[AuFic KHR][10069]punish for you/Part42

 

[AuFic KHR] punish for you

Paring : 10069(สายC)

Rate: Nc 21

Story by :blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++

Part 42

 

 

ทางเท้าปูพื้นด้วยอิฐสีเทาริมถนนในยามเช้าสายๆเต็มไปด้วยผู้คนเดินกันให้ขวักไขว่  หนึ่งในนั้นคือ

ยูนิ เจสโซ  เด็กผู้หญิงวัย 14 ปีเศษ เดินเขย่งเท้า ฮัมเพลงอารมณ์ดีเสียจนแกมม่าพ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์เอ่ยปากแซวคนเดินนำหน้าเสียไม่ได้ “เห่อหลานชายออกหน้าเชียวนะครับคุณหนู”

“แหม..ก็หลานยูนิทั้งคนนี่นา..แถมยังเป็นลูกของโอนีซังกับโอเน้ซัง คนที่ยูนิเคารพรักที่สุดอีกด้วย”

ใบหน้าน่ารักหันมาตอบกลับด้วยเจื้อยแจ้ว  แกมม่าหัวเราะเบาๆ กับท่าทีของคุณหนูที่เขารักยิ่งกว่าชีวิต

 

 

ท่าทาง..คนที่มีแนวโน้มจะตามใจคุณชายน้อยที่สุด คงไม่พ้นคุณหนูของเขาเป็นแน่

 

ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตเหลือบมองหน้าบ้านทาวน์เฮาวส์สองชั้นสไตล์ยูโรป เลขที่บ้านเด่นชัดบนหัวประตูทางเข้า ทำให้การสนทนาของคนทั้งสองหยุดลงแล้วเลี้ยวเบนเส้นทางเดินขึ้นบันไดปูนเตี้ยหน้าบ้านหลังนั้นชายร่างใหญ่ผมทองสวมเสื้อโค้ทสีดำตัวยาวเดินนำคุณหนูของเขาไปกดกริ่งหน้าประตูไม้โอ๊คหรูตามหน้าที่ของพ่อบ้าน

 

กิ๊งก่อง!!

 

ออดส่งเสียงดังแล้วเงียบสงบลงพักหนึ่ง ทันใดนั้นพวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าหนักด้านในบ้านเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ  จนในที่สุดประตูหน้าบ้านเปิดออกโดยสตรีฝรั่งวัยกลางคนร่างอ้วนท้วม เธอขยับยิ้มเป็นมิตรให้กับผู้มาเยือนสองก่อนจะผายมือเชิญให้เข้าไปข้างในบ้านอย่างรู้งาน

“เชิญค่ะ คุณยูนิ คุณแกมม่า คุณหนูกำลังรออยู่ที่ห้องรับแขกเลยค่ะ”

“รบกวนด้วยนะคะ” ยูนิโค้งตัวขอบคุณให้มาเรียเช่นเดียวกับแกมม่าตามมารยาท สองนายบ่าวภายใต้การนำทางของแม่บ้านวัยกลางคน ก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน ทั้งคู่ถอดรองเท้าวางไว้บนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบแล้วเดินตามทางปูพื้นด้วยแผ่นไม้เคลือบเงาแลดูมันวาว  จนกระทั้งถึงห้องรับแขก มาเรียเคาะประตูสองสามทีแล้วรายงานการมาเยือนของแขกทั้งสองให้แก่คนในห้อง “คุณหนูคะ..คุณยูนิกับคุณแกมม่ามาถึงแล้วค่ะ”

“อืม..เข้ามาได้” เสียงหวานขานรับ  แม่บ้านร่างท้วมจึงบิดลูกบิดเปิดประตูออกอย่างช้าๆ

 

แอ๊ด!!

 

“โอเน้ซัง!!” ยูนิร้องดีใจ วิ่งเข้าไปนั่งลงข้างๆหญิงสาวผมสีไพลินยาวสลวยปล่อยสยายลงมากร่อมเบาะนั่งของโซฟาสวมชุดเดรสสายเดี่ยวผูกโบว์เส้นเล็ก สีเหลืองอ่อนชายกระโปรงสั้นเพียงครึ่งขาอ่อน ในอ้อมอกนุ่มของหล่อนโอบอุ้มเด็กทารกชายผมสีหิมะกำลังดูดนิ้วตัวเอง มองแขกทั้งสองตาแป๋ว

“ดูสิๆแกมม่า!!หลานของยูนิลืมตาแล้วด้วย!!ตาสองสีเหมือนโอเน้ซังเลย!!”  นัยเนตรกลมโตจ้องมองลูกของพี่ชายเธอเป็นประกาย ส่วนแกมม่าที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ ยิ้มเอ็นดูกับท่าทางของเด็กหญิงผมสีดำที่บ่นว่าอยากมาเยี่ยมหลานชายเต็มแก่กับทายาทของตระกูลเจสโซที่พึ่งออกมาลืมตาดูโลกเมื่อห้าวันที่แล้ว..

 

เห่อจริงอะไรจริงเลยนะครับ…คุณหนูยูนิ

 

“คึหึหึ จะลองอุ้มดูไหมยูนิจัง” เสียงหวานล้ำถามขึ้น ยูนิชะงักนิ่งไปครู่หนึ่งนัยน์ตากลมโตมองเด็กทารกผมสีขาวสลับกับใบหน้าสวยที่กำลังฉีกยิ้มหวานๆให้เธออยู่

“ดะ..ได้..ได้เหรอคะ?” ยูนิเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจด้วยเสียงตะกุกตะกัก ดวงหน้าน่ารักเต็มไปด้วยสีหน้าตื่นเต้น อยากรู้อยากลอง

“ได้สิ…ก็ยูนิเป็นอาของเด็กคนนี้นี่นา” มุคุโร่ตอบ เธอค่อยๆประคองลูกชายส่งให้เด็กหญิงผมสีดำรับช่วงอุ้มต่อ   ยูนิมองเด็กทารกชายตัวแข็งเกร็งมีท่าทีตื่นกลัวเธอ แต่ก็แป๊บเดียวเท่านั้น เหมือนกับว่าเด็กคนนี้จะรับรู้ได้ว่ายูนิเป็นญาติ..เป็นคนใกล้ชิดและมีสายเลือดเดียวกัน เด็กทารกเปลี่ยนท่าทีมาเป็นส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก จับแก้มใสของยูนิยกใหญ่

“อร๊ายย หลานของอาน่ารักน่าชังที่สุดเลย!!”  เด็กหญิงผู้มีเรือนผมสีดำสนิทมัดรวบลวกๆ ชื่นชมเด็กชายยกใหญ่   แกมม่าอาศัยจังหวะที่คุณหนูของเขากำลังเล่นสนุกกับคุณชายตัวน้อย เดินเข้ามาใกล้สาวผมสีไพลิน ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูอีกฝ่ายเบาๆ  “คุณหนูยูนิ ดูจะเห่อ คุณชายมุรันมากเลยนะครับ”

มุคุโร่พยักหน้าเห็นด้วย  ดวงตาสองสีคู่งาม มองดูน้องสาวแท้ๆของเบียคุรันกำลังทำท่าแลบลิ้นปลิ้นตาเล่นกับลูกชายของเธอ ปากเรียวสวยขยับยิ้มหันมาพูดคุยกับพ่อบ้านตระกูลเจสโซ

“คึหึหึ นั่นสิค่ะ ท่าทางมุรันเองดูจะชอบยูนิเอามากๆเสียด้วย”  สิ้นเสียงหวานล้ำชวนลุ่มหลง แกมม่าขยับยิ้มตอบ แล้วยืดตัวยืนตรงมองยูนิเล่นกับมุรัน..ลูกของ เบียคุรัน เจสโซ กับ โรคุโด มุคุโร่

 

“มุคุโร่คุง..น้ำชาที่เธอสั่งได้แล้วนะ” ประตูเปิดออกอีกครั้ง ตามด้วยเสียงทุ้มนุ่มชวนสดับฟังคุ้นหู ร่างสูงผมสีหิมะในชุดแสวตเตอร์สีเขียวขี้กากับกางเกงขายาวสีขาวเดินถือชุดน้ำชาหรูเดินเข้ามาในห้องรับแขก  ดวงเนตรคู่คมสีอเมทิสต์เบิกกว้างเล็กน้อย มองแขกทั้งสองด้วยสีหน้าประหลาดใจ พอๆกับสีหน้าตะลึงงึนงันของแกมม่าและยูนิซึ่งเป็นผู้มาเยือนบ้านทาวน์เฮาวส์หลังเล็กๆนี่..

 

สั่ง..เดี๋ยวนะ..คุณชายถูกสั่งงั้นเหรอ!!

 

แกมม่าตะโกนร้องอยู่ในใจ ปกติหน้าที่ของพ่อบ้านคือการเก็บอารมณ์ไว้ใต้รอยยิ้มสุภาพ แต่กรณีนี้..กับอดีตบอสมิลฟิโอเล่จอมเจ้าเล่ห์ ชอบเอาชนะเป็นที่หนึ่งในทุกๆเรื่อง..กลับโดนใช้งาน!!

 

อัศจรรย์มาก!!!!  

 

เบียคุรันปรับสีหน้าเป็นยิ้มระรื่นจนตาหยีเหมือนปกติ กลบเกลื่อนอาการประหม่า เอ่ยทักทายทั้งสองคนเบนความสนใจกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ “มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย?ไม่เห็นมุคุโร่คุงบอกให้ฉันรู้เลย”

“คึหึหึหึ ไม่ใช่หน้าที่ที่คุณต้องรับรู้ซะหน่อยนี่คะ” วาจาจิกกัดเอ่ยแทรก ขัดปากอิ่มของยูนิที่กำลังจะสนทนาตอบพี่ชาย เด็กหญิงตัวเล็กบางรู้สึกถึงรังสีทะมึนหนาวเย็นจนรู้สึกเหมือนอุณหภูมิห้องติดแอร์ลดต่ำลงกว่าเดิม แผ่ออกมาจากตัวเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวย ผิดกับท่าทางใจดีเมื่อครู่

“แต่ยูนิเป็นน้องสาวฉัน..ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ ไม่ใช่เหรอ” เบียคุรันต่อปากต่อคำกับร่างระหง มุคุโร่รู้สึกว่าเส้นเลือดบนขมับปูดออกมา ดวงเนตรสองสีถลึงตามองค้อนคนหน้ายิ้ม  มือเรียวกำคลายครู่หนึ่งพยายามนึกวิธีโต้กลับอีกฝ่าย

 

 

อย่าเอายูนิไปเป็นโล่ห์สิคะ โอนีซัง!!!!

 

ยูนิร้องอยู่ในใจเงียบๆ มองคนทั้งสอง..สลับไปมา สมัยก่อนเธออาจจะไม่ค่อยทันความคิดเจ้าเล่ห์ของพี่ชายตัวเองเสียเท่าไหร่ แต่ตอนนี้..เด็กหญิงผมสีดำรัตติกาลโตขึ้นและพอนึกย้อนๆเรื่องอดีตเธอก็ต้องยิ้มแหยๆทุกที กับหลายๆเหตุการณ์ที่ถูกพี่ชายหลอกจนต้มเปื่อย..โดยเฉพาะ..เรื่องหาข้ออ้างแก้เผ็ดสาวผมสีครามยาวสลวยที่แอบอ้างเอาตัวเธอมาขัดขวางการร่วมเตียงในครั้งนั้น..

 

ในที่สุด..เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ดวงเนตรอัญมณีต่างสีหรี่ลงฉายแววเจ้าเล่ห์ เย้ายวนราวกับองค์ราชินีผู้เลอโฉม ริมฝีปากอิ่มกระตุกยิ้มมุมปาก ขาเพรียวยกขึ้นมานั่งไขว่ห้าง เชิดหน้าปรายตาจิกมองบุรุษเจ้าของเรือนผมสีงาช้างชี้ไม่เป็นทรง

 

“คึหึหึ ถ้างั้น..ฉันต้องขอโทษด้วยล่ะกัน พอดีเห็นทำงานงกๆจนเผลอนึกว่าเป็น ‘ขี้ข้า’ ซะอีก..”

 

เบียคุรันถึงกับอ้าปากเหวอ อึ้งกับการตอกกลับของหญิงสาวร่างเพรียวบาง..เขาเองก็อยากจะโต้กลับใจจะขาด..ไม่สิ..ถ้าเป็นไปได้อยากจับเด็กดื้อมาลงโทษโดยการอุ้มขึ้นเตียงแล้วจับกดให้หนำใจจนต้องทำหน้าแบบนั้นใจจะขาดต่างหาก!! ทว่า…เหตุผลที่จะนำมาเถียงหรือเอาสีข้างเข้าถูก็ไม่มีเพราะคำพูดของมุคุโร่เป็นเรื่องจริง จะทำเรื่องอย่างว่าแทนที่จะง้อสำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้ต้องเป็นในทิศทางตรงกันข้ามสุดขั้วแน่

ที่สำคัญสายตาอึ้งทึ่งของน้องสาวและพ่อบ้านคนสนิทที่มองคนตัวสูงผมชี้ไม่เป็นทรงไม่กระพริบตา  คนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ถึงกับหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีเข้มด้วยความอับอายกับการถูกเห็นในสภาพเป็นรองเช่นนี้…

 

 

พอเห็นคู่กัดเงียบปาก มุคุโร่ยิ้มเหนือชัยเธอรู้สึกตัวลอยสูงชะลูดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยซ้ำ..ยิ่งเห็นหน้าช้ำหน้าแดง ทั้งอายทั้งโกรธของอีกฝ่าย ยิ่งอยากจะระเบิดหัวเราะให้รู้แล้วรู้รอด

“ถ้าไม่มีอะไร..วางน้ำชาเสร็จแล้วก็รีบไปเอาผ้าที่ซักมาตากซะ และก็..ห้องของฉันฝุ่นจับแล้วไปทำความสะอาดมาด้วย ฉันไม่อยากให้ลูกต้องมานอนจมฝุ่น” มุคุโร่เก็บอาการสะใจอย่างบ้าคลั่งไว้เบื้องหลัง แล้วออกคำสั่งทั้งเสียงดุ

“ครับๆ” เบียคุรันขานกลับ ถึงถ้อยคำสุภาพแต่น้ำเสียงนี่ห้วนเหลือเกิน..ท่าทางจะเคืองอยู่มิใช่น้อย

อย่างไรเสีย..คนหนุ่มก็ทำตามคำสั่งของมุคุโร่ไม่บิดพลิ้ว…

 

 

พั่บๆ!!

 

ผ้าปูที่นอนตากไว้บนราวสะบัดไหวตามแรงลมที่พัดผ่านมาจนเกิดเสียง คนหนุ่มผมสีขาวชี้ยุ่งไม่เป็นทรงหยิบผ้าผืนใหญ่ชิ้นสุดท้ายในตะกร้าขึ้นมาสะบัดแรงๆไล่น้ำ แล้วโยนขึ้นพาดกับราวตามด้วยตัวหนีบกันปลิว

เบียคุรันยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ก่อนจะก้มตัวไปหยิบตะกร้าสานขึ้นมา ขณะที่ขายาวใต้กางเกงยีนส์สีเทาก้าวออกไปได้เพียงหนึ่งก้าวกลับชะงัก  เขารู้สึกถึงสายตาของใครบางคนจากด้านหลัง หน้าคมคายประดับรอยสักใต้ตาซ้ายจึงเหลียวหลังไปดู เลยรู้ว่าเจ้าของสายตาที่ว่า..คือยูนิ..น้องสาวของเขานั่นเอง

“มายืนทำอะไรตรงนี้ หือม์ ยูนิจัง”  ร่างสูงถามด้วยเสียงระรื่น

“มาดูกับโอนีซังนั่นแหละ ยูนินึกว่าโอเน้ซังให้อภัยโอนีซังแล้วซะอีก นี่ก็ผ่านมาจะอาทิตย์แล้วน้า” ยูนินั่งยองๆริมสวนดอกกุหลาบ มือเล็กทั้งสองยกขึ้นมาเท้าคางบุ้ยปาก ดวงตากลมโตสีฟ้าใสสบตาเรียวคมสี

อเมทิสต์ที่สั่นไหวออกมาเล็กน้อยกับคำพูดตรงไปตรงมาของเธอ

 

“หึหึ นั่นสินะ…ผ่านมาตั้งอาทิตย์ ทำอะไรให้ตั้งหลายอย่างก็แล้ว พูดจาหวานๆก็แล้ว เด็กดื้อรั้นนั่นก็ยังทำเป็นเฉย แถมฉันเองก็ได้แต่มองลูกไกลๆ ไม่เคยได้เข้าใกล้ ได้อุ้ม ได้สัมผัสซักครั้ง”

ยูนิอ้าปากค้าง ตะลึงกับคำกล่าวที่ออกมาจากปากหนาได้รูปของบุรษร่างสูง เด็กหญิงผมสีดำที่ดูจะตัวสูงขึ้นมาหน่อย ปริบตามองพี่ชายแท้ๆของตนเอง ปากอิ่มเล็กน่ารักสีชมพูธรรมชาติขึ้นเสียงสูงทันที

“หมายความว่า!!โอนีซังยังไม่ได้อุ้มมุรันซักครั้งเลยเหรอ!!”

 

เบียคุรันพยักหน้า  ยูนิมองเจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์สีผมตรงข้ามกับเธอซึ่งเป็นถึงน้องสาวแท้ๆอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง  ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนอมม่วงคู่คมเห็นท่าทางของเด็กผู้หญิงเรือนผมสีดำกำลังตีหน้าเศร้า เขาจึงเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่าย พร้อมยกมือแกร่งขึ้นมาวางลงบนหัวเล็กๆของเธอแล้วลูบอย่างเบามือ

“ไม่ต้องกังวลไปหรอกยูนิ..ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก อีกอย่าง..” คนให้กำลังใจยูนิ ซึ่งในความเป็นจริงควรเป็นคนที่ต้องการกำลังใจมากที่สุด เว้นวรรคคำพูดปลอบโยนพักหนึ่ง แล้วจึงกล่าวต่อ

“มุรัน..ชื่อของเด็กคนนั้น..มุคุโร่คุงตั้งได้ตรงกับที่ฉันคิดเอาไว้”

“ตรงกับที่โอนีซังคิด?” ยูนิทวนคำพูดอีกฝ่าย พร้อมเอียงหน้าตาน่ารักของตนด้วยความฉงน

“ใจตรงกันไงยูนิจัง ลองคิดดูสิ..ฉันไม่เคยมุคุโร่คุงว่าจะตั้งชื่อลูกว่ามุรันเลย..เพราะงั้นฉันมั่นใจว่ายังไงๆฉันจะต้องง้อมุคุโร่คุง เด็กจอมดื้อจอมรั้นนั่นสำเร็จแน่นอน”  ชายหนุ่มผมสีขาวชี้ไม่เป็นทรงฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ   พอเห็นสีหน้าท่าทางแบบนั้นแล้ว..เด็กหญิงผมสีดำสนิทรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อรวมเข้ากับคำพูดที่พี่ชายเธอบอกไว้ บางทีเธออาจจะกังวลเกินเหตุก็เป็นได้

“ถ้างั้นก็..สู้ๆนะคะโอนีซัง” ยูนิกล่าวทั้งรอยยิ้มสดใสสมวัย

“อืมม์” เบียคุรันยิ้มอ่อนโยนตอบกลับ  อัญมณีสีอเมทิสต์มองตามหลังเล็กบางของเด็กหญิงผมดำเดินกลับเข้าไปในบ้าน  หน้าคมคายที่แสร้งยิ้มค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉยยากแก่การคาดเดาความคิด

 

ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป..ต้องไม่มีการพัฒนาแน่ๆ

 

ร่างสูงผมสีหิมะขมวดคิ้วเครียด..ย้อนนึกถึงการกระทำต่างๆที่ผ่านมาเพื่องอนง้อสตรีผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยดั่งผ้าแพรผืนงาม   ไม่ว่าเขาจะทำงานหนักหนาสาหัส หอบจนตัวโยน เหนื่อยส่ายตัวแทบขาด

สิ่งที่ได้รับกลับมา..การทำเมิน เพิกเฉย ไม่สนใจใยดีเขาซักนิด

 

มือแกร่งกร้านยกขึ้นมาจับคางครุ่นคิด ร่างสูงหลับตาลงท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงของสายลมพัดผ่านอย่างแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ..

“นี่!!!” พลัน!!เสียงตะโกนเรียกดังมาจากบนชั้นสอง คนหนุ่มสะดุ้งตื่นจากภวังค์เงยหน้ามองต้นเสียง

หญิงสาวผมสีไพลินยืนเกาะราวระเบียงตรงหน้าต่างห้องนอน อัญมณีต่างสีสันคู่งดงามจ้องมองคนด้านล่างด้วยสายตาเย็นชาระคนหงุดหงิด “จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม ห้องของฉันเมื่อไหร่จะขึ้นมาทำความสะอาดซักที!!”

 

เบียคุรันก้มหน้าลงสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดคุมสติให้มั่นระงับสีหน้าโกรธเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแสร้งทำเป็นฉีกยิ้มระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการต่อว่าต่อขานของมุคุโร่

“กำลังจะขึ้นไปแล้ว รอแป๊บนึงนะ”  ชายผมสีงาช้างตะโกนตอบกลับ  มุคุโร่หรี่ตามองหน้ายิ้มร่าด้วยสายตาไม่พอใจ  แอบสบถเบาๆใส่คนหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ยังดื้อด้านอดทนกับการวีนของเธอ แม้ว่าคนด้านล่างจะไม่ได้ยินคำด่าในประโยคถัดไป “’ไอ้เผือกงี่เง่า..”

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เบียคุรันได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องนอนของสาวตาต่างสี ร่างสูงหอบไม้กวาดที่โกยขี้ผง ผ้าขี้ริ้วสีเทาหม่นในกระป๋องพลาสติกสีน้ำเงินบรรจุน้ำสะอาดสำหรับเช็ดถูกเฟอร์นิเจอร์ และไม้ถูพื้นขึ้นมามาชั้นสอง เขาเดินมาถึงลานพักชั้นบนของบันได จังหวะนั้นเบียคุรันเงยหน้าขึ้น ตาคู่คมสบเข้ากับอัญมณีต่างสี โรคุโด มุคุโร่ ยืนหน้ามุ่ยกอดอกแน่นพิงผนังข้างประตูห้องนอนของหล่อน

“หือม์?เธอมายืนรอฉันเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม นัยน์ตาสีฟ้าอมม่วงสั่นระริกอย่างขี้เล่น

ใบหน้าสวยหรี่ตาสองสีของเธอลง ปากอิ่มสีกุหลาบแรกแย้มรสหอมหวานที่เบียคุรันไม่มีวันลืมเลือนยิ้มเหยียดตามด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยั่นตามแบบฉบับของเธอ “รอ…คึหึหึ สำคัญตัวผิดหรือเปล่าคะ?ถ้าไม่ใช่เพราะคุณจะมาทำสะอาดห้องฉันไม่มารอให้เสียเวลาหรอก”    มุคุโร่ยกมือขึ้นปัดเรือนผมสีครามไปไว้ด้านหลังพร้อมหมุนตัวไปเปิดประตูห้องนอนออก…

 

ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆเรียบง่ายไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป ภายในมีเพียงชั้นวางหนังสือทำจากไม้ติดผนังด้านซ้ายมือสุด ถัดไปเป็นเก้าอี้โยกเยกริมหน้าต่าง ข้างๆเป็นโต๊ะหัวเตียงวางโคมไฟทรงเห็ด วิทยุเล่นเพลงแบบเสียบทาร์มไดรฟ์  เปลเด็กชนิดไกว่สีฟ้าอ่อน และเตียงกว้างสำหรับนอนสองคน…

“จะยืนตรงนั้นอีกนานไหมคะ?” เบียคุรันเลิกสำรวจห้อง แล้วหันมามองเจ้าของห้องยืนอยู่ริมหน้าต่าง แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องฉายฉาบเรือนผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวย ราวกับผืนทะเลยามเย็น ร่างแบบางน่าทนุถนอม แม้ว่าจะมีลูกหนึ่งแล้ว แต่ด้วยความที่ยังอยู่ในสาววัยเพียง 18 ปีประกอบกับชุดเดรสสายเดี่ยวสีเหลืองอ่อนยาวถึงแค่ครึ่งขาอ่อน ขับให้ผิวขาวนวลยิ่งขึ้น

 

..สวย..

 

“เอ่อ..” ร่างสูงรีบตื่นจางความคิด ปากหนาคลี่ยิ้มหวานชวนหลงใหลอีกครั้ง กลบเกลื่อนสายตาทึ่งในความงดงามของมุคุโร่ที่นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนอมม่วงพึ่งสังเกตเห็นอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักกันมา

ชายหนุ่มผมสีงาช้างอุปกรณ์ทำความสะอาดพิงไว้กับผนังห้อง มือหนาคว้าไม้กวาดออกมาก่อน แล้วเริ่มทำการปัดกวาดฝุ่นบนพื้น  ส่วนมุคุโร่เดินไปหยิบเอานิตยสารลูกน้อย หน้าปกถ่ายภาพเด็กทารกน่ารักเป็นฉากหลังข้อความภาษาอังกฤษโฆษณาเนื้อหาภายในเอาไว้  ในชั้นวางหนังสือมาเปิดอ่านระหว่างนั่งไขว่ห้างรอบนเก้าอี้ไม้โยกเยก

เบียคุรันแอบมองเด็กสาวผมสีไพลินนั่งเป็นคุณนายแต่กำลังอ่านหนังสือเลี้ยงเด็ก..ก็อดยิ้มขำขันเสียไม่ได้

 

จากเด็กดื้อรั้น เอาแต่ใจ ท่าทางหยิ่งผยอง ไม่แคร์ใคร

กลายเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้วเหรอ…  

 

“หึหึ” ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ ฮัมเพลงอารมณ์ดีกวาดบ้านไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นที่กำลังกวาดเข้าไปใต้เตียงคู่ ไม้กวาดชนเข้ากับของแข็งบางอย่างด้านใต้  ดวงเนตรสีฟ้าอมม่วงโตเล็กน้อย เลิกคิ้วสูง สงสัยว่าข้างใต้นั้นมีอะไร?  หน้าคมคายปรายหางตามองหญิงสาวในชุดเดรส..ยังคงอ่านนิตรสารไม่สนใจเขา..

เป็นโอกาสดีที่จะล้วงหยิบของด้านใต้  เบียคุรันจึงค่อยๆย่อตัวลง เข่าติดพื้นแล้วโน้มตัวลงมองดูสิ่งที่อยู่ใต้เตียง เป็นหนังสือปกแข็งเล่มเล็ก แขนแกร่งเอื้อมมือเข้าหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมา

“บันทึก..”  เสียงทุ้มนุ่มพึมพำ  จังหวะเดียวกับที่มุคุโร่ละสายตาจากนิตยสารออกมา ดวงเนตรสองสีเบิกกว้างสุดขีด จ้องร่างสูงกำลังเปิดสมุดบันทึกออกมาอ่านไม่วางตา!!

“หยุดนะ!!!”  คนหนุ่มผมสีหิมะชี้ยุ่งไม่เป็นทรงตกใจกับเสียงตวาดร้อง  พอหันไปมองพบว่ามุคุโร่รีบเด้งตัวลุกจากเก้าวิ่งมาหาเขา มือเรียวบางง้างขึ้นสูง..เนตรคู่คมเดาออกทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการจะแย่งบันทึกเล่มนี้ จึงรีบยกบันทึกขึ้นสูง เกินกว่าความสูงของสาวผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยจะเอื้อมถึง

“เอาคืนมา!!” มุคุโร่ร้องเสียงดัง เน้นเสียงหนักดุดันใส่

“เห..บันทึกของเธองั้นเหรอ..ชักอยากรู้แล้วสิเขียนอะไรไว้น้า” เบียคุรันลากเสียงยาว หน้าคมคายขยับยิ้มยียวนทำหน้ากวนประสาทใส่ จังหวะที่คนหนุ่มกำลังจะเปิดหน้าถัดไป มุคุโร่กัดปากแน่นโถมแรงกายที่มีทั้งหมดยื้อแย่งเอาสมุดบันทึกของเธอ..

 

ตึง!!!!

 

ทั้งสองเสียจังหวะล้มลงไปนอนกับเตียงคู่ โดยชายหนุ่มผมสีหิมะเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมร่างบอบบางของหญิงสาว นัยน์ตาสีอเมทิสต์สะท้อนแสงยามเย็นแลดูเป็นสีม่วงวาววับ จ้องมองคนด้านใต้ ดวงหน้าสวยชักสีหน้าตื่นตระหนก นัยน์ตาสองสีสั่นระริก เส้นผมสีไพลินยาวสยายบนลูกฝูก ชุดเดรสกระโปรงสั้นถกขึ้นมาเผยกางเกงในสีขาวลูกไม้ สายเดี่ยวไหลหลุดไปตามต้นแขน เผยให้เห็นไหล่กลมมนข้างหนึ่ง

 

“ปล่อย..” มุคุโร่เอ่ยทั้งเสียงแผ่วเบาและสั่นเครือ หากแต่คำห้ามปรามนั้นหาได้เข้าไปถึงสติของชายหนุ่มร่างสูง หน้าหล่อเหลาราวกับเทพยดาค่อยๆโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากของทั้งประทับกันอย่างแผ่วเบา นุ่มนวล…

 

ความหอมหวาน..ความนุ่มของก้อนเนื้อนิ่ม…

ลมหายใจอุ่นรดใบหน้า

 

ไม่อยากปล่อย..ไม่อยากผละออกเลย…

 

 

“อื้อ!!”  เสียงครางประท้วงและแรงทุบบนแผงอกกว้าง ดึงสติเบียคุรันกลับมา เจ้าของเรือนผมสีขาวชี้ยุ่งรีบถอนริมฝีปากอิ่มออก มองดูดวงหน้าสวยแดงระเรื่อเหมือนกับเป็นพิษไข้ ริมฝีปากปากบวมเบ่งอ้าปากหายใจหอบ อัญมณีต่างสีไม่เข้าคู่ปรือมองทุกข์ทรมานจากการขาดอากาศหายใจเมื่อครู่

ความเป็นชายตื่นขึ้นมา..เบียคุรันรีบเบือนหน้าหนีผู้หญิงคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ระงับอารมณ์ทางเพศเอาไว้ ทันใดนั้นเนตรคู่คมสังเกตเห็นสมุดบันทึกเปิดอ้าไว้

 

วันที่ 28  ตุลาคม 20XX

 

เกือบเจ็ดเดือนแล้วสินะที่ย้ายมาอยู่ L.A. วันนี้ไปตรวจสุขภาพมา หมอบอกว่าลูกแข็งแรงดีไม่ต้องห่วง ฉันดีใจมากๆ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะถึงวันคลอดของลูกแล้ว ถ้ายังร่างกายแข็งแรงแบบนี้ลูกออกมาต้องแข็งแน่  แต่ว่า…วันนี้มีเรื่องหนึ่งทำให้ฉันต้องตกใจ

เขา..อยู่ที่นี่  

เบียคุรันอยู่ที่นี่..ฉันไม่รู้ว่าเขารู้ได้ไงว่าฉันหนีมาอยู่ที่นี่

แต่เขาก็มา…รับฉันที่หน้าโรงพยาบาล

ใจสั่น…ตกใจ..กลัว..ขณะเดียวกันฉันก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้ว่า..ฉันดีใจที่เจอเขา..

ฉันคงบ้าไปแล้วแน่ๆที่คิดแบบนั้นไปด้วย ทั้งที่บอกใครต่อใครว่าเขาตายไปแล้ว แต่เขาก็โผล่มาทำให้ฉันต้องหวั่นไหว  แต่ไม่ว่ายังไงฉันจะต้องใจแข็งให้ได้..เรื่องบ้าๆนี่ต้องจบลง ต่อให้ฉัน..จะรักเขาแค่ไหน แต่สำหรับเขา..ฉันคงเป็นเด็กดื้อ ทำตัวประชดไร้สาระ หาเรื่องใส่หัวได้ตลอดเวลา และน่ารำคาญ

 

 

ข้อความในบันทึกมีแค่นั้น รอยหยดวงกลมด่างพร้อยบ่งบอกว่าคนเขียนร้องไห้ไปพลางขยับปาก ข้อความนั้นสร้างความตกตะลึงปนเปกับความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแก่เบียคุรัน หมายความว่า..ตลอดเวลาที่ผ่านมามุคุโร่ยังตัดใจจากเขาไม่ขาด ยังรักเขาอยู่ไม่เคยเปลี่ยน…

 

“มุคุโร่..คุง?” เสียงทุ้มเอ่ยชื่ออีกฝ่ายขาดห้วง ทันทีที่พบว่าคนด้านใต้กำลังร้องไห้  น้ำตาไหลอาบแก้มใส ปากอิ่มบวมจากการจูบสั่นระริกพอๆกับร่างกายแบบางของเธอ

“ทำไม..” เสียงหวานสั่น..สะอื้นฮักๆ อัญมณีสองสีจ้องมองคนด้านบนด้วยแววตาที่เจ็บปวดรวดร้าว

“ทำไมต้องกลับมา!!อีกนิดเดียวฉันก็จะลืมคุณได้แล้ว!!กลับมาทำไม!!!” มุคุโร่แผดเสียงดัง สะอึกสะอื้นจนตัวโยน มือบางยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองซ่อนความเศร้าไม่ให้อีกฝ่ายเห็นไปมากกว่านี้

“ทั้งๆที่ฉัน..ฮึก..ตัดสินใจแล้ว..ว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว..ทะ..ทำไม..คนใจร้ายอย่างคุณ..ต้องกลับมาด้วย”

 

ร่างสูงนิ่งเงียบฟังความในใจของสตรีผู้ร่ำไห้ ปลดปล่อยความโศกเศร้า ความเจ็บปวดรวดร้าวที่เกิดจากการกระทำไม่ยั้งคิดของเขา..การกระทำที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเธอแม้แต่นิด..

 

เรามันเห็นแก่ตัว..สารเลวเกินกว่าจะได้รับการให้อภัย…

แต่ถึงอย่างงั้น..ฉันก็ยังอยากจะโอบกอดเธอไว้

 

“เพราะว่าฉัน..รักเธอ” เบียคุรันกระซิบบอกรักด้วยเสียงแผ่วเบา มุคุโร่หยุดร้อง..เสียงสะอื้นค่อยๆแผ่วเบาลงจนเงียบหาย ร่างกายสั่นเทิ่มเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง มือแกร่งข้างหนึ่งถือวิสาสะจับมือเรียวบางนุ่มนิ่มทั้งสองแล้วค่อยๆออกแรงดึงมือคู่บางออกจากดวงหน้าสวยงดงามยิ่งกว่าหญิงใดที่เขาเคยพบเห็น

 

ตาสองสีสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน..จากใจจริง..หาใช่การแสร้งทำ

ทั้งแววตา ริมฝีปาก ความรู้สึกที่สัมผัสได้

 

“รัก..รักมากที่สุด..และจะรักตลอดไปชั่วนิรันดร์” คำพูดเรียงร้อยออกมาจากใจ ความรู้สึกแท้จริงถ่ายทอดออกมาด้วยเสียงทุ้มนุ่มชวนสดับฟัง  มุคุโร่ปรือตาลงทั้งๆที่เธอควรจะขัดขืนอีกฝ่าย กลับหลับตาพริ้มปล่อยให้บุรุษผู้ถูกเรียกขานว่าเทวดาประทับรอยจูบบนริมฝีปากของเธอแล้วเข้าทาบทับร่าง ตามด้วยเรือนกายของทั้งสองคนที่ร้อนระอุขึ้น…เรื่อยๆและจะมากขึ้นไปตลอดของค่ำคืนนี้

 

 

นอกห้องนอน..คนด้านในทั้งสอง คงไม่รู้แน่ว่าแท้จริงแล้ว มีคนนอกสามยืนเอาหูแนบประตูคอย ลุ้นระทึกจนตัวโก่ง แกมม่าได้ยินเสียงครางหวานแว่วออกมา พ่อบ้านหนุ่มผมทองรีบดึงหน้าออกจากประตู..ท่าทางเนื้อหาจะเกินกว่าเด็กๆอย่างยูนิควรรับรู้เสียแล้ว  มือหนาจึงรีบคว้าข้อมือของยูนิให้เดินห่างออกมาจากรัศมีควรได้ยิน

“ไปกันเถอะครับคุณหนู  นี่ก็เย็นมากแล้วเดี๋ยวจะมืดเอานะครับ” แกมม่าบอกเด็กสาวผมดำทั้งเสียงแผ่วเบาสุดๆ แต่ก็พอจะให้ยูนิและมาเรียได้ยิน

 

“ดะ..เดี๋ยวสิ!!ฉันอยากรู้ต่อว่าโอนีซังกับโอเน้ซัง..”

“คุณหนูยูนิ ผมรับรองด้วยเกียรติพ่อบ้าน ว่าพรุ่งนี้จะได้เห็นคุณชายและคุณโรคุโดคืนดีกันแน่นอน”

ใบหน้าน่ารักเอียงคองุนงงกับท่าทีร้อนรนของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ออกปากถามอะไรมากตามประสาเด็กใสซื่อ ถ้าชายผมทองหวีเรียบบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็คงเรียบร้อยจริงดั่งคาดแหละ

 

แม่บ้านวัยกลางคนก็ถอยห่างออกจากห้องนอนของคุณหนูของเธอ ดวงตาสีฟ้าหม่นตามวัยที่มากขึ้นมองดูแผ่นหลังของแขกทั้งสองเดินลงบันไดจากไป หญิงสาวฝรั่งขยับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะก้มหน้ายิ้มเอ็นดูให้เด็กชายวัยทารกในอ้อมอก กำลังกอดตุ๊กตาผ้าสับประรดตัวโปรดมองเธอตาใสแจ๋ว

“เอาล่ะ..ไปอาบน้ำล้างตัวกันดีกว่า วันนี้กินนมชงไปก่อนนะคะคุณชายน้อย”  มาเรียยิ้มกรุ้มกริ่ม อุ้มเด็กชายผมสีขาวโพลนเดินลงบันไดไปยังห้องน้ำชั้นล่าง ส่วนชั้นสองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณชายบ้านหลังนี้จัดการต่อก็แล้วกัน

 

TBC

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s