[AuFic KHR][10069]punish for you/Part25

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

Part 25

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“บ้าจริง…” ปากอิ่มต่อว่าตัวเอง เม็ดเหงื่อบนดวงหน้าสวยผุดพรายไปทั่ว มือเรียวบางกุมอกซ้ายสัมผัสเข็มกลัดดอกกล้วยไม้อันจิ๋ว

 

“ที่นี่…มันที่ไหนละเนี้ย”  นัยน์ตาสีแซฟไฟน์และรูบี้งดงามมองไปรอบๆตัวเป็นตึกรามบ้านช่องไม่คุ้นตา แม้ว่าเธอ..โรคุโด มุคุโร่จะมั่นใจว่าตัวเองยังอยู่ในจังหวัดนามิโมริ แต่..ด้วยความที่มีรถไปรับส่งมาตลอด ไม่เคยเดินเท้าไปไหนมาไหนเองด้วยซ้ำ จึงไม่เคยคิดแม้แต่จะจดจำเส้นทางกลับบ้านของตัวเอง

 

 

 

 

 

สรุป…ตอนนี้เธอหลงทาง…

 

 

 

 

 

“ไม่น่าพลุ่นพลั่นเดินออกมาเลย..” คิดแล้วก็โกรธตัวเอง เรือนผมสีไพลินแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงทุกทีประกอบกับสถานที่แห่งนี้เปลี่ยวเอาการ  ในใจเริ่มกังวลถึงพ่อบ้านชราที่มารับเธอ …ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง..ถ้าเขาไม่พบว่าคุณหนูของเขารออยู่ที่โรงเรียนละก็ ต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยด้วย ขอตัวนะคะ”

 

 

 

 

 

คำพูดของมุคุโร่ต่อบลูเบลอย่างเย็นชานั่น สะท้อนก้องอยู่ในหัวซ้ำไปมาเช่นเดียวกับความสับสนในใจ

 

-ทำไม…เราต้องหงุดหงิดด้วยนะ..เด็กนั่นก็ไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย ก็แค่…เขาสนิทกับอาจารย์เผือกนั่น…-

 

พลันพวงแก้มใสรู้สึกถึงความเย็นและเปียก ดวงตาสองสีร้อนผ่าวยิ่งทำให้หญิงสาวผมไพลินมัดแกละรู้ตัวว่ากำลังหลั่งน้ำตา

 

“โรคุโด มุคุโร่..หยุดร้องสิ..จะร้องไห้ทำไม..” เสียงหวานสั่นเครือ พร้อมรีบยกมือเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โอ๊ะโอ…ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเห็นสาวน้อยน่ารักมาหลั่งน้ำตาในที่แบบนี้ด้วย”

 

มุคุโร่สะดุ้งโหยง ร่างเพรียวในชุดนักเรียน ม.ปลายหมุนตัวกลับไปมองต้นเสียงจากด้านหลัง พบว่าคนที่ออกปากทักเธอเป็นบุรุษร่างสูงสามคนในทรงผมการแต่งตัวแนวพังค์แรง ทั้งสามคนสวมสร้อยคอขี้หัวกะโหลกแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

ใบหน้าของคนทั้งสามออกแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอกออกมา  ยิ่งทำให้ร่างบางรู้สึกถึงบรรยากาศที่หนาวเย็นลงทันตา จนเจ้าตัวขนลุกเกรียว  แต่ไม่วายแสร้งยิ้มหวานลึกลับกลบเกลื่อนความกลัวนั่น

 

“คึหึหึ ใครว่าฉันร้องไห้คะ แค่ฝุ่นเข้าตาแค่นั้น”  มุคุโร่ตอบกลับ และเริ่มสาวเท้าเดินให้ห่างจากกลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจอย่างเร็วที่สุด

 

 

 

 

 

หมับ!!!!

 

 

 

 

 

“จะรีบไปไหนล่ะน้องสาว..พี่เห็นชัดๆเลยว่าน้องร้องไห้..ยังไงให้พวกพี่ปลอบใจให้ไหม” ชายผมสีเขียวอ่อนเดินไม่กี่ก้าวก็คว้าต้นแขนเล็กของหญิงสาวไว้ได้  “ปล่อย!!!” เสียงเรียบและหวานเริ่มเปล่งออก เฉกเช่นเดียวกับดวงตาสองสีที่ตอนนี้เบิกโพลงสั่นระริกออกมา เรียกรอยยิ้มพึงพอใจจากหนุ่มพังค์ “ฮ่าๆไม่ต้องกลัวหรอกนา..พี่แค่จะหาความสุขให้น้องต่างหาก”

 

“ไม่นะ!!!ช่วยด้วย!!!” เจ้าของเรือนผมไพลินกรีดร้องเสียงดังขอความช่วยเหลือ

 

“เด็กนี่!!!จะแหกปากทำไม!!!” ชายผมสีม่วงตวาดเสียงดังใส่ มือหนายกขึ้นสูงหมายจะเข้าตบหน้าร่างเพรียวผมทวินเทลที่ออกแรงดิ้นขัดขืน

 

 

 

 

 

 

 

โครม!!!!!!!!!

 

 

 

ถังขยะเปียกบรเวณนั้นลอยเคว้งคว้างตรงเข้าท้ายท้อยหนุ่มผมสีม่วงเต็มๆจนร่างสูงล้มไปนอนสลบกับพื้น

 

 

“โกดะ!!!!”

 

 

 

“ปล่อยมือสกปรกของแกจากรุ่นพี่ซะ !!”

 

นักเลงอีกสองคนหันหน้ากลับไปมองต้นเสียง มุคุโร่เองก็หยุดชะงักการดิ้นเนื่องจากมัวแต่ตกตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ตาสองสีเหลือบมองไปทางเดียวกับเจ้าของต้นเสียงห้าวหาญชาญชัยนั่น

 

 

 

“บลูเบล!!!”  หญิงผมสีน้ำเงินยาวสลวยร้องเสียงดัง  เจ้าของเรือนผมสีฟ้ายาวสลวยแสยะยิ้ม ยืนเท้าสะเองมองกลุ่มนักเลงชายด้วยสายตาเหยียดหยามถึงที่สุด   ทว่า…ดูเหมือนไอ้หนุ่มสองหน่อทันทีที่รู้ว่าตัวต้นเหตุการเหวี่ยงถังขยะใส่หัวหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเป็นเพียงแค่เด็กจอแบนตัวเล็กราวกับเด็กประถมผิดกับชุดนักเรียน ม.ปลาย

 

“หึหึหึ แม่หนูน้อย..อย่ามาสอดในเรื่องของผู้ใหญ่ดีกว่า เด็กอย่างเธอเอาเวลากลับไปดื่มนมที่บ้านดีกว่าม้างไว้สูงกว่านี้ บึ้มกว่านี้แล้วค่อยกลับมาหาพวกพี่ดีกว่า”  คำพูดดูถูกจุดด้อย ทำเอาบลูเบลหน้าเหวอไปชั่วขณะ

 

 

 

 

 

ปิ๊ดๆๆๆๆๆ

 

 

รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากตัวเด็กสาวผมสีฟ้าสวยดุจสีนภาสดใส  ใบหน้าน่ารักที่ชักสีหน้าเกรี้ยวกราดกลับเรียบเฉยแต่ปากเล็กบางกลับกระตุกรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา เสียจนนักเลงทั้งสองผงะ “คิกๆๆๆๆ  ว่าใครเด็กนะ ไอ้พวกกระจอก”

 

มุคุโร่อาศัยจังหวะที่บุรุษทั้งสองตกอยู่ในอาการหวากกลัวผิดกับทีท่ากร่างเมื่อครู่ สะบัดแขนให้หลุดจากพันธนาการแล้ววิ่งมาหลบอยู่ในซอกมุมมืดของตึก   แต่ไม่วายชะโงกหน้าแอบมองภาพเบื้องหน้าด้วยความอยากรู้ปะปนกับความหวาดกลัวและลุ้นระทึกจนเธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรง

 

 

“แกตาย!!!!!!!!!!!!”

 

บลูเบลตะเบ็งเสียงดังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะเหลือเพียงแค่ฝุ่นควันลอยคลุ้ง…ไปทั่ว….

 

 

 

มุคุโร่เบิกตากว้างสุดขีดกับเหตุการณ์วิวาทที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยฝ่ายผู้ได้ชัยชนะคือเด็กสาวตัวเล็กยืนใช้เท้าเหยียบอกหนุ่มร่างสูงทั้งสองที่นอนหมดสภาพทับกัน  นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มสวยดุจทะเลกลับมาจ้องตอบดวงตาอัญมณีต่างสี ก่อนที่จะฉีกยิ้มร่าเริงให้ “รุ่นพี่ออกมาได้แล้วค่ะ บลูเบลจัดการให้หมดแล้ว” ถึงแม้ว่าเจ้าตัวเด้กรุ่นน้องจะทำเสียงและหน้าตาน่ารักเพียงใด แต่ไอ้เท้าเล็กๆของคุณเธอกลับเตะคนเจ็บไปไกลๆจนร่างทั้งสองปลิวว่อนไปชนกับกองถุงขยะสีดำ

 

 

 

 

การกระทำ…มันต่างโดยสิ้นเชิง  =[]=

 

 

 

 

ร่างเพรียวเรือนผมสีน้ำเงินสวยสะดุ้ง แล้วค่อยๆเดินออกมาจากที่ซ่อนทั้งสีหน้ากล้าๆกลัวๆ   หากแต่เด็กรุ่นน้องรู้ทันจึงเดินมาจูงมืออีกฝ่าย ทันทีที่มือสัมผัสกัน มุคุโร่กลับรู้สึกอบอุ่นใจราวกับแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆหลอมละลายน้ำแข็ง แม้ว่า…มันจะไม่อุ่นเท่ากับสัมผัสที่ได้รับจาก…เบียคุรันก็ตามที…

 

 

“ขอบใจมากนะ…ที่ช่วย”  มุคุโร่กล่าวขอบคุณทั้งเสียงแผ่วเบา พวงแก้มใสขึ้นสีเลือดฝาด นัยน์ตาสองสีเฉหลบดวงตากลมโตเบื้องหน้า…

 

 

 

 

 

รู้สึกผิด..ที่ทำตัวไม่ดีใส่คนที่ช่วยชีวิตไว้…

 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ…แค่รุ่นพี่ไม่เกลียดบลูเบล บลูเบลก็ดีใจมากแล้ว..”

 

นัยน์ตาสองสีเบิกกว้าง ตะลึงในความคิดความอ่านของเด็กตรงหน้า…นั่นหมายความว่า…บลูเบลรู้ตัวว่าเธอแสดงกริยาเย้นชาหงุดหงิดใส่ทั้งๆที่ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันแท้ๆ…

 

 

 

…ทั้งที่…แค่เห็นเธอและเขาอยู่กันสองต่อสองในห้องทำงาน…

 

 

 

 

 

 

 

“บลูเบลอยากจะบอกว่า…ระหว่างบลุเบลกับตาทึ่…เอ๊ย!!อาจารย์เบียคุรัน เราไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่รุ่นพี่คิดนะคะ”

 

ใบหน้าน่ารักของเด็กสาวก้มหน้าลงต่ำ สีหน้าเศร้าหมองปนเปกับรู้สึกผิดทำเอามุคุโร่ทำอะไรไม่ถูก แม้ว่าในใจของหญิงสาวกลับรู้สึกตื้นตันอย่างแปลกประหลาดทันทีที่ได้ยินคำตอบนั่น เสียจนเกือบกลั้นยิ้มไม่อยู่

 

“แล้ว..มาบอกฉันทำไมค่ะ..ฉันกับเขาเราไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย คึหึหึ ”  หญิงสาวอายุมากกว่าตอบกลับทั้งรอยยิ้มเหยียด ก่อนจะใช้มือเกี่ยวเส้นผมนุ่มดุจไหมของตนเล่น

 

 

 

 

“ไม่เกี่ยวได้ไงค่ะ..ก็รุ่นพี่ติดเข็มกลัดนั่นไว้นี่นา”

 

“เข็มกลัด?” ไอดอลโรงเรียนวองโกเล่พูดทวนคำ ใบหน้าสวยชักสีหน้าฉงนกับคำพูดแสนกำกวมของเจ้าของเรือนผมสีฟ้าสวย   บลูเบลฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังเข็มกลัดเงินรูปดอกกล้วยไม้บนอกของคนตรงหน้า ก่อนจะพูดต่อ “ก็เข็มกลัดดอกกล้วยไม้นี่ไงค่ะ”

 

 

 

 

“ยูนิอยากให้โอเน้ซัง..นี่น่ะ เป็นเข็มกลัดเครื่องรางที่โอนีซังให้ยูนิไว้..”

 

“หึ..เธอเข้าใจความหมายของมันไหมว่ามันคืออะไร”

 

 

 

…และ…

 

 

 

 

 

“ยังติดเข็มกลัดนี่อีกเหรอ…”

 

 

 

 

 

“ยูนิจัง…กับ..เบียคุรัน..” เสียงหวานเอ่ยชื่อของคนสองคนด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ด้วยความเงียบในเวลายามพลบค่ำ ณ ที่สถานที่เปลี่ยววังเวง ทำให้บลูเบลได้ยินสิ่งที่สาวผมไพลินพูด  “รุ่นพี่รู้จักยูนิด้วยเหรอค่ะ แหะๆ อย่างว่า ได้เข็มกลัดมาก็..”

 

 

 

หมับ!!!

 

 

 

ข้อมือเล็กของบลูเบลถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้ ใบหน้าอ่อนเยาว์หลุบตามองมือของอีกฝ่ายทั้งสีหน้าฉงน พอเงยหน้าขึ้นสบตาสองสีนั่น เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนยาวคลอสะโพกต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  “บอกฉันมา..เธอ..รู้อะไรใช่ไหม..ทั้งเรื่องเข็มกลัดนี่ เรื่องของยูนิจัง และเรื่องของ…”

 

“เบียคุรัน…”

 

 

 

“อะ..เอ๋!!กะ…ก็รุ่นพี่…ไม่รู้เหรอค่ะ ก็ในเมื่อได้เข็มกลัดนั่นมา….”

 

“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น!!คนที่ให้บอกว่ามันเป็นแค่เครื่องราง!!!” มุคุโร่แผดเสียงใส่  ใบหน้าสวยโฉบชักสีหน้าเกรี้ยวกราดออกมายากนักที่คนจะได้เห็น  บลูเบลถึงกับสะอึกใบหน้ากลมอ่อนเยาว์ชุ่มเหงื่อกับบรรยากาศอึกครึมแบบนี้

 

 

 

-ตายล่ะว้า!!!!นี่เรา…เผลอพูดความลับออกไปใช่ไหม!!!-

 

 

 

ซวยแล้วไงบลูเบล!!!!

 

 

 

“บอกฉันมา…เธอรู้อะไร..บอกฉันมาให้หมด..” บลูเบลหลับตาปี๋ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาสองสีนั่น ที่ยามปกติมันส่องสว่างงดงามราวกับอัญมณีล้ำค่าชวนหลงใหล…

 

หากแต่บัดนี้…กลับรู้สึกวาวโรจน์ราวกับ นางเสือดาวในป่ายามค่ำคืนเตรียมพร้อมจะขย้ำเหยื่อ!!!!

 

“คือ……”

 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

 

 

เมนูอาหารยามเย็นถูกจัดเตรียมไว้ในเครื่องเงินหรูหรา  อาหารค่ำ..ที่แสนหรุหราอุดมไปด้วยส่วนประกอบชั้นเลิศเหมาะสมกับเจ้าของคฤหาสน์หินอ่อนสีขาวหลังใหญ่…แต่..วันนี้ชุดเครื่องครัวกลับเตรียมไว้สำหรับคนสองคน!!!

 

ขณะที่พ่อบ้านผู้มากความสามารถกำลังรับผิดชอบกับเมนูไก่งวงอบราดซอสปรุงรสพิถีพิถันอันแน่นด้วยเนื้อเกาลัดด้านในเสียงฝีเท้าที่ย่ำเข้ามาในห้องครัว ทำให้พ่อบ้านวัยกลางคน แกมม่าต้องละมือจากไก่งวงที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ตกแต่งสีสันให้น่ารับประทาน หันมามองผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “ใกล้เสร็จแล้วครับคุณหนู..เดี๋ยวผมจะรีบเอาไปขึ้นตะเดี๋ยวนี้แหละครับ”

 

“อื้ม!!วันนี้สุดฝีมือเลยนะ โอนีซังอุตส่าห์กลับมาเยี่ยมพวกเราทั้งที” เด็กหญิงผมสีดำสลวยยิ้มร่าเริงที่สุดเหมือนวันที่ได้อยู่กับมุคุโร่  ยูนิอยู่ในชุดกระโปรงสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนยาวครึ่งเข่าพร้อยลูกไม้สีขาวเข้ากับวัยและความน่ารักของเด็กสาวเสียเหลือเกิน   “แน่นอนครับ เชื่อใจผมได้เลย” ร่างสูงใหญ่เรือนผมสีทองเรียบแปล้ยิ้มตอบ  นัยน์ตาคู่คมมองแผ่นหลังเล็กบางที่วิ่งออกไปจากห้องครัวด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนกลับมาทำงานที่ค้างคาของตัวเองต่อ  ระหว่างนั้นเองเสียงออดประตูจากรั้วดังขึ้นทำให้พ่อบ้านต้องชะงักมือเตรียมจะเดินออกไปเปิด

 

ทว่า…เสียงใสกังวาลของยูนิกลับตะโกนร้องห้ามไว้  “ไม่เป็นไรแกมม่า เดี๋ยวยูนิไปเปิดเอง!!”  ไม่ทันขาดคำร่างเล็กผมสีดำสวยวิ่งออกไปจากคฤหาสน์ตรงไปยังประตูรั้วสีขาว ทิ้งให้แกมม่าได้แต่ถอดทอนใจ แต่เจ้าตัวอดยิ้มขำขันคุณหนูตัวน้อยของเขาไม่ได้ “หึหึหึ คงคิดถึงพี่ชายมากเลยสินะครับ คุณหนู…”

 

 

 

.

 

.

 

 

 

กิ๊งก๊อง!!!!

 

 

 

“มาแล้วค่ะๆ” ยูนิยิ้มแย้ม วิ่งไปเปิดประตู ก่อนที่ใบหน้าหวานน่ารักจะแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงสุดขีดเมื่อคนที่อยู่เบื้องหน้า

 

“อะ..โอเน้ซัง!!!!”

 

หากเป็นปกติเด็กผมสีดำสวยคงโผเข้ากอดด้วยความดีอกดีใจ ทว่า…สีหน้าเรียบเฉย..เรียบสนิทจนน่าหวาดหวั่นของหญิงสาวตาสองสีนั่นทำเอายูนิอดหวั่นใจเสียไม่ได้ ดวงตากลมโตสีฟ้าสวยเหลือบไปมองหญิงสาวข้างๆตัวเจ้าของเรือนผมไพลินทวินเทล  ยิ่งทำเอายูนิหน้าซีดลงหนักกว่าเก่าพอๆกับสีหน้าของคนที่ยืนอยู่ข้างๆตัวมุคุโร่…

 

“บลูเบล!!!!”

 

 

 

“ยูนิจัง…” เสียงหวานล้ำที่มักเอ่ยเอื้อนด้วยสีหน้าอ่อนโยนกับยูนิ กลับกลายเป็นใบหน้านิ่งไร้อารมณ์ ตาสองสีฉายแววเย็นชาจนบลูเบลทนแรงกดดันไม่ไหวต้องรีบวิ่งมายืนอยู่ข้างๆยูนิ

 

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน…”

 

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

 

 

 

 

รถยนต์เฟอร์รารี่สีดำสวยราคาหลายล้านแล่นไปตามท้องถนนยามค่ำคืน ด้วยความหรูหราของมันย่อมตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายๆคน และยิ่งเห็นคนที่นั่งอยู่เบาะหลังนั่น ซึ่งเป็นตำแหน่งของเจ้าของรถ…ยิ่งทำให้คนมองโดยเฉพาะสาวๆพากันหัวใจระทวยเป็นแถบ  ภาพนั่นช่างเป็นสิ่งที่ชินตาสำหรับคิเคียวเสียงเหลือเกินบุรุษผมสีเขียวยาวสลวยรวบตึงไว้นั่งอยู่บนที่นั่งข้างๆคนขับ และผู้จับพวงมาลัยอย่างซาคุโร่…

 

“อะฮร้า..เสน่ห์แรงไม่เปลี่ยนเลยนะครับ..ท่านเบียคุรัน”  คิเคียวเอ่ยแซวบุรุษผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรงด้านหลัง ใบหน้าคมคายละสายตาจากวิวนอกหน้าต่างมาฉีกยิ้มระรื่นตอบ “ฮ่าๆ คิเคียวจังพูดเหมือนอิจฉาฉันเลยน้า”  ซาคุโร่ผู้ที่ดูเหมือนจะมีสมาธิกับการขับรถยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองผู้เป็นนายเหนือหัวที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อโค้ทหนังสีดำสนิทกางเกงขาเด๊ปสีขาวเข้ากับรองเท้าหนังสีขาวหัวแหลม ประกอบกับรอยสักใต้ตานั่น….แบดบอยชัดๆ

 

“มิอาจเอื้อมครับท่าน…ผมไม่กล้าอิจฉาท่านเบียคุรันหรอกครับ” คิเคียวหนุ่มหน้ามนผู้มีความหล่อเหลาไม่แพ้เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์ เหลือบตาทาอายแชโดว์สีสวยมองไปยังกองลังกระดาษใส่เสื้อสูทสีขาวสะอาดสะอ้านและแว่นตาไร้กรอบ…หากแต่มันจะน่ามองกว่านี้มากถ้าเสื้อสูทและแว่นตานั่นไม่เปรอะกองเลือดจนส่งกลิ่นลอยคลุ้งไปทั่วรถชวนสะอิดสะเอียน

 

“พูดถึง…ถ้าท่านเบียคุรันไม่สละเวลาสอนมาออกโรงเอง งานนี้คงไม่สำเร็จแน่ๆ” หนุ่มผมแดงพูดพลางทำจมูกฟุดฟิด ถึงเขาจะมือเปื้อนเลือดมานับไม่ถ้วน แต่ทนดมกลิ่นแบบนี้นานๆก็รู้สึกอยากอ้วกได้เหมือนกัน  เบียคุรันยักไหล่พร้อมยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวตอบกลับ นัยน์ตาสีอเมทิสต์วาววับยามค่ำคืนมองวิวออกไปด้านนอก…เมืองยามราตรีของมหานครโตเกียว..แสนอันตราย  แสงสีเสียงของเทคบาร์สาดส่องจนใบหน้าหล่อเหลาดูลึกลับราวกับเทวดาผู้ร่วงหล่นจากสวรรค์ก็ไม่ปาน

 

“หึหึหึ  ก็หวังว่า…คราวหน้าฉันคงไม่ต้องโดดงานมาทำเรื่องแบบนี้อีกนะ”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยสบายๆแต่ความหมายของมันกลับคมยิ่งกว่ามีด  บรรยากาศในรถยนต์หนาวเย็นลงหนักกว่าเก่าราวกับไปอยู่ในเอสกีโมก็ไม่ปาน

 

“ก็…ฉันรักอาชีพครูนี่นา” เจ้าของรอยสักใต้ตากลับมายิ้มแฉ่งอีกครั้ง น้ำเสียงลันล้านั้นทำเอาซาคุโร่โล่งอกจนเผลอถอดถอนหายใจ  ส่วนคิเคียวยังคงยิ้มไว้ไม่เคยเปลี่ยนแต่หากมองดีๆจะเห็นว่าหน้าคมคายติดหวานหน่อยๆ โชกเหงื่อเลยทีเดียว

 

 

 

“รีบกลับกันเถอะ..ฉันอยากกลับไปกินมื้อดึกใจจะขาดแล้ว…”

 

 

 

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s