[AuFic KHR][10069]punish for you/Part40

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

part 40

 

 

 

 

 

 

 

เขา..ทำไมกัน!!?

 

 

มุคุโร่รู้สึกจุกคอราวกับกลืนลูกหินเข้าไปทั้งก้อน  หัวใจของเธอเต้นแรงจวนจะหลุดออกมาจากอก นัยเนตรสีไพลินและทับทิมสั่นระริก เบิกกว้าง

จนรู้สึกเจ็บแปล๊บ …ชายหนุ่มเรือนผมสีพิสุทธิ์ รอยสักใต้ตาข้างซ้าย ยากจะลืมเลือน…

 

 

 

“เดี๋ยวสิมุคุโร่คุง” เสียงทุ้มร้องเรียกหญิงสาวมีครรภ์ทซึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังป้ายรถเมล์ ทว่า…ชายหนุ่มรูปงามไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ขา

 

ยาวใต้กางเกงแสลตสีขาวก้าวเพียงไม่เท่าไหร่ ก็คว้าเอาต้นแขนบอบบางไว้

“!!!!” มุคุโร่สะดุ้งเฮือก เธอรีบออกแรงสะบัดแขนให้หลุดจากพันธนาการอีกฝ่าย

“ปล่อยฉัน!!!” สาวผมไพลินพยายามพูดด้วยถ้อยคำที่พยายามข่มเสียงให้สั่นน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้  ใบหน้างดงามสะบัดหันไปมองรถ

 

เมล์ที่เทียบท่าจอดกับป้าย รับผู้โดยสารคนสุดท้าย แล้วจากไปทิ้งไว้เพียงแต่ฝุ่นควัน

 

 

 

 

ไร้ซึ่งทางหนี…นั่นคือความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวมุคุโร่  เธอเดาได้ว่าอดีตอาจารย์หนุ่มของเธอกำลังแสยะยิ้มพึงพอใจอยู่เบื้องหลัง

ดูเหมือนว่ามือหนาจะผ่อนแรงจับ ทำให้เธอสะบัดแขนน้อยออกจากอีกฝ่ายได้ โรคุโด มุคุโร่ยังคงไม่ยอมหันกลับมามองชายหนุ่มผมสีหิมะแม้

 

แต่น้อย เธอก้าวขาเดินราวกับว่าจะเดินกลับบ้านเองด้วยขาแข้งทั้งสอง

“ถึงเธอจะกลับเองฉันก็ตามไปถูกอยู่ดีแหละนา”เสียงระรื่นชวนโมโหนั่น ดักทางหญิงสาวผู้อุ้มท้อง ขาเพรียวชะงักลง มือบางกำแน่นด้วย

 

ความขุ่นเคืองใจและเจ็บใจที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เธอก็แพ้ทาง…ผู้ชายคนนี้ตลอด

 

“มาทำไม?”

 

 

เบียคุรันเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย กับคำถามแสนห้วนของสาวน้อย ก่อนจะขยับยิ้มร่าเริงราวกับเทวดาขี้เล่น “ถามแปลกๆฉันก็มารับเธอกลับไปส่งบ้านไง มันเป็นหน้าที่ของ..” พูดไม่จบประโยคดี โรคุโด มุคุโร่ กลับเดินสวนทางกับเขาไปยืนอยู่ตรงประตูที่นั่งด้านข้างคนขับ

 

บอกกันตามตรงว่าชายร่างสูงเจ้าเจ้าของรอยสักใต้ตารู้สึกเสียเซลฟ์และความมั่นใจไปพอตัว

 

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังฉีกยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกเจ็บลึกๆที่

 

คนตรงหน้าช่างท่าทีเย็นชาเสียเหลือเกิน   เบียคุรันเดินไปเปิดประตูให้หญิงสาวขึ้นรถก่อนจะเดินไปนั่งยังที่นั่งคนขับ

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

รถยนต์เฟอร์รารี่สีขาวจอดสนิทหน้าบ้านทาวน์เฮาท์ขนาดกลาง ขณะที่เจ้าของรถกำลังจะถอดเข็มขัด ฝ่ายหญิงสาวในชุดคลุมท้องกลับเปิดประตู

 

เดินลงจากรถ ไม่รีรอให้บุรุษผมขาวยุ่งไม่เป็นทรงได้กล่าวถ้อยคำใดๆ เห็นท่าไม่ดีเสียแล้ว..เบียคุรันรีบเปิดประตูลงจากรถ แล้ววิ่งไปดัก

 

ทางทันที่สาวผมไพลินรวบผมปักปิ่นจะเข้าบ้าน “มุคุโร่คุง…”

“ทีหลังไม่ต้องมาอีก ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”สาวไพลินเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาสองสีแข็งกร้าว ดุดัน ไร้ซึ่งแววตาเย้ายวน เย่อหยิ่ง หรือแม้แต่เศร้าสร้อย

 

 

 

 

เจ็บ..เหลือเกิน…

 

 

ปากหนาอ้าเหวอค้างเพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี ทั้งสับสนทั้งเจ็บแปล๊บในหัวใจ ระหว่างที่อึ้งกับคำพูดและน้ำเสียงจากปากสีชมพูระเรื่อของ

 

หญิงสาวที่เขารักที่สุด  พลัน…เสียงประตูเปิดและปิดอย่างรวดเร็ว ช่วยดึงสติของหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวจากภวังค์

 

 

เธอเข้าบ้านไปแล้ว..ไม่เปิดโอกาสให้เราได้เอ่ยพูดอะไรซักคำ…

 

 

 

 

 

 

ภายในบ้านหลังเล็กสไตล์ยุโรป ร่างแบบางยืนพิงบานประตูด้วยร่างกายสั่นเทิ้ม ใบหน้าสวยสดงดงามเต็มไปด้วยสีหน้าปวดร้าว ไม่เข้าใจ ก่อน

 

ที่น้ำตาจะไหลรินออกมาจากดวงเนตรต่างสี มุคุโร่เงยหน้าขึ้นกลอกนัยน์ตาไปมาไม่ยอมให้หยาดน้ำตาต้องหลั่งเพื่อคนๆนั่นอีก พลางลูบท้อง

 

นูนป่องที่มีสิ่งมีชีวิตน้อยๆอาศัยอยู่อย่างเบามือ  “ขอโทษนะ..แต่แม่…ทำใจไม่ได้จริงๆ”

 

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

 

บรรยากาศในห้องพักของโรงแรมมืดหม่น ยูนิและแกมม่ามองสภาพซังกะตายของเบียคุรันแล้วก็อดสงสารเสียไม่ได้ ไม่มีใครกล้าพูด หรือเอ่ย

 

ปากใดๆออกมา  เนื่องจากอดีตบอสแห่งมิลฟิโอเล่ใช้ชีวิตแบบไม่เคยง้องใครมาก่อน ไม่เคยแคร์ใครนอกจากครอบครัวของตัวเอง ในยามที่

 

ถูกคนเย็นชาใส่ ด้วยความไม่เคย ก็คงยากนักที่จะทำใจ แถม..คนที่ทำก็ดันเป็นคนที่เจ้าตัวทั้งรักทั้งหวงทีสุดอีก

 

 

บลูเบลนั่งกัดฟันกรอดๆ ยิ่งมองสภาพของนายตัวเองแล้ว ดวงตาสีน้ำเงินเริ่มวาวโรจน์เช่นเดียวกับอารมณ์เดือดพล่านที่มาถึงขีดสุด!!

 

ซาคุโร่และคิเคียวรู้สึกได้ถึงรังสีทะมึนแผ่ออกมาจากองค์รักษ์สาวน้อยจอแบน นัยน์ตาคมของชายวัยกลางคนทั้งคู่เบิกกว้าง เช่นเดียวกับแกมม่า ปากหนาอ้ากว้างกำลังร้องเสียงดังกับสิ่งที่บลูเบลกำลังจะทำต่อจากนี้!!!

 

 

 

 

ซ่า!!!!!!

 

 

น้ำชาเย็นชืดในถ้วยกระเบื้องราคางามสาดใส่เบียคุรัน ทำเอาทุกคนสันหลังวาบ ขนแขนลุกชัน  เบียคุรันสะดุ้งโหยง ใบหน้าอิดโรยหายไปแทนที่ด้วยสีหน้าโกรธ ปากหนากำลังจะขยับคำพรุสวาท แต่แล้วเสียงโวยวายของเด็กสาวผมยาวฟ้าชิงพูดก่อน

 

 

“ไอ้ทึ่มซื่อบื้อ!!ไอ้บอสสมองกลวงเอ๊ย!!เรื่องอื่นฉลาดนัก แต่เรื่องง่ายๆแค่เนี้ย แค่ง้อผู้หญิงทำไมเป็นหรือไงหา!!!!”

 

“เฮ้ย!!บลูเบลแรงไปแล้ว!!” ซาคุโร่กระซิบเสียงเข้มกึ่งดุกึ่งปรามใส่ ในขณะเดียวกันลึกๆในหัวสมองก็คิดว่า..จริงอย่างที่ยัยเปี๊ยกพูด..เช่นเดียวกับคนอื่นๆในห้อง

 

 

 

 

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง!!มุคุโร่คุงเขาไม่แม้แต่จะชายตามองฉันด้วยซ้ำ!!!”เบียคุรันเถียงกลับ

 

“ก็นายทำอะไรกับรุ่นพี่มุคุโร่ไว้บ้างล่ะยะ!!ถ้าเป็นนายจะยอมกลับมาง่ายๆรึไง!!!แล้วที่นายทำน่ะ ท่าทางออกไปทางกวนประสาทมากกว่า!!!รุ่นพี่เขาก็ต้องคิดว่านายจะมาแกล้งเธอเหมือนสมัยก่อนนะสิตาทึ่มเบียคุรัน!!!”บลูเบลตวาดเสียงดังกลับไป

 

 

 

-ใช่เลยบลูเบล-  ทุกคนในห้องคิดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายรอบสอง…

 

 

 

 

 

ดูเหมือนคนมีปัญหาจะเห็นทางสว่าง นัยน์เนตรคู่คมเบิกกว้างตะลึง หน้าเสียอย่างรุนแรง มือหนายกขึ้นกุมขมับ พลางพึมพำด้วยเสียงอ่อนแรง

 

“แล้ว..ฉันควรทำยังไงดี..”

 

 

สีหน้าถมึงตึงบนหน้าอ่อนเยาว์ของสาวผมฟ้ายาวคลอสะโพกอ่อนลง ตามด้วยความรู้สึกสงสารแทน “นายก็ต้องแสดงความจริงใจของนายออกมาทำให้เธอรู้สึกได้ว่านายรักเธอแค่ไหน แล้วก็บอกความจริงทั้งหมดให้เธอฟัง รวมถึงความรู้สึกของนายทั้งหมดด้วย”

 

“งั้นเหรอ..” เสียงทุ้มดังขึ้น เบียคุรันในสภาพเหมือนหมาตกน้ำนั่งก้มหน้าเงียบครู่หนึ่ง จนกระทั้งปากหนาเหยียดยิ้มอย่างเข้าใจ มือหนา

 

เสยผมเปียกน้ำชาขึ้นไปอย่างลวกๆ “นั่นสินะ..ฉันนี่โง่จังน้า..ต้องให้บลูเบลมาเตือน ด้วยวิธีสาดน้ำ..” คนหนุ่มจงใจเน้นเสียงต่ำตรงท้ายประโยค ทำเอาคนทำเรื่องคนลุกซู่ ปากอิ่มแสยะยิ้มแหะๆ ใบหน้าอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ

 

 

“แต่เอาเถอะ ฉันจะถือว่าไม่เกิดขึ้นก็แล้วกันนะ บลูเบลจัง~” ร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาเดี่ยวสีขาว มาขยี้หัวเด็กสาวผมฟ้าแรง..ซึ่งในสายตา

 

คนอื่นๆมองดูแล้ว แรงมากกว่าปกติจนผมยาวสลวยชี้กระดกเหมือนหางเป็ด

 

“ไอ้บ้าเบียคุรันนนนน ผมช้านนนนเสียงทรงหมดแล้ววว”

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันหยุดทำการของหอสมุดเล็กๆที่เธอ..โรคุโด มุคุโร่ ทำงานอยู่  หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีไพลินยาวสลวยในชุดคลุมท้องสีชมพูแขนตุ๊กตานั่งเอนบนเก้าอี้โยกทำจากไม้สักริมหน้าต่างในห้องนอน ดวงเนตรต่างสีสะท้อนท้องฟ้าสีครามยามเช้าจากนอกหน้าต่าง ผืนกว้างใหญ่ไม่ว่าจะหนีไปที่ไหน ผืนฟ้าก็ยังคงเป็นผืนเดียวกันไม่เคยเปลี่ยน…

 

เพราะโลกนี้มีผืนฟ้าเพียงผืนเดียว…

 

มือเรียวสวยลูบท้องนูนเบาๆ ดวงหน้าสวยหลุบตามองสิ่งมีชีวิตน้อยๆที่รอวันออกมาลืมตาดูโลกภายนอก ปากอิ่มสีชมพูกลีบกุหลาบแรกแย้มขยับยิ้มอ่อนโยน “เพลงนี้เพราะดีนะ ลูกว่าไหม?”

เสียงดนตรีที่มีเพียงแค่ท่วงทำนอง ไร้คำร้องของโมซาส ดังจากวิทยุบนโต๊ะหัวเตียงข้างๆที่นั่งประจำยามเช้าของเธอ เสียงดนตรีที่ละเมียดละไมด้วยเปียโน ตัวโน๊ดที่ก้าวกระโดดไปอย่างเป็นจังหวะ ชวนหลงใหล ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์…

 

…รู้สึกสงบดีจัง…

 

มุคุโร่เบือนสายตาจากวิวนอกหน้าต่างมายังนาฬิกาตั้งโต๊ะ เข็มตีบอกเวลาแปดโมงเช้าทำให้ร่างเพรียวลุกจากเก้าอี้โยกเยก เดินออกไปจากห้องนอนบนชั้นสองของบ้านทาวน์เฮาวน์ เพื่อลงไปยังรับประทานอาหารในห้องอาหารชั้นล่าง ที่คนรับใช้ชาวต่างชาติที่เธอจ้างวานมาให้ดูแลและทำความสะอาดบ้านเรือน

 

กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมาจากห้องครัวดั่งคาด ขาเรียวสวยเดินอุ้มท้องไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ประจำของเธอตรงหัวโต๊ะ เสียงฝีเท้าก้าวออกมาจากห้องครัวที่ทำฉากกั้นกับห้องอาหาร พร้อมกับเมนูอาหารเช้าวันนี้เสริฟ์ตรงหน้าสวยสง่า มุคุโร่มองขนมปังทาเนยบาง ตามด้วยเบคอนสุกกับไข่ดาวหนึ่งฟองก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อกล่าวคำขอบคุณเหมือนทุกวัน…

“ขอบใจนะ..มา..” เสียงหวานหยุดชะงักชื่อคนใช้ไว้ในลำคอ เนตรคู่งามเบิกกว้างตกตะลึ เมื่อคนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งของมาเรีย คนใช้สาววัยกลางคนผู้ใจดี กลับกลายเป็นบุรุษร่างสูงผมสีหิมะเข้ากับหน้าคมคายหล่อเหลาและรอยสักใต้ตาซ้าย…

 

พรวด!!!

 

มุคุโร่เด้งตัวออกจากเก้าอี้ทันที เกือบจะหงายหลังเสียด้วยซ้ำ ดีที่มือเท้าโต๊ะไว้ เบียคุรันมองสีหน้าตื่นตระหนกของหญิงสาวแล้วก็อดยิ้มขำขันเสียไม่ได้

“คุณ!!เข้ามาได้ไง!!”

“ก็…ขอกุญแจจากแม่บ้านของเธอมาน่ะ” ร่างสูงหยิบกุญแจดอกสีทองเหลืองขึ้นมาโชว์ พร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเอาเสียเลยว่ากำลังทำให้เด็กสาวที่กำลังตั้งครรภ์หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

“คุณทำอะไรมาเรีย!!”

เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธ์ลืมตาขึ้นมองผู้ที่ทำเสียงเขียวใส่เขา แล้วตอบคำถามอีกฝ่าย

“ก็ไม่มีอะไรหรอก..ฉันก็แค่ เข้าไปตีสนิทชวนคุยนิดคุยหน่อย พอบอกว่าเป็นสามีของเธอและกำลังมาตามภรรยากลับบ้าน เธอก็เลยร่วมมือให้ฉันปั้มกุญแจบ้านมาอีกดอก”

มุคุโร่รู้สึกว่าหน้าของเธอร้อนวาบ..ไม่ใช่เพราะโกรธ..แต่กำลังอาย..หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาเมื่อได้ยินคำเรียกว่า สามี แถมยังเรียกเธอว่า ภรรยา อีก

ทว่า…หัวสมองกลับนึกถึงเรื่องในอดีตที่มีแต่ความเจ็บปวดรวดร้าว โดยเฉพาะวันที่ชายหนุ่มตรงหน้า..คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเด็กในท้อง ตัดสินใจเดินออกไปจากบ้านของเธอ เพื่อแต่งงานกับสาวสวยใจดี เดลล่า

 

 

…เจ็บ…

 

นัยเนตรสองสีที่เกือบจะสั่นไหว แสดงความอ่อนแอออกมา รีบเปลี่ยนเป็นสายตาเย็นชา พอๆกับหน้าสวยกำลังยิ้มหยั่น ราวกับราชินีจอมโอหัง ไม่อาจเดาทางได้ว่าคิดอะไรอยู่

“คึหึหึ ภรรยาของคุณอยู่ที่อิตาลีไม่ใช่เหรอคะ ผ่านไปแค่ 6 เดือนความจำเลอะเลือนตามอายุที่มากขึ้นหรือไงคะ” คำพูดจิกกัดของมุคุโร่ ทำเอาเบียคุรันรู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ แต่เสียงฝีเท้าที่ย่ำเดินออกไปจากห้องอาหารดึงสติคนหนุ่มกลับมา ขายาวก้าวไปอย่างรวดเร็ว คว้าแขนอรชรของหญิงผมสีไพลินและไม่รีรอที่ดึงเธอเข้ามาโอบกอดจากด้านหลัง

“!!!!”  ร่างบอบบางสะดุ้งวาบ ยิ่งจมูกโด่งได้รูปของเบียคุรันซุกลงลำคอระหง จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นรดต้นคอ นัยเนตรสองสีถึงกับรือชื้น

“ฉัน..ไม่ได้แต่งงานกับเดลล่า..” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูหญิงสาวตั้งครรภ์ มุคุโร่พยายามขืนตัวขยับยุกยิกหนีจากอ้อมแขนแกร่ง  เบียคุรันจึงกระชับอ้อมกอดไว้ แต่ไม่แน่นจนเกินไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ รวมถึงเด็กในท้องที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา

 

มุคุโร่หยุดขืนตัว..เธอนิ่งไม่ยอมขยับ ดวงเนตรคู่คมสีฟ้ามองสาวในอ้อมกอด แม้จะไม่เห็นใบหน้าของเธอว่ามีสีหน้าเช่นไร แต่เขาเลือกที่จะกอดเธอไว้ แล้วพูดต่อ “พวกเราทั้งคู่ต่างมีคนรักอยู่แล้ว..และฉันเองก็มีคนที่ฉันรัก…นั่นคือ เธอ มุคุโร่คุง”

 

“ขอโทษนะ..ที่ฉันทำให้เธอต้องเจ็บปวดมาตลอด” หนุ่มรูปงามกล่าวความรู้สึกที่แท้จริงของเขาออกไป..คำพูดที่เขาอยากบอกเธอมาแสนนานจากส่วนลึกสุดของจิตใจ แม้ว่าในตอนแรกที่เขารู้ตัวว่าหลงรักเด็กดื้อรั้นคนนี้จะพยายามปฏิเสธใจของตัวเอง ด้วยภาระหน้าที่การเป็นผู้นำมาเฟีย แต่..ไม่ว่ายังไงก็มิอาจสลัดเธอคนนี้ออกไปจากหัวได้…จวบจนตอนนี้ เขาก็ยังรัก..และจะรักมากขึ้นทุกวัน..

 

“ขอโทษ..งั้นเหรอ?” เสียงหวานล้ำสั่นเครือ มือเรียวบางสัมผัสแขนแกร่งของคนหนุ่มผมสีงาช้าง และออกแรงดึงแขนทั้งสองข้างที่โอบกอดจากข้างหลังนั่นออก ร่างงามในชุดคลุมท้องสีชมพูอ่อนแขนตุ๊กตาค่อยๆหมุนตัวหันมามองร่างสูง อัญมณีต่างนิ่งเรียบ หาใช่แววตาเหยียดคนทั้งโลก และมีความมั่นใจในตัวเองแรงกล้า ทั้งๆที่ส่วนลึกกลับซ่อนความเปราะบางราวกับแก้วไว้

ชายหนุ่มผมสีขาวทรงเจร็อคหลุบตาลงต่ำ หลบสายตาคนงาม ความรู้สึกผิดก่อกุมจิตใจจนเขาไม่อาจสู้หน้าเด็กสาวที่กำลังอุ้มท้องลูกในไส้ของเขา

 

เงียบ…เงียบ..ต่างฝ่ายต่างเงียบเป็นเวลานานแสนนาน แม้จะมีเสียงรถยนต์ขับผ่านถนนหน้าบ้านบ้างเป็นบ้างครั้งผสมกับเสียงพูดคุยและเสียงฝีเท้าเดินตรงทางเท้าเข้ามาถึงในบ้านทาวน์เฮาวน์บ้าง กระนั้นก็ไม่อาจทำลายความรู้สึกวังเวงราวกับอยู่ในป่าช้า

 

“เฮ้อ…”  มุคุโร่ถอนหายใจด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ความเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งหายไป ร่างบางผมสีไพลินเดินสวนทางกับเบียคุรัน เข้าประชิดโต๊ะกินข้าวที่วางมื้อช้าวหอมกรุ่นชวนลิ้มลอง

“คุณ..เป็นคนทำใช่ไหม?”  คำถามจากเรียวปากสีชมพูระเรื่อชวนจุมพิต ทำให้ดวงเนตรสีน้ำแข็งเลิกมองพื้นแล้วหันมามองไหล่เล็กบางของอีกฝ่าย

“อืมม์…” คนหนุ่มขานกลับ

มุคุโร่มองจานอาหารด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือเรียวหยิบจานข้าวขึ้นมาและ…

 

พรวด!!

 

อาหารทั้งหมดถูกเทลงบนพื้น ต่อหน้าต่อตาคนที่ทำมันขึ้นมาด้วยความตั้งใจ หน้าหล่อเหลาเบิกตากว้างจนเจ็บนัยน์ตา มองการกระทำของหญิงสาวผมสีน้ำเงินเข้มดุจน้ำทะเลลึก

จานถูกวางลงอย่างประณีตบนโต๊ะ พร้อมกับร่างบางที่หันมาสบตาปวดร้าวระคนตื่นตระหนกของอีกฝ่าย

“รู้สึกยังไงบ้างคะ?เจ็บ..ที่อกซ้ายไหม?” มุคุโร่ถาม..ด้วยน้ำเสียงแสนเย็นชา

เบียคุรันดึงสติกลับมา เผลอตัวกุมอกซายตามคำพูดของหญิงสาว..

 

แน่น..อึดอัด..ราวกับว่าหัวใจถูกบีบรัด…

เจ็บแปล๊บ..ราวกับเข็มนับพันทิ่มลงกลางใจ…

อึดอัดขึ้นไปถึงคอหอยที่ยากจะกลืนน้ำลายลงคอ…

 

“สิ่งที่คุณทำกับฉัน..มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวด..มากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า” มุคุโร่จ้องคนตรงหน้าไม่วางตา ไร้ซึ่งความหวาดกลัว หรือหวาดหวั่นเหมือนสมัยก่อน..แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆแค่ สี่เดือนที่เธอได้รู้จักชายคนนี้ แต่สี่เดือนนั่นมันเป็นอะไรที่ยาวนานยิ่งกว่าสิบปี ได้สอน ได้เรียนรู้ อะไรหลายๆอย่าง ทั้งความเจ็บปวดรวดร้าว เคียดแค้น ชิงชังอย่างถึงที่สุด ก่อนจะกลายเป็นความสุขที่ก่อขึ้นในหัวใจอย่างเงียบๆ

และ..สุดท้าย..ก็ถูกทำลายลง ย่อยยับไม่มีชิ้นดี

 

“แค่คำบอกรัก…กับขอโทษ…มันไม่พอหรอก..ไม่สิ..ทางที่ดีออกไปจากชีวิตฉันแล้วอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” มุคุโร่บอกตัดอีกฝ่ายอย่างไร้เยื่อใย ขาขาวเรียวยาวก้าวเดินออกไปจากห้องอาหาร ทิ้งให้บุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีและพ่อของลูกในท้องยืนคอตกต่อไป

 

นี่ฉัน…ทำเธอเจ็บขนาดนี้เชียวหรือ?

 

เบียคุรันถามตัวเอง มือที่กุมอกซ้ายออกแรงกดแน่นจนเสื้อเชิ้ตสีขาวยับยู่ยี่ นัยเนตรสีฟ้าหลุบต่ำลงฉายแววรู้สึกผิด รู้สึกเจ็บปวด จนมิอาจแสร้งยิ้มระรื่นได้

 

“สิ่งที่คุณทำกับฉัน..มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวด..มากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า”

 

สารเลว…คำๆนี้ เคยออกมาจากปากเรียวสวยนั่น..ในตอนนั้นเขาไม่สะทกสะท้านต่อคำพูดนี้

ทว่า..ตอนนี้…

 

“สารเลว..จริงๆสินะ” เบียคุรันบอกตัวเองอย่างเศร้าสร้อย…สิ่งที่เขาทำกับเด็กสาวคนนี้อาจจะเกินไป..เกินจะเยียวยาสินะ…

 

เพล้ง!!!

 

เสียงของตกแตกดังออกมาจากห้องรับแขก เบียคุรันดึงสติกลับมา วิ่งไปยังต้นเสียง หน้าคมคายซีดเผือก ตาสีน้ำแข็งเบิกกว้างสุดขีด

“มุคุโร่!!” ร่างสูงวิ่งถลาเข้าไปหาร่างเพรียวที่ทรุดล้มลงข้างโต๊ะไม้โอ๊คสำหรับวางโทรศัพท์บ้าน ข้างๆตัวเธอมีกรอบรูปครอบครัวโรคุโด หล่นแตกนเศษกระจกกระจายทั้วพื้นไม้   แขนแกร่งทั้งสองประคองร่างบอบบางที่หน้าซีดเผือก เม็ดเหงื่อพุดพราย สีหน้าทุกข์ทรมานตามด้วยเสียงร้องครางแหบพร่า

“เจ็บ..ฉันเจ็บ..”

เบียคุรันมองตามร่างกายของหญิงสาว พบว่ามือข้างซ้ายกำลังกุมท้องนูนใหญ่นั่น เมื่อเลื่อนลงไป…เขาเห็นน้ำสีใสไหลย้อยออกมาตามขาเรียวปนกับ…เลือด!!!

“มุคุโร่คุง!!ทำใจดีๆไว้!!มุคุโร่คุง!!!” ร่างสูงเขย่าอีกฝ่ายเบาๆ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนแม้ว่าจะเคยถูกลอบสังหารจนเกือบตายหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยหวาดกลัว..กลัว…ขนาดนี้

 

ถ้าเธอตาย…ฉันไม่ให้อภัยตัวเองแน่

 

นั่นคือสิ่งที่หนุ่มร่างสูงเจ้าของรอยสักใต้ตาบอกกับตัวเอง  ระหว่างที่กำลังคิดหาวิธีช่วยเหลือสาวผมไพลินในอ้อมแขน  แรงขยำเสื้อที่แผงอกทำให้เขาหันมามองใบหน้าทรมานของคนที่เขารักที่สุด

“พาฉัน..ไปหาหมอ..อึก!!” สิ้นเสียงหวานแหบพร่า เบียคุรันช้อนตัวร่างบางขึ้นมาอุ้มแล้ววิ่งออกไปจากบ้าน พาร่างงามเข้ารถยนต์เฟอร์รารี่สีขาวที่จอดทิ้งไว้ริมถนนหน้าบ้านของสตรีผมสีน้ำเงินยาวสลวย  ก่อนจะสตาร์ทเครื่องเหยียบคันเร่งไปยังโรงพยาบาลที่มุคุโร่เข้าไปฝากครรภ์ไว้!!!

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s