ไม่ใช่เสือทำแทนไม่ได้ /ตอนที่ 12 เตร็ดเตร่

#ไม่ใช่เสือทำแทนไม่ได้

Rate : NC-17 , Romantic , Slice life , School life

Story : blood_hana

++++++++++++++++++++

ตอนที่ 12

เตร็ดเตร่

“พรุ่งนี้ว่างไหม?”

พี่ปี 3 จอมเกเรเอ่ยถามน้องปี 1 หลังจากช่วยกันขนหนังสือในหอสมุดกลับมาวางเรียงบนโต๊ะที่หอ หลายต่อหลายเล่มวางซ้อนตั้งสูง อีกไม่นานทั้งหมดนี้สิงโตจะไล่ศึกษาอ่าน หาข้อมูลไปแก้ปัญหางานวิจัยโรงไฟฟ้าเสมือนด้วยระบบ a.i. เจ้าตัวว่าติดอะไรสักอย่าง โปรแกรมจึงไม่ลู่เข้าความแม่นยำที่ตั้งไว้เสียที 

พรุ่งนี้ วันอาทิตย์..

คริสหน้าร้อนฉับพลัน วันอาทิตย์ไม่มีเรียน ไม่มีเรื่องให้เจอแต่สิงโตกลับถามว่า ‘ว่างไหม’

“หรือคริสจะอ่านหนั-“

“ไป!!!!!” ขานรับทันทีโดยที่ไม่รู้เลยว่าไปไหนด้วยซ้ำ..

.

.

.

และแล้วก็มาถึงวันอาทิตย์ที่นัดกันไว้ คริสยืนหมุนรอบตัวหน้ากระจกแทบจะ 10 รอบได้ มองหัวจรดเท้าสำรวจตัวเอง แต่งชุดเสื้อ Oversize มัดย้อมกับหมวกแฟชั่นแล้วก็ยีนส์สุดเท่ กระเป๋า balenciaga รองเท้า nike air

“ใครวะ หล่อ” ถูใต้จมูกชมตัวเองก่อนออกจากห้องไปยืนรอโถงล่างใต้หอ คริสกลับพบว่าสิงโตมารออยู่ก่อนหน้านั้น 

“พี่สิง”

“หืม?”

ตากลมปริบมองรุ่นพี่ปี 3 มาแค่เสื้อยืดสีดำขาสั้นสวมรองเท้าแตะหนีบๆ กับเป้ใบหนึ่ง

“ชุดนี้จริงดิ”

“จริง” ปิดเกม เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง กระชับเป้ออกไปยืนรอป้ายรถเมล์ริมถนน ทิ้งให้คริสตามหลังตาปริบๆ 

โคตรชิล

อยากถามว่านึกอะไรแต่งแบบนี้ ทว่า..ด้วยมารยาทที่ยังพอมีเหลือก็รู้ว่าของแบบนี้ไม่ควรถามเท่าไหร่ กระทั่งรถเมล์มาจอดเทียบ นั่งรถไปด้วยกันจนถึงปลายทาง กว่าจะเข้าใจ ตอนนี้พวกเขา..

“ไอ้แจ็ค จัดให้น้องสิงหน่อยสิ ตัวเซนเซอร์ที่น้องเขาสั่งไว้!”

Welcome to ‘บ้านหม้อ’

ร้อนโคตร!!!!!

“โอ้โห เพื่อนน้องสิงหล่อแต่ไกลเลยนะ นึกว่าดารา” เจ้าของร้านยิ้มเห็นฟันหลอ รอยสักเต็มต้นแขน เท้าแขนบนตู้กระจกเต็มไปด้วยบอร์ด PCB วางขายแซวคนหนุ่มผิวขาวยืนตัวเปียก ร้อนจนต้องถอดหมวกแฟชั่นมาพัดๆๆๆตักตวงเอาลมเข้าตัว มองไปรอบกายที่เต็มไปแผงร้านค้าจำนวนมาก เน้นขายอุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับไทยแล้วนับว่าบ้านหม้อเป็นแหล่งรวมตลาดอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นตายายยังสาวด้วยซ้ำ

“หึหึ” สิงโตกลับหัวเราะ ยิ้มมุมปาก คริสมองค้อนปะหลักปะเหลือก คิดโมโหอีกฝ่าย ยังจะมาหัวเราะ แล้วด้วยการแต่งกายมาที่แบบนี้แม่งโคตรเด่นเลย เดินไปไหนคนก็มองตลอดทางมาตั้งแต่ขาเข้าจนถึงร้านที่สิงโตตั้งใจจะมาเพื่อรับของที่สั่งร้านเอาไว้

“พี่แจ็ค ตัวไหนอ่ะ” ลูกน้องถามเจ้าของ

“ก็ตัวแดงๆ ไง!”

เสียงโหวกเหวกโวยวายดังรอบด้าน ทางเดินก็เบียดไปมาจนสิงโตย้ำเตือนให้ระวังกระเป๋าสตางค์กับมือถือ คริสกวาดมองไปรอบๆ เขาเคยได้ยินแต่ชื่อว่าที่นี่มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ลามไปยันขายปั๊มในโรงงานอุตสาหกรรมด้วย

“นี่ไงน้อง ถูกป่ะ ตามที่น้องสิงต้องการ”

สิงโตรับของมาดู ดวงหน้าคมเข้มนิ่งขรึมพยักหน้ารัว พี่แจ็คยิ้มภูมิใจ ดึงไม้จิ้มฟันออกจากปาก

“บอกแล้ว หาไรไม่ได้ให้มาร้านพี่แจ็ค”

“ครับพี่ ผมรู้” สิงโตยิ้มบาง ควักจ่ายเงินเต็มจำนวน ทว่า..อีกฝ่ายกลับเอาไปไม่ครบ

“พี่แจ็ค ราคามัน-“

“เออ พี่เอาแค่นี้พอ เห็นน้องมาตั้งแต่ตัวเท่าเนี้ย ให้ราคาพิเศษ ในฐานะลูกค้าประจำ”

ฝ่ามือวางระดับเท่าเอวพ่อค้าขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่าเอว จนตอนนี้สิงโตสูงกว่าแจ็คไปแล้ว คริสคาดเดาโดยวัดจากความสูงเท่านั้น น่าจะ..ม.ต้น? แปลว่าสิงโตมาเตร่ที่นี่ตั้งแต่อายุยังน้อยเลยเหรอเนี่ย

“ขอบคุณนะพี่” สิงโตไหว้ ในระหว่างนั้นคนที่มาด้วยเอาแต่ยืนจ้องวงจรสำหรับการเรียนรู้ห้อยแผงยาวขายหน้าร้าน มือป้อมจับพลิกไปมา 

“สนใจเหรอ?” เอ่ยถามรุ่นน้องปี 1 ผิวขาว

“อ๋อ พ่อเคยซื้อให้คริสเล่นตอนเด็กๆ”

วงจรสำหรับเด็กน้อย

“คริสเลยชอบพวกนี้ ตอนสอบเข้ามหาลัยก็เลยเลือกไฟฟ้า” ใครจะรู้ จากจุดเล็กๆ ต่อประกายอันยิ่งใหญ่ได้ ของเล่นกลายเป็นแรงบันดาลใจ ผลักดันสู่ความสำเร็จไปอีกขั้นของชีวิต คริสลอบมองรุ่นพี่ปี 3 ยืนมองวงจรของเล่นตามเขา

“แล้วพี่สิงล่ะ?” 

อยากรู้ เราจะเหมือนกันไหม?

“เหมือนกัน แต่ของพี่ต่อแล้วเป็นเสียงออดนก” คำตอบทำเอาคริสหัวใจพองโตฉับพลันตั้งแต่ได้ยินคำแรกของประโยค แจ็คเลิกคิ้วมอง 2 หนุ่ม เอาแต่ยืนจ้องของเด็กเล่น คุยกระจุ๋งกระจิ๋ง

“อะแฮ่ม!”

2 คนสะดุ้ง เจ้าของร้านยิ้มยิงฟันหลอ

“เอาป่าว ไปต่อเล่น เพลินๆ ขำๆ มีอะไรทำร่วมกันด้วย” เจอคำแซวไป คริสเม้มปากแน่น จมูกบาน แดงไปทั้งตัว ส่วนสิงโตยืนทื่อไปเฉย

“คริสไปรอข้างนอกนะ!” 

มองตามหลังคนผิวขาวสวมหมวกเดินดุ่ยๆๆๆๆออกไปรอปากซอย พี่แจ็คหัวเราะร่วนชำเลืองมองเด็กที่รู้จักมานานเอาแต่เกาต้นคอไปมา

“พี่ตกใจไหม?”

“ตกใจทำไม เดี๋ยวนี้เปิดกว้างแล้ว มองปราดเดียวก็รู้ พวกนายน่าจะเข้ากันได้ดี”

“พูดจาแบบนี้ เอาใจผมล่ะสิพี่” สิงโตหรี่ตา

“ฮ่าๆๆ ฉลาดว่ะเฮ้ย ช่วยซื้อหน่อยสิ เอาไปสักวงจร รอบหน้าจะชงให้ต่อ” แจ็กยักคิ้ว

เก่งมาจากไหน บางทีก็แพ้ลมปากพ่อค้าล่ะนะ..

.

.

.

ออกมาจากซอยเดินริมถนนแทน แดดก็ร้อนตับแล่บ ปาดเหงื่อแล้วปาดเหงื่ออีก น้ำหอมที่ฉีดก็ไม่ติดแล้ว เหม็นกลิ่นเหงื่อแทน คริสเดินตาหยีสู้แดดจ้า ปีกหมวกบังแสงก็ไม่มิด ก่อนจะ..สะดุดสายตาเข้ากับร้านขายลำโพงริมถนน ตากลมเบิกโตเท่าไข่ห่านจ้องร้านที่มีแต่แผ่นหนัง AV และ..

ดุ๊กดิ๊กๆๆๆ

“พ่อรูปหล่อ เอาไปเล่นกับแฟนสาวไหม หรือจะเล่นกับตัวเองก็ได้น้า”

ดุ๊กดิ๊กๆ

ใส่ถ่านแล้วโคตรเหมือนของจริงเลยเว้ย!!!  ไม่ใช่ jpg. ในเว็บ นี่ของจริง คาตาเน้นๆ วงแขนแกร่งล็อครอบคอชื้นเหงื่อลากออกไปให้ไกล คริสเหลียวมองคนที่รอนานสองนานออกมาจากซอยร้านพี่แจ็ค ตาคมปรายมองไอ้หนุ่มรุ่นน้องที่ยังไม่ยอมละสายตาจากของเล่นดุ๊กดิ๊กไม่สามารถเอ่ยนามได้ ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ

“ทะลึ่ง”

“โหย! ไม่เท่าพี่หรอก!”

เถียงกันไปมาหงุงหงิง คริสมองถุงพลาสติกในมือสีเข้ม นอกจากเซนเซอร์ก็มีแผงวงจรสำหรับการเรียนรู้มาอีกอัน

“เอามาต่อเล่นเหรอ?” ถามอย่างนึกใคร่รู้

“คิดอยู่ หลังสอบเสร็จ เล่นๆ แก้เซ็งก็ดี เล่นด้วยกันไหม?”

คริสมองคนหนุ่มชวนเขาไปต่อวงจรที่ห้อง คำพูดของพี่แจ็คลอยมา

“มีอะไรทำร่วมกัน” 

“ร่วมกัน ร่วมกัน ร่วมกัน”

ดวงหน้ากลมแป้นพยักหน้ารัวๆ สิงโตยิ้มมุมปาก ไม่วายล้อเรื่องเดิมต่อ

“หรือจะเอาไอ้ดุ๊กดิ๊กนั่น”

“พี่สิง!! หยุดเลย! แค่ดูเฉยๆ!!!” คริสแว้ดใส่ 

หลังได้ของตามที่สิงโตต้องการ พวกเขาแวะเข้ามากินข้าวแถวเยาวราชต่อ สิงโตแวะมาร้านข้าวมันไก่ เคียงน้ำจิ้มรสเด็ดในตึกแถว เสียงไก่สับดังป๊อกๆบนเขียงโป๊ะใส่จานแล้วจานเล่านำเสิร์ฟวางบนโต๊ะไม้ทรงกลมเล็กๆ 

“อร่อยจัง!” ทานไปคำแรก รู้ซึ้งถึงไก่นุ่มกับน้ำจิ้มข้าวมันไก่หอมเหล้าจีนนิดๆ กลมกล่อม ซดซุปต้มฟักร้อนก็เข้ากันดีกว่าอะไร

“บอกแล้วว่าอร่อย รู้ไหม ร้านนี้เปิดมาจะ 75 ปีแล้วนะ” สิงโตเล่าประวัติความเป็นมาของร้านข้าวมันไก่พลางมองฝาบ้านติดรูปถ่ายขาวดำสมัยบุกเบิก ตั้งแต่เจ้าของร้านคนแรกเป็นคนจีนย้ายถิ่นฐานมาปักหลักไทย สร้างเนื้อสร้างตัวจากร้านรถเข็นเป็นตึกแถวหนึ่งในเยาวราช

“อร่อยอ่ะ เกิดมาไม่เคยกินอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”คริสจ้วงเอาๆ อาจเพราะเดินเยอะด้วย เหนื่อย เลยยิ่งหิว 

“ขอบคุณนะที่มาเป็นเพื่อน” 

“เอ้ย ไม่เป็นไร ก็สนุกดี คริสไม่ถือสา” พูดทั้งแก้มตุ่ย สิงโตรู้ว่าที่นี่ร้อนและก็ไม่มีอะไรให้เที่ยว ออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ

“แต่ก่อนพี่สิงมาคนเดียวเหรอ?”

“เปล่า.. ” สิงโตเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง

“มากัน 3 คน”

กึก..

คริสชะงักช้อน เงยหน้ามองคนเล่าเรื่องเงียบลงไปเสียดื้อๆ เขาคาดเดา ประเมิณจากเรื่องราวที่รับรู้มาคร่าวๆจากแรดและกระทิง

“พี่เสือกับพี่หม่อนเหรอ?”

3 คนกับฝันเดียวกัน

ไม่ยอมเล่า เลือกเงียบใส่ คริสหน้าชาเมื่อบทสนทนาไม่ถูกต่อ

“กินน้ำแข็งไสไหม?” สิงโตเปลี่ยนมาถามของหวานแทนไปอีก คริสจำใจฝืนยิ้ม พยักหน้าตอบรับ ทุกอย่างสิงโตเลี้ยงเหมือนเดิม

อาจไม่ไว้ใจพอที่จะเล่า..

เหมือนที่เคยหลุดว่าคริสเป็นชุด ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกอะไร แต่วันนี้ เจ็บ

.

.

.

“เล่นที่ห้องพี่ไหม?”  เดินทางกลับมาถึงหอ สิงโตเอ่ยชวนเด็กปี 1 ภาควิชาเดียวกัน คริสกลับส่ายหัวตอบ

“เหนื่อยอ่ะพี่สิง คริสอยากเปลี่ยนชุดด้วย กลับไปนอนห้องตัวเองละกัน”

“..โอเค พักผ่อนนะ”

แยกย้ายกันคนละห้อง คริสเดินโซเซขาลากกลับมาห้องตัวเองที่ชั้น 4 เหนียวตัวก็จริง แต่เหนื่อยมากกว่าจึงทิ้งตัวนั่งพักกับโต๊ะทำงานและดึงลิ้นชัก ข้างในมีสมุดไดอารี่เล่มแดงเก็บไว้

เสือที่รัก

ไม่หยิบออกมาพักใหญ่แล้ว

ก๊อกๆ

มีคนเคาะห้อง จึงรีบปิดลิ้นชัก

“แป๊บๆๆ”

แอ๊ด….

ประตูเปิดออก เงาร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่ง สวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินปักชื่อคณะ Electrical engineer บนอก ใบหน้าหล่อเหลากับรอยยิ้มอบอุ่นใจดี

จำได้ไหม

ไออุ่นตะวัน ณ กลางทุ่ง

“สวัสดีน้องคริส”

“พ..พี่เสือ!!!?”

ไออุ่นแรกที่แตะทะลุใจเด็กหนุ่มคนนึง

TBC

++++++++++

แฮชแทค #ไม่ใช่เสือทำแทนไม่ได้

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

2 thoughts on “ไม่ใช่เสือทำแทนไม่ได้ /ตอนที่ 12 เตร็ดเตร่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s