[AuFic KHR][10069]punish for you/Part26

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

Part 26

 

 

 

 

 

 

 

เฟอร์รารี่สีดำชะลอความเร็วทันทีที่รั้วสีขาวสูงเปิดออกด้วยระบบอัตโนมัติ  รถยนต์คันหรูขับเคลื่อนเข้าไปตามเส้นทางขนาบสวนแมกไม้และเหล่าบุปผางามตา แม้ว่า…จะเป็นเวลายามรัตติกาลก็ยังมิอาจคลายความร่มรื่นของมันได้..

 

 

 

 

 

..เอี๊ยด..

 

 

 

ประตูรถด้านหน้าทั้งสองข้างขนาบเปิดออก โดยหนุ่มร่างสูงอายุราวๆสามสิบต้นๆ หากแต่…บุคลิกกลับต่างอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งผมสีแดงเซอร์ๆไว้หนวดหร่อมแหร่มจนใครหลายๆคนเห็นก็อยากออกปากอาสาโกนหนวดให้เสียเหลือเกิน  ส่วนอีกคนเป็นชายผมสีพฤกษายาวหยิกแต่มัดรวบตึงไว้อย่างเรียบร้อยไม่ดูเกะกะลูกตาเช่นเดียวกับใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านนั่น ซึ่งบัดนี้เจ้าตัวเดินไปเปิดประตูพลังพร้อมส่งรอยยิ้มสุภาพให้แก่คนด้านใน  “เชิญครับ ท่านเบียคุรัน”

 

 

เบียคุรันยิ้มตอบ ร่างสูงในชุดเสื้อโค้ทหนังสีดำทับเสื้อยืดสีขาวเรียบๆเดินลงจากรถ แสงของดวงจันทราเสี้ยวสาดส่องร่างของหนุ่มเรือนผมขาวให้ดูขาวนวลจนพร่าตาได้อีก…ราวกับ…เทพยดา…

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มวัย 25 ปี ผมสีพิสุทธิ์เดินนำคนทั้งสองตรงไปยังประตูหน้าคฤหาสน์หินอ่อนหลังใหญ่สะดุดตาเบื้องหน้า…

 

บ้าน..ของเขา…

 

 

 

 

 

 

 

ประตูบ้านเปิดออกอย่างรู้งาน โดยชายร่างสูงใหญ่เรือนผมสีทองหวีเรียบแปล้  ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหน้าที่พ่อบ้านอยู่แล้ว

 

“สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะแกมม่า มีอะไรรึเปล่า?”  นัยน์ตาสีฟ้าน้ำแข็งใสสังเกตเห็นหน้าคมคายกร้านโลกดูซีดเซียว นัยน์ตาสีเขียวล่อกแล่กไปมา  ปากหนาขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเจ้าตัวกลับกลืนน้ำลายลงคอ..เหมือนกับกลืนคำพูดกลับลงไปแล้วหันมายิ้มบางๆโค้งสวัสดีผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้อีกคน

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณชาย ยินดีต้อนรับกลับมานะครับ”   กริยาผิดแผกของพ่อบ้านวัย 30 ขึ้น ทำเอาคิเคียวและซาคุโร่อดเลิกคิ้วสูงพร้อมกัน และพวกเขาทั้งสองมั่นใจว่าหนุ่มผมสีขาว ผู้เป็นนายเหนือหัวที่ยืนหันหลังให้ตรงหน้าก็คงจะมีสีหน้าเช่นเดียวกับเขา…

 

 

 

 

 

“งั้นเหรอ…ช่างเถอะ..วันนี้ฉันหิวจะแย่แล้ว ไม่ได้ออกกำลังเยอะๆแบบนี้มานานเครื่องเหมือนจะฝืดๆยังไงก็ไม่รู้”  หนุ่มผมขาวพูดติดตลกเรียกเอาบรรยากาศสดใสกลับมา  ก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่แล้วเลิกใส่ใจกับสิ่งผิดปกติที่เขาสังเกตเห็น   แม้ว่า…เจ้าของคฤหาสน์จะทำท่าไม่หยี่ระ แต่นั่นกลับสร้างจำนวนเม็ดเหงื่อบนใบหน้าของพ่อบ้านให้มีมากขึ้น

 

 

 

ซาคุโร่หรี่ตาสีทับทิมของตัวเองลง ก่อนตัดสินใจออกปากถาม “แกมม่า เกิดอะไรขึ้น หรือว่า…คุณหนูอารมณ์เสียที่ท่านเบียคุรันมาช้า..”

 

 

ชายผมเขียวอดลอบมองสีหน้าของหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทพ่อบ้านสีดำเสียไม่ได้ จากสีหน้าแล้ว…คงไม่ใช่อย่างที่ซาคุโร่เดาเป็นแน่  พ่อบ้านวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคออีกระลอกแล้วเริ่มเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้สองลูกน้องคนสนิทของเบียคุรันฟัง

 

 

 

“คือ…”

 

 

 

 

 

.

 

.

 

 

 

 

 

 

 

ขายาวใต้กางเกงยีนส์ทันสมัยสีขาวเช่นเดียวกับเรือนผมชี้ไม่เป็นทรงก้าวมาจนถึงห้องอาหารที่ส่งกลิ่นหอมหวนเรียกน้ำย่อยออกมา  มือหนาบิดลูกบิดประตูเปิดเข้าไปในห้องทั้งรอยยิ้มอ่อนโยนจากใจจริง ให้แก่เด็กหญิงร่างเล็กเรือนผมสีดำสนิทบนเก้าอี้ประจำของเธอ

 

 

 

“ยูนิ..พี่กลับมาแล้ว”   เสียงทุ้มเอ่ยเอนเรียกอีกฝ่าย ยูนิสะดุ้งโหยงใบหน้ากลมหันควับไปมองต้นเสียงทันที

 

“โอนีซัง!!!!” ทั้งที่ควรจะวิ่งเข้ามากอดเอวพี่ชาย ตามด้วยเสียงแง่งอนเล็กน้อยบ่งบอกความคิดถึง ทว่า…ยูนิหาทำเช่นนั้น…ใบหน้าอ่อนเยาว์กลับซีดลงหนักกว่าเก่า  ปากอิ่มสั่นเดี๋ยวเม้มเดี๋ยวเผยอ อาการเดียวกับแกมม่าเป๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ยูนิก็ด้วย..เกิดอะไรขึ้น?”  เบียคุรันถาม

 

 

“เกิดอาการสำนึกผิด..ที่พากันหลอกคนอื่นเล่นมั้งคะ..” เสียงของใครบางคนแทรกดังจากด้านหลังของหนุ่มเจ้าของรอยสักใต้ตา   เสียงนั่น…มันหวานล้ำสุภาพชวนลุ่มหลง…ขณะเดียวกันก็เหมือนกับยาเสพติดอันตรายที่อาจทำให้เสพติดและดื่มด่ำกับมันจนมิอาจถอนตัวออกมาได้..

 

 

 

ตาคู่คมเบิกกว้างและรีบหมุนตัวกลับไปมอง!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

เผี้ยะ!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

“ห่ะ!!!!!!!!!!!!!!” ซาคุโร่ร้องเสียงหลงขาที่สับวิ่งเข้ามาให้ไวที่สุดมีอันต้องชะงักหยุด เช่นเดียวกับคิเคียวและแกมม่า บัดนี้สามหนุ่มวัยกลางคนพากันยืนตะลึงมองนายตัวเองโดนนักเรียนสาวเรือนผมสีไพลินมัดแกละตบเสียงดังฉาด!!!จนหน้าหล่อๆหันไปอีกทาง

 

“อึ๋ย~” เด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนยาวคลอสะโพกที่แอบมองจากหลังเสาหินอ่อนในตัวคฤหาสน์ขนาดใหญ่ ใบหน้าน่ารักชักสีหน้าหวาดเสียวแทนหนุ่มผมขาวเช่นเดียวกับยูนิที่เผลอตัวกลั้นหายใจกับเหตุการณ์มาคุขั้นรุนแรง!!!!

 

ตาสีน้ำแข็งกระปริบสองสามที ก่อนหน้าคมคายหล่อเหลาจะหันกลับมามองตรง สบตาสองสีคู่งามที่นิ่งสนิทไม่ไหวติ่ง

 

“มุคุโร่!?”

 

 

 

 

 

เผี้ยะ!!!!!!!!!!

 

 

 

ฝามือเรียวตบหน้าเบียคุรันแรงๆเข้าไปอีกฉาด คนที่ยืนมองเหตุการณ์ขนลุกเกรียวไปตามๆกัน

 

“พวกคุณรวมหัวกันแกล้งฉัน..คงสนุกมากสินะ..ทั้งยูนิจังและก็..คุณพี่ชายของยูนิจัง” มุคุโร่พูดทั้งเสียงสั่นเครือ แม้ว่าเจ้าตัวพยายามทำให้เรียบและนิ่งที่สุด   ไม่มีคำพูดใดๆตอบกลับมา  หญิงสาวเรือนผมสีไพลินยาวสลวยจึงแผดเสียงดังลั่นใส่คนผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาทันที

 

 

 

“พวกคุณมันหลอกลวง!!!โกหก!!!สนุกกันมากใช่ไหม!!ที่ทำให้ฉันเข้าใจเรื่องเข็มกลัดนี่ผิด!!ให้ฉันคิดว่ามันเป็นเครื่องราง!!ทั้งๆที่มันคือสัญลักษณ์ตีตราว่าเป็นผู้หญิงของคุณ!!!”

 

 

 

 

 

อัญมณีสองสีไม่อาจกลั้นน้ำตาให้ไหลออกมาได้อีกต่อไป เธอด่าทอใส่หนุ่มร่างสูงด้วยความเจ็บแค้น และรู้สึกอับอาย เสียศักดิ์ศรี..ขณะเดียวกัน…ก็รู้สึกเจ็บ…ที่เขาบังอาจเสแสร้งหลอกลวงเธอ   มือยางดึงเข็มกลัดสีเงินดอกกล้วยไม้ที่อกออกและปาใส่หน้าเจ้าของเรือนผมสีขาวที่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน

 

 

“เอาของคุณคืนไป…ฉันไม่ได้อยากเป็นเมียของคุณ..เบียคุรัน เจสโซ่..บอสแห่งมิลฟิโอเล่..” ใบหน้าสวยเกรี้ยวกราดมองอาจารย์หนุ่มที่ไร้ความศรัทรามาแต่แรก แม้ว่า..เวลาผ่านไปเธอจะเริ่มมีความรู้สึกเปิดใจยอมรับมาทีละนิด

 

 

 

 

 

ทว่า…ตอนนี้..ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว…

 

 

 

 

 

“และก็…เรื่องอาชีพมาเฟียของคุณ…ฉันขยะแขยงที่สุด…”  มุคุโร่ด่าทอเรื่องกับฐานะที่แท้จริงของเบียคุรัน เจสโซ่…บอสแห่งมิลฟิโอเล่ แฟมิลี่  มาเฟียผู้มากอิทธิพลในสังคมมืดและรู้จักกันดีในนามของเขาว่า…กล้วยไม้สีขาว…

 

ร่างเพรียวเดินออกจากชายหนุ่มเจ้าของรอยสักใต้ตา ตาสองสีถลึงมองใครก็ตามที่อยู่ขวางทางเดินเธอ ทำให้พวกลูกน้องของเบียคุรันพากันพร้อมใจกลืนน้ำลายและเขยิบแหวกทางให้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมับ!!!!!!!!

 

แรงบีบกระชากที่ต้นแขนเล็ก มุคุโร่ร้องเสียงดังกับความเจ็บแปล๊บก่อนจะถูกคนจับดึงให้หันกลับมา

 

“มานี่…” เบียคุรันกล่าวเสียงเรียบ ใบหน้าของเขาไม่เหลือเค้าอารมณ์ดีอีกต่อไป นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์จนใครต่อใครขนหัวลุกหนักกว่าเก่า

 

“ปล่อยฉันนะ!!” มุคุโร่สะบัดแขนให้หลุดจากมือแกร่ง แต่ยิ่งดิ้นอีกฝ่ายก็ยิ่งบีบแน่นจนเจ้าของเรือนผมสีไพลินน้ำตาเล็ด

 

 

 

 

 

 

 

“โอนีซัง!!!!” เด็กผู้หญิงผมสีดำร้องห้ามปราม ยูนิลุกจากเก้าอี้เข้าชุดกับโต๊ะอาหารยาวสีขาววิ่งเข้ามาหมายห้ามปราม แต่พอเจอสีหน้าของบุรุษผู้ได้ศักดิ์เป็นพี่ชายแท้ๆ  ร่างเล็กก็ผงะนิ่งจนแกมม่าต้องวิ่งเข้ามาดึงกันให้ออกห่างจากคนทั้งคู่

 

 

 

“คุณหนู..ปล่อยคุณชายไปเถอะครับ นี่เป็นเรื่องของคนสองคน”

 

“แต่….”  คุณหนูของคฟหาสน์สีขาวกำลังจะร้อนค้าน  ทว่า..ตาสีฟ้ากลมโตหันกลับไปมองพบว่าพี่ชายตัวเองฉุดลากหญิงสาวตาสองสีขึ้นบันไดไปเสียแล้ว….

 

.

 

 

 

คิเคียวดึงสติกลับมามองเข็มกลัดราคาแพงทำจากเงินแท้ที่ถูกปาทิ้งโดนหน้าบอสหนุ่มกล้วยไม้ขาวเต็มๆก่อนจะร่วงหล่นตกพื้นอย่างไร้ค่า  ชายผมเขียวรวบมัดหยิบเข็มกลัดนั่นขึ้นมายื่นให้ยูนิ “ผมว่าตอนนี้ คุณหนูเก็บสิ่งนี้ไว้ก่อนดีกว่านะครับ”

 

ตาสีฟ้ามองเข็มกลัดดอกกล้วยไม้ในมือหนาด้วยแววตาอ่อนลง ก่อนจะรับมันกลับมาทั้งรอยยิ้มเศร้าๆ

 

“อืม…ขอบคุณนะคิเคียว”

 

 

 

 

 

 

 

ปัง!!!!!!!

 

 

 

 

 

ประตูห้องปิดตัวแรงจนเสียงดัง ภายในห้องมืดสลัวจนมองไม่เห็นอะไรสร้างความตื่นกลัวให้กับสาวผมไพลิน นัยน์ตาสองสีพยายามสอดส่องมองหาช่องทางหนีโดยอาศัยความมืดที่ว่า แต่ด้วยแรงจับที่ต้นแขนเธอจึงมิอาจดิ้นไปไหนได้

 

 

 

 

 

พรึ่บ!!!!

 

 

 

ไฟในห้องเปิดสว่างจ้า  มุคุโร่หยีตาลงด้วยความแสบตาจนกระทั้งอัญมณีสีไม่เข้าคู่ปรับสภาพเข้ากับความสว่างของห้องได้  ใบหน้าสวยมองไปรอบๆห้องที่เธอถูกลากเข้ามา ภายในนั้นกว้างใหญ่จัดแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราสีขาวเช่นเดียวกับสีผนังห้อง ตัดกับพื้นพรมสีแดงเลือดหมู ก่อนที่โฟกัสทั้งหมดจะไปหยุดลงที่เตียงสี่เสาไซส์คิงสีขาว หัวเตียงขลิบขอบสีทองไว้….

 

 

“ปล่อยฉันนะ!!!ปล่อยฉัน!!!!” ร่างบางร้องเสียงดังพยายามดิ้นหนีให้พ้นจากชะตากรรม  เบียคุรันมุ่นคิ้วลงหนักกว่าเก่าจนหัวคิ้วเกือบชนกัน  วงแขนแกร่งรวบร่างบางขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวพาเดินไปยังจุดหมาย โดยไม่สนใจคนที่ขัดขืนต่อต้านซักนิด

 

 

ร่างของมุคุโร่ถูกโยนลงบนเตียงกว้างจนลูกฝูกยวบลง ตามด้วยชายผมสีขาวเจ้าของห้องนอนที่ขึ้นคร่อม ทำให้เตียงยวบลงกว่าเก่า  “อื้อ!!!!!” ริมฝีปากแดงสดสีกุหลาบแรกแย้มถูกบดเบียดด้วยริมฝีปากหนา  ลิ้นอุ่นแทรกเข้ามาผัวพันลิ้นน้อยในโพรงปากอย่างหื่นกระหาย   มุคุโร่ทั้งทุบทั้งดันอกแกร่งประท้วงใส่  กลับยิ่งสร้างความเดือดดาลให้ชายหนุ่มเจ้าของรอยสักใต้ตา  เบียคุรันใช้มือหนารั้งท้ายท้อยให้ปากอิ่มนุ่มเข้ามาหาตัวมากขึ้น  ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าไปใต้เสื้อนักเรียนปลดตะขอยกทรงอย่างชำชอง

 

 

“อ๊ะ!!!”  หญิงสาวครางสั่น กับส่วนตื่นตัวของอีกฝ่ายขยายเข้ามาเสียดสีกับช่องทางสีหวานใต้กระโปรงนักเรียนสุดสั้น  เบียคุรันเห็นท่า ปากหนาได้รูปแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์หันมารั้งสะโพกกลมกลึงดึงเข้ามากดแนบกับแก่นกายของเขา

 

“อึก!!!!!!” ริมฝีปากสวยที่แดงช้ำจากการถูกจูบเม้มแน่นกลั้นเสียงและลมหายใจตัวเอง จน..ใบหน้าขึ้นสีเลือดฝาด

 

 

 

 

 

“หึหึหึ..ไหนเธอบอกว่าไม่อยากเป็นเมียของฉันไง..แต่ที่ฉันเห็น..เธอดูเร้าร้อนมากเลยเวลาอยู่ใต้ร่างของฉัน” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแผ่วเบาก่อนจะโลมเลียติ่งหูสร้างความเสียวซ่านให้แก่ร่างด้านใต้  มุคุโร่หลับตาหยีกัดฟันเจ็บใจกับอาการของตัวเองที่แสดงออกมาไปตามสัญชาติญาณยามถูกเขาปลุกเร้าไปเพียงไม่กี่นาที   สิ่งแรกที่เธอเริ่มเรียนรู้ในค่ำคืนนี้…คือเธอจะไม่ยอมให้เขามาดูถูก!!ยิ้มเย้ยหยั่น!!! ฉะนั้น…

 

“คึหึหึ  คนอย่างคุณ..ก็เหมือนผู้ชายขายบริการ ฉันก็เหมือนผู้หญิงที่พึงพอใจในการปรนเปรอของคุณต่างหาก”  นัยน์ตาสองสีปรือมองเย้ายวน ปากสวยเหยียดยิ้มเยาะเย้ยอย่างถึงที่สุด  ทำเอาเบียคุรันสะอึกไปชั่วขณะ..

 

 

“เห…เดี๋ยวนี้เธอกล้าเถียงฉันกลับเวลาอยู่บนเตียงซะด้วย” เสียงทุ้มกดต่ำลงเล็กน้อย บ่งบอกว่าชายผมขาวที่อยู่เหนือกว่ากำลังของขึ้น กับการดูถูกของหญิงสาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“!!!!!!!!!!” ร่างบางโดนจับให้หันไปนอนคว้ำ  มุคุโร่เบิกตากว้างสุดขีดกับร่างหนาใหญ่เข้าทาบทับจากด้านหลังตามด้วยมือหนาที่สอดเข้าไปใต้กระโปรงกำลังจะเกี่ยวเอากางเกงในตัวจิ๋วของเธอออกมา  “หยุดนะ!!ไอ้คนสารเลว!!!”

 

“สารเลว? หึหึ ก็เข้ากับสาวร่านๆอย่างเธอดีออก…ดูสิ..กางเกงในของเธอเปียกชุ่มขนาดไหน..” เบียคุรันดึงกางเกงในออกมาสำเร็จ และจงใจโยนไปไว้บนเตียงในมุมที่มุคุโร่จะมองเห็นได้ชัด  ทำเอาดวงหน้าสวยร้อนผ่าวด้วยความอับอาย

 

 

 

 

 

“คุณมันโรคจิต!!!”

 

“ถึงฉันจะโรคจิต แถมยังสารเลว..แต่ยังไงฉันก็เป็นผู้ชายคนแรกของเธอนี่…” หนุ่มผมขาวย้อนกลับพร้อมกระแทกตัวเข้าไปในหว่างขาเพรียวสวยทั้งสองข้างทันที  “อ๊า!!!!!!ยะ…หยุด…อึก!!!” มุคุโร่ครางกระเซ้าพยายามส่งเสียงห้าม ร่างกายที่พยายามออกแรงดิ้นขัดขืนกลับอ่อนเปลี้ย ยิ่งอีกฝ่ายล้มตัวลงมาทับจนแผ่นหลังลาดเนียนเสียดสีกับแผงอกแกร่งมีซิกแพคพองาม หญิงสาวผมทวินเทลยิ่งครางไม่ได้ศัพท์ เธอรู้สึกร้อนราวกับน้ำแข็งที่ตั้งอยู่เหนือเตาไฟจวนเจียนหลอมละลายทุกที

 

 

“และก็…เธอก็ครางเสียงแบบนี้..ให้ฉันได้ด้วย..ใช่ไหม..มุคุโร่คุง” เบียคุรันโน้มใบหน้ากระซิบข้างหู ก่อนจะลงมาซุกไซร้ลำคอระหงขบกัดจนเป็นรอยแดง    “อา…ไม่..” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นตามความรู้สึกเสียวซ่านไปทุกอณูเรือนกาย มือบางกำผ้าปูเตียงแน่นจนเป็นริ้วระบายอารมณ์

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสองสีปิดแน่น..หนีความจริง…ไม่อยากเห็นตัวเองถูกอาจารย์ที่ปรึกษาจอมโกหกเอาเปรียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

หนีความรู้สึกตัวเอง…ว่าตอบสนองความใคร่ของอีกฝ่ายเพียงใด…

 

 

 

 

 

สะโพกกลมกลึงแอ่นรับส่วนนั้นให้เข้ามามากขึ้นตามสัญชาติญาณ  เรียกรอยยิ้มหื่นกระหายของชายผมสีงาช้าง  มือหนาลูบไล้ขาเพรียวยาวขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงขาอ่อนขาวเนียน สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อเกร็งกระตุกของสาผมสีไพลินมัดแกละที่ตอนนี้ยุ่งเหยิงปล่อยสยายออกมาบ้าง…ดูเซ็กซี่สุดๆ…

 

 

“อ้า….อะ…ออกไป..นะ..อ๊า!!” ปากอิ่มพยายามเปล่งเสียงร้องขับไล่ แม้ว่า..น้ำเสียงที่ออกมาฟังแล้วให้ความรู้สึกเชิงแง่งอนและเว้าวอนเสียมากกว่า  มุคุโร่กระตุกว๊าบกับการเคล้าคลึงอกนุ่มนิ่มใต้ชุดนักเรียนชุ่มเหงื่อ จนเธอรู้ตัวว่ายอดอกสีชมพูแข็งชันตามแรงปรารถนา   เปลือกตาบางปิดแน่นสนิทยิ่งกว่าเก่า พร้อมก้มหน้าซุกลงกับเตียง  “ฮึก…ไม่….”

 

คำห้ามปรามทั้งเสียงสะอื้นถึงจะปะปนกับเสียงครางหวานๆสลับซ้ำไปมา หาได้เข้าสู่โสตประสาทของชายผมชี้ไม่เป็นทรงเบื้องบน หนุ่มร่างสูงยังคงตักตวงความสุขจากนักเรียนสาวจอมรั้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดซ้ำไปมา…ปลดปล่อยครั้งแล้วครั้งเล่า..

 

 

 

 

 

เอี๊ยดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

 

ขาเตียงลากครูดกับพื้นส่งเสียงครืดคราด…ตัวเตียงขย่มสั่นไหวตามไฟราคะของชายหญิงบนนั้นตลอดค่ำคืน…

 

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก…

 

 

 

เข็มนาฬิกาโบราณบนฝาผนังขยับเดินทุกวินาที เสียงดังของมันปลุกให้ชายผมสีงาช้างตื่นจากนิทรา  ร่างสูงลืมตาสีฟ้าใสของตัวเองมองแผ่นหลังลาดเนียนสีขาวอมชมพูประดับร่องรอยแห่งรักหลายแห่งของมุคุโร่ในอ้อมแขนแกร่งของเขา  สัมผัสที่ได้จากมือและแขนของเบียคุรันทำให้ชายหนุ่มรู้ว่า..เด็กสาวกำลังร้องไห้….

 

 

 

 

 

“เอาของคุณคืนไป…ฉันไม่ได้อยากเป็นเมียของคุณ..เบียคุรัน เจสโซ่..บอสแห่งมิลฟิโอเล่..”

 

คำพูดของมุคุโร่สร้างความเจ็บแปล๊บแปลกประหลาดตรงหัวใจ หน้าหล่อเหลามุ่นคิ้วลงกับความรู้สึกตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

-ถึงยังไง เธอก็เป็นของฉันอยู่ดี โรคุโด มุคุโร่..-  ความคิดแล่นปราดเข้ามาในหัว..ความคิดหึงหวงและต้องการครอบครองร่างบางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…

 

 

 

 

 

ฉันไม่ยกเธอให้ใครทั้งนั้น!!!

 

 

 

 

 

“!!!!!!!!”  ตาสองสีเป่งบวมเบิกตากว้าง ร่างงามสะดุ้งสุดตัวเมื่อวองแขนแกร่งที่โอบกอดอย่างหลวมกลับรัดแน่น  ตามด้วยร่างหนาที่เขยิบเคลื่อนตัวเข้ามาแนบชิดแผ่นหลังเล็ก  กล้ามเนื้อแผงอกเบียดเสียดกับหลังเนียนและสะโพกกลมกลึงโค้งเว้าตามสรีระหญิงสาวสัมผัสกระชั้นชิดกับของแข็งขืนที่ยังไม่ขยายตัวของอีกฝ่าย  เบียคุรันแสร้งทำเป็นเหมือนละเมอขยับดวงหน้าคมคายซุกลงกับเรือนผมสีสวย จมูกโด่งได้รูปสูดดมกลิ่นหอมของแชมพูอ่อนๆรวมถึงกลิ่นกายหอมหวานจางๆตามผิวเนื้อนุ่มนิ่ม

 

มุคุโรรู้สึกหน้าร้อน..ร้อนจวนเจียนเป็นพิษไข้ ไม่กล้า..ที่จะหันหน้ากลับไปจ้องมองอีกฝ่าย กลัวว่าจะต้องสบตาคู่คมเจ้าเล่ห์นั่นที่ปราดมองเข้ามาในจิตใจราวกับคมมีด  จึงได้แต่หลับตากำหนดลมหายใจเข้าออกคุมสมาธิรวมถึงความตื่นตระหนกในหัวใจที่เต้นแรงในนิ่ง…แล้วปล่อยให้เวลาพาเธอไปสู่โลกแห่งความฝัน หลีกหนีจากความเป็นจริงอันแสนโป้ปดแห่งนี้

 

 

-หลับแล้ว..สินะ-  หนุ่มผมขาวลอบมองใบหน้าสวยครึ่งซีก ขนตาแพยาวปิดสนิทพวงแก้มใสขึ้นสีชมพูจางๆจากการทำกิจกรรมอย่างงว่ามาหนักหน่วงเปรอะคราบน้ำตา  ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอนั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกคำตอบได้ดียิ่ง  ร่างสูงจึงค่อยๆขยับตัวออกจากเจ้าของผ้าแพรไหมสีน้ำทะเลยาวสยายไปทั่วเตียง  คว้าเอาโทรศัพท์มือถือสีขาวของตัวเองที่ตกอยู่ในกองเสื้อผ้าของเขาบนพื้น กดโทรออกหาใครบางคน…

 

 

 

 

 

ตรู๊ด….ตรู๊ด…

 

 

 

กริ๊ก!!!!

 

 

 

[อาจารย์เบียคุรัน!!!โทรมาได้จังหวะพอดีเลยครับ!!คุณหนู…]

 

 

“ใจเย็นๆครับวาตาริซัง ผมกังจะโทรมาบอกคุณเรื่องมุคุโร่คุงน่ะ” เบียคุรันแสร้งพูดทั้งรอยยิ้มเทพยดาใส่พ่อบ้านชรา ตามด้วยคำโกหกตามนิสัยตอแหลของตนที่ใช้หลอกลวงใครต่อใครได้สำเร็จมานัดต่อนัดแล้ว

 

“คือ..ช่วงนี้จะมีกิจกรรมโรงเรียนเยอะน่ะครับ เผอิญปีนี้ห้อง 3-c เข้าร่วมด้วย และก็…ดูเหมือนมุคุโร่คุงจะจริงจังกับงานมาก เลยอาจจะไม่ได้กลับบ้านราวๆ 2-3 วัน..แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะผมจะดูแลแกเองอย่างดีที่สุด”

 

 

[อ๋อ!!อย่างงั้นเองเหรอครับ..ถ้าเป็นแบบนั้นกระผมก็โล่งอก..นึกว่าคุณหนูโดนลักพาตัวไปซะแล้ว ถ้างั้นกระผมฝากอาจารยฺเบียคุรันดูแลคุณหนูด้วยนะครับ]  ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงที่คลายความตื่นเต้นลงมาก เบียคุรันขยับยิ้มพึงพอใจแล้วกำลังจะบอกลาอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

[เดี๋ยวครับๆ!!อาจารย์เบียคุรัน]

 

 

 

 

 

จู่ๆวาตาริกลับแทรกพูดขึ้นมา  ทำเอาชายหนุ่มผมขาวรู้สึกหน้าเสีย กลัวว่าการโกหกครั้งนี้จะไม่สำเร็จ แต่กระนั้น..เขายังคงคุมอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้ได้แยบยลพร้อมกล่าวต่อทั้งเสียงทุ้มนุ้มแสนสุภาพ “มีอะไรเหรอครับ วาตาริซัง”

 

 

 

 

 

 

 

[คือ..ช่วงนี้คุณหนูรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษขอรับ..มื้อนึงราวๆสองถึงสามจาน และก็อยากผลไม้เปรี๊ยวมากขอรับกระผมคงไม่รบกวนอาจารย์เบียคุรันมากไปใช่ไหมขอรับ ถ้าผมจะให้อาจารย์ช่วยดูแลแกเรื่องการกินของคุณหนู…]

 

 

 

 

 

 

 

“ฮ่าๆๆ ไม่รบกวนหรอกครับ บอกผมแบบนี้น่ะดีแล้ว  ถ้าไม่มีอะไรผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ พรุ่งนี้ผมมีสอนแต่เช้า”

 

สิ้นเสียงของเบียคุรัน วาตาริรับคำทั้งเสียงแหบพร่าตามวัยก่อนต่างฝ่ายต่างกดวางสายของตัวเองลง

 

มือถือถูกนำมาวางชาร์ตแบตเตอรี่ไว้บนโต๊ะหัวเตียง  นัยน์ตาสีอเมทิสต์คู่คมปรายตามองเจ้าของดวงเนตรสองสีที่หลับพริ้มไม่ได้สติอยู่ข้างๆตัว

 

 

 

 

 

 

 

คือ..ช่วงนี้คุณหนูรับประทานอาหารมากเป็นพิเศษขอรับ..มื้อนึงราวๆสองถึงสามจาน และก็อยากผลไม้เปรี๊ยวมากขอรับกระผมคงไม่รบกวนอาจารย์เบียคุรันมากไปใช่ไหมขอรับ ถ้าผมจะให้อาจารย์ช่วยดูแลแกเรื่องการกินของคุณหนู…

 

 

 

 

 

“กินเยอะ..กับ..อยากของเปรี๊ยว ?”  คิ้วเรียวมุ่นลงเล็กน้อย มือแกร่งจับคางครุ่นคิดประโยคคำพูดของวาตาริพ่อบ้านประจำตัวของโรคุโด มุคุโร่ซ้ำไปมา

 

 

 

“อาการแบบนี้..เหมือนเคยเห็นที่ไหนกันนะ?”

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s