[AuFic KHR][10069]punish for you/Part37

 

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 37

 

 

 

“อากาศดีจังเลยนะครับ” สึนะโยชิเอ่ย ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตละจากนภาเบื้องบนมายังชายหนุ่มผมสีดำสนิทนอนหลับอยู่บนตักตัวเอง  ใบหน้าหวานขยับยิ้มขำขันนิดๆ พลางใช้มือปัดปอยผมสีดำของอีกฝ่ายอย่างเบามือและอ่อนโยน

“อืม” ฮิบาริ เคียวยะ ตอบโดยที่เขายังไม่ลืมตาซักนิด ทำเอาหนุ่มหน้าหวานหัวเราะแห้งๆ แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองหรือน้อยใจแต่อย่างใด สึนะทอดสายตามองไปยังสวนหลังบ้าน วันอาทิตย์สุดสัปดาห์ใช้เวลาอยู่บ้านด้วยกัน นั่งมองธรรมชาติชมนกชมไม้ในบ้านจากระเบียงทางเดินของเรือนญี่ปุ่น…

 

สงบสุขทางใจดีจัง

 

 

 

กิ๊งก๊อง!!!!

เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น ทำให้ฮิบาริ เคียวยะลืมตาขึ้นมาอย่างหงุดหงิด  สึนะหันหน้าไปมองต้นเสียง

คิ้วเรียวเลิกสูงประหลาดใจเล็กน้อย “ใครมากันนะ?” เสียงหวานพึมพำ  หนุ่มร่างบางรอให้คนรักของตนลุกขึ้นนั่งผละออกจากตักของเขา  สึนะลุกขึ้นเดินทะลุตัวบ้านไปยังประตูหน้า

ผู้มาเยือน(และทำลายบรยากาศสวีทหวานของฮิบาริ)ทำเอาชายหนุ่มผมสีน้ำตาลฟูอ้าปากค้าง ก่อนจะคลี่ยิ้มดีใจ วิ่งกุลีกุจอนไปเปิดประตูรั้วเล็ก ให้อีกฝ่ายเข้ามา

“เบียคุรัน!!”

เบียคุรัน เจสโซ ขยับยิ้มระรื่นไม่เคยเปลี่ยน ร่างสูงผมสีขาวทรงเจร็อคในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีส้มอ่อนกับกางเกงยีนส์สีเทา ยืนพิงรถเฟอร์รารี่สีขาวคู่ใจ เรียกสาวตาสาวๆบริเวณนั้นให้หันมามองได้ไม่ยาก

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ สึนะโยชิคุง” เสียงทุ้มนุ่มล่าวทักทาย

ฮิบาริ เคียวยะในชุดยูกาตะสีดำสมคนอนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์ชนชาติญี่ปุ่น เดินตามหลังสึนะออกมาด้วยสีหน้าไม่รับแขก แต่พอเห็นคนมาเยือนแล้ว..ดวงเนตรคมกริบสีนิลเบิกกว้างตะลึง ก่อนจะกลับมาเป็นสีหน้าเคร่งขรึมเช่นเคย “มาทำอะไรที่นี่ เบียคุรัน”  เสียงทุ้มเย็นชาเอ่ยดังขึ้น

เบียคุรันหัวเราะในลำคอ ดวงเนตรสีอเมทิสต์ฉายแววขบขันอยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็นท่าทีของเพื่อนสนิทซึ่งไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมซักนิด “แหมๆ..ฮิบาริคุงใจร้ายเสมอต้นเสมอปลายเลยนะ ฉันอุตส่าห์กลับมาญี่ปุ่นทั้งที่ ใจคอไม่คิดจะเชิญฉันเข้าไปในบ้านหน่อยเหรอ” เบียคุรันแห้วใส่ แสร้งทำสีหน้าน้อยใจ  ซึ่งทั้งสึนะและฮิบาริต่างก็รู้แก่ใจ ว่าคนตรงหน้ามันแหลกับแหลชัดๆ!!!

 

ท้ายสุด….เจ้าหนุ่มผมขาวผู้มีรอยสักตาซ้ายเด่นก็เข้ามานั่งอยู่ในห้องรับรองแขกจนได้ บรรยากาศในห้องรับแขกดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ ทำให้เสียงน้ำชายามเทรินใส่แก้วทั้งสองดังชัดเจนพอๆกับเสียงเดินของเข็มนาฬิกาโบราณบนเพดานห้อง

“ไม่เจอกันแค่ 6 เดือนกว่าๆ พวกนายสองคน แต่งงานเป็นสามีภรรยาคู่ใหม่ปลามันซะแล้ว น่าอิจฉาจังน้า” เบียคุรันเอ่ยแซวคู่รักตรงหน้า พลางยกชาเขียวร้อนในกระเบื้องเคลือบขึ้นมาจิบ  ดวงเนตรสีน้ำแข็งอมม่วงลอบมองใบหน้าแดงซ่านของสึนะ สลับกับใบหน้าไร้อารมณ์ของฮิบาริ แต่จากที่เขารู้จักคนทั้งสองมานับสิบกว่าปี ไอ้อาการหน้าตึงปั้นยากนี่แหละ…คืออาการเขินในสไตล์ของฮิบาริหล่ะ…

“หึ!!ว่าแต่แกเถอะ…ชีวิตหลังแต่งงานเป็นยังไงบ้าง?” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยถาม  พลัน!!ใบหน้าแต่งแต้มรอยยิ้มเสมอๆหายไปทันตาแทนที่ด้วยรอยยิ้มสมเพช  หนุ่มร่างสูงผมสีดำรัตติกาลเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงนไม่ต่างจากสึนะ   ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง สายลมอ่อนๆพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ริมระเบียงทางเท้า  พากลิ่นหอมของดอกไม้และกลิ่นของใบหญ้าในสวนแบบญี่ปุ่น

 

 

“ฉันไม่ได้แต่งน่ะ” คำตอบของร่างสูงผมสีหิมะสะอาด ทำเอาสึนะตกใจจนเผลอเด้งตัวกระทุ้งโต๊ะเตี้ย ดีที่แรงชนไม่มาก ทำให้โต๊ะไม่ล้มคว่ำไปเสียก่อน ไม่งั้น…อาจได้เจอทอนฟาพิฆาตและบทลงโทษงามๆจากสามีก็เป็นได้

“หา!!!ไหนนายบอกว่า…นายหมั้นกับเธอแล้วไง!!!”  สึนะถามเสียงหลง ทั้งสับสน งุนงง

เบียคุรันยักไหล่เล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆเปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาตัดสินใจออกเดินทางขึ้นเครื่องไปยังประเทศอิตาลี…

 

.

.

 

 

…6 เดือนที่แล้ว…

 

ใจกลางกรุงโรม ส่วนหนึ่งของประเทศอิตาลี เมืองที่เต็มไปด้วยอุ่นไอรัก ความโรแมนติก และศาสนาวัฒนธรรมอันน่าหลงใหล   ทุกอย่าง..อยู่ในสายตาคู่คมร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์ชี้ไม่เป็นทรง เขายืนล้วงกระเป๋าพิงหน้าต่างบานใหญ่จากห้องพักในโรงแรมหรูห้าดาวชื่อดังอย่าง Rome Cavalieri Hotel

เบียคุรัน เจสโซ ถอนหายใจยาว..รู้สึกเบื่อหน่ายทั้งๆที่ในอีกไม่กี่ชั่วโมง เขาจะได้เข้าพิธีแต่งงานในโบสถ์หลังน้ำพุเทรวี น้ำพุศักดิ์สิทธิ์และสำคัญของโลก ขึ้นชื่อเรื่องการอธิษฐานเพียงแค่โยนเหรียญก็จะสมพรปรารถนา…

 

ความปรารถนา…ของเบียคุรัน..การวอนขอพรจากเทพยดาที่เขาเลิกเชื่อถือไปนานแล้ว…

 

“หึ…เราก็สมหวังแล้วนี่นา..ยังจะมายืนกังวลอะไรอีก..” เบียคุรันขยับยิ้มสมเพชตัวเอง มือหนาเสยผมลวกๆ ตาสีฟ้าอมม่วงมองการแต่งกายของตัวเอง ในชุดสูทสีขาวสะอาดตัดเย็บประณีต ดอกกล้วยไม้สีขาวบริสุทธิ์ประดับบนสูทตรงอกซ้าย  วันนี้เขาจะยืนเคียงคู่กับเดลล่าในชุดเจ้าสาวต่อหน้าบาทหลวง กล่าวคำสาบานรักมั่นต่อพระเยซู แล้วมอบจุมพิตสาบานว่าจะรักและเคียงข้างเธอตลอดไป….

 

…เธอผู้นั้น…

 

“บ้าชะมัด..” ร่างสูงสบถเบาๆกับตัวเอง พลัน…ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างสูงผมสีเขียวลอนยาวสลวยมัดรวบเรียบร้อยในชุดสูทสีเทาสุภาพ ใบหน้าคมคายประดับอายแชโดว์สีเขียวเข้ากับดวงตาคมขยับยิ้มนอบน้อมยามกล่าวรายงานกับนายเหนือหัว “ถึงเวลาแล้วครับท่านเบียคุรัน”

“เข้าใจแล้ว คิเคียวจัง” เสียงทุ้มนุ่มกล่าวทั้งรอยยิ้มระรื่น รอยยิ้มเสแสร้งผิดกับสีหน้าลำบากใจยามอยู่กับตัวเองคนเดียวในห้อง   คิเคียวโค้งสุภาพก่อนเดินออกไปจากห้อง  ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง เบียคุรันสูดลมหายใจเข้าลึกๆจนทั่วทั้งปอด หลับตาตั้งสติให้มั่นกับทางเดินที่เลือกไว้

 

-พอได้แล้วเบียคุรัน…อย่านึกถึงเด็กดื้อนั่นอีก…-   เสียงในความคิดดังก้องในหัว มือหนายกขึ้นมาตีศีรษะตัวเองแรงๆ  ราวกับว่าจะโละภาพของเด็กสาวผมสีไพลิน เจ้าของนัยเนตรสองสี กับมาดเชิดหยิ่งผยองของราชินี ดื้อรั้นชวนหลงใหลให้ออกจากความทรงจำ  เบียคุรันกระแอมไล่เสียงเล็กน้อย หันมากระชับเสื้อสูทตัวเองให้มั่น ขายาวสาวเท้าเดินไปยังประตูไม้สีน้ำตาลเข้มมะฮอกกานี มือแกร่งปิกลูกกลอนเปิดออก พลัน!!ชายหนุ่มเบิกตากว้างตกตะลึง

หญิงสาวเรือนผมสีดำยาวสลวยดัดลอนประดับดอกลิลลี่ทัดหูไว้ข้างซ้ายติดผ้าคลุมเจ้าสาวสีขาวโปร่ง เธออยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวแขนยาวประดับลูกไม้ กระโปรงยาวถึงพื้น ใบหน้างดงามตกแต่งด้วยเครื่องสำอางพองามชวนให้ดูหลงใหลยิ่งขึ้นยืนอยู่หน้าห้อง  ทำเอาเบียคุรันอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงสติกลับมาเมื่อเจ้าสาวของเขา…หัวเราะขำขันออกมา

“เห…เดลล่าทำไมมายืนอยู่ที่นี่ล่ะ เจ้าสาวเปิดตัวเจอเจ้าบ่าวที่โบสถ์ถึงจะถูกสิ” เสียงทุ้มนุ่ม ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นรอยยิ้มสบายๆชวนหลงใหลอีกครั้ง

“คิกๆ นั่นสิค่ะ…มันก็ควรจะเป็น…แบบนั้น..” เดลล่าเอ่ยตอบทั้งเสียงแผ่วเบา ดวงเนตรสีดำกลมโตคู่งามหลุบต่ำมองพื้นปูพรมสีแดง สร้างความประหลาดใจให้แก่เจ้าบ่าวของงานไม่ใช่น้อย

 

“เดลล่า..เป็นอะไรรึเปล่า..สีหน้าไม่ค่อยดีเลย”

 

“ฉันรู้นะคะ” ดวงหน้าสวยฉายแววเศร้าสร้อย  ขนตาแพยาวช้อนมองสบตาสีฟ้าอ่อนอมม่วงตรงหน้า

“รู้..ว่าคุณรักมุคุจัง” สิ้นคำหวานจากปากอิ่มแต่งแต้มลิปสติกสีชมพูบางๆ คนหนุ่มเจ้าของรอยสักใต้ตาใจตกวูบลงไปถึงตาตุ่ม  ทว่า…กระนั้นแล้วเบียคุรันยังคงเก็บอาการไว้ภายใต้รอยยิ้มเทวดา

 

“ไม่เอาครับ..นี่วันสำคัญของเรานะ..อย่าพูดถึงคนอื่นเลย” ร่างสูงตัดบท เขาเริ่มรู้สึกหน้าตึงเล็กน้อยเกรงว่าหากต้องพูดเรื่องนี้อีก หน้ากากแห่งรอยยิ้มจะต้องแตกสลายต่อหน้าหญิงผมดำแน่ๆ

“เบียคุรัน..ฉันเข้าใจนะคะ ว่าคุณทรมานขนาดไหน ที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก”

“……”

“เพราะฉันเอง…ก็มีคนรักอยู่แล้ว” เดลล่าสารภาพให้หนุ่มร่างสูงผมสีขาวสะอาด ดวงตาสีดำสวยสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาชักสีหน้าตกตะลึงอยู่ไม่น้อย  เดลล่าเห็นอาการของเบียคุรันแล้วก็อดยิ้มเสียไม่ได้ มือบางใต้ถุงมือสีขาวเอื้อมมาจับมือซ้ายของอีกฝ่าย

“มือข้างซ้ายคือมือสำหรับแหวนแต่งงาน” เสียงหวานเอ่ยเอื้อนเบาๆ ก่อนจะใช้มืออีกข้างทาบทับลงบนหลังมือแกร่งเบาๆ

“แต่แหวนที่จะเป็นแหวนแต่งงาน ต้องมาจากความรักนะคะ…” หญิงสาวผมสีดำยาวสลวยดัดลอนใต้ผ้าคลุมเจ้าสาวยิ้มอ่อนโยนให้ รอยยิ้มนั่น…ทำให้เบียคุรันรู้สึกผิดต่อเจ้าสาวเบื้องหน้า

“เดลล่า…”

“คุณเป็นผู้ชายที่น่ารักนะคะ เบียคุรัน…ถึงคุณจะเป็นมาเฟียที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดไม่น้อยกว่าคนอื่นๆ แต่จากการตัดสินใจยอมแต่งงานกับฉันเพื่อครอบครัว…นั่นก็เป็นการแสดงว่าคุณยอมแลกทุกอย่างเพื่อคนสำคัญ”

เดลล่ากล่าวต่อ ปากอิ่มขยับยิ้มพลางเขย่ามืออีกฝ่ายให้กำลังใจ เบียคุรันขยับยิ้มน้อยๆ..รอยยิ้มที่มาจากใจไม่ใช่การเสแสร้งอย่างที่เคย “ขอบใจนะ…เดลล่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ…” หญิงสาวผมดำยิ้มตอบกลับ ด้วยรอยยิ้มสว่างสดใสเช่นเดียวกับคนหนุ่มร่างสูง

 

.

.

 

 

 

“สรุปแล้ว..แกโดนผู้หญิงประกาศขอเลิกกลางงานแต่ง แล้วคู่หมั้นแก ก็ไปเสวยสุขกับคู่รักว่างั้น” ฮิบารินั่งกอดอกสรุปความทั้งหมดที่ออกมาจากปากหนาได้รูปของเบียคุรัน ชายผมสีดำรัตติกาลแสยะยิ้มหยั่นตามด้วยคำจิกกัดแสนร้ายกาจ “หึ!!สมน้ำหน้า..อยากบอกเลิกหญิงดีนักโดนซะบ้างก็ดี”

“คุณฮิบาริ!!!” สึนะปรามเสียงเบา ดวงตากลมโตมองสามีตัวเองสลับกับเพื่อนสนิทผมขาวด้วยแววตากล้าๆกลัวๆว่าจะมีเรื่องตีกันกลางห้องรับแขก

“ฮ่าๆ นั่นสิน้า~ ใครจะเหมือนฮิบาริคุงล่ะ รักเดียวใจเดียวไม่เคยเปลี่ยนแปลง” ร่างสูงผมสีขาวสะอาดนั่งเท้าคางพูดล้อเลียนคนมากขรึม ด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับรังสีอำมหิตแผ่กระจายออกจากร่างสูงผมสีดำสนิท

 

“เออ!!!เบียคุรัน..ถ้าอย่างงั้นทำไมถึงหายไปตั้ง 6 เดือนล่ะ” เด็กหนุ่มร่างบางผมสีน้ำตาลโพล่งเสียงดัง เปลี่ยนเรื่องสนทนา  เบียคุรันหันมาสบตากลมโตบนดวงน่ารักแล้วตอบ

“ก็สะสางไอ้พวกลอบกัดน่ะ โชคดีที่เดลล่าเป็นฝ่ายบอกเลิก ไม่งั้นฉันคงไม่ได้เนโรแฟมิลี่เป็นแบ็คอัพช่วยเหลือด้วย ตอนนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อย….ฉันก็สามารถออกจากวงการมาเฟียได้แล้ว”

 

“โล่งอกไปทีนะ” สึนะยิ้มสบายใจ มือเรียวบางยกขึ้นมากุมอกซ้ายพร้อมถอนหายใจยาว ในที่สุดเพื่อนสนิทที่แสนสำคัญ(ถึงแม้จะแกล้งเขาเป็นงานอดิเรกทุกที)ก็ได้มีชีวิตอย่างที่ใจต้องการ….

 

 

เวลาล่วงเลยผ่าน ตะวันเคลื่อนคล้อยตกดิน ท้องนภากลายเป็นสีส้มแดงฉาน ร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาเข้ากับเรือนผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรงเดินออกมาจากบ้านเรือนญี่ปุ่น โดยมีหนุ่มผมสีดำร่างสูงเท่าเขาเดินมาส่งเคียงคู่กับภรรยาควบตำแหน่ง ผอ. โรงเรียนวองโกเล่

“โชคดีนะ เบียคุรัน” สึนะโยชิกล่าวอำลาอีกฝ่าย

“เช่นกันสึนะโยชิคุง ฮิบาริคุงนี่น่าอิจฉาจริงๆนะ มีภรรยาน่ารักๆแบบนี้” เบียคุรันไม่วายแหย่คนหนุ่มผมดำหน้าตายให้โกรธ ดวงตาสีฟ้าสะท้อนนภาสีแดงแลดูเป็นสีม่วงเรืองรองมองชายร่างบอบบางผมสีน้ำตาลฟูด้วยสายตากระลิ้มกระเหลี่ย  แต่ก็เพียงชั่ววูบเท่านั้นก็ต้องรีบก้าวถอยหลังหลบพลองเหล็กฟาดเข้าไปเสารั้วปูนจนปรากฏรอยร้าว

“ไสหัวไปซะ!!ก่อนที่ฉันจะขย้ำแกให้ตายที่นี่!!!” เสียงทุ้มกล่าวอย่างเหี้ยมเกรียม สึนะถึงกับอ้าปากค้างเหวอ มองเสาปูนนั่นตัวสั่นหงึกๆเป็นลูกนกชายผมสีหิมะหัวเราะร่าเสียงดังพึงพอใจที่สามารถทำให้ ฮิบาริ เคียวยะของขึ้นได้ เจ้าตัวยังคงยิ้มสนุกสนานไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่า กำลังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้คู่สามีภรรยานี่เสียแล้ว

“งั้นฉันไปก่อนดีกว่า โชคดีนะทั้งสองคน”  ร่างสูงผมสีพิสุทธิ์ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว เจ้าตัวขึ้นรถยนต์สีขาวคันหรู สตารท์เครื่องขับออกไปไม่รอรับทอนฟานรกเตรียมฟาดหน้าเขาได้ทุกเมื่อ….

ฮิบาริและสึนะมองตามรถเฟอร์รารี่สีขาวไกลออกไปจนลับสายตาในที่สุด

 

“ไปซะแล้ว…” หนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเอ่ยขึ้นทั้งเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตยังไม่ละสายตาไปท้องถนนว่างเปล่า  ฮิบาริพ่นลมหายใจแรงเอนตัวพิงรั้วกำแพงหินก่อปูน ใบหน้าคมแหงนหน้ามองผืนฟ้ากว้างใหญ่เริ่มคล้อยเป็นสีม่วงอมดำในอีกไม่กี่อึดใจ “เจ้านั่น..คงอยากไปเต็มแก่แล้วมากกว่า..แต่ยังสับสนอยู่”

“ครับ” ใบหน้าหวานน่ารักหลุบตาลงมองปลายเท้าตัวเอง ดวงเนตรสีน้ำตาลทอประกายโศกเศร้าไม่น้อย

“ใจจริงแล้ว ที่เบียคุรัน…กลับมาญี่ปุ่นอาจเพราะยังไม่ลืมมุคุโร่” เสียงหวานสั่นเครือเว้นวรรคครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวต่อ “บางที…คงกำลังสับสน ระหว่างความรู้สึกผิดที่เป็นฝ่ายทอดทิ้ง เลยไม่กล้าไปพบหน้า ทั้งที่อยากพบใจจะขาด”

สึนะเงยหน้าขึ้นค่อยๆหันไปมองใบหน้าครึ่งซีกของฮิบาริ นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตคลอเบ้าจวนเจียนร่ำไห้ออกมา “ถ้าเบียคุรันรู้ว่า…มุคุโร่…”

“อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด สึนะโยชิ” ฮิบาริพูดเสียงเรียบเย็นชาเหมือนคนไร้หัวใจ ก่อนจะหันกลังเดินกลับเข้าบ้าน  แต่ร่างบางรู้ดีว่าชายผู้มีเรือนผมสีรัตติกาลนั้นสงสารเบียคุรันและมุคุโร่ไม่ต่างจากเขา

 

.

.

 

ถนนในกลางเมืองนามิโมริยามค่ำคืนดูเงียบเหงา เปล่าเปลี่ยว..และวังเวง  ทว่า..ยังดีที่มีเสาไฟสูงริมทางส่องแสงให้ความสว่างแก่ผู้ที่ต้องเดินทางในเวลาดึกดื่นเช่นนี้

รถเฟอร์รารี่สีขาวคันงามขับด้วยอัตราเร็วปกติ จังหวะถึงสี่แยกรถคันงามหักเลี้ยวเข้าทางขวา แต่แล้วจู่ๆตัวรถกลับเบรกกะทันหัน

เจ้าของรถยนต์มุ่นคิ้วหงุดหงิดกับตัวเอง มือหนากำพวงมาลัยแน่น “บ้าชะมัด!!”  เบียคุรันสบถกับตัวเองเบาๆ นัยน์ตาคู่คมสีอเมทิสต์สั่นไหวกับความคิดของตัวเอง เขาต้องเลี้ยว..ไปทางซ้ายเพื่อกลับไปยังโรงแรมสิ!!ไม่ใช่ทางไปบ้านของ….

ร่างสูงเอนตัวพิงเบาะนั่ง ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก นัยเนตรสีฟ้าอ่อนอมม่วงแลดูเหมือนอัญมณีอเมทิสต์เหม่อมองเพดานรถด้วยความชั่งใจ “เฮ้อ…ไปดูซักหน่อยก็แล้วกัน”

บุรุษผมสีพิสุทธิ์เด้งตัวขึ้นมาจับพวงมาลัยอีกครั้ง ขับรถรถต่อไป….

 

เอี๊ยด!!!

ล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนเบาๆ บัดนี้รถเฟอร์รารี่สีขาวจอดสนิทอยู่หน้าคฤหาสน์หินอ่อนสไตล์เรนาซองค์ขนาดใหญ่…คฤหาสน์โรคุโด

ชายหนุ่มผมสีขาวดับเครื่องยนต์  ก่อนจะเปิดประตูเดินลงมาจากรถ ใบหน้าคมคายจ้องมองคฤหาสน์หินอ่อนยังคงสภาพดูดี สง่างามเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน  บุรุษเจ้าของรอยสักใต้ตาสูดลมหายใจลึกทั่วทั้งปอด ทุกย่างก้าวยามเข้าใกล้รั้วบ้านดัดเหล็กสวยงามนั่น ทำให้ใจของเบียคุรันเต้นส่ำไม่เป็นจังหวะ…

 

6 เดือนนับจากวันนั้น..เธอ..จะเปลี่ยนไปแค่ไหนนะ?

 

ร่างสูงพยายามคุมมือตัวเองไม่ให้สั่น ก่อนจะกลั้นใจรวบรวมความกล้า แน่วแน่กดออดหน้าบ้านหลังใหญ่หลังนี้!!

 

กิ๊งก๊อง!!!!

เสียงออดดังก้องกังวาน ก่อนจะเงียบหายไปในยามราตรี  เบียคุรันจ้องมองคฤหาสน์หลังใหญ่ยังคงปิดไฟเงียบไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนุ่มผมสีงาช้างชี้ไม่เป็นทรงยืนรออยู่หน้าบ้านเกือบๆ 10 นาทียังไม่มีใครออกมาเปิดรั้วหรือโผล่หน้ามาซักนิด ทำเอาคนหนุ่มใจเสียไม่น้อย

“ฮะๆพอแล้วละเบียคุรัน นายไม่ควรมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกแล้ว” เบียคุรันบอกกับตัวเอง ปากหนายิ้มสมเพชจังหวะที่เขากำลังหมุนตัวกลับไปยังรถ พลัน!!!เสียงฝีเท้าดังมาจากคฤหาสน์ เข้ามาใกล้รั้วเหล็กเรื่อยๆ

 

 

ตึกตัก!!!

 

อกซ้ายของอดีตอาจารย์หนุ่มเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา  ดวงเนตรคู่คมเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เพียงแค่เขาหันกลับไปมอง เขาจะได้เห็นเด็กดื้อเอาแต่ใจ มากเล่ห์เจ้าวางแผน ทำเรื่องสารพัดไปทั่ว เพื่อเรียกร้องความสนใจ ดวงหน้าสวยประดับรอยยิ้มลึกลับยากแก่การขาดเดา ดวงเนตรสองสีฉายแววขบขันเย้ยหยั่นตลอดเวลา บนใบหน้าสวยสง่าปิดบังความอ่อนแอและความเศร้าไว้ภายใน….

 

…มุคุโร่คุง….

 

 

“เฮ้!!นายเป็นใครกันห่ะ!!ดึกดื่นป่านนี้มากดออดบ้านคนอื่นเข้านะ!!!”  ผู้ออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ เป็นสาววัยกลางคนเรือนผมสีน้ำตาลมวยรวบตึง ใบหน้าเคี่ยวลาก…ดุดันถลึงตามองคนหนุ่มร่างสูงหน้าคมคายหล่อเหลา

 

“อะ..เอ๋!!?” งงแตก!!!เบียคุรันงงอย่างถึงที่สุด ทำไม…คนที่เดินออกมาถึงได้กลายเป็น คุณป้าหน้าดุคนนี้…

“เออ…ที่นี่ใช่บ้านโรคุโดรึเปล่าครับ?” บุรุษผมขาวถามทั้งเสียงตะกุกตะกัก

“โรคุดง โรคุโดบ้าบออะไร ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั่นหรอก ไสหัวกลับไปได้แล้วฉันกับสามีจะได้นอนต่อ!!!” หญิงวัยกลางคนสะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน ส่ายตูดไม่สนใจคนหล่อหน้าเหลอหลาหน้ารั้วซักนิด

 

นัยเนตรคมสีอเมทิสต์ฉายแววสับสนงุนงง  เขามองคฤหาสน์หลังใหญ่เพ่งพินิจจนแน่ใจ

“ก็ไม่ผิดนี่!!มันหมายความว่ายังไงกัน?”

ระหว่างกำลังสงสัยอยู่นั้น ประตูรั้วข้างๆคฤหาสน์หลังใหญ่เลื่อนเปิดออก พร้อมกับชายร่างท้วมผมล้านเลี่ยมสวมเสื้อกล้ามสีขาวเข้ารูปกับบอกเซอร์ขาสั้นสีฟ้าสลับขาว ข้างแก้มปรากฏคราบน้ำลาย บ่งบอกว่าคนๆนี้พึ่งตื่นนอนมาหมาดๆ

“พ่อหนุ่ม..มาตามหาหนูมุคุโร่ใช่ไหม?” ชายคนนั่นกล่าวตรงใจเบียคุรัน  ใบหน้าคมขึ้นสีเล็กน้อยตาคู่คมเบนหลบตามากวัยวุฒิของคนวัยกลางร่างท้วม

“หนูมุคุโร่ไม่อยู่ที่นี่แล้วล่ะเธอขายบ้านหลังนี้และย้ายออกไปตั้ง 5 เดือนเห็นจะได้แล้ว”

“!!!!!!” ราวกับทุกอย่างโดยรอบหยุดโดยพลัน ร่างสูงรู้สึกโคลงเคลงเข่าอ่อนแทบทรุดพื้น ดีที่ได้เสาไฟต้นสูงค้ำยันไว้  เหงื่อกาฬผุดพรายไปทั่วหน้า หน้าคมคายซีดเผือด ตาสีอเมทิสต์ตวัดมามองชายร่างท้วมหัวล้านปากหนาขยับ ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “แล้วรู้ไหมครับ!!ว่ามุคุโร่ย้ายไปที่ไหน?”

“ไม่มีใครรู้เลยว่าแม่หนูนั่นไปอยู่ที่ไหนแล้ว เห็นเขาว่ากันว่าเธอท้องแล้วโดนแฟนถีบหัวส่ง  ให้ตายสิ!!ไอ้ผู้ชายนั่นมันสารเลว ชาติชั่วจริงๆ !!!”  เพื่อนบ้านของมุคุโร่ต่อว่าสาเหตุการจากไปของเด็กสาวผมสีไพลิน ไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นอย่างออกรสออกชาติ โดยไม่รู้ตัวซักนิด ว่าคนที่เขากำลังกล่าวถึงยืนอยู่ตรงหน้านั่นเอง

“นั่นสิครับ…น่าฆ่าทิ้งให้ตายจริงๆ” เบียคุรันตอบด้วยเสียงแผ่วเบา ทั้งสีหน้าสลดจนชายหัวล้านเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ พอจะอ้าปากถามคนหนุ่มผมสีงาช้างก็เดินกลับไปขึ้นรถสีขาวหรูหราขับออกไปไกลจนลับสายตาเสียแล้ว….

“อะไรกันเนี่ย..แปลกคนจริงแหะ” ชายวัยกลางคนตัวท้วมเกาศีรษะไร้ผมแกรกๆ เขาอ้าปากหาวหวอดๆเดินเข้าบ้านเลิกใส่ใจกับท่าทีของร่างสูงแปลกหน้ากลับเข้าไปนอนหลับต่อในบ้าน

 

.

.

 

“หนูมุคุโร่ไม่อยู่ที่นี่แล้วล่ะเธอขายบ้านหลังนี้และย้ายออกไปตั้ง 5 เดือนเห็นจะได้แล้ว

คำบอกเล่าของคนแถวนั้นยังดังก้องในหัวใต้เรือนผมสีหิมะทรงเจร็อค เบียคุรันกลับมายังห้องพักในโรงแรม ทิ้งกายลงนั่งบนโซฟาริมกระจกหน้าต่างบานใหญ่ไม่ยอมขยับไปไหน มือแกร่งรินบรั่นดีราคาแพงลงบนแก้วแล้วยกขึ้นดื่ม….จนไม่รู้ตัวแล้วว่าดื่มไปทั้งหมดกี่แก้ว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้หน้าคมคายขึ้นเป็นสีแดงเลือดฟาด ตาสีฟ้าอ่อนสั่นระริก มองภาพสะท้อนตัวเองบนขวดเหล้าบนโต๊ะกระจกรับแขกสไตล์โมเดิรน์

 

…น่าสมเพช…

 

“หึหึหึ” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ…ฟังดูชวนขนหัวลุก ทว่า..หากลองฟังดูดีๆ..จะพบว่า ภายใต้น้ำเสียงนั่นกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

“ฮ่าๆๆๆ” เบียคุรันยกมือขึ้นปิดตาทั้งสองข้างของตัวเอง ก้มหน้าลงต่ำจนผมสีขาวปรกลงมาปิดสีหน้าของคนหนุ่ม…สีแห่งอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริง ณ เวลานี้

“ในที่สุด..เธอก็หนีฉันไปแล้วสินะ…” เขาเอ่ยขึ้น ปากหนาแสยะยิ้มหัวเราะเสียงดังลั่นผิดกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้ม….

 

 

บทลงโทษ…มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน…

 

 

“นี่คงเป็น..บทลงโทษจากเธอใช่ไหม..มุคุโร่คุง..”

 

 

เสพติดจนถอนไม่ขึ้น…ทั้งที่พยายามลืมเลือน…

ทว่า…มันไม่มีทาง..และไม่มีทางไปตลอดชีวิต

 

 

“ฉัน..รักเธอ…มุคุโร่คุง…”

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s