[AuFic KHR][10069]punish for you/Part30

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

Part  30

 

 

 

วาตาริเก็บผ้าห่มที่ตากไว้จนแห้งบนราว ตรงระเบียงชั้นล่าง ใส่ตระกร้าใบใหญ่  ชายชราวัย 60 กว่า ได้ยินเสียงฝีเท้าแสนคุ้นหูด้านหลัง บุรุษร่างสูงผอมหวีผมอันน้อยนิดเรียบแปล้ หันมามองทั้งรอยยิ้มอบอุ่น

 

“ตื่นแล้วหรือขอรับ คุณหนู”

 

 

 

“อืม..” คุณหนูของเขา โรคุโด มุคุโร่ ยิ้มหวานตอบวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอจึงอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนกุดสีครีม กางเกงขาสั้นสีขาว โชว์ขาอ่อน  ผมเผ้าเปลี่ยนจากทวินเทลมามัดรวบเป็นหางม้าสูง ซึ่งดูสดใสน่ารักมากๆ

 

ดวงตาสีเทามองร่างเพรียวเรือนผมสีไพลิน เดินมานั่งเล่นตรงโต๊ะม้าหินในสวนใต้ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ใกล้ๆกับ จุดที่วาตาริยืนอยู่  ใบหน้าสวยแต่งแต้มรอยยิ้มสบายอกสบายใจ และร่าเริง เหมือนวันวานที่มุคุโร่ยังเป็นเด็กผู้หญิงตัดผมสั้น แก้มยุ้ย ไร้เดียงสา

 

 

 

-ดีจริง ที่คุณหนูปรับความเข้าใจกับคุณท่านแล้ว –  คิดแล้วพ่อบ้านวัยกลางคนก็อดยิ้มขำขันเสียไม่ได้  เหตุการณ์เมื่อวานคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ร่างบางตรงหน้านี้ ฉีกยิ้มแก้มปริมาตลอด

 

 

 

“คุณหนูขอรับ”

 

 

 

“มีอะไรเหรอวาตาริ?”

 

 

 

“คุณหนูดู…มีน้ำมีนวลขึ้นนะขอรับ” เสียงแหบพร่ากล่าวระหว่างพินิจพิจารณาคุณหนูตระกูลโรคุโด

 

ดวงเนตรสองสีเบิกกว้าง เลิกคิ้วสูง  พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย “นี่ฉัน..อ้วนขึ้นงั้นเหรอ?”

 

“ฮ่าๆไม่ถึงขนาดนั้นหรอกขอรับคุณหนู ผมว่าแบบนี้ก็ดูสมส่วนดีนะขอรับ” วาตาริหัวเราะร่า สนทนากับหญิงสาวกำลังนั่งจับแก้มกังวลกับปัญหารูปร่างของเธอ เหมือนกันคนอื่นๆ

 

 

 

หลังจากเก็บผ้าใส่ตระกร้าเสร็จ พ่อบ้านในชุดสูทสีดำกางเกงลายทางสีเทากำลังโน้มตัวลงไปยกตะกร้า ทว่า..เสียงมือถือในกระเป๋าด้านในหลังสาบเสื้อดังขึ้น มือผอมๆใต้ถุงมือสีขาวชะงักจับหูตะกร้า มาหยิบมือถือของตนกดรับสาย

 

 

 

“สวัสดีขอรับคุณท่าน วาตาริพูดขอรับ”

 

 

 

[ไง!!วาตาริ วันนี้ประชุมที่อังกฤษถูกยกเลิก ฉันว่าจะมาเยี่ยมมุคุโร่ซักหน่อย แต่คนขับรถฉันขอหยุดลางาน นายมารับฉันที่สนามบินหน่อยนะ]

 

 

 

“ได้ขอรับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ขอรับ” วาตาริตอบด้วยคำพูดสุภาพนอบน้อม อย่างที่เขาเป็นมาตลอด ก่อนจะกดวางสายลง ดวงตาสีเทาฝ้าฟางเหลือบไปสบตาคู่งามต่างสี ที่จ้องมองมายังเขาด้วยแววตาฉงน

 

“วาตาริ..คุณปู่โทรมา มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ?” มุคุโร่ถาม

 

 

 

“ ข่าวดีขอรับคุณหนู วันนี้คุณท่านว่างงานพอดี จะกลับมาเยี่ยมคุณหนูขอรับ” วาตาริตอบ พ่อบ้านชราเห็นสีหน้ายิ้มดีใจจนแก้มใสขึ้นสีชมพูระเรื่อ ยิ่งทำให้หัวหน้าคนรับใช้ผู้นี้ตื้นตันใจเช่นกัน

 

“ราวๆ สิบโมง ผมจะขับรถไปรับคุณท่าน ถ้าคุณหนูมีอะไร บอกแม่บ้านซาจิโกะ นะขอรับ”

 

มุคุโร่พยักหน้าตอบ ใบหน้าสวยมองแผ่นหลังของพ่อบ้านคนสนิทที่เธอนับถือเขาเหมือนพ่อแท้ๆคนหนึ่ง เดินยกตะกร้าใส่เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอนในห้องของเธอหายเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่

 

ริมฝีปากบางสีแดงอมชมพูแย้มยิ้มดีอกดีใจ ขนตาแพยาวสวยช้อนมองต้นไม้สีเขียวชะอุ่มเบื้องบน ที่ผลัดใบสีน้ำตาลกรอบแห้งเหี่ยวลงมาบ้างเป็นระยะ  “คุณปู่…”

 

 

 

 

 

.

 

.

 

 

 

 

 

สนามบิน ณ กรุงโตเกียว หนาแน่นไปด้วยผู้โดยสารมากหน้าหลายตา ทั้งที่ทยอยลงจากเครื่อง และ เตรียมตัวจะขึ้นเครื่องเดินทางไปสู่จุดหมายของพวกเขา  ชายวัยชราในชุดสูทสีดำแบบพ่อบ้านยืนตัวตรงสง่าผ่าเผย ดวงตาสีเทาขุ่นมองนาฬิกาข้อมือตัวเองเป็นระยะ พลางสอดส่องสายตาหานายเหนือหัวของเขา

 

 

 

“วาตาริ!!!” เสียงทุ้มแหบพร่าคุ้นหูดังขึ้นจากหน้าร้านกาแฟ   วาตาริหันไปมองตามเสียง เขาพบเห็นบุรุษร่างสูงวัยใกล้เคียงกับเขา ในชุดโค้ทหนาสีน้ำตาล ผ้าพันคอสีม่วงเข้ม เดินลากกระเป๋าเสื้อผ้าแบรนดังสีดำสนิทมาหา

 

“คุณท่าน ยินดีต้อนรับกลับขอรับ” พ่อบ้านวัยสูงอายุวิ่งเข้าไปโค้งเคารพอีกฝ่าย ก่อนจะรับกระเป๋าเสื้อผ้าของ โรคุโด เซเมตามหน้าที่  ดวงตาสีน้ำเงินเหมือนนัยน์เนตรข้างซ้ายของมุคุโร่ แต่ออกจะขุ่นไปตามวัยมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ก่อนจะแย้มยิ้มให้คนสนิท

 

“นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว รีบกลับกันดีกว่า ฉันอยากกินข้าวพร้อมหน้ากับหลานนานแล้ว”  น้ำเสียงแหบพร่าระคนตื่นเต้นนี้ ทำเอาวาตาริหุบยิ้มไม่ลง  พลางคิดถึงเด็กสาวตาสองสี ป่านนี้คงจะรู้สึกตื่นเต้นเหมือนปู่ของเธอเป็นแน่

 

“ขอรับ!!!”

 

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

 

 

ไม่ว่าใครก็อยากจะกลับบ้านเร็วๆทั้งนั้น…ประกอบกับวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อีก แน่นอนว่าถนนหนทางมันคับคั่งไปด้วยรถยนต์ ที่สัญจรเดินทางกลับบ้านเกิดตัวเอง  บรรยากาศเช่นนี้ ประกอบกับตัวรถเคลื่อนที่ไปได้เพียงแค่ที่ละนิดๆ ยิ่งสร้างความขุ่นเคืองใจแก่ เซเม ยิ่งนัก

 

“เฮ้อ… แย่จริงๆเลย ติดแหง็กมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะเนี่ย”  หัวหน้าตระกูลโรคุโด นั่งอยู่เบาหลัง เท้าคางมองนอกกระจกรถ ที่เห็นเพียงแต่รถยนต์หลากหลายประเภท ทั้งรถส่วนตัว จักรยานยนต์ รถตู้ รถเมล์ รถ ทัวร์ บดบังจนไม่เห็นช่องว่างของเส้นทางซักนิด  ซึ่งทุกๆคนก็มีสีหน้าเบื่อหน่ายไม่ต่างจากเขาซักเท่าไหร่

 

“ไม่เป็นไรหรอกขอรับ คุณท่าน อีกเดี๋ยวก็ต้องถึงแน่นอนขอรับ “ วาตาริกล่าวทั้งรอยยิ้ม สมเป็นคนใจเย็น ตรงคุณสมบัติของพ่อบ้านที่ดีทุกประการ

 

 

 

 

 

“เฮ้ยๆๆๆๆ”  จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนร้องดังขึ้นจากด้านนอก เช่นเดียวกับเสียงหวีดร้องของผู้หญิงรวมถึงผู้ชายหลายต่อหลายคน

 

แถมยังพากันเปิกประตูรถวิ่งกรูสวนทางรถของเขาไป ความดังที่สามารถทะลุผ่านกระจกกั้นเสียงของรถเบนซ์สีดำคันหรูนี้ ทำเอาชายชราทั้งสองเลิกคิ้วประหลาดใจ

 

 

 

“เกิดอะไรเหรอ วาตาริ?”

 

 

 

“ไม่ทราบเช่นกันขอรับ…”

 

 

 

“หนีเร็วๆ รถบรรทุก!!!!” ชายหนุ่มหนึ่งในกลุ่มที่หวีดร้อง เคาะกระจกรถเบนซ์ตรงฝั่งวาตาริ ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

 

บุรุษทั้งสองในรถเบนซ์ชักสีหน้าฉงน ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อพบว่ามีรถบรรทุกคันใหญ่วิ่งถลาสวนเข้ามาด้วยความเร็วเกินลิมิตที่กฤหมายจราจรระบุไว้!!!

 

 

 

 

 

 

 

เปรี๊ยง!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คุณหนู!!!” หญิงสาววัยกลางคนร่างท้วมในชุดแม่บ้านสีน้ำเงิน ทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาววิ่งลุกลี้ลุกลนออกมาจากห้องครัวไปยังห้องรับแขก เธอเบิกตากว้างตกใจที่เห็นมุคุโร่ทรุดไปนั่งกองกับพื้น ปัดเอาข้าวของบนตู้โชว์ร่วงหล่นมาแตก รวมทั้ง…ภาพถ่ายครอบครัวโรคุโด ที่มีพ่อบ้านวัยชรา วาตาริ ยืนอยู่ข้างๆด้วย    แม่บ้านสาวรีบเข้าไปพยุงร่างงามให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาหรู พร้อมกล้าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนและรวดเร็ว  “คุณหนูเป็นอะไรรึเปล่าคะ?”

 

“ซาจิโกะ..ฉัน..รู้สึกมึนหัวชอบกล..” มือเรียวบางกุมขมับตัวเอง เอนตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง พลัน!!!จู่ๆร่างบางก็เด้งตัวขึ้น ยกมือปิดปาก วิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องน้ำ สร้างความตื่นตระหนกให้บรรดาสาวใช้ในคฤหาสน์เป็นอย่างมาก

 

ซาจิโกะผู้ซึ่งรับหน้าที่ปรนนิบัติ หลานสาวเพียงคนเดียวของนายท่าน แทนวาตาริ วิ่งกระหืดหอบตามไปพลางคิดอย่างหัวเสีย ต่อว่าอาการผีเข้าผีออกของ คุณหนูผู้เย่อหยิ่ง วางมาด ดั่งองค์ราชินีผู้นี้

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ!!วาตาริ ทนดูแลยัยเด็กนี้ได้ไงนะ!!

 

 

 

 

 

พอไปถึงห้องน้ำ พบว่า..สตรีเรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวยมัดรวบเป็นหางม้าสูง กำลังโก่งตัวอาเจียนเป็นการใหญ่บนอ้างล้างมือสีขาวบริสุทธิ์   แม่บ้านร่างท้วมแอบเบ้ปากด้วยความเอือมเล็กน้อย ก่อนเดินนวยนาดเข้ามาแสร้งว่าเป็นห่วงเป็นใย ลูบหลังหญิงสาวเบาๆ

 

“ไม่เป็นไรนะคะ คุณหนู”

 

 

 

เมื่ออาเจียนจนเสร็จ มุคุโร่พยักหน้าเล็กน้อย มือเรียวหมุนก๊อกน้ำล้างหน้าล้างปาก รวมถึงของเหลวที่ออกมา ซึ่งมีเพียงแค่น้ำลายเท่านั้น   ซาจิโกะส่งผ้าขนหนูสีขาวสะอาดให้สตรีตาสองสี พลางหรี่ตามองครุ่นคิดถึงอาการแปลกๆของเด็กสาวตรงหน้า

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเช้าก็..ไม่ได้กินอะไร…ต้องไม่ใช่เกิดจากแสลงอาหาร..

 

อาการมึนหัว วิงเวียนศีรษะ เป็นระยะ…..

 

หรือว่า!!!

 

 

 

 

 

 

 

“คุณหนูคะ ช่วงนี้ไปปิ๊งรักใครรึเปล่าคะ?” แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถาม มุคุโร่เหลือบดวงตาต่างสีคู่งามฉายแววอ่อนล้ามายังร่างท้วมที่แย้มยิ้มหวานให้เธอ แถมในดวงตาสีดำคู่นั้นส่องประกายอยากรู้อยากเห็นออกมาเด่นชัด

 

“คึหึหึ วาตาริบอกให้ถามเรื่องส่วนตัวของฉัน นอกจากดูแลด้วยเหรอคะ” เสียงหวานล้ำดังขึ้นทั้งรอยยิ้มยั่วยวน และนั่นกลับเป็นเหมือนฟ้าผ่าเข้ากลางหัวแม่บ้านร่างท้วมเต็มเปา กับถ้อยคำด่าทางอ้อม แต่แสนจิกกัดได้แสยทรวงยิ่งนัก

 

“มะ..แหม่..เห็นช่วงนี้คุณหนูดูดี ผิวพรรณมีน้ำมีนวล รูปร่างก็สมบูรณ์ขึ้น เลยคิดว่าคงจะมีความรักค่ะ” น้ำเสียงตอแหลดัดจริตซะหว้านหวาน จนมุคุโร่รู้สึกแสบคอ  ปากอิ่มกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนส่ายหน้าเป็นคำตอบ พลางใช้ผ้าขนหนูซับน้ำบนดวงหน้าสวย

 

“คึหึหึ โทษทีนะคะ ที่เรื่องแบบนั้นยังไม่เกิดขึ้นกับฉัน ถ้าคิดจะประจบหรือจะหาข่าวไปนินทากับแม่บ้านคนอื่นๆละก็ เอาเวลาไปทำอาหารเที่ยงดีกว่าไหมคะ” ขางามดุจนางแบบก้าวเดินสวนทางแม่บ้านวัยกลางคนที่ยืนอ้าปากค้างอึ้งกิมกี่ ไม่สนใจหรือแม้แต่แยแสหญิงสาวอายุมากซักนิด  จากถ้อยคำนั้นเป็นการบอกกันโต้งๆเลย ว่าเด็กสาวคนนี้รู้…ว่าเธอคิดอะไร ทำอะไร และรู้สึกยังไง…

 

 

 

 

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากห้องรับแขก มุคุโร่เดินเข้าไปรับสายโดยไม่รีรอให้คนใช้แสนน่ารำคาญเหล่านี้ มาทำหน้าที่ด้วยความไม่สมัครใจ

 

“สวัสดีค่ะ..บ้านโรคุโดค่ะ..” เสียงหวานนุ่มนวลกรอกเสียงตามสาย  ทันใดนั้น!!อัญมณีสองสีเบิกกว้างสุดขีด จนเผลอทำหูโทรศัพท์บ้านร่วงหล่นจากมือ

 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

คอนโด้หรูหราสูงสิบสองชั้น ตระหง่าอยู่กลางเมืองโตเกียว ภายในห้องชั้นบนสุด ซึ่งกว้างใหญ่และหรูหราที่สุดเช่นกัน ปรากฏร่างสูงของบุรุษเรือนผมสีขาวนั่งเท้าคางบนโซฟาสีเดียวกับเรือนผม พื้นรวมถึงผนังห้อง ดวงตาสีม่วงอ่อนเกือบฟ้าทอดมองท้องฟ้า ก้อนเมฆสีขาวปุยนุ่มลอยเอื่อย  จากกระจกหน้าต่างบานใหญ่สูงจากพื้นถึงเพดาน

 

“ท่านเบียคุรันครับ..มีโทรศัพท์ถึงท่านครับ” เสียงทุ้มนุ่มของบุรุษสวมแว่นดำ ในชุดสูทสีดำ ดังขึ้นจากหน้าประตูในส่วนกั้นเป็นห้องรับแขก ก่อนจะเดินเข้าไปยื่นโทรศัพทืมือถือสีขาวของเจ้านายของเขาอย่างสุภาพนอบน้อม  เบียคุรับรับมือถือจากอีกฝ่าย โดยไม่ได้สนใจการโค้งลาของลูกน้องใต้สังกัดมิลฟิโอเล่ แฟมิลี่

 

ดวงตาคู่คมจ้องมองเบอร์มือถือที่ขึ้นบนจอ ก่อนจะกดรับสายด้วยความระอาใจ

 

“ว่าไง ยูนิ มีเรื่องอะไรยุ่งๆให้พี่อีกล่ะ”

 

 

 

[โอนิซัง!!ยูนิไม่ใช่ตัวยุ่งซักหนอยนะ!!ยูนิจะพูดเรื่องที่โอนิซังไปตกลงกับเนโรแฟมิลี่]

 

เสียงใสแว้ดๆแสบแก้วจากน้องสาวตัวดี ดังออกมาจากลำโพง เสียจนหนุ่มร่างสูงต้องยกมือถือหนีชั่วขณะ ก่อนเอากลับมาแนบหูสนทนาต่อ

 

 

 

“พี่ตัดสินใจไปแล้วยูนิ ที่ทำไปก็เพื่อยูนิและทุกคนนะ”

 

[โอนิซังบ้าที่สุด!!ยูนิเคยบอกเหรอว่าอยากให้โอนิซังทำแบบนี้!!!] เสียงของยูนิสั่นเครือ เขาได้ยินเสียงทุ้มๆของแกมม่า เรียกชื่อน้องสาวของเขา คาดว่าคงเป็นการห้ามปรามไม่ให้ให้ออกฤทธิ์ออกเดช ต่อว่าหนุ่มผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรง

 

 

 

[โอนิซัง..ฮึก..ถ้าไม่เห็นแก่ยูนิ..เห็นแก่โอเน้ซังได้ไหม..โอเน้ซังจะรู้สึกยังไง ถ้าเขารู้ว่า..]

 

 

 

“มุคุโร่คุงไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น เข้าใจไหมยูนิ!!” เบียคุรันตอบทั้งเสียงห้วนใส่ หลังจากที่แสร้งเป็นคนใจเย็น เสียงระรื่นอยู่ตลอดเวลา หากยูนิกับเขามาคุยกันแบบเห็นหน้ากัน คงได้เห็นใบหน้าคมคายแบบเคร่งเครียด โมโหเกรี้ยวกราดเป็นแน่

 

พูดจบแล้ว มือหนากดวางสายทันที แล้วโยนมือถือทิ้งลงบนโต๊ะรับแขก ทำจากกระจกใสอย่งดี ตัดออกเป็นรูปโค้งเว้าสไตล์โมเดิร์น  มือหนายกขึ้นมานวดขมับไปมา เอนกายลงพิงพนักนุ่ม ผ่อนคลายความตึงเครียด อ่อนล้าในสมองให้ออกไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

RRRRRRR

 

 

 

มือถือสีขาวกลับสั่นไหว ส่งเสียงเพลงอีกครั้ง สร้างความหงุดหงิดให้บุรุษร่างสูงเข้าไปกว่าเก่า ดวงหน้าคมคายเจ้าของรอยสักใต้ขมวดคิ้วจนเกือบเป็นปม เอื้อมตัวไปหยิบมือถือสีขาวของเขามาดูอีกครั้ง

 

“เบอร์นี่…”  ตัวเลขที่ขึ้นบนจอ หาใช่เบอร์ของยูนิ น้องสาวตัวเล็กของเขา กลับกลายเป็นเบอร์ๆหนึ่ง ที่เขาไม่เคยเมมไว้ แต่เขาก็ไม่เคยลบออกไปจากหัวสมองได้

 

 

 

 

 

 

 

..เบอร์นั้น..ที่เขาเคยส่งคลิปบทลงโทษไป..

 

…เบอร์ของเธอ…โรคุโด มุคุโร่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้อยวันพันปี ไม่เคยโทรหา ไหงมาวันนี้กลับ?  นั่นคือสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ชายร่างสูงผมขาว ใจหนึ่งก็อยากจะรับอยู่  แต่อีกใจ ด้วยเหตุเรื่องข้อตกลงรหว่างเนโรแฟมิลี่ ทำให้เขาไม่อยากทำอะไรที่หวนนึกถึงเด็กสาวผมไพลินนี่อีก

 

 

 

 

 

ปิ๊บ!!!!

 

 

 

เบียคุรันรู้สึกอยากหักมือตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต!! ที่ดันเผลอไปกดรับสายโดยไม่รู้ตัว  มือแกร่งอีกข้างยกขึ้นมาเกาหัวแรงๆจนผมที่ชี้ไม่เปนทรงอยู่แล้ว ทั้งชี้ทั้งยุ่งไปกว่าเก่า   ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุย

 

“ว่าไง..มีอะไรงั้นเหรอมุคุโร่คุง?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

หนุ่มร่างสูงเรือนผมสีงาช้าง ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนส์สีน้ำตาลเข้ม ลงจากรถเฟอร์รารี่สีขาวคันงามที่จอดสนิทในที่จอดรถ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาชุ่มหยาดเหงื่อ สีหน้าตื่นตระหนกนี่ หาทำให้ความหล่อเหลา ดึงดูดใจเพศสาวลดลง  ทุกย่างก้าวที่วิ่งมีสาวๆมากหน้าหลายตาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมอง  ทว่า…ร่างสูงกลับไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพรรค์นี้นัก

 

 

 

ขายาวของเขาก้าวเดินเข้าไปในตัวตึกสูง 6 ชั้นเบื้องหน้า ตึกสีขาวสะอาดสะอ้าน มีกลิ่นของยาฆ่าเชื้อปนเลือดคละคลุ้งไปทั่ว มีคนป่วยในชุดนอนของทางโรงพยาบาล เหล่านางพยาบาลและหมอวิ่งให้วุ่นกับการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้ายบนทางด่วนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

ใช่แล้ว…เบียคุรันอยู่ที่โรงพยาบาลโตเกียว..ซึ่งกำลังรับคนเจ็บจากการขับรถซิ่งของก๊วนเมาแล้วขับรถบรรทุกนับสิบกว่าคัน

 

ผลทำให้ผู้คนบนทางด่วนนั้น ได้รับบาดเจ็บหลายร้อย ตายคาทีราวๆสี่สิบคน และโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่หลายร้อยชีวิต

 

ข่าวสารเองก็พึ่งจะออกากาศตอนเวลาเที่ยงพอดี ซึ่งนั่นก็คือเวลาที่หนุ่มร่างสูงไปถึงโรงพยาบาล ดวงตาสีน้ำแข็งมองทีวีจอใหญ่ในห้องโถงรองรับคนไข้ และญาติ กำลังถ่ายสภาพท้องถนนพังยับเยินไม่เป็นท่า ทั้งรถยนต์ ทั้งคนเจ็บ รถบางคันโดนชนเสียดสีกันจนระเบิดไฟลุกท้วมก็มี ช่างเป็นเหตุการณ์น่าสยดสยองของวันเช่นกัน

 

 

 

เสี้ยววินาทีที่หน้าคมคายละสายตาจากทีวี ดวงตาคู่คมเห็นร่างเพรียวบางคุ้นตา ในชุดเสื้อยืดแขนกุดสีครีม กางเกงขาสั้นสีขาวโชว์ขาเพรียวสวย  ดวงหน้างดงามของเธอนั้นกำลังหลั่งน้ำตาออกมา

 

“มุคุโร่คุง…” เบียคุรันเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวตรงหน้า  ดวงตาสีน้ำแข็งฉายแววอ่อนลงยามจับจ้องคนงามเบื้องหน้ากำลังร่ำไห้จนได้ยินเสียงสะอื้นชัดเจน

 

“ฮึก..วะ..วาตาริ..กับคุณปู่..ฮึก…”

 

 

 

วงแขนแกร่งดึงร่างเพรียวเขามากอดแน่นจนรู้สึกได้ว่าหญิงสาวตาสองสีตัวสั่นเท้าเพียงใด พลางลูบหัวปลอบโยนอย่างแผ่วเบา…

 

“ฉันเข้าใจ…ทุกคนมีเกิดย่อมมีตาย..มุคุโร่คุงต้องเข้มแข็งนะ..” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบเบาๆ ก่อนจะช้อนดวงหน้างามขึ้นมาจุมพิตเบาๆที่ก้อนเนื้อนุ่มสีแดงดั่งกลีบกุหลาบ…จูบแสนแผ่วเบา..อ้อยอิ่ง…ทะนุถนอม…

 

เด็กสาวตรงหน้าไม่ขัดขืน ไม่ต่อต้าน เธอปล่อยให้อีกฝ่ายซับน้ำตา ปลอบใจเธอ…ปลอบดวงใจที่แหลกสลายกับการจากไปของเหล่าคนที่เธอรักในครั้งที่สอง…

 

 

 

 

 

.

 

.

 

 

 

เวลาเคลื่อยคล้อยสู่ราตรี  คฤหาสน์โรคุโด ดูอึกครึม เงียบเหงา วังเวง เสียจนเหล่าคนใช้ที่เหลืออยู่อกสั่นขวัญแขวน

 

มาออรวมตัวกันแอบฟังการประกาศพินัยกรรมของ โรคุโด เซเม ที่ถูกสั่งให้เปิดทันทีที่เขาเสียชีวิตลง…

 

“พินัยกรรมของ คุณโรคุโด เซเม ยกทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงหุ้นบริษัท ให้หลานสาว โรคุโด มุคุโร่ แต่เพียงผู้เดียว“ ทนายประจำตัวอ่านพินัยกรรมของ โรคุโด เซเม ให้เด็กสาวผมไพลินฟังในห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังใหญ่ โดยมีเหล่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท  ผอ.โรงเรียนวองโกเล่ อย่าง ซาวาดะ สึนะโยชิ ร่วมฟังเป็นสักขีพยานเช่นกัน

 

 

 

 

 

เมื่อการประชุมครั้งนี้จบหลง ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านกลับช่อง หนุ่มหน้าหวานเรือนผมสีน้ำตาล เดินเคียงคู่มากับคนรักของเขา ฮิบาริ เคียวยะ เข้ามาหาเด็กสาวผมไพลินที่ยังคงนั่งเหม่อลอยบนโซฟาหรูหราสีแดงเลือดหมู

 

“ฉัน..เสียใจด้วยนะ..ทั้งเรื่องคุณเซเม และ พ่อบ้านของเธอ” สึนะกล่าว ทั้งสีหน้าเศร้าสร้อย ดูเหมือนว่ามุคุโร่จะยังไม่อยู่ในสภาวะรับฟังอะไรทั้งนั้น เธอเอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตามองพื้นท่าเดียว ช่างเป็นภาพที่ชวนสลดใจแก่ ผู้อำนวยการโรงเรียนวองโกเล่ยิ่งนัก

 

“มุคุโร่คุงคงเหนื่อยแล้ว..วันนี้พอแค่นี้เถอะ” เบียคุรัน ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเด็กสาว ไม่จากไหนเอ่ยดังขึ้น ซึ่งสึนะเองก็เห็นด้วย ประกอบกับเวลาก็ดึกมากแล้ว  พวกเขาทั้งสองก็ควรกลับบ้านกลับช่องเสียที

 

“งั้น..ฉันไปก่อนนะ “  ชายผมสีน้ำตาลฟูโบกมือลา แล้วหมุนตัวเดินออกไปขึ้นรถยนต์สีดำสนิทของฮิบาริ เคียวยะ

 

บัดนี้เหลือเพียงแค่ อาจารย์ที่ปรึกษา กับเด็กสาวจอมดื้อ หยิ่ง ทระนง ที่กลายมาเป็นเด็กซึมเศร้า…

 

ดวงตาคู่คมมองใบหน้าครึ่งซีกของมุคุโร่  เขารู้…ว่าเด็กคนนี้รู้สึกเช่นไรกับการสูญเสียคนที่รักไป..แบบกระทันหัน..

 

 

 

“มุคุ…”

 

 

 

“ทำไม…” จู่ๆ ริมฝีปากอิ่มขยับ หลังจากที่ปิดเงียบมานาน  นั่นทำให้เบียคุรันหยุดและฟังอีกฝ่ายพูด

 

 

 

“ทำไม..คนที่ฉันรัก…ต้องทิ้งฉัน…” ดวงเนตรคู่งามสั่นระริก น้ำตาที่เอ่อล้นนั้น ทำให้เหมือนอัญมณีสองสีกำลังส่องประกายความงาม…ที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย…

 

“ทำไม..ทุกคน..ต้องทิ้งฉัน..ฮึก..” เสียงหวานสะอึกสะอื้น หยาดน้ำตาไหลริน…ไหลอาบแก้มใส ขอบตาที่แดงบวมเบ่งอยู่แล้ว แดงและบวมขึ้นไปกว่าเก่า   หนุ่มร่างสูงผมสีงาช้างมองหญิวสาวอย่างเงียบๆ ไม่พูดไม่ขัด ไม่แทรกแซงอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้เธอคนนี้ ได้ระบายความรู้สึกเจ็บปวดใจ  ตัดพ้อต่อว่าตัวเอง..หรือแม้แต่ร้องไห้

 

 

 

 

 

 

 

เขา..จะทำเพียงแค่..ดึงเธอเข้ามากอดไว้ และคอยรับฟังเธอเอง…

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s