[AuFic KHR][10069]punish for you/Part31

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

Part 31

 

 

“เนื่องด้วยการจากไปของ คุณโรคุโด เซเม คุณปู่ของ โรคุโด มุคุโร่ จึงขอเลื่อนการจัดงานนิทรรศการโรงเรียนวองโกเล่ออกไปสามวัน เพื่อไว้อาลัยให้กับครอบครัว โรคุโด ณ ที่นี้ครับ”

 

ซาวาดะ  สึนะโยชิ จับไมค์ กล่าวอาลัยให้แก่หุ้นส่วนอันดับสองของโรงเรียน  ณ ห้องประชุมใหญ่ในของโรงเรียน ใบหน้านวลหม่นหมองและเศร้าสร้อยไม่แพ้บุคคลที่เคยใกล้ชิด สนิทสนม กับผู้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ…

 

 

 

 

 

นักเรียนชายหญิงทั้งหลาย ทยอยเดินออกจากห้องประชุมใหญ่ หลังจากจบการแจ้งข่าวงานนิทรรศการเสร็จสิ้น เสียงพูดคุย ซุบซิบนินทา ดังแซ่ซ้องจนก้องไปทั่วอาคารเรียน

 

 

 

“น่าสงสาร ท่านมุคุโร่ จัง เสียพ่อบ้านคนสนิท และก็ปู่ในเวลาเดียวกัน”

 

“นั่นสิ แบบนี้ท่านมุคุโร่ก็ตัวคนเดียวแล้วสิ..ไม่เหลือใครเลยสินะ”

 

 

 

“คิกๆ ฉันล่ะ แอบสะใจจริงๆ เห็นหน้าจ๋อยๆของยัยหัวสับปะรดไหม..โธ่ๆคงรู้ตัวแล้วสินะ ว่าหมดอำนาจวาสนามาผงาดเป็นราชินีได้แล้ว”

 

“หุหุหุ ฉันเองก็เหมือนกัน ถึงจะน่าสงสารก็เหอะ แต่ก็แอบสะใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เห็นสีหน้าหงอยๆแบบนั้นของยัยหัวสับปะรด”

 

 

 

 

 

ประเด็นพูดเกี่ยวกับ สาวตาสองสี มีทั้งเห็นอกเห็นใจ และสมน้ำหน้า  อย่างไรเสียมุคุโร่ก็หาได้สนใจเสียงนกเสียงกาพวกนี้ซักเท่าไหร่ ผิดกับเคนชายหนุ่มหน้าบากยืนอยู่เคียงข้างเธอ ชักสีหน้าโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง

 

“หึย!!ไอ้พวกนี้ น่าจับปากมยัดรองเท้าซะจริง!!ลองเป็นพ่อแม่มันตายดูบ้างจะได้รู้สึก” เคนสบถคำรามด่าไอ้พวกที่บังอาจมาเยาะเย้ยหญิงสาวที่เขาเคารพรักยิ่ง  มุคุโร่หัวเราะในลำคอฉีกยิ้มลึกลับเดาความคิดไม่ออกเช่นเคย

 

“คึหึหึ ช่างเถอะค่ะเคน อย่าไปใส่ใจเลย”   เมื่อหญิงสาวผมไพลินทวินเทล บอกว่าจะไม่เอาเรื่อง หนุ่มผมทองชี้ฟูก็ได้แต่เบ้หน้าไม่พอใจออกมา แต่ถึงกระนั้นก็ยอมทำตามคำพูดของอีกฝ่ายโดยดี  จิคุซะลอบมองคนทั้งสองอย่างเงียบ พลางดันแว่นขึ้นสันจมูก ไม่พูดไม่จาไม่แสดงความคิดเห็นอะไร

 

 

 

ขณะที่ทั้งสามสมาชิกห้องโกคุโย มาถึงห้องเรียนของพวกเขา เคนเปิดประตูล่วงหน้าเข้าไปก่อน  จังหระที่หนุ่มแว่นหมวกไหมพรมกำลังเดินตามหลังเพื่อนจอมแหกปากเลือดร้อน  บ่าของเขาถูกมือเรียวบางของสาวผมไพลินรั้งไว้ ทำให้ขายาวใต้กางเกงนักเรียนสีดำชะงักก้าวลง

 

“จิคุซะ ฉันมีเรื่อง..อยากจะวานหน่อย”  เสียงหวานล้ำนั่น สั่นเครือเล็กน้อย สร้างความงุนงงให้หนุ่มผมสีดำสวมหมวกไหมพรมสีขาวครีม จนต้องหมุนตัวมาสนทนากับสาวผมน้ำเงิน

 

“มีอะไรเหรอครับ ท่านมุคุโร่”

 

พลัน!!มือเรียวบางหยิบกระดาษสมุดมีเส้นพับสองทบยัดใส่มือแกร่งของหนุ่มแว่น ดวงตาสีดำหลังแว่นวงรีหลุบมองเศษกระดาษในมือ ก่อนเหลือบมาสบตาสองสีคู่งามเบื้องหน้า

 

“ช่วยนำกระดาษนี่ ไปให้เบียคุรันด้วยนะคะ” มุคุโร่กล่าวอย่างรวดเร็ว แล้วรีบสับขาเดินเข้าห้องเรียนไป ไม่รีรอให้จิคุซะเอ่ยถามซักนิด  หนุ่มแว่นมุ่นคิ้วฉงนกับท่าทีของร่างเพรียวบางในชุดนักเรียนกระโปรงสั้นปิดสะโพกกลมกลึง  เขาสังเกตเห็นแว่บๆว่าใบหูของสตรีตาสองสี แดงระเรื่อออกมา…

 

 

 

 

 

 

 

ก๊อกๆ

 

 

 

ประตูห้องทำงานสำหรับบุคคลพิเศษอย่างเบียคุรันดังขึ้น  หนุ่มร่างสูงเรือนผมสีหิมะหยุดมือที่กำลังจับปากกาตรวจการบ้านเด็กบนโต๊ะทำงานลง แล้วขานตอบ “เชิญครับ”

 

 

 

ประตูเปิดออกโดยคนๆหนุ่ม ที่ทำเอาเจ้าของรอยสักใต้ตาเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจเสียไม่ได้ เมื่อผู้มาเยือนคือเด็กหนุ่มหน้าตาย สวมแว่นวงรี สวมหมวกไหมพรมสีขาวครีมเด่นเป็นเอกลักษณ์…

 

 

 

 

 

…จิคุซะ…

 

…มือขวาของ โรคุโด มุคุโร่…

 

 

 

 

 

จิคุซะปิดประตูลงตามมารยาท แล้วเดินตรงมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานสไตล์โมเดิรน์ของเบียคุรัน  ดวงตาสีน้ำแข็งหลังแว่นไร้กรอบทรงเหลี่ยมทันสมัยสบตาสีดำเย็นชาตรงหน้าอย่างไม่หยี่ระ พร้อมแย้มยิ้มเทวดา

 

“มาหาครู..มีอะไรเหรอ จิคุซะคุง”

 

 

 

“ผมไม่มีหรอกครับ ที่มีคือท่านมุคุโร่”  คำตอบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมสมเป็นจิคุซะ ทำเอาร่างสูงในสูทขาวหุบยิ้มลงชั่วขณะ  ชายหนุ่มในชุดนักเรียนชายวางอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะทำงานของอาจารย์ที่ปรึกษา เมื่อมือหนาของเด็กหนุ่มสวมแว่นดึงมือกลับมา ทำให้เบียคุรันเห็นกระดาษน้อยๆ ถูกฉีกมาจากสมุดเขียนพับทบไว้

 

 

 

“ท่านมุคุโร่บอกให้ผม นำจดหมายนี่มาฝากให้คุณ” เสียงทุ้มเรียบไร้อารมณ์อธิบายที่มาที่ไปของตนให้เจ้าของห้องฟัง ก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้อง    เบียคุรันจ้องมองกระดาษบนโต๊ะอยู่ครู่หนึ่งนานสองนานด้วยความชั่งใจ มือหนาหยิบกระดาษน้อยนั่นขึ้นมาเปิดดู ข้อความในนั้นทำให้เขาต้องเบิกตากว้างตกตะลึง!!

 

 

 

 

 

 

 

ฉันมีเรื่องอยากจะบอกคุณ เจอกันบนดาดฟ้าตอนพักกลาง

 

โรคุโด มุคุโร่

 

 

 

 

 

 

 

.

 

.

 

 

 

“โอ้ววว พักเที่ยงๆ” เสียงทุ้มของหนุ่มผมสีดำโมฮอค ร่างสูงแข็งแรงสมเป็นนักกีฬาเบสบอลประจำโรงเรียนกล่าวทั้งรอยยิ้มร่า ดีอกดีใจที่เวลาดังกล่าวมาถึงเสียที  หนุ่มผมดำวิ่งพลุนพลันออกไปจากห้องก่อนใครเพื่อน โดยมีจุดหมายคือรับประทานอาหารกับ….อาจารย์หัวหน้าฝ่ายวิชาการแสนสวย ที่คบกันอย่างลับๆ ซึ่งนัดเจอกันที่โรงพละเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา

 

จากนั้นไม่นานผู้คนก็เริ่มทยอยลงจากอาคารเรียนเรื่อยๆ จนในที่สุดตึกเรียนดูร้างไปชั่วขณะ ไม่มีใครอยู่..ไม่มีใครเดินเผ่นผ่านไปมา  เว้นเสียแต่ โรคุโด มุคุโร่ ไอดอลโรงเรียนวองโกเล่ ยืนเกาะรั้วตะแกงเหล็กบนดาดฟ้า ขนตาแพยวสวยหลุบมองสนามกรีฑาเบื้องล่างที่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงวิ่งเล่น หยอกล้อ ไม่ก็เดินคุยสัพเพเหระเรื่อยเปื่อย

 

 

 

-เขา..จะมาไหมนะ-  ร่างบางคิดตก ปากอิ่มเม้มแน่น  ยิ่งคิดถึงวัตถุประสงค์การนัดพบ เธอรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว…ร้อนสียจนต้องเอามือทั้งสองตบแก้มเบาๆเรียกสติกลับมา  พลางนึกย้อนกลับไปในวันที่เธอได้รับข่าวร้ายของการสูญเสียคนผู้เป็นที่รัก และรักเธอ 2 คน  ในเวลาที่สับสน เจ็บปวดใจ เธอกลับ…นึกถึงแต่เพียงเขา..เบียคุรัน เจสโซ แม้ว่าคนๆนี้คือตัวการที่กระทำเรื่องร้ายกาจไว้กับเธอมากมาย สร้างความเจ็บปวดใจ ความเคียดแค้นหลายต่อหลายครั้ง…

 

 

 

 

 

แต่….เธอก็นึกถึงอ้อมแขนของเขา..ในยามที่ต้องการใครซักคนซับน้ำตา….

 

 

 

 

 

 

 

มือเรียวยกขึ้นมาเกาะรั้วอีกครั้ง ออกแรงกำแน่นจนขึ้นข้อขาว  “เบียคุรัน…”

 

คืนนั้นทั้งคืนเธอกับเขา บนเตียงกว้างสี่เสา ณ ห้องนอนของเธอ…ความเร้าร้อนกายแนบกายทุกครั้งที่สัมผัส..ครั้งแรกที่เธอสมยอม..ยอมโดยไม่ขัดขืนรวมทั้งโอบกอดเขาแน่น ไม่ยอมให้ไปไหน…และเป็นคืนแรกที่เขาช่าง..อ่อนโยนเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

เรารู้ตัวแล้ว…ความรู้สึกใจเต้นทุกครั้งที่สบตา..ความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวเรา

 

ทั้งหมด..ก็คือ..รัก…

 

 

 

 

 

แอ๊ด!!!

 

 

 

ประตูบานเหล็กเปิดออก เรียกสติมุคุโร่กลับมา ใบหน้าสวยหันไปมอง ตาสองสีสบตาคู่คมสีม่วงอ่อนเกือบเป็นสีฟ้าหลังแว่นไร้กรอบนั่น  พลัน!!!อกซ้ายถึงกับเต้นแรง…แรง..เร็ว…จนแทบควมคุมไม่อยู่

 

หนุ่มร่างสูงผมขาวที่มักแย้มยิ้ม บัดนี้กลับมีเพียงสีหน้าเรียบเฉย ขายาวใต้กางเกงแสลตก้าวเดินเข้ามาใกล้เด็กสาวผมสีน้ำเงินเข้มมัดทวินเทลในชุดนักเรียนหญิงนุ่งสั้น ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงในระยะห่างกันพอสมควรแก่การสนทนา

 

“มีเรื่องอะไร ถึงเรียกฉันมา” เสียงทุ้มนั่นฟังดูเหมือนห่างเหินชอบกล จนร่างบางรู้สึกใจกระตุกวาบแปลกๆ แต่เธอกลับหาได้ใส่ใจเรื่องแบบนั้น นัยน์เนตรต่างสีเฉหลบตาคู่คมเรียบเฉยเบื้องหน้า ปากอิ่มเม้มแน่นจนก้อนเนื้อสีชมพูกลายเป็นสีแดงของกลีบกุหลาบชวนจุมพิตซ้ำๆ  มือบางประสานไว้ระหว่างเอวบีบมือแน่นราวกับกำลังเตรียมใจเอ่ยบางสิ่งบางอย่างให้แก่คนหนุ่มตรงหน้า

 

 

 

“ฉัน….” ดวงตาสองสีกลับมามองหน้าคมคายหล่อเหลาของอีกฝ่าย ภายในแววตาสีอเมทิสต์สะท้อนใบหน้างามที่ขึ้นสีชมพูที่พวงแก้มสองข้าง…อาการของคนเขอะเขิน…

 

 

 

“ฉัน…”

 

 

 

“เธอรักฉัน..ใช่ไหม?” เบียคุรันชิงบทพูดก่อน ทันใดนั้นเด็กสาวผมไพลินหน้าขึ้นสีแดงราวกับลูกมะเขือเทศสุก นัยน์เนตรสองสีสั่นระริก ก่อนจะรีบหลุบตาต่ำมองพื้นแทน  “ฉะ..ฉัน..คิดว่า..ฉัน..รักคุณ…”  คำสารภาพรักของมุคุโร่เอ่ยเอื้อนติดๆขัดๆ น้ำเสียงบ่งบอกว่าร่างบางตื่นเต้น ลนลานมากเพียงใด ณ เวลานี้

 

“ฉัน..พอจะเดาได้แล้ว ตั้งแต่เธอฝากจดหมายให้จิคุซะคุงมาให้ฉัน” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ เบาจนมุคุโร่แปลกใจ ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมาสบตาหนุ่มผมสีงาช้างเบื้องหน้า ปากอิ่มกำลังจะขยับ ทว่า…

 

 

 

“ขอโทษด้วยนะ..เลิกคิดแบบนั้นซะเถอะ…”

 

 

 

 

 

เงียบ….ทุกอย่างเงียบโดยพลัน…

 

มุคุโร่เบิกตากว้าง ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เจ็บปวดอย่างถึงที่สุด…

 

“ฉันเอง..ก็ไม่ได้อยากรู้สึกบ้าๆนี้กับคุณนักหรอก!!!!” ร่างเพรียวตะเบ็งเสียงใส่ทั้งน้ำตา  ไอดอลสาวของโรงเรียนวองโกเล่ผลักอกอาจารย์หนุ่มให้หลีกทาง แล้ววิ่งกลับเข้าอาคารเรียน โดยมีเสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้ดังตลอดทาง

 

 

 

 

 

“ทำแบบนั้น ดีแล้วเหรอ เบียคุรัน”  เสียงทุ้มเข้มดังจากบนอาคารทางเชื่อมต่อขึ้นมาดาดฟ้า หนุ่มผมขาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะปั้นยิ้มระรื่นให้แก่คนที่แอบนั่งสังเกตุการณ์อยู่เบื้องบน

 

“เดี๋ยวนี้ฮิบาริคุง หันมาชอบ‘สอด’เรื่องชาวบ้านแล้วเหรอ”  วาจาจิกกัดของเบียคุรัน ใส่อาจารย์หนุ่มผมสีดำสนิทหาได้ทำให้คนโดนด่าสะทกสะท้าน ตรงกันข้ามหน้าคมคายหล่อเหลาไม่แพ้เบียคุรัน กลับแสยะยิ้มเย็นออกมา

 

 

 

“หึหึหึ ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอก แต่หน้าที่ของฉันคือฝ่ายปกครอง ต้องรู้ความเป็นไปทุกอย่างในโรงเรียนวองโกเล่”

 

ฮิบาริ เคียวยะ กระโดดลงมาจากอาคารเชื่อมบนดาดฟ้า ลงมายืนในระดับเดียวกับเพื่อน(?)ที่รู้จักกันมายาวนานนับสิบกว่าปีดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองไปยังประตูเหล็กสีแดงที่สาวตาต่างสีวิ่งหนีเข้าไปด้วยความผิดหวังและเสียใจอย่างถึงที่สุด แล้วหันกลับมามองหน้าคมคายประดับรอยสักใต้ตาเต็มไปด้วยสีหน้าเจ็บปวดไม่ต่างจากอิสตรีผู้จากจรไปเมื่อครู่

 

 

 

“ถ้าฉันโชคดีแบบฮิบาริคุงก็คงจะดี ออกจากวงการมืดได้อย่างปลอดภัย คนรอบข้างก็ปลอดภัยไปด้วย แต่คงไม่มีทางหรอกเหตุการณ์แบบนั้นมีความเป็นไปได้แค่ 1 ในล้าน ” ดวงเนตรคู่คมหลังแว่นไร้กรอบทอประกายความเศร้า มือแกร่งกุมอกซ้ายตัวเองแน่น  หนุ่มผมสีดำหรี่ตามองใบหน้าที่ไม่เคยได้เห็นจากคนเอาแต่ยิ้มลวงโลก ความรู้สึกที่แสนทุกข์ทรมาน จนคนสร้างภาพหลอกลวงได้ร่ำไปอย่างเบียคุรัน ยังไม่อาจเสแสร้งได้นั่น…ทำเอาฮิบาริขำ(เย้ยหยั่น)ไม่ออก ทำได้แต่ถอดถอนใจตาม

 

“แกเอง..อาจเป็นอีก 1 ในล้านก็ได้ เบียคุรัน ” ฮิบาริ เคียวยะ  เอ่ยเสียงเรียบ  เบียคุรันสบตาสีดำของฮิบาริ แววตานิ่งเรียบจนน่าขนลุก ทว่า…เขาเข้าใจดี ว่าคนตรงหน้าตั้งใจจะปลอบเขา รวมทั้งแนะนำให้คิดใหม่  แม้ว่าการกระทำรวมถึงท่าทางที่แสดงออกมา ดูเย็นชาเสียเหลือเกินก็ตามที

 

 

 

“นั่นสินะ ฮ่าๆๆ” ร่างสูงผมสีขาวหัวเราะร่า ก่อนที่เสียงหัวเราะจะค่อยๆเบาลงเรื่องๆ..เรื่อยๆ ..จนกลายเป็นเสียงหัวเราะแห้งๆและ…ไม่มีเสียงหัวเราะใดๆดังจากปากหนาได้รูป  จะมีก็เพียงรอยยิ้มแสนเศร้าบนหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรจากสวรรค์เท่านั้น

 

 

 

“แต่ว่า…ฉันมาไกลเกินกว่าจะกลับลำแล้วล่ะ ฮิบาริคุง…”

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

 

 

วันต่อมา โรคุโด มุคุโร่ หยุดเรียนไปอย่างไร้สาเหตุ หลายคนก็ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับไอดอลสาว ต่างคิดไปต่างๆนาๆว่า ไอดอลสาวเสียใจกับการจากไปของปู่และพ่อบ้านบ้างล่ะ  ไม่สบายบ้างล่ะ กลัวคนเอาคืน เนื่องจากไม่มีอำนาจของปู่คุ้มหัวต่อไปบ้างล่ะ…และอีกสารพัดสารเพ ที่ทำให้พวกห้องโกคุโย โดยเฉพาะพวกเคนปวดเศียรเวียนกร้าว เลือดขึ้นหน้า อยากจะกระชากคนพูดมาขย้ำให้เละคามือ!!!! ส่วนอาจารย์ที่ปรึกษานั้น..ก็เอาแต่ปั้นยิ้มระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการหายไปของมุคุโร่ซักนิด

 

 

 

วันนี้วันที่สอง…หลายคนตั้งตารอว่า โรคุโด มุคุโร่ จะปรากฏตัวไหม ประกอบกับวันนี้ไม่มีการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กได้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับงานนิทรรศการให้พร้อมก่อนถึงวันงานพรุ่งนี้

 

“ท่านมุคุโร่จะมาไหมนะ…” ซาโตชิฟุ่บหน้านอนกับโต๊ะ ทั้งสีหน้าเบื่อหน่าย

 

“ท่านมุคุโร่ต้องมาสิ นี่งานห้องเชียวนะ” เคนให้กำลังใจเพื่อน พร้อมตบไหล่อีกฝ่ายแรงๆ เสียงดังปึกๆ จนซาโตชิสะดุ้งน้ำตาเล็ดกับความเจ็บระบมตรงไหล่

 

 

 

 

 

ครืด!!!!!

 

 

 

“อ๊ะ!!!ท่านมุคุโร่!!!”

 

เหล่านักเรียนชายกู่ร้องดีอกดีใจ กระโดดโลดเต้น ท่าทีอาลัยตายอยากพลางจัดแต่งห้องให้สวยงามเหมาะกับร้านน้ำชาชุดเมด กลับมาขยันฟิตเปรี๊ยะเอาใจสาวงามที่แย้มยิ้มหวานเดินเข้ามาในห้อง

 

หลังจากที่เธอหายตัวไปนอนซมทำใจอยู่บ้านพักหนึ่งก็คิดได้ว่า ในเมื่อเขาไม่รักตอบ เธอจะสนใจใยดีคนสารเลวแบบนั้นทำไม อีกอย่างเธอก็ไม่อยากหนีปัญหาอีกแล้ว ไม่อยากให้เบียคุรันหัวเราะเยาะเธอ ฉะนั้น…ต้องทำเป็นไม่แคร์สื่อ แล้วเชิดหน้าเดินต่อไปอย่างที่เคยทำ…

 

 

 

นั่นแหละ..คือเธอ ราชินีแห่งวองโกเล่

 

โรคุโด มุคุโร่

 

 

 

 

 

 

 

“คึหึหึ ทุกคนขยันทำงานกันดีจังเลยนะคะ น่ารักจัง ”  มุคุโร่ชม พร้อมรอยยิ้มหวานเยิ้มราวกับนางฟ้ามาโปรด ดวงตาคู่งามปรือมองบรรดาหนุ่มๆ ราวกับจะยั่วยวนก็ไม่ปาน

 

 

 

อร๊างงงงงงง โมเอะโคตร ~

 

 

 

นักเรียนชายโกคุโย พร้อมใจกันเสียเลือดทางจมูกโดยพลัน เว้นแต่หนุ่มแว่นหน้าเนิร์ด ที่ทำเมินไม่สนใจหันมาจัดโคมไฟที่ห้อยระโยงระยางบนเพดาน

 

 

 

 

 

“โอ๊ยยย ฉันอยากจะบ้าตายฉันอยากจะบ้าตาย!!!” มินะเปิดประตูกระทืบเท้าปึงปังเข้ามาในห้อง พร้อมกลุ่มเพื่อนที่พยายามห้ามปรามอารมณ์เดือดของเธอ  สาวผมสีฟ้ากระแทกก้นงอนลงบนเก้าอี้ยกขาไขว่ห้าง ทั้งที่ปกติเธอมักจะใส่กระโปรงสั้นสุดๆยิ่งกว่ามุคุโร่ วันนี้กลับใส่ยาวมาครึ่งน่อง

 

“ใจเย็นๆน่ามินะ ชุดเมดกระโปรงยาวๆก็มีนี่” มิกิพยายามกล่อมเพื่อนของเธอ ที่หน้าบูดบึ้งไปรับบุญจนสมาชิกในห้องโกคุโย รวมถึงโรคุโด มุคุโร่ กำลังตรวจสอบการตกแต่งห้องสุดรกให้กลายมาเป็นงานเลี้ยงน้ำชาสุดหรู ในฐานะหัวหน้างาน

 

หันมามองกลุ่มหญิงก๋ากั่นที่สุดในโรงเรียน โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มคนปัจจุบันนามว่ามินะ เจ้าของเรือนผมสีฟ้าหน้าอกคัพ E

 

“เฮ้ยๆ มินะกระโปรงยาว แสดงว่า โรคผู้หญิงมาอะดิ ฮิ้ววว อดนุ่งสั้นชุดเมด!!!” ซาโตชิ ไม้เบื่อไม้เมาของมินะ ปากยื่นปากนาสล้อเลียนคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆจากประจำเดือน ยิ่งทำให้มินะของขึ้นยิ่งกว่าเก่า

 

“หุบปากไปเลย ไอ้ลิงหัวแดง!!!”

 

“ว่าไงนะ!!จะเอาเหรอยัยหนองโพ!!!”

 

 

 

เหล่านักเรียนชายและสาวพากันจับแขนขาสองคนไว้ ให้ทันก่อนต่างฝ่ายต่างเข้าไปตีกัน จนงานห้องเละไม่เป็นท่า

 

“คึหึหึ..ตอนนี้ทำงานอยู่นะคะ ช่วยกรุณาทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่หน่อยจะได้ไหม” มุคุโร่หัวเราะในลำคอ ตาสองสีวาววับ แม้ว่าจะยังคงยิ้มหวานชวนละลายใจหนุ่ม ทว่า..รังสีอึกครึมแผ่กระจายจากตัวเธอ ทำให้สมาชิกห้องโกคุโย กลืนน้ำลายลงคอ และกลับไปทำงานที่คั่งค้างต่อ

 

มินะปัดเสษฝุ่นที่แขนเสื้อแรงๆ ตามอารมณ์ เธอรู้สึกว่ามีเงาทาบทับลงบนร่างของเธอ จึงเหลือบตาไปมอง

 

“มีอะไรยะ มุคุโร่”  มินะถามเสียงห้วนใส่ ซึ่งนั่นก็หาได้ทำให้หญิงสาวผมไพลินสะทกสะท้านแต่อย่างใด เธอยังคงแย้มยิ้มลึกลับพูดคุยด้วยถ้อยคำสุภาพที่เสแสร้งมาเหมือนทุกที  “คึหึหึ ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ..ก็แค่..มีเรื่องอยากถามนิดหน่อย..”

 

 

 

“เรื่อง..อยากถาม?เรื่องอะไร?” สาวหนองโพทวนคำอีกฝ่าย

 

 

 

“ฉันอยากรู้ว่า..มินะจัง..ประจำเดือนมากี่วันแล้ว?” คำถามของสตรีผมสีไพลินยาวสลวยมัดแกละ ทำเอามินะเลิกคิ้วสูงนิ้วเรียวแตะปากอิ่มเคลือบลิปก๊อตสีส้มวาววับ พลางกลอกตาขึ้นบน  “ก็..สามวันแล้วนะ..เอ๋!!แกมาถามฉันทำไม!!?”

 

“คึหึหึ..ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากรู้อะไรนิดหน่อย” หญิงสาวผมไพลินขยับยิ้ม พลางใช้มือปัดผมไปไว้ด้านหลัง เดินนวยนาดออกไปจากห้องโกคุโย ปล่อยให้พวกมินะมองตามหลังมุ่นคิ้วทำหน้าฉงนงุนงงต่อไป…

 

 

 

ครืด!!!!

 

ประตูบานเลื่อนปิดตัวลงสนิท เสียงหัวเราะ หยอกล้อ สนุกสนาน ในห้องโกคุโยดังเล็ดลอดออกนอกระเบียงทางเดิน เช่นเดียวกับห้องเรียนอื่นๆ มุคุโร่เอนตัวพิงประตูยกมืกขึ้นมาจับคางครุ่นคิด ด้วยสีหน้าวิตกกังวลใจ

 

 

 

“ก็..สามวันแล้วนะ..เอ๋!!แกมาถามฉันทำไม!!?”

 

 

 

“แปลกจริง..ทำไมรอบเดือนนี้ของเรา..ยังไม่มานะ?” ปากอิ่มพึมพำกับตัวเอง เริ่มกังวลกับสุขภาพร่างกายของเธอขึ้นมา ในหลายอาทิตย์ที่ผ่านๆมา มีแต่เรื่องแปลกๆกับเธอทั้งนั้น ไม่ว่าจะกินของเยอะมากผิดปกติ หิวบ่อยๆ ชอบของเปรี๊ยว แถมช่วงหลังๆ เริ่มมีอาการมึนหัวเป็นระยะ อาเจียนบ่อย โดยเฉพาะตอนเช้าๆ

 

“ไปห้องพยาบาลดีกว่า..” คิดแล้วก็ถอนหายใจเสียไม่ได้  โดยปกติเธอไม่ชอบไปหาหมอ ก็เพราะเธอเป็นโรคจิตเกลียดยาเข้าไส้ เป็นเรื่องที่ปิดไม่ให้ใครรู้ เว้นแต่คนที่บ้านเท่านั้น คนนอกที่รู้ก็มีแต่..เบียคุรัน..

 

 

 

พอคิดถึงคนๆนั้นหัวใจของเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมีทิ่มแทงหัวใจ จนเจ็บแปล๊บ ดวงตาคู่งามคลอเบ้าจนเจ้าตัวต้องรีบเงยหน้าขึ้นกลอกตาไปมาไม่ให้น้ำตาไหลออกมา เปลือกตาบางปิดแน่นสะกดกลั้นอารมณ์เจ็บปวดนั่นไว้

 

 

 

-ลืมเขาคนนั้นซะ มุคุโร่ เขาไม่รักเราแล้วจะร้องไห้ไปทำไม-

 

มุคุโร่ย้ำเตือนตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกทั่วปอดแล้ว แล้วค่อยๆผ่อนลมออกอย่างช้าๆ  ก่อนจะพาขาเพรียวสวยดุจนางแบบเดินไปยังห้องพยาบาลของโรงเรียนวองโกเล่

 

 

 

.

 

.

 

 

 

“อันที่จริง..เรื่องประจำเดือนมาไม่ปกติ..มันก็มีทั้งหมด 3 กรณี น่ะนะ” จามาลนั่งเท้าคางทำหน้าตาเบื่อหน่ายสุดชีวิตบนโต๊ะทำงานสีขาว  อธิบายคำถามของนักเรียนสาวคนสวย ไอดอลในดวงใจคนหนุ่มทั้งโรงเรียนวองโกเล่ อย่าง โรคุโด มุคุโร่ ซึ่งตอนนี้เธอนั่งอยู่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา

 

“กรณีแรก..เป็นเรื่องของอาหาร เธออาจจะกินของแสลงบางอย่างต่อร่างกาย ทำให้ระบบฮอร์โมนผิดปกติ”

 

“กรณีที่สอง ก็เป็นเรื่องของอารมณ์ ภาวะเครียด ก็ทำให้ประจำเดือนเลื่อนได้เช่นกัน..”

 

จู่ๆจามาลก็หยุดการอธิบายไว้เท่านั้น แล้วอ้าปากหาวหวอดๆ ท่าทางการมาเยือนของนักเรียนสาวผมสีไพลินสวยจะรบกวนการนอนกลางวันของชายวัยกลางคนมาดเซอร์ผู้นี้กระมั้ง

 

“ข้อที่สามละคะ?” มุคุโร่ถาม  นั่นทำให้จามาลเลิกคิ้วสูง ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆอย่าไปฟังมันเลย มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอกน่า”

 

 

 

“คึหึหึ  คุณเป็นหมอ หน้าที่คือต้องพูดข้อเท็จจริงให้คนไข้ฟังไม่ใช่เหรอคะ” เสียงหวานล้ำกล่าวจิกกัด ดวงเนตรคู่งามต่างสีปรือมองอีกฝ่ายใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย พลางสับขาไขว่ห้างจนเห็นกางเกงในสีชมพูอ่อน ทำเอาเลือดลมของหมอหนุ่มไหลเวียนไม่สะดวกเลยทีเดียว   จามาลเกาหัวแรงๆจนผมสีดำยุ่งๆนั่นยุ่งเข้าไปกว่าเก่าแล้วไขข้อข้องใจคนสวยตรงหน้า

 

 

 

“ก็ได้ๆ..ข้อสุดท้าย ถ้าไม่ใช่ทั้งสองอย่างก็คือ..ท้องน่ะ”

 

มุคุโร่เบิกตากว้างสุดขีด ดวงหน้าสวยชักสีหน้าตื่นตระหนกเสียจนจามาลรู้สึกผิดแปลก ทันใดนั้นความทรงจำในอดีตที่เขาเคยตรวจร่างกายเด็กสาวคนนี้ ตอนที่เบียงกี้พามารักษาเนื่องจากเป็นลมหิวข้าวก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว!!

 

“นี่เธอ…”

 

 

 

“ขอตัวนะคะ…” มุคุโร่พลุนพลันลุกออกไปจากห้องพยาบาลทันที ไม่รอฟังเสียงตะโกนเรียกของอาจารย์ประจำห้องพยาบาลซักนิดเดียว

 

 

 

TBC

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s