[AuFic KHR][10069]punish for you/Part27

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part  27

 

 

 

 

 

“อือ…” ร่างบอบบางใต้ผ้าห่มสีขาวผืนใหญ่ครางเสียงหวาน พร้อมขยับตัวสองถึงสามทีอย่างเชื่องช้า  ขนตาแพยาวปรือขึ้นช้าๆเผยนัยเนตรต่างสีงดงาม  โรคุโด มุคุโร่ลืมตามองเพดานห้องสีขาวทั้งแววตานิ่งไม่ไหวติ่ง…จับจ้องโคมไฟแท่งคริสตัลสวยหรูเบื้องบน

 

“สีขาว…” เจ้าของเรือนผมสีไพลินยาวสลวยเอ่ยกับตัวเอง ก่อนจะเหลือบตาไปข้างๆกาย..ที่เคยมีร่างเจ้าของห้องนอนกว้างบัดนี้เหลือเพียงรอยยับยวบของลูกฝูก และหมอนสีขาวรูปแบบเดียวกับที่เธอใช้หนุนนอน

 

มุคุโร่ยันตัวอย่างเชื่องช้ามานั่งกอดเข่าโดยไม่ลืมคว้าผ้าห่มมาปกปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยจูบตีตราความเป็นเจ้าของ..ของคนๆนั้น…หลายต่อหลายครั้ง มือเรียวอีกข้างเท้าลงกับผืนเตียงสัมผัสได้ถึงความชื้นแชะบางอย่าง ทำเอาพวงแก้มใสอดขึ้นสีระเรื่อไม่ได้…อัญมณีหันไปมองมือตัวเองที่ยังไม่ยอมยกหนีไปไหน

“สีขาว..น่าขยะแขยงที่สุด..” หญิงสาวมองผืนเตียงที่เต็มไปด้วยคราบน้ำรัก..และน้ำหล่อลื่นทางช่องคลอดของเธอผสมปนเปเปรอะเปื้อนไปทั่วเตียงจนเจ้าตัวรู้สึกละอายใจ  ใบหน้างามสะบัดหน้าหนี เบนความสนใจตัวเองมายังเสื้อผ้าของเธอที่ตอนนี้…ดูเหมือนจะไม่อยู่บนพื้นซักนิด…

 

 

ครืด!!!!!!

ประตูจากห้องน้ำในตัวเลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างของใครบางคนและไอน้ำอุ่นๆลอยออกมา

“ตื่นแล้วเหรอ…” เสียงทุ้มนุ่มนั่นทำให้ไหล่เล้กอดยกตัวสูงไม่ได้ เช่นเดียวกับใบหน้าร้อนผ่าว ก่อนจะพยายามเก็บสีหน้าให้นิ่งแล้วปรายตามองคนทักทายด้วยท่าทีไม่แยแส “คึหึหึ แล้วคุณคิดว่าฉันนั่งหลับรึไงคะ”

มุคุโร่ตอบกลับทั้งรอยยิ้มเย้ยหยั่น ก่อนจะหุบลงเมื่อพบกับสภาพของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดเปียกน้ำหมาดๆจากการสระผมตกลู่ลงมา  ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวแหวกให้เห็นแผงอกแกร่งมีซิกแพคพองามเต็มไปด้วยหยดน้ำ…

 

 

“หน้าแดงแบบนี้..คงนึกถึงเรื่องเมื่อคืนสินะ” เบียคุรันยิ้มเจ้าเล่ห์ ตาสีอเมทิสต์ปราดมองเข้าไปในดวงตาต่างสีอย่างรู้ทัน

“ระ..เรื่องแบบนั้น..ฉันไม่เก็บมาคิดให้เสียเวลาหรอก..เพราะมัน..น่าขยะแขยง..” มุคุโร่ตอบกลับแล้วรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น     ร่างสูงยักไหล่ไม่ใส่ใจต่อคำพูดจิกกัดขั้นร้ายกาจของเจ้าของผมไพลิน แล้วเดินตรงไปทรุดนั่งบนเตียงนุ่ม..ข้างๆคู่นอนของเขา และรีบรวบเอวคอดกิ่วของอีกฝ่ายเข้ามากอด

 

 

“!!!!!!!”

“จะขืนตัวทำไม..หือม์…เราสองคนก็นอนด้วยกันตั้งหลายครั้ง” วงแขนแกร่งออกแรงกระชับให้มันไม่ยอมให้หญิงสาวตาสองสีหนีไปไหนได้ ไม่ว่าเธอจะพยายามออกแรงต่อต้าน แกะมือของเขาซักเท่าไหร่ก็ตาม

“ปล่อยฉันนะ!!!” มุคุโร่ร้องเสียงดัง  ยิ่งได้ใจหนุ่มผมสีหิมะเข้าไปใหญ่ ดวงตาคู่คมสั่นระริกนึกสนุกสำรวจมองเรือนร่างขาวนวลเต็มไปด้วยรอยจุดแดง ผิวสีขาวละเอียดตัดกับเส้นแพรไหมสีน้ำเงินเข้ม แต่กับเข้ากันได้อย่างลงตัว

“อึก!!อย่า..” เสียงหวานครางกระเซ้าจนเจ้าตัวรู้สึกอับอาย เมื่อจมูกโด่งได้รูปของอีกฝ่านสูดดมกลิ่นกายหอมหวนไม่จางหายไปจากลำคอ ก่อนจะขยับริมฝีปากขบกัดเบาๆ   เช่นเดียวกับมือแกร่งกำลังละลาบละล้วงขยำทรวงอกนุ่มพอดีมือไปมา

 

“โอนีซัง!!!ได้เวลากินข้า…”  ประตูห้องเปิดออกโดยเด็กหญิงผมสีดำสนิทในชุดนักเรียนประถม  ทำให้คนทั้งสองหยุดชะงักการกระทำทั้งหมดลง

 

“ห่ะ!!!!!!!”

 

 

หมับ!!!!!!!!

 

 

“ขออภัยจริงๆครับคุณชาย ผมกำลังจะมาตามคุณชายแล้วแต่คุณหนูบอกว่าจะยืนยันมาปลุกคุณชายเอง” แกมม่าพ่อบ้านร่างใหญ่โผล่มาอย่างรวดเร็วพร้อมกับมือหนาเข้าปิดตาสีฟ้ากลมโตได้ทันที่ยูนิจะได้เห็นอะไรดีๆเกินกว่าวัยของเธอจะเข้าใจ

“ผมวางชุดของคุณหนูที่พอดีกับตัวคุณโรคุโดไว้ตรงนี้นะครับ” เจ้าตัวจะวางถุงกระดาษบนพื้นปูพรมแดงในห้องนอนอีกฝ่าย  หนุ่มผมสีทองหวี่เรียบแปล้โค้งลาอย่างสุภาพทั้งสีหน้าเรียบเฉย  แล้วลากยูนิออกไปจากห้องพร้อมปิดประตู

ตามด้วยเสียงฝีเท้าของคนทั้งคู่ทิ้งห่างไกลออกไปเรื่อยๆและเสียงเจื้อยแจ้วของคุณหนูของตระกูลเจสโซ จับใจความได้คราวๆว่ากำลังซักถามถึงเหตุการณ์ที่เธอเห็นแว๊บๆเมื่อครู่นี้

 

 

“แย่จังเลยแหะ..ฉันลืมล็อคประตูได้ยังไงน้า” เบียคุรันพูดทั้งรอยยิ้มระรื่น ชายหนุ่มปล่อยมือจากหญิงสาว เดินลงจากเตียงไปหยิบเอาถุงกระดาษใส่เสื้อผ้าของยูนิไว้ในนั้นมาวางลงบนเตียงนุ่มข้างๆกายเจ้าของเรือนผมสีไพลิน

“นี่เสื้อของเธอ ใส่แก้ขัดไปก่อนก็แล้วกัน และก็…อีก 15 นาทีจะได้เวลาอาหารเช้าแล้ว รีบอาบน้ำแต่งตัวและลงมาที่ห้องอาหารด้วยล่ะ”  ชายผมสีงาช้างอธิบายจนเสร็จ นัยน์ตาคู่คมสีน้ำแข็งเผลอสังเกตเห็นว่าร่างบางยังคงนั่งนิ่งเป็นหินไม่ยอมขยับไปไหน

 

 

 

“มุคุโร่คุง?”

 

“………”

 

 

 

 

ไม่มีเสียงตอบกลับ..เบียคุรันเกาศีรษะตัวเองแรงๆจนผมสีเปียกน้ำเริ่มยุ่งเหยิงและเริ่มชี้โด่ไปมา  ก่อนโน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆอีกฝ่าย   “บ้าที่สุด!!!!” มุคุโร่แผดเสียงดังลั่น มือบางยันหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายจนชายหนุ่มผมขาวเซหงายหลังไปนั่งก้มจำเป้ากับพื้น

 

 

ปัง!!!!

 

 

 

“มุคุโร่!!!!” เบียคุรันเค้นเสียงใส่  ร่างสูงเด้งตัวหมายจะจับเด็กดื้อที่บังอาจมาผลักเขาจนเสียหลักมาสั่งสอน ทว่า…มุคุโร่ไวกว่าเธอคว้าถุงใส่เสื้อผ้าวิ่งเข้าห้องน้ำและกระแทกประตูปิดเสียงดังลั่น

หนุ่มร่างสูงเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนฝาผนัง ทำให้เขาเลิกใส่ใจกับพฤติกรรมของเด็กสาวผมน้ำเงินยาวสลวย หันมาสวมเสื้อสูทสีขาวสะอาดที่ถูกตระเตรียมโดยพ่อบ้านวัยกลางคนแทน

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

เวลาล่วงเลยไปเกือบถึงเส้นยาแดงผ่าแปดของอาหารยามเช้า…ไม่สิ..ต้องบอกว่าตอนนี้เลยเวลามา  10 นาทีกว่าๆ บนโต๊ะอาหารตัวยาวปูผ้าสีขาวเต็มไปด้วยอาหารสำหรับ breakfast time จัดวางสวยงามโดยไม่มีใครแตะต้อง แม้แต่ชุดเครื่องเงินที่ถูกจัดไว้สำหรับ 3 ที่นั่งก็ยังไม่ได้ขยับเคลื่อนไปไหนเช่นกัน

“โอเน้ซังจะเป็นอะไรรึเปล่าคะ เลทมาตั้ง 10 นาทีแล้ว” ยูนิพูดด้วยเสียงร้อนรน ใบหน้ากลมน่ารักเต็มไปด้วยสีหน้ากังวลเด่นชัด  ดวงตาสีฟ้าสวยเหลือบมองที่นั่งฝั่งตรงข้ามที่ประจำของเธอที่ยังคงว่างเปล่า…

 

“งั้น..ฉันไปตามดีไหม” เบียคุรันแย้มยิ้มร่าเริง หากแต่คนในคฤหาสน์รู้ดีว่าบอสแห่งมิลฟิโอเล่กำลังของขึ้นอยู่ชัดๆ  จังหวะที่ร่างสูงกำลังจะลุกจากเก้าอี้หัวโต๊ะอันเป็นที่ประจำของเขา  เสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวลงจากบันไดหินอ่อนนั่นเรียกรอยยิ้มพึงพอใจจากหน้าคมคาย

 

“คึหึหึ ไม่ต้องหรอกคะ ถ้าฉันจะมาฉันมาเองได้”  มุคุโร่ตอบกลับทั้งสีหน้าเย็นชา หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสีดำสั้นครึ่งเข่าแขนตุ๊กตาเปลือยไหล่กลมมนพร้อยลูกไม้สีขาวสไตล์โกธิคโลลิต้า เข้ากับเรือนผมไพลินปล่อยยาวสลวยคลอเคลียสะโพกกลมกลึง

 

..ราวกับปีศาจน้อย…ยั่วสวาท…

 

 

เบียคุรันยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคำพูดประชดของอีกฝ่าย แล้วกลับมานั่งที่ของตน ดวงเนตรคู่งามหรี่มองชายผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรงด้วยความไม่พอใจ ขาเพรียวยาวดุจนางแบบเดินมายังที่นั่งของเธอ โดยมีแกมม่าดึงเก้าอี้ให้อีกฝ่ายนั่งตามหน้าที่ของพ่อบ้าน

บรรยากาศในห้องอาหารอึกครึมทันที ไหนจะเด็กหญิงผมดำที่ทำหน้าตากระอักกระอวนใจยามต้องสบตาสองสีคู่งามเย็นชานั่นจนต้องเป็นฝ่ายหลุบตาลง  ส่วนทางเบียคุรันที่ควรจะเกรงกลัวรังสีอำมหิตของหญิงสาวผมไพลินมากที่สุด กลับยิ้มระรื่นเป็นทองไม่รู้ร้อนซะอย่างงั้น

แกมม่ามองคนทั้งสามสลับไปมาพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าใต้เสื้อสูทพ่อบ้านสีดำมาซับเหงื่อบนหน้าผาก  ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆคุณหนูของเขา

 

 

“ถ้างั้น..กินข้าวกันดีกว่านะฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว” หนุ่มร่างสูงกล่าวขึ้น แกมม่าโค้งรับคำสั่งแล้วหันไปสั่งงานเหล่าแม่บ้านสาวทั้ง 3 คนที่ยืนรออยู่ห่างๆให้เริ่มทำงาน

 

 

 

.

.

 

 

แคร้ง!!!!!

 

ช้อนส้อมโลหะกระทบกันยามรวบวางลงบนจานที่ว่างเปล่า เหลือแต่เพียงเศษอาหารเล็กน้อย  แม้ว่าตลอดระยะเวลาการรับประทานอาหารเช้าของวันนี้จะเต็มไปด้วยความเงียบสงัดราวกับป่าช้า แต่…ทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดีจนพ่อบ้านร่างใหญ่โล่งอก

 

“ยังหิวอยู่สินะ” เบียคุรันกล่าวขึ้น ตาคู่คมปรายมองไปยังร่างเพรียวบางผมสีไพลิน ดวงหน้าสวยชักสีหน้าประหลาดใจออกมาพร้อมกับพวงแก้มใสที่แดงซ่านออกมาเด่นชัด แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามกลบเกลื่อนด้วยการใช้มือปัดเรือนผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลังก็ตามที

 

 

“คึหึหึ เข้าใจผิดอะไรรึเปล่าคะ ฉันอิ่มแล้วต่างหาก”

“งั้นเหรอ…แต่ฉันได้ยินจากพ่อบ้านของเธอบอกว่าช่วงนี่กินจุเป็นพิเศษ”

 

ยูนิกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มองการสนทนาที่เต็มไปด้วยการประชดประชัน จิกกัด และไม่ยอมของพี่ชายตัวเองและคนที่เธอขอเรียกว่าเป็นพี่สาว

-อา….คู่นี้เวลาโกรธกันน่ากลัวจริงๆ-

 

 

มุคุโร่หน้าขึ้นสีเข้มเด่นชัด ยิ่งเห็นรอยยิ้มเหนือชัยของเบียคุรันแล้วเธอยิ่งรู้สึกเจ็บใจและอายจนอยากจะมุดลงดินเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ทำได้แค่หลบตาอีกฝ่าย  ขณะเดียวกันอาหารชุดอีก 2-3 จานถูกนำมาเสริฟ์ตรงหน้าโดยแม่บ้านสาว  ด้วยกลิ่นหอมหวญเย้ายวนใจนั่น  ร่ำร้องให้กระเพาะของเธอบิดครวญครางเสียงดังจนเจ้าตัวต้องเอามือกดท้องไว้

“โอ๊ะโอ…ใกล้เวลาโรงเรียนเข้าแล้ว งั้นฉันขอตัวก่อนนะ”  เจ้าของรอยสักใต้ตาสวมแว่นไร้กรอบมองนาฬิกาข้อมือหรูของตัวเอง ก่อนจะลุกจากเก้าอี้

 

 

“!!!!!!”

มุคุโร่สะดุ้งโหยงกับการสวมกอดเข้าที่ด้านหลัง ตามด้วยการหอมแบบจู่โจมฟอดใหญ่ต่อหน้าต่อตาธารกำนัลที่อ้าปากค้างตกตะลึง   “แต่งตัวแบบนี้แล้ว..ดูน่ากินขึ้นเป็นกองเลยแหะ..” เบียคุรันกระซิบข้างหูแดงก่ำของอีกฝ่าย

“คุณ!!!!!” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยาวแว๊ดขึ้น พอหันกลับไปคนช่างกล้าไม่ดูสถานที่และเวลาก็จรลีเดินออกไปจากห้องอาหารเสียแล้วแถมยัง..ส่งรอยยิ้มยียวนกวนประสาททิ้งท้ายอีก

“อะ..โอนีซัง!!รอยูนิด้วย!!!” เด็กหญิงผมสีดำรีบเช็ดปากอย่างลวกๆ คว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งตามหลังพี่ชายตัวเอง เอาตัวรอดจากระเบิดของพี่สาวแสนสวยที่พี่ชายของเธอเป็นคนจุดชนวนทิ้งไว้..

มุคุโร่เม้มปากแน่นมองแผ่นหลังสองศรีพี่น้องที่หายไปไกลจนลับตา อัญมณีต่างสีฉายแววขุ่นเคืองไม่พอใจ พร้อมยกมือขึ้นเช็ดแก้มตัวเองแรงๆเสียจนแกมม่ากลัวว่าหน้าสวยๆจะถลอกไปเสียก่อน

 

 

“อะ..เออ..คุณโรคุโด ตกลงจะรับอาหารสองชุดนี้ไหมครับ”

สิ้นเสียงทุ้มของพ่อบ้าน นัยน์ตาคู่งามตวัดมองค้อนจนหนุ่มร่างใหญ่รู้สึกว่าหน้าโชกเหงื่อ แกมม่ากลืนน้ำลายอย่างยากเย็น จากสภาพการณ์แล้วเขาควรรูดซิปปากให้สนิท เงียบเข้าไว้จะเป็นการดีกว่า

“ไม่ต้องค่ะ..ไหนๆก็เตรียมมาแล้ว ทิ้งไปก็เสียดายเปล่า” มือเรียวจับช้อนซ้อมพร้อมพูดทั้งเสียงเรียบ  ทิ้งให้แกมม่ายืนสงบนิ่งลอบมองหญิงสาวร่างงามรับประทานอาหารที่หนุ่มผมขาวสั่งทำเพิ่มให้พอกับความหิวของมุคุโร่

 

 

 

-ตัวก็เล็ก..แต่ทำไมกินจุจังน้า?-

 

แกมม่าคิดสงสัย มือหนาจับคางครุ่นคิดไปมา  เสียงช้อนส้อมกระทบกันทำให้พ่อบ้านร่างใหญ่ตื่นจากภวังค์ ตาคู่คมเบิกกว้างตกตะลึงกับการรับประทานอาหารที่รวดเร็วปานสายฟ้าแล๊บของหญิงสาวผมไพลินยาวสลวย

 

“อะ…เออ..จะรับผลไม้หลังอาหารด้วยไหมขอรับ ตอนนี้ส้มกับสับปะรดอยู่ในตู้เย็น จะรับอันไหนดีครับ?”ข้อเสนอของแกมม่านั่น ทำเอามุคุโร่แย้มยิ้มออกมา  ทว่า..เหมือนร่างบางจะรู้ตัวว่าเผลอแสดงอากัปกริยาออกมาจึงรีบปรับสีหน้าให้หยิ่งผยอง ขาเรียวงามสับขาไขว่ห้าง มือเรียวเกี่ยวหมุนผมตัวเองเล่นไปมา พร้อมรอยยิ้มลึกลับ

“คึหึหึหึ ก็ดีนะคะ..ไหนๆเขาก็ซื้อมาแล้ว เอามาให้หมดก็ดีเหมือนกัน” คำตอบเสมือนคุณนายผลาญเงินสามีเล่น เรียกรอยยิ้มแหยบนหน้าของพ่อบ้านร่างใหญ่ ชายวัยกลางคนโค้งรับคำสั่งก่อนหมุนตัวเดินออกไปจากห้องอาหาร

 

 

 

-ท่าทางคุณโรคุโดจะรู้แหะ ว่าคุณชายสั่งให้ซื้อผลไม้รสเปรี้ยว-

 

“เอ๋!!!ผลไม้รสเปรี้ยว!!?” แกมม่าอุทานเสียงเบาๆ ขายาวใต้กางเกงแสลตสีดำหยุดกึกชั่วขณะ และเหลียวหลังแอบมองหญิงสาวผมไพลินในชุดกระโปรงโกธิคโลลิต้าสีดำ กำลังนั่งเท้าคางสำรวจมองเฟอร์นิเจอร์ในห้องอาหาร

“คงไม่หรอกมั้ง?” หนุ่มร่างใหญ่สะบัดหัวไล่ความคิดตัวเองออกไป ขายาวเริ่มขยับเดินต่อเรื่อยๆจนหายเข้าไปในห้องครัว

 

 

 

.

.

.

 

 

จานชามบนโต๊ะอาหารถูกแม่บ้านเก็บจนหมด เว้นแต่ส่วนของโรคุโด มุคุโร่ตอนนี้เต็มไปด้วยเปลือกส้มกองสูงเป็นภูเขาลูกน้อยๆ และจานสำหรับวางชิ้นสับปะรดกลับเกลี้ยวเกลาไม่เหลือซากให้เห็น  มุคุโร่กำลังหยิบส้มี่เธอแกะเองเข้าปากชะงักมือแล้วเหลือบตามายังพ่อบ้านร่างสูงใหญ่ยืนคอยรับใช้อยู่ข้างกาย  “ไม่ต้องเฝ้าฉันขนาดนั้นก็ได้นะคะ ฉันไม่หนีไปไหนหรอก”  ร่างบางเอ่ยขึ้น  ใบหน้ากร้านเบิกตากว้างเล็กน้อยตกใจที่ถูกอ่านแผนออก นัยน์ตาคู่คมหรี่ลงพร้อมปรับสีหน้าให้ราบเรียบที่สุด

“ขนาดมือถือของฉันเอง ยังหาไม่เจอเลย เขาคงสั่งให้คุณไม่ก็เอาไปซ่อนเองที่ไหนซักแห่งสินะ” แกมม่าสะดุ้งกับแววตาเค้นถามจากเด็กสาวผมสีไพลินปล่อยยาวคลอเคลียสะโพกกลมกลึง

ชายวัยกลางคนรู้ตัวดีว่าไม่อาจปิดบังความจริงจากอีกฝ่ายได้จึงได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่ หน้าคมคายเต็มไปด้วยสีหน้าและแววตาละอายใจอย่างยิ่ง

“ครับ..อย่างที่คุณโรคุโดพูดทุกอย่างคุณชายสั่งให้ผมเฝ้าดูคุณโรคุโดอย่างใกล้ชิดทุกฝีก้าว” ร่างสูงผมทองหวีเรียบตอบ

“คึหึหึ จริงๆด้วยสินะ..ต่อให้ฉันหนีไปเขาก็ตามฉันกลับมาได้อยู่ดี ก็เขา…เป็นมาเฟียนี่ค่ะ” มุคุโร่หัวเราะในลำคอสมเพชตัวเอง ที่ถูกซาตานในคราบเทวดาจับขังไว้ ดั่งนกน้อยถูกขังในกรงทอง แม้ว่าจะให้ความสะดวกสบายเพียงใด..ก็เปรียบได้ดั่งคุกไร้ซึ่งอิสรภาพอยู่ดี

 

 

ร่างบางลุกจากเก้าอี้ก่อนแล้วหันมาสบตาคู่คมของชายผมทองร่างใหญ่ และพูดทั้งเสียงหวานล้ำเช่นทุกครา

“ฉัน..อยากเดินเล่นในสวน คุณเองก็คงตามไปด้วยสินะคะ”

“ครับ…” เสียงทุ้มขานรับเบาๆ  อัญมณีต่างสีคู่งามมองสีหน้าเรียบเฉยและจริงจังของพ่อบ้านวัยกลางคนตรงหน้าอยู่นานสองนาน ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินออกไปจากห้องอาหารโดยมีแกมม่าเดินตามอยู่ห่างๆ

 

 

 

 

 

สวนของคฤหาสน์มิลฟิโอเล่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ทั้งหอมหวานและไร้ความหอม ทั้งหมดล้วนเบ่งบานด้วยความงดงามทั้งนั้น  เหล่านกน้อยส่งเสียงขับขานเจื้อยแจ้วราวกับบทเพลง มุคุโร่ทรุดนั่งบนขอบสระน้ำพุใหญ่ใจกลางสวนข้างๆสวนปลูกดอกกล้วยไม้ ที่ดูจะเยอะที่สุดในบรรดาดอกไม้ทั้งหมด โดยเฉพาะ…ดอกกล้วยไม้สีขาว….

“ฉัน..เกลียดดอกกล้วยไม้…” เสียงหวานพูดขึ้นทำลายความเงียบระหว่างเธอกับแกมม่า พ่อบ้านหนุ่มเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจแต่ก็ไม่ซักไซ้อะไร “โดยเฉพาะ..กล้วยไม้สีขาว สัญลักษณ์ของเขา…สัญลักษณ์ของเข็มกลัดนั่น” เสียงหวานเอ่ยเอื้อนสั่นเครือเล็กน้อย  ขอบตาสีสวยไม่เข้าคู่ร้อนผ่าวจนเจ้าตัวต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

“หลอกลวง…คงสนุกมากสินะ พอฉันรู้ความจริงก็คง..คิดขังฉันไว้ไม่ให้ไปพูดกับใครสินะ คึหึหึ”

 

“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกครับคุณโรคุโด” แกมม่าแทรกพูดหลังจากที่นิ่งเงียบฟังอีกฝ่ายมานาน ใบหน้าสวยหันควับมาสบตาอีกฝ่าย  “คึหึหึ พูดเข้าข้างนายตัวเองสินะคะ คุณพ่อบ้าน” ปากอิ่มสีกุหลาบแรกแย้มเหยียดยิ้มเย้ยหยั่น สมเพชตัวเองและท่าทางฮึกฮัดอึกอัดใจของชายวัยกลางคนผมสีทอง

 

 

ร่างสูงใหญ่เม้มปากแน่นครู่หนึ่ง นัยน์ตาคู่คมสบตาคู่งามแสนเศร้าเบื้องหน้าอย่างไม่ลังเล ก่อนโต้กลับ “ที่คุณหนูให้เข็มกลัดคุณโรคุโด เพราะคิดจะปกป้องคุณโรคุโดจริงๆนะครับ”

 

 

“พอได้แล้ว!!!!!”  เหล่านกน้อยเกาะริมขอบสระพากันกระพือปีกบินหนี ตกใจกับการแผดเสียงของเรือนผมสีไพลินยาวสลวย  ทิ้งไว้เพียงขนนกร่วงหล่นบนผิวน้ำจนกระจายตัวเป็นวงกว้าง  ร่างบางลุกจากขอบสระโวยวายใส่อีกฝ่ายทั้งน้ำตา“เลิกโกหกฉันซักที!!ให้ฉันถูกตีตราว่าเป็นเมียของเบียคุรันคือการปกป้องรึไง!!!รู้รึเปล่าว่าผู้ชายสารเลวนั่นทำอะไรกับฉันบ้าง!!!”

 

“เพราะรู้ไงครับ!!คุณหนูถึงได้ให้เข็มกลัดนั่น!!!”  ชายผมทองแผดเสียงคำรามใส่เป็นครั้งแรก ทำเอามุคุโร่สะอึกและนิ่งเงียบ แม้ว่าจะมีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากปากก็ตามที

 

ร่างสูงรู้สึกตัวว่าเผลอแสดงกริยาไม่เหมาะสมออกไป จึงหลับตาข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ให้เย็นลง ก่อนจะลืมตาขึ้นพร้อมกล่าวต่อทั้งเสียงเรียบ “ถึงแม้ความหมายจะเป็นการแสดงฐานะตำแหน่งคุณหญิงของตระกูลเจสโซ…แต่เพราะแบบนั้น..คุณโรคุโดก็จะได้รับการปกป้องดูแลจากคนที่ทำร้ายคุณโรคุโดไม่ใช่เหรอครับ”

 

 

“ตราบใดที่คุณติดเข็มกลัดนั่นไว้ คุณชายจะคอยอยู่เคียงข้าง คอยปกป้องคุณโรคุโด..นั่นคือสิ่งที่คุณหนูตั้งใจไว้”

สิ้นเสียงของแกมม่า  มุคุโร่ชักสีหน้าตะลึงสุดขีด นัยน์ตาสองสีคู่งามสั่นระริกหลุบลงต่ำมองพื้นหญ้าสีเขียวขจี

“ผมขอตัวไปเตรียมอาหารเที่ยงก่อนนะครับ” ชายผมทองโค้งลาหญิงสาวผมไพลิน ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์หินอ่อน ทิ้งให้คุณหนูตระกูลโรคุโดยืนนิ่งเงียบ…เพียงลำพัง….

 

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s