเจออะไรดีๆมาหรือเปล่า ตอนนี้กำลังยืนอยู่หน้ากระดานดำเขรอะชอกส์สีวาดเป็นลวกลายสกปรกเหมือนพวกชอบภาพวาดสีสเปรย์บนกำแพงตามท้องถนน

และ…ประโยคที่ถูกขีดเขียดเสร็จหมาดๆด้วยภาษาญี่ปุ่นด้วยชอกส์สีขาวว่า ‘งานนิทรรศการโรงเรียน’

“เอาล่ะ…อาทิตย์หน้าก็ใกล้กำหนดการงานนิทรรศการเข้ามาทุกทีแล้ว ในฐานะที่ปรึกษาห้อง 3-C ครูอยากให้พวกเธอเข้าร่วมกิจกรรมนี้” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเอื้อนด้วยความสุภาพ นัยน์ตาคู่คมไล่สบตาสาวๆในห้องโกคุโยอันน้อยนิดที่นั่งเท้าคางทำหน้าเคลิ้มจนน้ำลายกำลังยืดย้อยออกมาจากปาก ในความหล่อเหลาของอาจารย์ที่ปรึกษาสูทขาว

“เฮ้ย!!!ไม่เอาหรอก!!พวกฉัน..เออ..พวกเราไม่เคยเข้าร่วมงานโรงเรียนนะครับ” เคนหนุ่มปากเสียประจำห้องออกปากโวยวายตามนิสัย แต่พอเจอสายตาสีอเมทิสต์ที่สบมองทั้งรอยยิ้มเทวดาที่เจ้าคนหน้าบากกลับตีรู้สึกถึงแต่รังสีทะมึนประหลาดชวนขนหัวลุกนั้น  พ่อหนุ่มผมสีทองชี้ฟูรีบลดเสียงอย่างแผ่วเบาแถมน้ำเสียงดูเสียงสุภาพเอาเสียมากๆ ก่อนจะปิดปากรูดซิปสนิทไป   เบียคุรันละสายตาจากหัวหน้าแก๊งผู้ชายสุดซ่าส์ของโรงเรียนกลับมากวาดสายตาไปรอบๆห้องเหมือนอาจารย์คนอื่นทั่วไป  “ไม่เป็นไรหรอก ครูเชื่อมั่นในฝีมือของพวกเธอ ใช่ไหมมุคุโร่คุง” ร่างเพรียวผมทวินเทลสะดุ้งโหยงยามถูกอีกฝ่ายเรียกชื่อ นัยน์ตาสองสีที่เหม่อมองท้องฟ้าสีสวยนอกหน้าต่างหันมามองหน้าคมคายที่แย้มยิ้มตามวิสัยออกมา

 

 

….ฉ่า….

 

มุคุโร่รู้สึกหน้าร้อนผ่าวราวกับเป็นไข้..เธอรู้ดีว่าไม่ใช่ ถึงอย่างนั้นหัวใจกลับเต้นแรงผิดวิสัยยิ่งสบตาคู่คม ยิ่งพิศมองใบหน้าคมคาย..จมูกโด่งได้รูป..รอยสักใต้ตา…เรือนผมสีขาว..ริมฝีปาก..

“คะ..ค่ะ..” เสียงหวานสั่นเครือก่อนจะหลุบตาลงต่ำไปมองหนังสือฟิสิกส์บนโต๊ะแทน   คำตอบของมุคุโร่ทำเอาสมาชิกห้องโกคุโยช็อกสุดขีด อ้าปากค้างพะงาบๆ ส่วนอาจารย์หนุ่มยิ้มร่าพอใจในคำตอบนั่น แล้วพูดต่อ “ถ้างั้น…ครูจะให้เธอประชุมเรื่องที่จะจัด แล้วเย็นนี้ก็ให้มุคุโร่คุงเอาผลสรุปมาเสนอฉันที่ห้องนะ” เบียคุรันสั่งเป็นอย่างสุดท้ายก่อนจะโบกมือร่ำลาทั้งรอยยิ้มชวนละลายหัวใจสาวๆให้ระทวยเดินออกไปจากห้องเรียน ม.ปลายปีสามแผนกวิทย์

 

ครืด!!!

 

ประตูเลื่อนปิดลงสนิท หญิงสาวผมไพลินถอนหายใจยาว ตาสองสีสั่นระริกสับสนกับอาการของตัวเองที่มีต่อร่างสูงซาตานในคราบเทวดา

 

ทำไม..พอเราสบตา..พอเราเห็นหน้าเขา..

 

 

ตึกตัก..ตึกตัก…

 

เสียงเต้นของหัวใจดังก้องในหัว ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงเข้มจนเป็นสีลูกตำลึงสุก มือบางกุมกันแน่นจนรู้สึกได้ถึงเหงื่อเปียกๆในมือทั้งสองข้าง

 

 

หัวใจเราเต้นแรง…และ…

 

 

 

“ทีหลัง..อย่าวิ่งหนีฉันอีก..”

 

 

“อึก…” ปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นสีแดงสดดุจกลีบกุหลาบ นิ้วเรียวกุมอกซ้ายแน่น เผลอสัมผัสเข้าที่เข็มกลัดดอกกล้วยไม้ขาว ความเย็นของมันดึงสติของมุคุโร่ให้กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง

 

 

“ยูนิอยากให้โอเน้ซัง..นี่น่ะ เป็นเข็มกลัดเครื่องรางที่โอนีซังให้ยูนิไว้..”

 

“หึ..เธอเข้าใจความหมายของมันไหมว่ามันคืออะไร” 

 

 

“จะว่าไปทั้งยูนิจัง..ทั้งคนใจร้ายนั่น..ทำไมกันนะ?” มุคุโร่มุ่นคิ้วลงเกิดความสงสัยในบางสิ่งบางอย่าง โดยมีเข็มกลัดดอกกล้วยไม้บนอกซ้ายเป็นสื่อกลาง

 

 

เด็กหญิง..บอกว่ามันเป็นเครื่องรางคุ้มครองเธอ..

ชายหนุ่ม..กลับพูดเป็นนัยๆ ถึงสัญลักษณ์บางอย่าง…

 

“มันจะมีอะไรเกี่ยวกันไหมนะ” ในระหว่างกำลังประมวณเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น กลับมีมือหนาของใครบางคนแตะลงบนไหล่กลมมนเบาๆ ทำเอามุคุโร่สะดุ้งโหยงและลืมเรื่องที่ครุ่นคิดเมื่อครู่ไปเสียสนิท!!!

“ท่านมุคุโร่..ตกลงเรื่องงานโรงเรียนจะเอายังไงครับ” จิคุซะหนุ่มแว่นหน้าตายพูดเสียงเรียบ หากแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยผิดกับบุคลิกนิ่งเฉยหน้าตาย  ตาสองสีคู่งามกระพริบเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือเรียวปัดผมสีไพลินยาวสลวยมัดแกละไปไว้ด้านหลัง พร้อมรอยยิ้มยั่วยวนเช่นทุกครา “คึหึหึ  จิคุซะนี่ใจร้อนจัง” เสียงหวานกระเซ้าเย้าแหยอีกฝ่าย ร่างเพรียวลุกจากเก้าอี้จนกระโปรงสุดสั้นพลิ้วเปิดเห็นกางเกงในลูกไม้สีชมพูอ่อน ทำเอาหนุ่มแว่นหน้าขึ้นสีเล็กน้อย แล้วหันมาดันแว่นขึ้นให้ตรงสันจมูกตามนิสัยกลบเกลื่อนอาการเก้อเขินของตัวเอง  เรียกรอยยิ้มพึงพอใจที่ได้แกล้งหนุ่มหน้าตายของมุคุโร่   ขาเพรียวใต้กระโปรงนักเรียนสีน้ำตาลสุดสั้นเผยอเปิดไปมาทุกย่างก้าวของการเดิน ทำเอาผู้ชายหลายคนเลือดกำเดาเกือบพุ่งออกมา ร่างงามหัวโจกห้องสุดเห้วมาหยุดตรงหน้าห้องเรียนที่เคยเป็นจุดยืนของเบียคุรัน

“มีใครเสนอไอเดียอะไรไหมคะ?เรื่องนิทรรศการโรงเรียน” เสียงหวานล้ำเอ่ยถาม พลางใช้มือปัดผมตามนิสัยมาดราชินีผู้สง่างาม

“งานเลี้ยงน้ำชาชุดเมดครับบบบ” ซาโตชิหนุ่มผมแดงตัดเกรียนข้างยกมือพรึ่บ!!นำเสนอไอเดียทันทีทั้งสีหน้าหวานเยิ้ม ก่อนจะรู้สึกตัวอีกทีกับสายตาเพ่งเล็งของคนทั้งห้อง หนุ่มหน้าเถื่อนไม่แพ้เคนหน้าแดงแปร๊ดไปถึงหู เรียกเอาเสียงหัวเราะของนักเรียนในห้องรกสกปรกราวกับรังหนู “ฮ่าๆๆๆที่แท้แกเป็นโอตาคุชุดเมดสินะพ่อซาโตชิ” มินะลากเสียงยาวล้อเลียนใส่เพื่อนชายคู่กัดของเธอ ตมด้วยเสียงหัวเราะสมทบของเพื่อนๆสาวในกลุ่มอีก 4 คน  ซาโตชิอ้าปากค้างพะงาบๆในความเผอเรอของตัวเอง ก่อนจะรีบชักสีหน้าดุดันและโวยวายทำเสียงดังใส่ “ยัยดำหนองโพ!!!พูดแบบนี้อยากมีเรื่องใช่ไหม!!!”

“ก็เอาสิ!!!!”  มินะของขึ้นบ้างทั้งคาลุกจากเก้าอี้เดินมาประจันหน้ากันใกล้จวนเจียนจูบ ทว่า…สีหน้าถมึงตึงของคนทั้งคู่หาได้สร้างบรรยากาศซึ้งหวานเหมือนในหนังรักซักนิด

 

 

“คึหึหึหึ” เสียงหัวเราะลึกลับชวนขนหัวลุกเล็กน้อยดังขึ้น  ทำเอาสมาชิกในห้องโกคุโยเงียบกริบ แล้วหันไปมองต้นเสียงซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไอดอลสาว โรคุโด มุคุโร่  “ตีกันเองไม่น่ารักเลยนะคะ ช่วยกรุณากลับไปนั่งที่ด้วยเวลาไม่ได้มีไว้ให้ฆ่าเล่นหรอกนะ” คำหวานที่เนื้อหาออกแนวจิกกัดทำเอาคนหลายคนเงียบเป็นเป่าสากพร้อมทำตามคำสั่งอีกฝ่ายแต่โดยดี โดยไม่วายพวกมินะทำเสียงจิ๊ปากไม่พอใจ หากแต่การที่มุคุโร่หัวเราะแบบนี้แสดงว่าหากไม่หยุดเธออาจใช้อำนาจความเป็นหุ้นส่วนอันดบสองของโรงเรียนทำอะไรที่น่ากลัวออกมาก็เป็นได้

 

อัญมณีสองสีสั่นระริกพึงพอใจที่สมาชิกในห้องกลับมาสงบสุขอีกครั้ง แล้วหันไปหยิบช็อกขีดเขียนข้อเสนอของซาโตชิไว้บนกระดาน  “มีใครจะเสนออะไรอีกไหมคะ?”  คำถามของมุคุโร่ดังขึ้นอีกครั้ง

เหล่าผู้คนในห้องเริ่มจับกลุ่มกระวิบกระซาบออกไอเดียงานนิทรรศการกันยกใหญ่   และกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด..ดูเหมือน..จะเป็นพวกผู้ชาย  “เฮ้ยๆชุดเมดๆเชื่อกูดิ” ซาโตชิกระซิบข้างหูพรรคพวกในกลุ่มตัวเอง

“เหอๆ พวกกูไม่ได้บ้าเมเหมือนมึงนะโว้ย”โทดะชายร่างยักษ์ คู่หูคู่กัดของหนุ่มผมแดงตัดเกรียนข้างเดียวพูดแซวพลางหัวเราะเบาๆ  ซาโตชิมองค้อนเพื่อนสนิทควับใหญ่ก่อนหันมาแทงศอกใส่หัวหน้ากลุ่มผู้เป็นมือซ้ายของโรคุโด มุคุโร่

“เคนๆ แกว่าไง..ลองคิดดูนะ ท่านมุคุโร่ในชุดเมด…” สิ้นเสียงข้อเสนอเย้ายวนใจนั่นทำเอาโทดะที่ทำท่าหัวเราะเยาะเหมือนผู้ชายคนอื่นๆเงียบกริบทันที และตั้งใจมโนภาพจินตนาการ…

 

ท่านมุคุโร่ในชุดเมด…

ชุดเมด…

 

สาวเมด!!!!!!!

 

 

“โฮรกกกกกกก แจ่มสาด!!!ไอ้ซาโตชิ ฉันนับถือแกจริงๆ!!” เคนกอดคอพลางใช้มือขยี้หัวเพื่อนร่วมแก๊งเล่นจนผมสีแดงนั่นยุ่งเหยิงไร้ทรง  ด้วยความคิดนั่นทำให้บุรุษบ้าเมดผู้นี้กลายเป็นฮีโร่ในชั่วพริบตา!!!

“ตอนนี้มีเสนอมาสองอย่าง คือ..ร้านน้ำชาชุดเมด กับ ละครเวทีเจ้าหญิงนิทรา มีใครจะเสนออะไรอีกไหมคะ?” มุคุโร่ยิ้มหวานถามทวนอีกครั้ง หากแต่ออร่าบางอย่างที่แผ่กระจายออกมาจากพวกนักเรียนชายนั่น ทำให้หนังตาขวาของใบหน้างามกระตุกอย่างแปลกประหลาด…

 

 

ทำไม..รู้สึกเหมือน..เรากำลังจะดวงไม่ดีกันนะ? 

 

 

.

.

.

 

 

แอ๊ด!!!!

 

 

ประตูห้องทำงานสีขาวเปิดออก ทำให้เจ้าของห้องผู้ก้มหน้าก้มตากับกองงานบนโต๊ะเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นร่างคนมาเยือนเจ้าตัวจึงแย้มยิ้มระรื่นน่าหมั่นไส้ออกมา  “เลิกเรียนปุ๊บก็มาปั๊บ ตรงเวลาดีจริงเลยนะมุคุโร่คุง”  ดวงหน้าสวยหรี่ตามองอีกฝ่ายไม่ชอบใจกับคำพูดกระแหนะกระแหนของชายร่างสูงผมสีงาช้างชี้ไม่เป็นทรง  เรื่องที่เธอตอบรับทำตามคำสั่งของครูอาจารย์ทั้งที่เมื่อก่อนดื้อสุดขีด  “คึหึหึ ฉันก็แค่อยากให้มันจบๆไป” ดวงหน้าสวยเหยียดยิ้มลึกลับชวนค้นหาออกมาแล้วเดินนวยนาดแล้วยื่นกระดาษให้อีกฝ่าย  เบียคุรันยื่นมือไปรับกระดาษนั่นและอาศัยความเร็วช่วงที่เจ้าของเรือนผมไพลินกำลังชักมือกลับ มาจับมือนิ่มอีกฝ่ายไว้แน่น

“ปล่อย!!!!” มุคุโร่สะดุ้ง และพยายามดึงมือตัวเองจากมือแกร่ง พอสบตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์เจ้าทน  แก้มใสถึงกับขึ้นสีแดงก่ำเม็ดเหงื่อผุดพรายกับสัญชาติญาณทำกำลังบอกว่า เธออาจถูกบุรุษผมสีพิสุทธิ์ลวนลามก็เป็นได้

เจ้าของรอยสักใต้ตาหัวเราะในลำคอไม่ยอมทำตามคำสั่งของไอดอลสาวจอมดื้อรั้น ใบหน้าคมมองข้อความในกระดาษน้อยนั่นที่เขียนด้วยลายมือของหญิงสาวไว้  “หือม์…งานเลี้ยงน้ำชาชุดเมด..งั้นเหรอ…” เสียงทุ้มจงใจลากยาวเน้นหนัก ก่อนเหลือบตามองใบหน้าสวยที่ขึ้นสีเข้มเด่นชัด  “หึหึหึ  สงสัยงานนี้คงได้เห็นเธอในชุดเมดแล้วแหะ”

“ถ้าเห็นแล้วคุณจะทำไมคะ?”  มุคุโร่ถามย้อนอีกฝ่ายทั้งสีหน้าบึ้งตึงยากแก่การหาได้จากสาวจอมหยิ่งยโสโอหังผู้นี้

เบียคุรันยักไหล่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคำพูดนั่น และ…

 

 

“!!!!!!!!”

มุคุโร่ถูกชายผมขาวออกแรงเพียงเล็กน้อยดึงจนตัวเซมาล้มนั่งบนตัก  ใบหน้าสวยปะทะกับแผงอกแกร่งแถมยังถูกรวบเข้ามากอดแน่นพอสมควรเสียจนรับรู้ถึงไออุ่นที่เธอไม่เคยได้รู้สึก แม้ว่าจะถูกคนตรงหน้ากอดมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด มัน..แผ่ซ่านไปไปทั่วร่างโดยเฉพาะ..แก้มทั้งสองของเธอ

“ยังติดเข็มกลัดนี่อีกเหรอ…” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหู  มุคุโร่หลับตาหยีก้มหน้างุดลงต่ำเผลอซุกอกกว้างของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว   มือหนาดันตัวร่างบางให้ถอยห่างจากตัวเองเล็กน้อย แล้วโน้มใบหน้าลงจุมพิตที่เข็มกลัดดอกกล้วยไม้บริเวณอกซ้ายอย่างแผ่วเบา  “คุณ!!!” มุคุโร่ร้องเสียงหลง รีบเด้งตัวถอยห่างจากอีกฝ่าย มือบางกุมอกซ้ายแน่นหายใจหอบหนัก

เบียคุรันมองคนหน้าแดงเด่นชัดตาปริบๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา  “หึหึหึ กลัวฉันจะกดเธอรึไง”

คำถามหยอกเย้านั่นเรียกปฏิกิริยาตื่นตระหนกและอับอายออกมาจากหลานสาวหุ้นส่วนอับดับสองได้อีก  มุคุโร่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้ม..ยิ้มกลั้นเสียงหัวเราะนั่น ยิ่งทำให้เธอโมโหอีกฝ่ายเข้าไปใหญ่ “คุณมันทุเรศ!!!” นักเรียนหญิงผมสีน้ำเงินทะเลลึกมัดทรงทวินเทลขึ้นเสียงใส่ทิ้งท้ายก่อนรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องพร้อมปิดประตูกระแทกเสียงดังหนีจากการถูกอีกฝ่ายจับ…และก็จริงอย่างที่มุคุโร่เดาไว้ไม่ผิด เบียคุรันลุกจากเก้าอี้จะวิ่งไล่ตาม ทว่า..ด้วยแรงเหวี่ยงประตูจึงเข้ากระแทกหน้าหล่อๆเต็มเปา ทำเอาชายหนุ่มผมขาวเดินเซถอยหลังมึนไปเลยทีเดียว  “หนอย..ยัยเด็กดื้อ ชักจะฉลาดเกินไปแล้วนะ” เสียงทุ้มคำรามต่ำ มือหนายกขึ้นมาถูดั้งจมูกตรงที่ระบมออกมาเล็กน้อยไปมา

 

 

ยังติดเข็มกลัดนี่อีกเหรอ…”

 

 

“หึหึหึหึ” เบียคุรันหัวเราะในลำคอ ขายาวเดินกลับไปนั่งที่ประจำตัวเองทั้งรอยยิ้มระรื่นสุดขีดโดยไม่รู้ตัว

“ท่าทางแบบนั้น ก็น่ารักดีนี่นา”

 

.

.

 

นอกห้องทำงานของอาจารย์ประจำห้องโกคุโย กลับมีเด็กสาวผมสีฟ้ายาวสลวยคลอสะโพกยืนเอาหูแนบประตูแอบฟัง

เมื่อไร้ซึ่งเสียงของชายหนุ่มเจ้าของห้องแล้ว  บลูเบลจึงเขยิบตัวเดินถอยห่างออกมา นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากเล็กเบาๆมองประตูห้องสลับกับระเบียงทางเดินที่นักเรียนหญิงรุ่นพี่ผู้ได้ฉายาว่าราชินีวองโกเล่วิ่งหนีไปจนลับตา

“คิกๆได้เห็นอะไรดีๆซะแล้วสิ” เด็กสาวร่างเล็กหัวเราะขำขันในลำคอเบาๆ  ดวงตากลมโตสีน้ำทะเลหรี่ลงฉายแววมีเล่ห์นัยบางอย่างผิดกับบุคลิกแบ๊วน่ารักที่ทำเอาชายหลายคนหลงเสน่ห์ไปตามๆกันไม่แพ้คนงามตาสองสี

“เห็นที…เราต้องหาเวลาไปเยี่ยมสาวตาสองสีซักหน่อยแล้ว”

 

 

TBC

 

 

 

 

Part 28(ครึ่งหลัง)

 

 

เบียคุรันทอดมองตึกอารามบ้านช่อง ผ่านกระจกรถเฟอร์รารี่สีขาวคันหรู  นัยน์ตาคู่คมสีอเมทิสต์ หรี่ลงเล็กน้อยยามที่พ้นเขตเงาตึกสูง พบกับแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องหน้าเขา จนดวงตาสะท้อนเป็นสีม่วงวาววับ

“ท่านเบียคุรันครับ” เสียงทุ้มนุ่มจากคนขับรถดังขึ้น  ร่างสูงเจ้าของรอยสักใต้ตาละวิวด้านนอกมายังชายผมสีเขียวอ่อนมัดรวบยาวสลวยหยิกเป็นลอนเล็กน้อย  “ตกลงท่านคิดยังไงกับวิธีของผมครับ?” เจ้าของดวงเนตรสีใบไม้เหลือบมองผู้เป็นนายเหนือหัวจากกระจกรถ  หนุ่มร่างสูงเรือนผมสีงาช้างเลิกคิ้วสูงแสร้งทำเป็นประหลาดใจก่อนจะแย้มยิ้มระรื่นตอบ

นั่น..หมายความว่าอีกฝ่ายตอบตกลง เห็นด้วยกับแผนการของเขา ทว่า..ทั้งที่คนเสนอควรจะรู้สึกสบายใจ ใบหน้าคมคาบติดหวานเล็กน้อยกลับขมวดคิ้วจนเกือบผูกเป็นโบว์    เบียคุรันเจ้าของฉายากล้วยไม้ขาวสังเกตเห็นสีหน้าแบบนั้นของมือขวาตัวเอง ก็อดเลิกคิ้วสูงประหลาดใจเสียไม่ได้

“เป็นอะไรไปคิเคียวจัง นายควรจะดีใจที่สุดไม่ใช่เหรอไงที่ฉันทำตามแผนของนาย”

 

“ผม..คาดไม่ถึงว่าท่านเบียคุรันจะตกลงทำตามข้อเสนอนั่น” หนุ่มเรือนผมสีเขียวเว้นวรรคพักหนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วกล่าวต่อ “ท่านไม่สงสารคุณโรคุโดเหรอครับ”  ประโยคนั่น ทำเอาหน้าคมคายชักสีหน้าตะลึง ใบหน้าที่แต่งแต้มรอยยิ้มระรื่นกลับกลายเป็นสีหน้าเรียบเฉยจน..คนจับบังขับพวงมาลัยรถรู้สึกได้ถึงบรรยากาศหนาวเย็นแผ่ออกมาจากเบาะหลังรถยิ่งกว่าเปิดแอร์เสียอีก

 

 

 

“คิเคียวจัง..ฉันกับเด็กดื้อนั่น ก็แค่..ศิษย์กับอาจารย์”

 

 

“เอาของคุณคืนไป…ฉันไม่ได้อยากเป็นเมียของคุณ..เบียคุรัน เจสโซ่..บอสแห่งมิลฟิโอเล่..”  

 

 

“และเรื่องทั้งหมดเป็นแค่บทลงโทษเท่านั้น” ร่างสูงตอบทั้งเสียงเย็นชา   ร่างสูงผมสีเขียวมัดรวบกำพวงมาลัยแน่นจนเหงื่อขึ้นมือ ทนความกดดันขั้นรุนแรงจากนายเหนือหัว ตาคู่คมสีมรกตกลับมาจับจ้องเส้นทางถนนต่อ ไม่เอ่ยพูดอะไรกับบอสมิลฟิโอเล่ตลอดทาง

 

 

.

.

 

“โอเน้ซัง~กลับมาแล้วเหรอค่ะ!!” ยูนิยิ้มดีอกดีใจ เธออยู่ในชุดกระโปรงพร้อยลูกไม้สีขาววิ่งออกมาต้อนรับการกลับมาของพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ เบียคุรันยิ้มตอบแล้วเอามือขยี้เรือนผมสีดำสนิทไปมา “ไงยูนิจัง..วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง”

“คือว่า..วันนี้นะ…” สองพี่น้องเดินเคียงคู่เข้าไปในบ้าน โดยมีเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กผู้หญิงดังไปตลอด เรียกรอยยิ้มขำขันจากพ่อบ้านวัยกลางคน  หนุ่มผมทองสังเกตเห็นว่าคิเคียว บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นมือขวาของกล้วยไม้ขาวยังคงยืนพิงรถยนต์อยู่หน้าคฤหาสน์ไม่ยอมไปไหน สร้างความงุนงงให้แก่ชายผมทองหวี่เรียบแปล้เป็นอย่างมาก

“คิเคียว เป็นอะไรไปสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” แกมม่าถาม  คิเคียวมองตอบชายผมทองผู้มีอดีตเป็นถึงมือสังหารยอดเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยพ่อของเบียคุรันและยูนิยังมีชีวิตอยู่  ถึงตอนนี้เจ้าตัวจะหันมาเป็นพ่อบ้าน คอยดูแลความเรียบร้อยต่างๆแทน

“นายยังไม่รู้สินะ แกมม่า” คนสนทนาตอบกลับไม่ใช่หนุ่มผมสีเขียวใบไม้ กลายเป็นชายร่างสูงผมสีแดงมาดเซอร์ตำแหน่งมือซ้ายของเบียคุรัน ชายหนุ่มเดินออกมาจากสวนในบ้าน มือหนาเกาศีรษะตัวเองแรงๆ ตามนิสัยเคยชิน  หากแต่ใบหน้าง่วงอยู่ตลอดนั่นกลับดูจริงจัง เสียจนแกมม่าเริ่มรับรู้ได้ถึงบรรยากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก

 

.

.

.

 

“ดีจังเลยที่โอนีซังกลับมาบ้าน เลยมีคนช่วยสอนการบ้านยูนิ” เด็กสาวขีดเขียนคำนวณสมการคณิตศาสตร์ในสมุดข้อสุดท้ายเสร็จ ร่างเล็กปิดสมุดการบ้านลงวางการบ้านทั้งหมดไว้บนโต๊ะรับแขกทำจากกระจกใส  เจ้าตัวยืดแขนขึ้นพร้อมทั้งรอยยิ้มร่าเริงจนเบียคุรันอดหัวเราะไม่ได้

“ฮ่าๆ แต่ฉันได้ยินมา  พักหลังนี่โทรไปหามุคุโร่คุงให้สอนการบ้านให้ไม่ใช่เหรอ” หนุ่มผมขาวกล่าวขึ้น ดวงตาคู่คมมองน้องสาวตัวเองทั้งแววตาเจ้าเล่ห์ ทำเอาเด็กสาวผมดำหน้าเหวอทันที “โอนีซังรู้!!”

“หึหึหึ  รู้พอว่า เธอคิดจะจับคู่ฉันกับมุคุโร่คุงละกัน ไม่งั้นไม่เอาเข็มกลัดนั่นให้มุคุโร่คุงหรอก ใช่ไหมล่ะ” สิ้นเสียงทุ้มนุ่ม

พวงแก้มใสขึ้นสีแดงแปร๊ด อายที่ถูกพี่ชายตัวเองมองแผนการแม่ชักแม่สื่อของเธอออกจนเจ้าตัวต้องก้มหน้างุด หลับสายตาคู่คมตรงหน้าที่จ้องปราดเข้ามาราวกับจะอ่านความคิดในสมองเธอให้หมด

“แหม..โอเน้ซังทั้งใจดี ทั้งสวย ทั้งเก่ง โอนีซังไม่หวั่นไหวบ้างรึไง” ยูนิพูดพร้อมทำหน้าแง่งอนจนแก้มป่อง

“ไม่เลยซักนิด..”  เบียคุรันตอบสั้นๆห้วนๆได้ใจความ พลางยกถ้วยชาสีขาวถ้วยประจำของตัวเองขึ้นมาจิบกาแฟ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนคนเป็นน้องมุ่นคิ้วไม่พอใจออกมา    “ที่สำคัญ..ในสายตาฉัน..เด็กนั่นทั้งดื้อ หัวรั้น เอาแต่ใจมากกว่า”

ดูท่าทางมุมมองของสองพี่น้องที่มีต่อ สาวผมไพลินจะไม่ตรงกันเสียแล้ว   เด็กผู้หญิงเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้ากลมโตถอนหายใจปลงๆ ก่อนยกถ้วยสีชมพูใส่นมอุ่นๆขึ้นมาดื่มจนหมด แล้ววางลงบนถาดรองเข้าชุดที่ตั้งบนโต๊ะรับแขก

เสียงฝีเท้าย่ำลงจากบันได ข้ามผ่านห้องรับแขกไปทำให้เจ้าของคฤหาสน์ทั้งสองหันไปมอง  ยูนิฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริลุกจากโซฟาสีขาววิ่งเข้าไปหาคนๆนั้น “โอเน้ซัง!!หายปวดหัวแล้วเหรอคะ?” มุคุโร่ชะงักฝีเท้า ดวงหน้าสวยค่อนข้างอิดโรยหน่อยฝืนยิ้มหวานตอบเด็กผมสีดำ  พลัน!!นัยเนตรสองสีสังเกตเห็นว่า เบียคุรันกลับมาถึงบ้านแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปในพริบตา เจ้าของเรือนผมสีไพลินกำลังจะขยับปากพูดขอตัวไปที่อื่น ทว่า…มือเล็กนิ่มของยูนิกลับจับมือเรียวบางของเธอแล้วพาเดินเข้าไปในห้องรับแขก “มานั่งเล่นเป็นเพื่อนยูนินะคะ โอเน้ซัง” มุคุโร่เห็นรอยยิ้มไร้เดียงสาของยูนิแล้วก็รู้สึกใจอ่อน ในขณะเดียวกันก็กระอักกระอวนใจที่ต้องมานั่งร่วมห้องกับชายหนุ่มผมขาวชี้ไม่เป็นทรงนั่งเท้าคางจิบกาแฟ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกับการเข้ามาของหญิงสาวตาสองสี

 

ท้ายสุด..เจ้าของแพรไหมสีน้ำเงินทำตามเด็กหญิงผมดำอย่างว่าง่าย หย่อยก้นลงบนโซฟาตัวยาวสีขาวข้างๆเจ้าของเรือนผมดำ โดยที่เจ้าของรอยสักใต้ตานั่งกระตุกยิ้มที่มุมปากอยู่บนโซฟาสีขาวฝั่งตรงข้าม   ดวงหน้าสวยมุ่นคิ้วหงุดหงิดชายเรือนผมสีงาช้างที่ทำท่าเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่กลับมีรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เธอมิอาจปฏิเสธคำขอร้องของยูนิ

 

“เห็นยูนิเล่าว่า..เธออาเจียน” มือหนาวางถ้วยกระเบื้องสีขาวลายดอกกล้วยไม้ลงบนจานรองเข้าชุด เนตรคู่คมสีน้ำแข็งเหลือบมาจ้องมองใบหน้าสวยโฉบเต็มๆตา    มุคุโร่หรี่ตามองอีกฝ่าย ก่อนจะเหยียดยิ้มเย้ยหยั่นออกมา พร้อมยกขาเพรียวขึ้นมาไขว่ห้าง โดยมิเกรงกลัวว่าชายหนุ่มผมขาวจะเห็นกางเกงในลูกไม้สีครีมใต้ชุดเดรสโกธิคสีดำพร้อยลูกไม้

“คึหึหึ คุณสนด้วยรึไงคะ?”

 

เบียคุรันยักไหล่ไม่ใส่ใจกับน้ำเสียงเหยียดหยามของมุคุโร่ หน้าคมคายยังคงแต่งแต้มรอยยิ้มระรื่นน่าหมั่นไส้เช่นทุกครา

“ก็…ไม่ได้อยากสนหรอกนะ…ฉันไม่อยากนอนแล้วมีกลิ่นอ้วกติดเตียงแค่นั้นเอง” พลันมุคุโร่รู้สึกหน้าตัวเองชาวาบ ทั้งโกรธทั้งอับอาย กับคำพูดที่สามารถตีความหมายสองแง่สองง่าม ว่าเธอร่วมเตียงกับผู้ชายคนนี้เป็นกิจ  ขณะเดียวกันก็รู้สึกเจ็บจี๊ดตรงกลางใจแปลกประหลาด แค่เขาพูดทำนองว่ารังเกียจ..แค่นั้น…

 

“อะ..เออ…เอางี้ดีกว่า วันนี้โอเน้ซังไปนอนห้องยูนิไหมคะ” ดวงตากลมโตสีฟ้ามองพี่ชายตัวเองสลับกับสาวสวยเรือนผมไพลินโต้ตอบไปมา จนรู้สึกถึงรังสีทะมึนแผ่นกระจายออกมาจากสาวตาสองสี เห็นท่าว่าคงไม่ดีแน่ หากปล่อยไปแบบนี้ ยูนิจึงตัดสินใจโพล่งพูดแทรกหาหนทางแก้ไข   คำชวนของยูนิทำเอามุคุโร่ตาโต ส่วนเบียคุรันถึงกับหุบยิ้มไปในทันที

 

“คึหึหึ นั่นสินะยูนิจัง ยังไงซะ..ผู้หญิงก็ควรจะนอนกับผู้หญิง” มุคุโร่แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เห็นหนทางหนีการร่วมเตียงกับบุรุษเรือนผมหิมะ   นัยน์เนตรสองสีปรายตามามองเจ้าของบ้านที่เริ่มทำหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อย แต่นั่นกลับทำให้สาวผมน้ำเงินยาวสลวยรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก  ร่างบางเขยิบตัวเข้าไปใกล้ยูนิ ก่อนจะสวมกอดคอระหงอีกฝ่ายไว้พร้อมเอนศีรษะซบเรือนผมสีดำเงางาม  ปากอิ่มสีชมพูยิ้มเย้ายวนปนเยาะเย้ยใส่คนตรงหน้า  “ใช่ไหมคะ อาจารย์เบียคุรัน” เสียงหวานล้ำที่หายไปนานกลับมาอีกครั้ง   เบียคุรันจ้องมองมุคุโร่ที่กอดยูนิแน่นจนเด็กสาวผมดำชักสีหน้าไม่มั่นใจ ว่าไอ้แผนชวนมุคุโร่ไปนอนที่ห้อง จะยุติสงครามน้ำลายของคนสองคน หรือยุให้มันหนักว่าเก่ากันแน่ ?

 

 

ยูนิทำอะไรผิดไปรึเปล่าค่ะเนี่ย? = =;;

 

 

เจ้าของเรือนผมสีหิมะมุ่นคิ้วลงจนเกือบขมวดเป็นปม ทว่า…ดวงตาสีฟ้าใสกลับสั่นระริก ฉีกยิ้มกว้างๆจนตาเกือบปิด ทำเอาคนงามขนลุกซู่  และยิ่งเห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นเดินมานั่งประกบข้างยูนิ  ยิ่งทำให้ดวงเนตรต่างสีหรี่มองด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ

 

“ยูนิ เราสองคนไม่ได้นอนเตียงเดียวกันมากี่ปีแล้วนะ?” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถาม  ยูนิเลิกคิ้วแปลกใจ นิ้วเรียวแตะปากอิ่มครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบคำถามพี่ชายตัวเอง “ก็…เริ่มแยกห้องนอนตอนยูนิอายุ 5 ขวบ เอ๋!!!โอนีซังถามทำไมคะ?”

เบียคุรันจ้องมองสีหน้าฉงนของดวงหน้ากลมขาวผ่องตัดเรือนผมสีรัตติกาล เหมือนกับสีหน้าของมุคุโร่ในตอนนี้

“แหม… เราสองพี่น้องก็ไม่ได้นอนห้องเดียวกันนานแล้วนี่นา ไหนๆก็แล้ว…”  เบียคุรันฉีกยิ้มหวานให้ยูนิ แต่ดวงตากลับจ้องมองมุคุโร่ แถมยัง..ฉายแววเจ้าเล่ห์จนหญิงสาวอกยกไหล่สูง หวาดเสียวกับแผนการของอีกฝ่าย

“วันนี้ฉันอยากจะนอนกับยูนิ จะได้ไหม?”  ไอ้สีหน้าออกไปทางอ่อนโยน ราวกับเทวดามาโปรดนั่นหลอกได้แม้กระทั้งน้องสาวแท้ๆตัวเอง ยูนิฉีกยิ้มร่าดีอกดีใจจนแก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อ ขณะที่มุคุโร่หน้าซีดเผือก

“จริงเหรอคะ!!!ว้าวๆดีจังเลย ยูนิจะได้นอนเล่นกับโอนีซังเหมือนสมัยเด็กๆด้วย โอเน้ซังก็มานอนด้วยกันนะ”  สีหน้าคาดหววังสุดๆ จนตากลมโตส่องประกายวิบวับนั่น ทำเอาปากอิ่มที่กำลังขยับหยุดลง และทำได้เพียงก้มหน้าก้มตากล่าวด้วยเสียงอ่อนแรง “อะ..อืม…”

 

ระหว่างที่เรือนผมดำกำลังดีอกดีใจอยู่นั้น  เจ้าของเรือนผมสีไพลินอาศัยจังหวะนี้มองค้อนใส่ชายผมขาว  เบียคุรันสบตาเขียวปั๊ดคู่นั้น หน้าคมคายยิ้มมุมปาก ก่อนหันไปสนทนากับยูนิต่อ ทำเป็นไม่สนใจมุคุโร่

 

-ไอ้เผือกตอแหล!!!-

 

 

 

.

.

 

ท้องฟ้ายามรัตติกาลมาเยือนอีกครั้ง วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่มุคุโร่จะได้พักอาศัยอยู่ที่นี้ ตามการกักขังของเบียคุรันที่บอกกล่าวกับวาตาริ พ่อบ้านของเธอ   เจ้าของผมสีไพลินยาวสลวยเปียกปอนน้ำเดินออกมาจากห้องน้ำในตัวห้องนอนของหนุ่มร่างสูง  ร่างเพรียวใต้ชุดคลุมอาบน้ำสีขาวที่แกมม่าจัดหามาให้เดินตรงไปยังเตียงกว้างสี่เสาไร้ร่างเจ้าของห้อง ซึ่งตอนนี้ได้ล่วงหน้าไปรออยู่ในห้องของยูนิแล้ว   ดวงหน้าสวยมองชุดนอนผ้าลื่นสีชมพูอ่อนๆ ตัวเดิมที่ยูนิเคยให้ยืมใส่ในวันที่เธอเข้ามาเหยียบคฤหาสน์หลังนี้ครั้งแรก  ถูกเตรียมไว้โดยแกมม่าอีกเช่นกัน

 

“เฮ้อ….” มุคุโร่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ อุตส่าห์ได้ที หาโอกาสหนีหน้าเบียคุรันแล้วแท้ๆสุดท้ายเหลวไม่เป็นท่า  มือเรียวดึงสายรัดผ้าออกปล่อยให้ชุดคลุมอาบน้ำไหลลงตามผิวกายลื่นเนียนขาวอมชมพูระเรื่อ แล้วหยิบเอาชุดนอนโลลิต้านั่นมาสวมใส่  ปกติแค่ใส่ชุดแนวนี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว และยิ่งชุดนี้ออกจะเล็กๆแถมสั้นเสียจนเกือบเห็นกางเกงในอีก..

 

“บ้าชะมัด!!” ปากอิ่มกัดฟันแน่น ยิ่งคิดว่าคืนนี้เบียคุรันต้องเห็นเธอในสภาพนี้ก็อายจนจะแย่อยู่แล้ว ก็ยิ่งโมโหตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้   ขณะนั้นเอง…ดวงเนตรเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่ใกล้สองทุ่มทุกที  ทำให้หญิงสาวตาสองสีต้องรีบเดินไปห้องยูนิให้เร็วที่สุด ตามเวลาที่นัดกันไว้

 

 

ไม่งั้นมีหวัง…ได้เจอเรื่องสัปดลจากอาจารย์ไร้จรรยาบรรณนั่นแน่ๆ!!!

 

 

 

 

ขาเพรียวยาวดุจนางแบบทั้งคู่หยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนของยูนิ  มุคุโร่สูดลมหายใจลึกๆ ทำใจเผชิญหน้ากับเบียคุรัน

มือเรียวเอื้อมจับลูกบิดและ…..

 

 

แอ๊ด!!!!!

 

“โอเน้ซัง!!!มาแล้ว!!” ประตูห้องนอนของยูนิเปิดไม่ทันพ้นขอบบานดี ร่างเล็กของยูนิในชุดนอนกระโปรงสีขาวแขนยาวกระโดดพุ่งเข้ามากอดเอวมุคุโร่แน่น ทำเอาร่างงามผงะไปครู่หนึ่ง  ก่อนปรับสีหน้าตกอกตกใจมาเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนจากใจให้เด็กหญิงตัวเล็ก  ปล่อยให้มือเล็กจูงมือเธอเดินเข้าไปในห้อง ทันใดนั้น ดวงเนตรคู่งามเห็นร่างสูงผมขาวอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือ เขาอยู่ในชุดนอนเรียบง่าย เสื้อยืดกางเกงแขนขายาว ที่สำคัญ..ยังคงเป็นสีขาวเช่นเดิมจนร่างงามอดแขวะใส่เสียไม่ได้

 

“ชีวิตนี้ จะมีแต่สีขาวอย่างเดียวรึไงคะ?”  เสียงหวานล้ำเอ่ยพูด  เบียคุรันหยักยิ้มตอบกลับโดยที่ตายังคงมองตัวอักษรในหนังสือ

“หึหึหึ ใครจะไปเหมือนเธอล่ะ บางวันก็กางเกงในสีครีม บางวันก็สีดำ บางวันก็สีชมพู อารมณ์แปลกๆก็เป็นสีแดงซะงั้น”  คำโต้กลับมานั่น ทำเอามุคุโร่หน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเคยเป็นมาไหนๆ  ร่างบางแยกเขี้ยวใส่ขึ้นเสียงใส่ทันที

“คุณมันโรคจิต!!”

 

 

“หึหึหึ” เบียคุรันหัวเราะในลำคอยิ้มมีชัย ตาคู่คมละสายตาจากหนังสือมามองหญิงสาวผมน้ำเงินเพียงเพื่อหวังจะได้เห็นสีหน้าอับอายปนโกรธ   พลัน!!ราวกับโลกหยุดหมุน ร่างสูงผมขาวแทบเกือบหยุดหายใจในทันที เบิกตากว้างตะลึงมองร่างเพรียวผมสีไพลินในชุดนอนตัวเล็กน่ารักสีชมพูพร้อยลูกไม้แบบโลลิต้า

“อะแฮ่ม..โอนีซัง” ยูนิกระแอมไล่เสียง ตากลมโตใสซื่อนั่น ไม่น่าเชื่อว่าจะทำหูตาแพรวพราว หรี่มองพี่ชายตัวเองอย่างมีเล่ห์นัย เรียกสติของเบียคุรันกลับมา  หนุ่มร่างสูงปรับสีหน้าให้ปกติด้วยการฉีกยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วหันกลับไปอ่านหนังสือในมือต่อ แม้ว่ามือของเขาจะสั่นเท้าจนตัวเองรู้สึกได้…

 

 

…ว่าหัวใจของตน เต้นแรงเพียงใด…

 

 

ยูนิเดินขึ้นเตียงกว้างใหญ่ของเธอปูผ้าสีชมพูหวานจ๋อย ผิดกับห้องของพี่ชายที่กลายเป็นสีขาวเสียเกือบหมด  เด็กหญิงผมดำขึ้นนอนอยู่ตรงกลางระหว่างเบียคุรันและมุคุโร่  ดวงหน้าหวานน่ารักฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ แล้วเริ่มพูดทั้งเสียงเจื้อยแจ้วตามประสาเด็กไร้เดียงสาทั่วๆไป   “ดีจังเลยค่ะ..วันนี้ได้นอนกับโอนีซังและก็โอเน้ซังด้วย รู้สึกอุ่นดีจังเลย..”

“ฮ่าๆงั้นเหรอ ฉันนึกว่ายูนิจะอึดอัดซะอีก” เสียงทุ้มกล่าวทั้งรอยยิ้มร่า  มือหนาบีบจมูกเล็กของยูนิเล่น  กริยานั่นทำเอาดวงเนตรสองสีจ้องตาไม่กระพริบ กับมุมมองแบบพี่น้องของคนทั้งสอง..มุมมองของร่างสูงผมขาวที่เธอไม่เคยเห็น

“ง่ะ!!โอนีซังอย่าบีบสิ!!เดี๋ยวแดงโร่เหมือนวันนั้นหรอก!!!วันนั้นทั้งเพื่อนทั้งอาจารย์ถามกันใหญ่ว่าไปทำอะไรมา ยูนิโกหกจนลิ้นพันเลยนะ!!อายแทบแย่!!” ยูนิเอามือปัดมือหนาของอีกฝ่าย พลางลูบจมูกตัวเองพร้อมทำหน้ามุ่ยใส่  เรียกเสียงหัวเราะจากหนุ่มผมขาวรอยสักใต้ตา  ส่วนมุคุโร่เองยังอดแอบยิ้มขำๆกับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของยูนิเสียไม่ได้

“นี่..โอนีซัง..ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ เวลานอนด้วยกันคงรู้สึกอุ่นแบบนี้สินะคะ “  เสียงใสเอ่ยถาม  ทันใดนั้นหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มระรื่นกลับเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มเรียบเฉยชั่วขณะ ก่อนคลี่ยิ้มน้อยๆออกมา  มุคุโร่ดูออกมาอีกฝ่ายนั้นฝืนยิ้มพลางสงสัยในคำพูดแสนเศร้าของยูนิ ที่สะท้อนตัวตนของเธอยามเยาว์วัยออกมา

 

 

 

พ่อแม่ของยูนิกับเบียคุรัน…เหมือนกับ..พ่อแม่ของเรา…

 

 

ยูนิเห็นรอยยิ้มบางๆของพี่ชายตัวเอง จึงยิ้มหวานตอบก่อนเปลือกตาบางเริ่มหนักอึ้งเรื่อยๆและปิดสนิทในที่สุด

เสียงลมหายใจถี่สม่ำเสมอของเด็กผู้หญิงผมดำทำให้คนทั้งสองรับรู้ว่า ยูนิเข้าสู่นิทราไปเสียแล้ว เบียคุรันใช้มือเกลี่ยปอยผมสีดำบนหน้าใสของน้องสาวเองออก ก่อนจะเหลือบตามายังเรือนผมสีไพลินที่มองตนไม่วางตา  มุคุโร่สะดุ้งเล็กน้อยยามถูกอีกฝ่ายรู้ตัวว่าเธอแอบมองการกระทำแสนอ่อนโยนนั่นมาตลอด อัญมณีสีไม่เข้าคู่เฉหลบตาอีกฝ่ายทันทีพร้อมๆกับสีหน้าแดงเข้มดั่งลูกมะเขือเทศสุก

“สงสัยเรื่องพ่อแม่ฉันเหรอ?”   เบียคุรันถามอย่างรู้ทัน มุคุโร่หน้าชาเมื่อรู้ว่าถูกอีกฝ่ายอ่านใจอีกหน ยิ่งทำให้ดวงหน้าสวยก้มงุดซุกลงกับหมอนสีชมพู  ปฏิกิริยาเหล่านั้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูออกมาจากปากหนาได้รูป

 

 

 

โดยไม่รู้ตัว…

 

 

ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับ ภายในห้องยังคงความเงียบของยามราตรี ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนสะท้อนแสงโคมไฟสีส้มจนเห็นเป็นสีม่วงเรืองรอง หันไปมองท้องฟ้าสีดำประดับดวงดารานอกหน้าต่าง  แล้วเริ่มเล่าเรื่องของตัวเขาเองถึงจะไม่มีเสียงขอร้องจากอีกฝ่ายให้เล่าให้ฟังก็ตามที  “พ่อของฉันตายไปด้วยอุบัติเหตุทางรถตอนฉันอายุ 6 ขวบ “ เสียงทุ้มเว้นวรรคเงียบระยะหนึ่ง มุคุโร่เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงผมสีพิสุทธิ์หันหน้าไปมองหน้าต่าง จนเธอไม่รู้ว่าชายที่แสนอันตรายผู้นี้..มีสีหน้าเช่นไร

“ช่วงนั้นแม่ตั้งท้องยูนิอยู่ พอยูนิคลอด..แม่..ก็จากไปอีกคน”  ใบหน้าสวยเบิกตากว้างตกตะลึง  จังหวะเดียวกันเบียคุรันหันกลับมาสบตาสองสีสั่นระริกคู่งามเบื้องหน้า  ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยไร้ซึ่งรอยยิ้มเสแสร้ง หรือจะเจ้าเล่ห์เจ้าทนก็ตามที

“เจสโซไม่มีญาติที่ไหนอีก…ฉันจึงต้องเลี้ยงดูยูนิมาตั้งแต่เล็กๆ ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยตลอด แต่ก็ไม่พอใช้ สุดท้าย..ก็ต้องเลือกที่จะเข้ามาเป็นมาเฟีย” อดีต เบื้องหลังอันแสนเศร้าผ่านโสตประสาทของสตรีผมไพลินยาวสลวย  ดวงหน้างามรู้สึกเศร้าไปด้วยกันกับชีวิตที่แสนทุกข์ทรมาน   สาเหตุที่คนๆนี้ยอมเข้าสู่วงการมือเปื้อนเลือด

 

 

 

 “เห็นแบบนี้ฉันก็ต้องทำอาหารเป็นนะ ไม่ใช่ลูกคนรวยมีพ่อบ้านมาทำให้กินเหมือนเธอนี่ “

 

คำพูดของหนุ่มผมขาวตอนทำไข่เจียวให้เธอ ดังก้องชัดในหัว ข้อความนั่นถึงจะเหมือนถากถางเธอ ขณะเดียวกันมันก็สะท้อนวิถีชีวิตของเขากว่าจะมาเป็นดั่งวันนี้…

 

 

 

ชีวิตวัยเด็กแสนมืดหม่น เลยทำให้กลายเป็นคนป่าเถื่อน เอาแต่ใจ สินะ

 

 

 

“เธอยังโชคดีที่มีพ่อบ้านซื่อสัตย์ และก็มีคุณเซเมอยู่..” หนุ่มผมขาวพูดจี้ใจดำมุคุโร่ หากเป็นปกติเธอคงเถียงชิดฝาไปแล้ว แต่ตอนนี้พอรู้เรื่องแสนทุกข์ทรมานของอีกฝ่าย ของชายหนุ่มเทวดาสีขาวจอมปลอมผู้นี้….

“ฉันเชื่อว่า ปู่ของเธอเองก็รักเธอ เหมือนกับที่ฉันรักยูนิ” มือหนาลูบหัวน้องสาวตัวเองเบาๆ ตาคู่คมฉายแววอ่อนโยนยามมองใบหน้าหลับพริ้มของน้องสาวที่เขายอมเจ็บยอมตายได้ เพียงเพื่อให้เธอมีชีวิตที่ดี   หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวยดั่งผ้าแพรไม่โต้ตอบกลับ  นอนตะแคงฟังอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ….

 

เงียบ….จนเงียบเกินไป…

 

 

เบียคุรันมุ่นคิ้วฉงนที่ไร้ซึ่งเสียงหวานล้ำคอยพูดจาประชดประชันเขาได้ตลอดเวลา  ตาสีอเมทิสต์ยามต้องแสงโคมไฟจนเห็นเป็นสีม่วง ละจากหน้าของยูนิ มายังนักเรียนสาวร่างเพรียว…

 

 

หลับ…สนิท….

 

หนุ่มผมขาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ระอาใจกับการหลับไปโดยไม่บอกไม่กล่าวของมุคุโร่   ร่างสูงยันตัวขึ้นมานั่งมองน้องสาวตัวเองกับสตรีผมสีไพลินยาวสลวยนอนกอดกันตัวกลม หลับพริ้มไม้รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น

 

“หึหึหึ “  ชายผมขาวหัวเราะในลำคอ พลางยิ้มบางๆจากใจจริงให้แก่หญิงทั้งสอง  มือหนาเอื้อมไปปิดไฟตรงหัวโต๊ะและล้มตัวลงนอนในที่ของตัวเอง  วงแขนแกร่งกว้างใหญ่โอบกอดร่างของน้องสาวตัวเองไว้..และ..ร่างของเด็กสาวตาสองสี

 

 

ฮิบาริคุง..ฉันควรทำไงดี..ฉันคงไม่กำลังรักเด็กนั่นใช่ไหม”

ใช่…แกรักเด็กนั่น..รักเด็กดื้อชื่อโรคุโด มุคุโร่” 

 

 

“มาเฟีย..ไม่สมควรมีความรัก…” หนุ่มผมขาวชี้ไม่เป็นทรงรำพึงกับตัวเอง  ประโยคที่คนในแวดวงการดำมืดควรระลึกเสมอ  ไม่ว่ายังไง…หากก้าวข้ามมาเส้นทางนี้แล้ว…ไม่มีทางถอยกลับ..ไม่มีทางหลุดพ้น

 

 

และหมดสิทธิ์ที่จะมีความรัก…

 

 

เขารู้ตัวว่าเริ่มรักเด็กดื้อหัวรั้นคนนี้..รู้ว่ารักและแน่ชัด ในวันที่พวกไกโดคิดจะข่มขืนเธอ…

 

 

แกจะทนได้ไหม ถ้าเจ้าสัตว์กินพืชล้มลุกนั่นไปคบกับผู้ชายอื่น แต่งงานกับผู้ชายอื่น อยู่กินกับผู้ชายอื่น หรือแม้กระทั้งนอนกอดกับคนอื่นที่ไม่ใช่แก”

 

 

ทำใจไม่ได้หากต้องปล่อยเธอไป…ทำใจไม่ได้หากเธอเป็นของๆคนอื่น…

แต่…เขาเป็นมาเฟีย อันตรายเกินไป….

 

 

 

และเธอ..คงจะรังเกียจฉัน…

 

“ขอแค่เวลานี้…” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา กระชับอ้อมแขนให้คนทั้งสองเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น  ความรู้สึกที่พยายามหักห้ามใจมานานแสนนาน

 

 

เวลา…ที่จะได้อยู่กับคนรัก…สุดหัวใจ

 

 

“แค่ตอนนี้..ก็พอแล้ว…”

 

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s